Share

บทที่ 7

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2025-05-21 13:06:48

หลินเหม่ยเหยารู้ดีว่าหยางสุ่ยเซียนไม่มีทางยอมถูกทำร้ายโดยไม่ตอบโต้ หลังจากที่สาวใช้ที่นางส่งไปจับตาที่เรือนหนิงฝูเข้ามารายงานว่าหลินเจวี๋ยผู้เป็นบิดาของนางกลับมาถึงจวนแล้วและยามนี้กำลังพักผ่อนอยู่ที่เรือนแห่งนั้นนางก็รีบตรงไปที่เรือนหนิงฝูเพื่อขอเข้าพบบิดาในทันที

“เกิดอะไรขึ้นเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้มาหาพ่อจนถึงเรือนแห่งนี้ได้” หลินเจวี๋ยเอ่ยพลางยื่นมือรับถ้วยชาที่ชุยอวี้หลันส่งให้ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย

“ข้าก็แค่มีเรื่องอยากจะเรียนให้ท่านพ่อและแม่เล็กทราบเอาไว้ก่อน จะได้ไม่ตื่นตระหนกยามที่คนสกุลหยางส่งคนมาเจ้าค่ะ” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินเจวี๋ยวางถ้วยชาลงในทันที

“เกิดอันใดขึ้น เจ้าสามารถบอกกับพ่อมาได้ตามตรง” คำพูดของบิดาทำให้หลินเหม่ยเหยายิ้มออกมาในทันที

“วันนี้ข้าตบหน้าของหยางสุ่ยเซียนเจ้าค่ะ ยามนี้นางน่าจะเอาเรื่องที่ถูกข้าทำร้ายไปฟ้องนายท่านหยางผู้เป็นบิดาของนางแล้ว “คำพูดของนางทำให้หลินเจวี๋ยพลันขมวดคิ้วในทันที

"นางล่วงเกินเจ้าหรือ พ่อรู้ว่าเจ้าไม่มีทางลงมือทำร้ายคนอย่างไม่มีเหตุผลแน่" คำพูดของบิดาทำให้นางยิ้มออกมา ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อันใดขึ้นอย่างน้อยก็ยังมีบิดาของนางที่สามารถเข้าอกเข้าใจนางได้มากที่สุด

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ นางพูดจาล่วงเกินข้าจริงๆ อีกทั้งยังล่วงเกินสกุลหลินของพวกเราด้วย” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินเจวี๋ยก็พลันขมวดคิ้ว นางจึงเล่าให้บิดาฟังว่าวันนี้หยางสุ่ยเซียนมาพูดอะไรบ้าง

“เรื่องของข้ากับสกุลซ่งยังเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้มีการยืนยัน สัญญาการหมั้นหมายก็เป็นแค่เพียงคำสัญญาปากเปล่าของผู้อาวุโสทั้งสองสกุล อีกทั้งยังเป็นสตรีจึงยังไม่กล้าออกความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่นางกลับถือดีว่าตนเองเป็นน้องสาวของหยางกุ้ยเฟย พูดจาให้ร้ายหาว่าลูกและจวนสกุลหลินของพวกเราคิดดูแคลนจวนสกุลซ่ง จนไม่คิดจะรักษาสัจจะของผู้อาวุโสในสกุล” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินเจวี๋ยพลันมีโทสะในทันที

“เป็นน้องสาวในสกุลเดิมของกุ้ยเฟยแล้วอย่างไร ต่อให้เป็นกุ้ยเฟยเองก็ไม่มีทางที่จะมาเอ่ยถึงเรื่องการหมั้นหมายของผู้อื่นเช่นนี้ เพียงแต่ลูกรักในเมื่อนางกล้าทำเช่นนั้นเหตุใดจึงไม่นำมาเล่าให้พ่อฟังก่อน เจ้าลงมือทุบตีผู้อื่นเช่นนี้พ่อเกรงว่าเรื่องนี้อาจจะกระทบกับชื่อเสียงของเจ้าในภายหลังเสียแล้ว” เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็ส่ายหน้า

“ถ้าแค่คำพูดของนาง ข้าคงจะไม่ลงมือตบตีนางหรอกเจ้าค่ะ แต่เป็นนางคิดจะตบตีข้าก่อน ข้าก็เลยลงมือตอบโต้นางไป” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินเจวี๋ยก็รีบถามบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงในทันที

“แล้วเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดนางจึงได้ลงมือทำร้ายเจ้าได้” เมื่อบิดาถามเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็พลันส่ายหน้าในทันที

“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ท่านพ่อก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่มีทางปล่อยให้ผู้อื่นมาทำร้ายลูกได้หรอกเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมนางจึงได้ลงมือทำร้ายลูก ลูกก็แค่ตำหนิที่นางมาพูดจาก้าวก่ายเรื่องการหมั้นหมายของลูก แถมยังใส่ใจความเคลื่อนไหวของคุณชายใหญ่สกุลซ่งอย่างที่สตรีทั่วไปไม่ควรจะกระทำ อีกทั้งก่อนหน้านี้นางยังกล้าพูดจาดูถูกแม่เล็กว่าเป็นแค่เพียงอนุในจวน ข้าก็เลยตำหนินางไปว่ามารดาแท้ๆ ของนางก็เป็นอนุเช่นกันจึงไม่ควรที่จะมาดูถูกแม่เล็กของข้า อีกทั้งวันหน้าก็ไม่แน่ว่านางจะไม่ได้เป็นอนุ ดังนั้นนางจึงได้โกรธเคืองจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับข้า” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยเล่าออกไปตามตรง หากเกิดข้อพิพาทขึ้นมาบิดาของนางจะได้ตอบคำถามของจวนสกุลหยางได้อย่างครบถ้วน

“เจ้านี่นะ ยามอยู่กับแม่เล็กของเจ้าทั้งดื้อรั้นทั้งต่อต้านนาง แต่พอมีคนมาว่านางเจ้ากลับทนไม่ได้เสียแล้ว” หลินเจวี๋ยเอ่ยออกมาพลางส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในความคิดของบุตรสาว

“หลายปีมานี้แม่เล็กเป็นคนคอยเคี่ยวเข็ญและคอยอบรมสั่งสอนข้ามาโดยตลอด ใช้น้ำอดน้ำทนกับข้าอย่างสุดกำลัง มีหรือที่ข้าจะไม่เห็นและไม่รับรู้ ยามนี้ข้าเองก็พยายามที่จะปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นเพื่อที่แม่เล็กจะได้ไม่ต้องมาเหน็ดเหนื่อยเพราะข้า ดังนั้นนางจึงไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยถึงแม่เล็กด้วยคำพูดและน้ำเสียงดูแคลนเช่นนั้น” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาไม่เพียงทำให้หลินเจวี๋ยตกตะลึง แต่ยังทำให้ชุยอวี้หลันยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจด้วย หลินเหม่ยเหยาจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อันที่จริงท่านแม่ของข้าก็จากไปนานแล้ว ตำแหน่งนายหญิงของจวนก็ไม่ควรจะเว้นว่าง แม่เล็กไม่เพียงเป็นคุณหนูสกุลขุนนาง แต่ยังคลอดน้องชายให้ท่านอีกด้วย หลายปีมานี้แม่เล็กไม่เพียงคอยดูแลจวนอย่างใส่ใจแต่ยังคอยดูแลทั้งท่านและข้าโดยไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง ท่านพ่อ! ถ้าเช่นนั้นท่านก็เลื่อนฐานะให้แม่เล็กเถิด อย่าปล่อยให้แม่เล็กและน้องชายต้องถูกผู้อื่นมาดูหมิ่นเช่นนี้เลย” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินเจวี๋ยยิ้มออกมาส่วนชุยอวี้หลันพลันมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง

“คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะคิดแทนน้องชายและแม่เล็กของเจ้าเช่นนี้” เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็พลันยิ้มให้บิดาของตน

“เมื่อก่อนข้าคิดถึงแต่ตนเองมากจนเกินไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวก็มีเรื่องให้ต้องเสียใจตั้งมากมาย ตอนนี้พอมีโอกาสได้พูดถึงเรื่องนี้ข้าจึงได้ขอพูดในสิ่งที่ใจของข้าคิดเถิดเจ้าค่ะ” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินเจวี๋ยหันไปมองชุยอวี้หลันที่ในยามนี้มีหยาดน้ำตาเต็มใบหน้าไปแล้ว

หลินเหม่ยเหยารู้ดีว่าชุยอวี้หลันไม่ได้หมายปองตำแหน่งฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอก แต่หากเอ่ยถึงหลินโม่วขึ้นมา แน่นอนว่าจะมีมารดาคนไหนอยากให้ลูกชายของตนเองได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรชายของอนุบ้าง ทันทีที่ชุยอวี้หลันได้เลื่อนฐานะหลินโม่วผู้เป็นบุตรชายของนางก็จะมีความชอบธรรมในการสืบทอดจวนสกุลหลินต่อจากบิดาในทันที แล้วจะไม่ให้ชุยอวี้หลันหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้งใจได้อย่างไร

“หยุดร้องไห้เถิด เหยาเหยาออกความคิดเช่นนี้มาได้แสดงว่านางเริ่มจะเปิดใจให้เจ้าแล้ว ความพยายามของเจ้าหลายปีมานี้ถือว่าไม่สูญเปล่า ในเมื่อเหยาเหยาเอ่ยออกมาเช่นนี้ข้าก็ย่อมจะต้องจัดการเลือกฐานะให้เจ้า” หลินเจวี๋ยเอ่ยกับชุยอวี้หลันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี หลายปีมานี้ใช่ว่าเขาจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้แต่เพราะกังวลถึงความรู้สึกของบุตรสาวเขาจึงได้รั้งรอไม่แต่งตั้งตำแหน่งฮูหยินผู้เป็นภรรยาเอกของเขาให้กับชุยอวี้หลันเสียที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 100

    ‘เจ้าบ่าวของฉางเจียจะต้องเป็นข้าเพียงเท่านั้น’สวีหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนั้นเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้แต่งงานกับฉางเจีย พอนางตัดสินใจว่าจะแต่งให้กับผู้อื่นแล้วนางก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาบอกว่าเขายินดีที่จะแต่งงานกับนาง แต่นางกลับคิดแค่เพียงว่าเขารู้สึกสงสารนางเพียง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 99

    คุณหนูสกุลฉางกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันแตกตื่นและก็พากันสงสัยว่าใครกันที่จะเป็นเจ้าบ่าวผู้โชคร้ายคนนั้น ที่น่าประหลาดใจก็คือใกล้จะถึงวันมงคลอยู่แล้วแต่จวนสกุลฉางกลับไม่ได้จัดเตรียมงานมงคล แต่จวนที่จัดเตรียมงานมงคลกลับเป็นจวนสกุลหยาง จึงมีหลายคนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 98

    “บัดซบ! หลินเหม่ยเหยาถ้าเจ้ากล้าเป็นอะไรไป ข้าจะตามไปเอาเรื่องเจ้าในปรโลกแน่ๆ” ฉางเจียเอ่ยพลางวิ่งอย่างสุดฝีเท้าไปที่จวนสกุลหยางโดยมีอิงเถาวิ่งตามนางมา“คุณหนูฉาง ข้าเอารถม้ามารับท่านด้วยนะเจ้าคะ” แม้ว่าจะวิ่งสุดฝีเท้าแต่ฉางเจียก็วิ่งไปไกลแล้ว อิงเถาได้แต่หลังน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 97

    ‘ข้าเคยพูดว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดาหรือ ข้าเคยพูดตอนไหนกันนะ’ นี่คือความคิดของฉางเจียหลังจากที่นางมอบถุงผ้าปักของตนเองให้สวีหย่วนเพื่อเป็นของแทนใจแต่กลับถูกเขาส่งคืนมาให้แถมยังบอกกับนางว่า“คุณหนูเคยเอ่ยกับข้าว่าข้าเป็นคนที่มีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นคนที่มีหน้าตาธรรมดาเช่นข้าจึงไม่คู่ควรที่คุณหนูฉางจะมาช

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 96

    “จิ่นหลันเป็นถึงนายกองหญิงของทัพอู่ติ้ง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้นางคือกุนซือของกองทัพ หากนางคิดมากถึงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่คิดบ้างเล่าว่า ข้าไม่เคยทุ่มเทความสนใจของข้าให้กับสตรีอื่น และข้าก็เชื่อว่าลูกเหยียนของข้าคงจะไม่ต่างจากข้ามากนัก ส่วนลูกเยว่เจ้าไม่ต้องกังวล ขนาดข้ายังตกหลุมรักเจ้าได้ คงจะมีสักวั

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 95

    ซ่งเสวี่ยหรงและกัวไป๋จิ้งถูกตัดสินประหารชีวิตในวันเดียวกัน คนสกุลกัวทั้งสกุลพลอยติดร่างไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสกุลซ่งได้รับการอภัยโทษและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต หวังจื่อเถียนทนรับความลำบากไม่ไหวแขวนคอตนเองตายไปในที่สุด หลินเหม่ยเหยารับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยจิตใจอันว่างเปล่า บุญคุณความแค้นในชาต

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 44

    การพูดความจริงกับบิดาทำให้หลินเหม่ยเหยารู้สึกราวกับว่าตนเองได้ยกหินออกจากอก นางรู้ดีว่าหากบอกเร็วกว่านี้บิดาก็จะไม่เชื่อ แต่หากบอกช้าไปกว่านี้ก็จะเป็นการกระทำที่สายเกินไป ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ไม่เพียงมีเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตแต่ในมือของนางยังมีหลักฐานที่สามารถชี้ความผิดไปที่ฉิ

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 43

    เมื่อคิดได้ว่าตนเองเกือบจะต้องแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็นสตรีของคนที่เคยทำร้ายครอบครัวของตนในชาติก่อนหลินเหม่ยเหยาก็พลันรู้สึกสั่นไหวในจิตใจ นางจ้องมองบิดาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยกับบิดาตามตรง“รบกวนท่านพ่อไปรอข้าที่ห้องหนังสือของท่านได้ไหมเจ้าคะ ข้าขอไปนำของบางอย่างมาให้ท่านดูสักครู่” เมื่อหลินเหม่ยเห

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 42

    “จะว่าไปก็แปลก อาการป่วยของฝ่าบาทเกิดจากพระปัปผาสะมีความผิดปกติจนลุกลามไปที่พระหทัยบางครั้งก็ทรงประชวรพระวาโยจนต้องฝังเข็มเพื่อทำการแก้ไขพระอาการอยู่นานกว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ ยิ่งช่วงนี้ก็ยิ่งทรงประชวรพระวาโยบ่อยขึ้นจนพ่อคิดว่าพระอาการน่าจะทรงเข้าขั้นวิกฤตแล้ว” เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้หลินเหม่ย

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 41

    เมื่อออกจากหน้าประตูวังแล้วคนของหยางเจี้ยนก็นำรถม้ามารับ เขาส่งสัญญาณให้หลินเหม่ยเหยาเข้าไปนั่งในรถม้า ส่วนเขาขี่ม้าอีกตัวเคียงคู่ไปกับรถม้า การกระทำเช่นนี้ของเขาก็เพื่อป้องกันคำครหาของผู้คน หลินเหม่ยเหยาลอบพึงพอใจกับการกระทำเช่นนี้ของเขา เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ไม่สนใจคำพูดของผู้อื่น แต่การที่เขาป้องก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status