Share

บทที่ 95

last update publish date: 2026-09-18 00:06:10

            ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนย่างเข้าสู่วันที่สามซึ่งตรงกับวันหยุด แก้วได้กลับมาทำงานอีกครั้งหลังจากหายป่วย ทรรศิกาสังเกตเห็นแก้วแอบมองเธอและอติรุจอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเธอหันกลับไปมองแก้วก็มักจะหลบสายตา

            “อยากจะพูดอะไรก็พูดมาสิแก้ว เธอมีปัญหาอะไร ทำไมถึงเอาแต่จ้องมองฉันกับหมอรุจ” ทรรศิกาเอ่ยถาม

            คำพูดของหญิงสาวทำให้อติรุจวางหนังสือในมือแล้วหันไปจ้องมองแก้ว

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าแก้ว” เขาถามด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร แววตาของเขายามที่มองแก้วนั้นแลดูอ่อนโยน

            นางสาวแก้วมีสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเดินมาหยุดยืนตรงหน้าสองหนุ่มสาว และตัดสินใจที่จะพูดเรื่องราวบางอย่างให้ทั้งคู่รับรู้

            “แก้วได้ยินข่าวลือบางอย่างเกี่ยวกับคุณหมอและคุณเทย่า”

            “ข่าวลือ!” ทรรศิกาทวนคำ และสังหรณ์ใจว่าคงจะไม่ใช่เรื่องดี

            “ใช่ค่ะ”

            “ไหนลองเล่าให้ฉันฟังซิว่าเธอไปได้ยินข่าวลืออะไรมา”

            “คนที่ตลาดเขาซุบซิบกันว่าคุณเทย่าเป็นเมียของหมอรุจค่ะ บางคนพูดถึงขนาดว่าคุณเทย่าเป็นเมียเก็บของหมอรุจเลยนะคะ”

            “เมียเก็บ! แน่ใจนะแก้วว่าเธอไม่ได้ฟังผิด”

            “แน่ใจสิคะคุณเทย่า แถวบ้านแก้วหรือแม้แต่ที่ตลาดก็พูดกันถึงแต่เรื่องนี้ ทุกคนต่างก็คิดว่าคุณเทย่ากับหมอรุจเป็นผัวเมียกันจริง ๆ”

            “อย่าให้รู้นะว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือบ้า ๆ พวกนี้ แม่จะจัดการซะให้เข็ด คราวหน้าจะได้ไม่กล้าปากดีเอาเรื่องไม่จริงไปพูดอีก แล้วทำไมเธอถึงไม่อธิบายให้พวกเขาเข้าใจล่ะแก้วว่าความจริงมันเป็นยังไง” ประโยคสุดท้ายหญิงสาวหันไปเล่นงานคนที่นำข่าวมาบอก

            “แก้วเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันก็เลยไม่กล้าพูดจาส่งเดช”

            “อย่าบอกนะว่าเธอก็เชื่อข่าวลือพวกนั้นด้วย”

            “ตอนแรกแก้วก็ไม่เชื่อ แต่พวกเขายืนยันหนักแน่นว่ามีคนได้ยินคำพูดจากปากของหมอรุจว่าคุณเทย่าเป็นเมียของหมอ”

            “บ้า...บ้าที่สุด...มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง” ทรรศิกาพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

            “แก้วมีงานอะไรที่ต้องทำก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวฉันจะคุยเรื่องนี้กับคุณเทย่าเอง” นายแพทย์หนุ่มเอ่ยหลังจากนั่งฟังอยู่นาน

            “แก้วขอตัวก่อนนะคะ”

            “คุณไปเผลอพูดอะไรที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดไปหรือเปล่า ทำไมเขาถึงเอาเรื่องของเราไปลือแบบนั้น” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง

            “ที่จริงผมเองก็เคยได้ยินข่าวลือเหล่านี้มาบ้างเหมือนกัน”

            “แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน”

            “เพราะผมไม่อยากให้คุณไม่สบายใจ และผมคิดว่าถ้าเราไม่พูดเดี๋ยวพวกเขาก็เลิกสนใจกันไปเอง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้น”

            “แล้วเราจะยุติข่าวลือบ้า ๆ พวกนี้ได้ยังไง”

            “ในเมื่อผมเป็นคนทำให้คุณเสื่อมเสียชื่อเสียงผมก็จะรับผิดชอบ”

            “ทำไมคุณถึงพูดจาแปลก ๆ มันไม่ใช่ความผิดของคุณซะหน่อย”

            “ผมเป็นต้นเหตุของเรื่องนั้น คุณจำวันที่เราไปหาคุณยายที่บ้านสวนได้ไหม”

            “จำได้”

            “ขากลับตอนที่คุณหลับมันมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น”

            อติรุจเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นให้ทรรศิกาฟัง หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่อฟังจบ

            “ทำไมคุณต้องบอกพวกเขาแบบนั้น”

            “เพราะผมต้องการที่จะปกป้องคุณ ถ้าพวกเรารู้ว่าคุณเป็นภรรยาผม บางทีเขาอาจจะไม่กล้าลงมือ”

            “คุณคิดมากเกินไปหรือเปล่า”

            “ผมยอมรับว่าผมคิดมากไป แต่พวกเขาดูมีพิรุธ และสถานการณ์ตอนนั้นก็ไม่น่าไว้ใจ ส่วนคุณเองก็กำลังไม่สบาย ผมก็เลยต้องพูดออกไปแบบนั้น และผมก็เพิ่งจะมารู้ทีหลังว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด สังหรณ์ใจอยู่เหมือนกันว่าจะเกิดเสียงซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเรื่องนี้”

            “คงจะไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี๋ยวพวกเขาก็ลืมกันไปเอง”

            “คุณจะให้ผมทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้หรอกนะเทย่า เพราะข่าวซุบซิบพวกนั้นมันสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงให้คุณเพราะคุณเป็นฝ่ายหญิง คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าข่าวมันแพร่กระจายมาถึงที่นี่ เพราะคุณไม่สบายอยู่แต่ในบ้านหลายวัน”

            “เราไปอธิบายให้พวกเขาเข้าใจดีไหม”

            “คุณว่าพวกเขาจะเชื่อคำพูดของเราหรือ ผมว่าเขาเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็นมากกว่า”

            “แล้วถ้าอย่างนั้นจะให้ทำยังไงถึงจะยุติข่าวบ้า ๆ เหล่านี้ได้”

            “ก็อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้น ในเมื่อผมทำให้ชื่อเสียงของคุณต้องมัวหมองผมก็จะรับผิดชอบ”

            “รับผิดชอบยังไง!”

            “ผมจะจดทะเบียนสมรสกับคุณ”

            “หา!! คุณต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้พูดออกมาแบบนี้”

            “นี่เป็นวิธีเดียวนะเทย่าที่จะทำให้ผมรักษาชื่อเสียงของคุณไว้ได้”

            “คุณจะจดทะเบียนสมรสกับฉัน ถามฉันหรือยังว่าฉันอยากจดทะเบียนสมรสกับคุณไหม เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะตัดสินใจได้โดยลำพังนะ”

            “หรือว่าคุณมีวิธีอื่นที่ดีไปกว่าวิธีนี้”

            “ไม่มี แต่ฉันคิดว่าเดี๋ยวพวกเขาก็หยุดลือกันไปเอง”

            “แต่คุณเป็นฝ่ายเสียหายนะเทย่า”

            “ในเมื่อฉันไม่เดือดร้อนแล้วคุณจะเดือดร้อนอะไร”

            “เพราะเรื่องของเรามันจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองตระกูล คุณเข้าใจไหมเทย่าเรื่องนี้มันอาจจะสร้างรอยร้าวระหว่างคุณย่าของคุณและคุณยายของผม พวกท่านจะมองหน้ากันไม่ติด คุณอยากให้เรื่องของเราทำลายความสัมพันธ์ที่มีมาช้านานของพวกท่านอย่างนั้นหรือ” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status