LOGINอติรุจตั้งใจไว้ว่าเขาจะไม่แตะเนื้อต้องตัวทรรศิกาในลักษณะแนบชิดอีก เพราะถ้าขืนยังปล่อยให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น หายนะมาเยือนเขาแน่
ที่สำคัญเขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมความต้องการของตัวเองให้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ได้อีกหรือไม่ ในเมื่อเขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนแต่เป็นผู้ชายที่มีเลือดเนื้อ และมีความต้องการทางเพศเหมือนผู้ชายทั่วไป และเธอเองก็เป็นผู้หญิงที่เร้าใจ เป็นนางในฝันของผู้ชายโดยส่วนใหญ่ แถมยังชอบยั่วยวนเขาอยู่บ่อยครั้ง
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะอดทนต่อสิ่งยั่วยุทางกามารมณ์นี้ไปได้อีกนานแค่ไหน และไม่รู้ว่าความอดทนของเขาจะสิ้นสุดลงเมื่อไร เพราะฉะนั้นอยู่ห่างเธอเอาไว้เป็นดีที่สุด
เนตรนภาเดินทางมาที่บ้านของปกรณ์ในสายวันเดียวกัน ปรียาพรได้ให้การต้อนรับอีกฝ่ายเป็นอย่างดี หลังจากที่ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกันแล้วมารดาของปกรณ์ก็เริ่มพูดเข้าประเด็น
“เมื่อคืนกรกลับมาสารภาพกับแม่ว่าเขาทำเนตรท้อง แม่เอ็ดตะโรดุด่าว่ากล่าวลูกชายของแม่ซะยกใหญ่ โทษฐานที่ไม่รู้จักยับยั้งช่างใจ รักกันแม่เข้าใจอยู่หรอกนะแต่ควรจะทำพิธีให้มันถูกต้องซะก่อน ไม่ใช่ชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้ ทำอย่างนี้ผู้ใหญ่จะมองหน้ากันไม่ติด แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วแม่ก็ต้องขอโทษเนตรแทนกรด้วยนะจ๊ะ”
“เรื่องนี้เนตรเองก็มีส่วนผิดเหมือนกันค่ะ”
“ที่แม่นัดเนตรมาพบในวันนี้เพราะมีเรื่องอยากที่จะคุยกับเนตร ก่อนที่แม่จะไปเจรจาสู่ขอเนตรอย่างเป็นทางการ บอกตามตรงนะช่วงนี้แม่ติดขัดปัญหานิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องสินสอดทองหมั้น รวมถึงเงินค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีแต่งงานของเนตรกับกร ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าแม่จะปัดความรับผิดชอบนะจ๊ะ แม่ยินดีและเต็มใจที่จะรับหนูมาเป็นลูกสะใภ้ของแม่ เพียงแต่ว่า...” ปริยาพรพูดค้างไว้แต่เพียงเท่านั้น
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นละก็คุณแม่ไม่ต้องกังวลเลยนะคะ เนตรจะกลับไปคุยเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่ของเนตรเองค่ะ ทางเราจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง”
แม้จะรู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบที่พูดออกไปแบบนั้น แต่จะให้ทำเช่นไรในเมื่อเธอต้องการให้ปกรณ์รับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอโดยเร็วที่สุด เธอไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรถึงพูดแบบนั้น แต่ว่ามันไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องทำเหมือนว่าไม่รู้เท่าทัน
“แม่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ของหนูมาตำหนิแม่กับกร อย่างน้อยเรื่องสินสอดทองหมั้นก็ควรที่จะให้ฝ่ายแม่เป็นคนจัดการ แต่ก็อย่างที่บอกมันติดขัดปัญหานิดหน่อย ถ้าจะรอให้แม่เคลียร์ปัญหาให้ได้ก่อนก็เกรงว่าจะไม่ทันเวลา เพราะท้องของเนตรก็จะต้องโตขึ้นทุกวัน และแม่ก็อยากจะบอกข่าวดีให้ทุกคนรู้ว่าเนตรกำลังจะมีหลานให้แม่อุ้ม”
“เอาอย่างนี้ดีไหมคะ เนตรพอจะมีที่ทางอยู่ที่เขาใหญ่และปากช่องอยู่บ้าง เนตรจะโอนที่ทั้งสองแปลงนี้ให้เป็นชื่อของคุณแม่ แล้วคุณแม่ก็ใช้ที่ทั้งสองแปลงนี้มาเป็นสินสอดเพื่อมาสู่ขอเนตร ส่วนเรื่องเงินค่าสินสอดเดี๋ยวเนตรจัดการเองค่ะ”
“จะดีหรือจ๊ะ ถ้าพ่อแม่ของหนูมารู้ทีหลังมันจะเป็นเรื่องใหญ่”
ปรียาพรแสร้งพูดอิดออดบ่ายเบี่ยง ทั้งที่ภายในใจลิงโลดที่อีกฝ่ายตกลงมาในหลุมพรางของตนเองอย่างง่ายดายกว่าที่คิดไว้ซะอีก
“เราก็ไม่ต้องบอกเรื่องนี้ให้พวกท่านทราบสิคะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่มีใครรู้ว่าเนตรเคยซื้อที่สองแปลงนั้นเก็บไว้ เอาเป็นว่าเราหาเวลาไปโอนที่ด้วยกัน”
“ความจริงแม่ไม่อยากที่จะใช้วิธีที่หนูเสนอมา และรู้สึกไม่สบายใจเลยที่เรื่องมันต้องเป็นแบบนี้”
“ทำตามที่เนตรบอกนะคะ มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับปัญหาทั้งหมดที่คุณแม่เป็นกังวล”
“ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น”
ปรียาพรเอื้อมไปกุมมือว่าที่ลูกสะใภ้
“ขอบใจนะจ๊ะเนตรที่เข้าใจสถานการณ์ของแม่ แล้วเนตรจะให้แม่ไปเจรจาสู่ขอเนตรกับครอบครัวของหนูเมื่อไรดีจ๊ะ”
“ขอเนตรกลับไปตกลงเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่ก่อนนะคะ หลังจากนั้นเราค่อยนัดวันที่จะไปสู่ขอกันอีกที และจะได้หาเวลาไปโอนที่ทั้งสองแปลงให้เป็นชื่อของคุณแม่ด้วย”
“เดี๋ยวอยู่ทานมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนแม่ก่อนนะ”
“ไว้วันหลังดีกว่าค่ะ วันนี้เนตรมีนัด” เนตรนภาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตนเอง
“เนตรขอตัวกลับก่อนนะคะคุณแม่ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลานัดหมายแล้ว ไว้เนตรจะโทรหาคุณแม่อีกที”
“ได้จ้ะ”
ปรียาพรเดินออกมาส่งเนตรนภาที่รถ ทันทีที่อีกฝ่ายขับรถจากไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง
“ช่วยไม่ได้นะจ๊ะหนูเนตร คนโง่ก็ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนที่ฉลาดกว่าเสมอ”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





