Share

บทที่ 8

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2025-05-21 13:07:14

ในขณะที่ทางจวนสกุลหลินกำลังพูดคุยถึงเรื่องน่ายินดีด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่นที่มีให้กัน แต่ทางจวนสกุลหยางกลับเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ หยางเม่าผู้เป็นนายท่านใหญ่สกุลหยางได้แต่นั่งปลอบใจอนุคนโปรดของตนเองและบุตรสาวคนที่สามที่ถือกำเนิดจากอนุผู้นี้ด้วยความปวดใจ

“ท่านพ่อ! หลินเหม่ยเหยาไม่เพียงตบใบหน้าข้า แต่ยังพูดจาดูหมิ่นเรื่องที่ข้าเป็นบุตรสาวของอนุ คำพูดของนางไม่เพียงดูถูกข้าและแม่เล็กของข้า แต่นางยังกล้าพาดพิงไปถึงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังด้วย” หยางสุ่ยเซียนเอ่ยพลางร่ำไห้ออกมา ยามนี้นางนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้านายท่านหยางด้านข้างของนางยังก็มีเฉินอี๋เหนียงผู้เป็นมารดาแท้ๆ นั่งร่ำไห้อยู่เป็นเพื่อน

ท่าทีของสองแม่ลูกจากเรือนทิศเหนือทำให้สวีเยียนผู้เป็นภรรยาเอกคนที่สองของนายท่านหยางจำต้องยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อปกปิดรอยยิ้มของตนเอง ส่วนสายตาของนางก็จ้องมองสองแม่ลูกราวกับกำลังจ้องมองตัวตลกอยู่ นายท่านหยางยังคงโปรดปรานเฉินอี๋เหนียงอยู่ก็จริง แต่ยามนี้เฉินอี๋เหนียงมีอายุมากแล้วจะสู้นางที่อ่อนวัยกว่าอีกทั้งยังมีสกุลสวีคอยหนุนหลังอยู่ได้อย่างไร จริงอยู่ที่นางยังไม่มีบุตรธิดา แต่ในฐานะภรรยาเอกคนที่สองแม้จะไม่มีบุตรธิดาก็ไม่เป็นไร ขอแค่นางมีความสัมพันธ์อันดีกับบุตรชายคนโตและบุตรสาวคนโตของภรรยาเอกคนเก่า นางก็ย่อมจะสามารถอยู่ในจวนสกุลหยางอย่างมีเกียรติได้ตลอดชีวิต

“เจ้าจะทะเลาะเบาะแว้งกับคุณหนูใหญ่จวนสกุลหลินก็ทะเลาะไปสิ เหตุใดต้องนำพระเกียรติของกุ้ยเฟยมาเอ่ยถึงทำให้พระนางต้องพลอยได้รับความมัวหมองไปกับเจ้าด้วย” คำพูดของสวีเยียนทำให้นายท่านหยางที่เมื่อครู่นี้กำลังมีอารมณ์กราดเกรี้ยวพลันชะงักงันไปในทันที

“สุ่ยเซียนเจ้าพูดมา เหตุใดคุณหนูใหญ่จวนสกุลหลินจึงได้เอ่ยถึงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังได้” คำถามของสวีเยียนทำให้หยางสุ่ยเซียนนิ่งงันไป ส่วนเฉินอี๋เหนียงกลับหัวไวกว่านางรีบซับหยาดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับนายท่านหยางด้วยน้ำเสียงเรียกร้องความเห็นใจ

“นางพูดจาดูหมิ่นเซียนเอ๋อ บอกว่าเซียนเอ๋อเป็นแค่เพียงบุตรสาวของอนุ คนสูงศักดิ์อย่างกุ้ยเฟยมีหรือที่จะมาสนใจนาง นางเอ่ยเช่นนี้มิเท่ากับเป็นการว่ากุ้ยเฟยว่าพระนางทรงมีน้ำพระทัยคับแคบหรอกหรือเจ้าคะ” เมื่อเฉินอี๋เหนียงเอ่ยเช่นนี้นายท่านหยางก็พลันบันดาลโทสะในทันที

“บังอาจ! คุณหนูใหญ่สกุลหลินคิดว่าตนเองเองเป็นผู้ใดจึงกล้าพูดจาให้ร้ายกุ้ยเฟย ใครก็ได้ส่งคนไปที่สกุลหลินบอกกับคนสกุลหลินว่าหากคุณหนูหลินไม่มาขอขมาที่จวนสกุลหยางก็จงเตรียมตัวรอรับโทสะจากข้าได้เลย เด็กสาวที่ลงมืออย่างป่าเถื่อนแถมมีวาจาชั่วร้ายเช่นนี้หากจวนสกุลหลินอบรมสั่งสอนไม่ได้ ข้าผู้เป็นหัวหน้าสำนักราชบัณฑิตจะขอออกหน้าลงมือสั่งสอนนางด้วยตนเอง” เมื่อนายท่านหยางเอ่ยเช่นนี้สองแม่ลูกจากเรือนทิศเหนือก็หันมาสบตากันในทันที สวีเยียนมองท่าทีของพวกนางแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วในใจก็ได้แต่คิดว่านางควรจะส่งคนไปแจ้งให้กุ้ยเฟยทรงทราบดีหรือไม่ว่าคนจากเรือนทิศเหนือกำลังจะก่อเรื่องอีกแล้ว

ใช้เวลาเพียงไม่นานหลินเจวี๋ยก็พาบุตรสาวมาที่จวนสกุลหยางด้วยตนเอง นายท่านหยางจ้องมองหลินเจวี๋ยด้วยความพึงพอใจ การที่หลินเจวี๋ยพาบุตรสาวมาขอโทษที่จวนสกุลหยางด้วยตนเองเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าจวนสกุลหลินไม่กล้ามองข้ามอำนาจและบารมีของจวนสกุลหยาง

“คิดไม่ถึงว่าท่านรองหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงจะพาบุตรสาวมาขอขมาบุตรสาวของข้าที่จวนสกุลหยางด้วยตนเองเช่นนี้” คำพูดของนายท่านหยางทำให้หยางสุ่ยเซียนที่ยามนี้หลบไปยืนอยู่ทางด้านข้างของเก้าอี้ของนายท่านหยางพลันยิ้มออกมา สายตาที่นางใช้จ้องมองหลินเหม่ยเหยาเต็มไปด้วยการเย้ยหยันอย่างเต็มที่

“หามิได้ ที่ข้าพาบุตรสาวของข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะให้นางได้แก้ต่างให้กับตนเองต่างหาก อีกทั้งข้าคิดว่าคนที่ควรจะขอโทษควรจะเป็นคุณหนูสามผู้เป็นบุตรสาวของท่านมากกว่านะ” คำพูดของหลินเจวี๋ยวทำให้นายท่านหยางพลันขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจในทันที

“ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” คำถามของนายท่านหยางทำให้หลินเจวี๋ยยิ้มพลางออกมาในทันที

“บุตรสาวของข้าลงมือตบเข้าไปที่ใบหน้าของคุณหนูสามก็จริง แต่นางทำก็เพื่อป้องกันตัวด้วยเพราะว่าคุณหนูสามเป็นคนลงมือกับนางก่อน” เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้นายท่านหยางก็หันไปมองหยางสุ่ยเซียนในทันทีนางจึงรีบเอ่ยวาจาแก้ตัวออกมา

“ก็นางพูดจาดูถูกข้า ดูถูกแม่เล็กของข้าแถมยังเอ่ยวาจาพาดพิงกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังด้วย” คำพูดประโยคนี้ของหยางสุ่ยเซียนทำให้หลินเหม่ยเหยาพลันยิ้มออกมาแล้วเอ่ยวาจาคัดค้านขึ้นมาในทันที

“ต้องขออภัยผู้อาวุโสทุกท่านที่ข้าต้องเอ่ยวาจาสอดแทรกนะเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อคุณหนูสามสามารถพูดได้ ดังนั้นข้าก็ขอออกหน้าปกป้องตนเองได้เช่นกัน” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยออกมาพลางจ้องมองหยางสุ่ยเซียนด้วยสายตาเย็นชา

“รบกวนคุณหนูสามช่วยเอ่ยทวนคำพูดของข้าก่อนที่พวกเราจะลงมือตบตีออกมาอีกครั้งได้ไหม ตัวข้าเองก็จะได้เอ่ยทวนคำพูดของท่านออกมาด้วยเช่นกัน” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หยางสุ่ยเซียนนิ่งอึ้งไปด้วยคำพูดของหลินเหม่ยเหยาเกี่ยวข้องกับการตายของอดีตฮูหยินคนเก่า นางไม่อยากจะรื้อฟื้นขึ้นมาพูดตรงนี้แล้วทำให้มารดาแท้ๆ ของนางต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยของผู้อื่นอีกครั้ง

“เช่นนั้นข้าจะพูดทวนประโยคในวันนั้นให้ทุกคนฟังก็ได้ นางพูดว่า...”

“พอแล้ว! เจ้าอย่าได้พูดอันใดออกมาอีกเลย” หยางสุ่ยเซียนเอ่ยวาจาห้ามปรามออกมาในทันที หากหลินเหม่ยเหยาพูดถึงเรื่องที่นางพูดถึงคุณชายซ่งอย่างไม่สมควรจะเอ่ยถึง แถมยังเอ่ยวาจาล่วงเกินสกุลหลินและหลินเหม่ยเหยาทำให้ทั้งสองทะเลาะเบาะแว้งจนถึงขั้นต้องลงมือลงไม้กันขึ้นมา คนที่จะถูกลงโทษน่าจะกลายเป็นตัวนางเอง หยางสุ่ยเซียนจึงได้หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากเฉินอี๋เหนียงผู้เป็นมารดาของนางในทันที

“โธ่เอ๋ย เซียนเอ๋อของแม่เจ้าถูกรังแกจนหวาดกลัวไปเสียแล้วใช่หรือไม่” เฉินอี๋เหนียงเอ่ยพลางเดินมาจับมือหยางสุ่ยเซียนเอาไว้พลางส่งสัญญาณให้หยางสุ่ยเซียนแสร้งทำตัวให้น่าสงสารให้มากที่สุดแล้วจึงได้หันไปเอ่ยกับนายท่านหยางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความน่าสงสาร

“นายท่าน ท่านดูร่องรอยบนใบหน้าของเซียนเอ๋อสิเจ้าคะ คุณหนูใหญ่สกุลหลินลงมือหนักขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าเพื่อป้องกันตัวอีกหรือ” คำพูดของเฉินอี๋เหนียงทำให้หลินเหม่ยเหยายิ้มออกมาในทันที

“เฉินอี๋เหนียง ท่านคงจะไม่รู้ว่าหากข้าไม่ยั้งมือเอาไว้ ท่านเชื่อเถิดว่ายามนี้บุตรสาวของท่านคงจะไร้ซึ่งลมหายใจไปแล้ว” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยออกมาตามที่ใจของตนเองคิด ที่จริงแล้วนางอยากฆ่าหยางสุ่ยเซียนให้ตายในทันทีที่ได้พบหน้ากันเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะกังวลว่าจะก่อให้เกิดความไม่พอใจจากสกุลคนสกุลหยางนางจึงได้พยายามยั้งมือเอาไว้

ในชาติก่อนหยางเจี้ยนกลายเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด เป็นใหญ่เหนือใต้หล้าใต้ฟ้าอยู่ใต้อำนาจของคนผู้เดียว นอกจากองค์ฮ่องเต้เสวียนเทียนหลงแล้วเขาก็ไม่เคยหวั่นเกรงผู้ใดอีก ถึงอย่างไรหยางสุ่ยเซียนก็ถือว่าเป็นน้องสาวต่างมารดาของเขา นางย่อมไม่กล้าสร้างความบาดหมางกับเขาในเร็ววันนี้เพียงเพื่อการกำจัดอสรพิษอย่างหยางสุ่ยเซียนเพียงผู้เดียวหรอก

ยังมีหยางกุ้ยเฟยที่อยู่ในวังผู้นั้นอีก นางแค่เคยได้ยินหยางสุ่ยเซียนเอ่ยถึงความเกลียดชังที่กุ้ยเฟยทรงมีต่อหยางสุ่ยเซียนในชาติก่อน แต่แท้จริงแล้วกุ้ยเฟยจะคิดอย่างไรหากน้องสาวต่างมารดาไปตายที่จวนสกุลหลินนางก็ยากจะคาดเดา ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเก็บหยางสุ่ยเซียนเอาไว้ก่อน แน่นอนว่านางไม่มีทางปล่อยอสรพิษตนนี้ไป แม้ว่าจะยังกำจัดอสรพิษตนนี้ในช่วงนี้ไม่ได้แต่นางก็ไม่คิดจะปล่อยให้หยางสุ่ยเซียนได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอย่างแน่นอน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 100

    ‘เจ้าบ่าวของฉางเจียจะต้องเป็นข้าเพียงเท่านั้น’สวีหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนั้นเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้แต่งงานกับฉางเจีย พอนางตัดสินใจว่าจะแต่งให้กับผู้อื่นแล้วนางก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาบอกว่าเขายินดีที่จะแต่งงานกับนาง แต่นางกลับคิดแค่เพียงว่าเขารู้สึกสงสารนางเพียง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 99

    คุณหนูสกุลฉางกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันแตกตื่นและก็พากันสงสัยว่าใครกันที่จะเป็นเจ้าบ่าวผู้โชคร้ายคนนั้น ที่น่าประหลาดใจก็คือใกล้จะถึงวันมงคลอยู่แล้วแต่จวนสกุลฉางกลับไม่ได้จัดเตรียมงานมงคล แต่จวนที่จัดเตรียมงานมงคลกลับเป็นจวนสกุลหยาง จึงมีหลายคนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 98

    “บัดซบ! หลินเหม่ยเหยาถ้าเจ้ากล้าเป็นอะไรไป ข้าจะตามไปเอาเรื่องเจ้าในปรโลกแน่ๆ” ฉางเจียเอ่ยพลางวิ่งอย่างสุดฝีเท้าไปที่จวนสกุลหยางโดยมีอิงเถาวิ่งตามนางมา“คุณหนูฉาง ข้าเอารถม้ามารับท่านด้วยนะเจ้าคะ” แม้ว่าจะวิ่งสุดฝีเท้าแต่ฉางเจียก็วิ่งไปไกลแล้ว อิงเถาได้แต่หลังน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 97

    ‘ข้าเคยพูดว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดาหรือ ข้าเคยพูดตอนไหนกันนะ’ นี่คือความคิดของฉางเจียหลังจากที่นางมอบถุงผ้าปักของตนเองให้สวีหย่วนเพื่อเป็นของแทนใจแต่กลับถูกเขาส่งคืนมาให้แถมยังบอกกับนางว่า“คุณหนูเคยเอ่ยกับข้าว่าข้าเป็นคนที่มีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นคนที่มีหน้าตาธรรมดาเช่นข้าจึงไม่คู่ควรที่คุณหนูฉางจะมาช

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 96

    “จิ่นหลันเป็นถึงนายกองหญิงของทัพอู่ติ้ง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้นางคือกุนซือของกองทัพ หากนางคิดมากถึงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่คิดบ้างเล่าว่า ข้าไม่เคยทุ่มเทความสนใจของข้าให้กับสตรีอื่น และข้าก็เชื่อว่าลูกเหยียนของข้าคงจะไม่ต่างจากข้ามากนัก ส่วนลูกเยว่เจ้าไม่ต้องกังวล ขนาดข้ายังตกหลุมรักเจ้าได้ คงจะมีสักวั

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 95

    ซ่งเสวี่ยหรงและกัวไป๋จิ้งถูกตัดสินประหารชีวิตในวันเดียวกัน คนสกุลกัวทั้งสกุลพลอยติดร่างไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสกุลซ่งได้รับการอภัยโทษและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต หวังจื่อเถียนทนรับความลำบากไม่ไหวแขวนคอตนเองตายไปในที่สุด หลินเหม่ยเหยารับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยจิตใจอันว่างเปล่า บุญคุณความแค้นในชาต

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 88

    ยามที่หลินเหม่ยเหยาไปถึงจวนสกุลซ่งศพของหยางสุ่ยเซียนก็ถูกหามออกมาวางไว้กลางบ้านเพื่อเตรียมนำไปฝังนอกเมืองแล้ว เดิมทีคนเฝ้าประตูไม่ยอมให้นางเข้าไปแต่หลินเหม่ยเหยาอ้างถึงเรื่องที่หยางสุ่ยเซียนตายอีกทั้งยังมีคนของกรมอาญาติดตามมาทีหลังคนเฝ้าประตูจึงต้องจำยอมให้นางและคนของกรมอาญาเข้าไปด้านใน“พาคนจำนวนมา

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 83

    ซ่งเสวี่ยหรงจ้องมองหยางเจี้ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการท้าทายแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“นางเป็นสตรีของข้าแล้วดังนั้นข้าจึงต้องรับผิดชอบ ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่ได้ส่งคนไปสู่ขอนางเป็นเพราะนางถูกคุมขังในอารามหลวง อีกทั้งข้ายังต้องแต่งภรรยาเอกเข้าบ้านก่อน ในเมื่อยามนี้นางไม่ได้ถูกขังแล้วอีกทั้ง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 82

    จวนสกุลซ่งเต็มไปด้วยความสับสนและวุ่นวาย เมื่อวานนี้คุณชายใหญ่พึ่งจะแต่งภรรยาเข้าจวน แต่วันนี้กลับมีสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาบอกว่าตนเองก็เป็นภรรยาของคุณชายใหญ่เช่นเดียวกัน สะใภ้ใหม่ที่แต่งเข้ามาคือบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของจวนเสนาบดีหวัง ย่อมจะต้องไม่ยินดีกับเรื่องนี้ นางไม่เพียงร้องไห้โวยวายแต่ยังส่งคนไ

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 76

    “เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าคือสหายของข้า สิ่งที่เจ้าทำกับคือสิ่งที่สหายที่ดีเขาทำกันหรือ” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ“เจ้าที่มักจะเอ่ยวาจาทำลายชื่อเสียงข้าทุกครั้งที่มีโอกาส เมื่อเติบใหญ่ก็หมายปองคู่หมายของข้า ล่าสุดยังร่วมมือกับมารดาแท้ๆ ของเจ้าวางแผนทำลายความบริสุทธิ์ของข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status