Share

บทที่ 2

Author: พิชชี่
เสียงจากปลายสายเงียบสนิท

ฉันได้ยินเสียงพูดคุยอู้อี้ดังมาจากห้องทำงานของโอไรออน และเสียงเก้าอี้ขูดไปมากับพื้น เห็นได้ชัดว่าเขากำลังติดประชุมอยู่ สายของฉันคงไปขัดจังหวะเรื่องสำคัญเข้า

"เลิกประชุม" เสียงของโอไรออนดังแทรกขึ้นมา ทุ้มต่ำและเด็ดขาด "ทุกคนออกไปให้หมด"

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ จางหายไป ตามมาด้วยเสียงประตูถูกปิดลง ตอนนี้เหลือเพียงแค่เราสองคน

"สามปีแล้วนะ ออเรเลีย" น้ำเสียงของโอไรออนเย็นราวกับน้ำแข็ง "สามปีแล้วตั้งแต่ที่คุณยอมเป็นศัตรูกับพวกตระกูลมอเรตติเพื่อปกป้องไอ้สารเลวนั่น แล้วตอนนี้คุณเพิ่งจะโทรมา? คุณจะจำชื่อผมได้ก็ต่อเมื่อโลกกำลังจะพังทลายลงมาตรงหน้าเท่านั้นเหรอ?"

ฉันหลับตาลง ปล่อยให้ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามา

เราเติบโตมาด้วยกัน โอไรออนมักจะคอยเดินตามหลังฉันเสมอ เป็นเหมือนอัศวินผู้ภักดีที่คอยปกป้องเจ้าหญิงของเขา เขาถึงขั้นปฏิเสธโรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ด เพื่อตามมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฉัน

แต่สิ่งเดียวที่ฉันต้องการในตอนนั้น คือการหลบหนีจากครอบครัว หนีจากชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้ให้ฉัน ฉันตกหลุมรักวิตตอริโอ เขาคือผู้ชายที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรง

คืนที่เราเรียนจบ โอไรออนสารภาพรักกับฉัน

"ออเรเลีย แต่งงานกับผมเถอะ คุณก็รู้ว่ามันคือทั้งหมดที่ผมต้องการ... ผมยินดีที่จะ—"

แต่ฉันพูดแทรกเขา ตอนนั้นฉันช่างเลือดเย็น

"ฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับคุณ โอไรออน ไม่มีวัน"

ฉันได้ยินมาว่าคืนนั้นเขาดื่มจนเมาหัวราน้ำ มีคนบอกว่าเขาเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนของชิคาโกจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น

"ใช่" ฉันยอมรับแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบ "ฉันกำลังแย่"

"ฮึ" โอไรออนแค่นหัวเราะ "ในที่สุดเจ้าหญิงแห่งรอสซีก็ยอมรับแล้วสิว่าตัวเองเลือกคนผิด?"

"ฉันทุ่มเดิมพันหมดหน้าตักกับสุนัขจรจัดเพราะคิดว่าเขาคือราชา" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา "ฉันคิดผิดเอง"

ปลายสายเงียบไปสองสามวินาที ฉันสัมผัสได้ถึงความตกใจของเขา หรือไม่ก็... ความเจ็บปวด?

"แต่ว่า..." ฉันพูดต่อ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่ "ถ้าคุณไม่สนใจ ก็ลืมสิ่งที่ฉันพูดไปเถอะ เรื่องขอแต่งงานนั่นก็แค่ความคิดบ้า ๆ"

ฉันเตรียมจะวางสาย

"อย่าได้คิดจะวางสายใส่ผมเชียวนะ" เสียงของโอไรออนตวาดกร้าว เป็นคำสั่งที่ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง "เปิดช่องทางการติดต่อลับของเราอีกครั้ง ทั้งหมดเลย เดี๋ยวนี้"

ฉันชะงักงัน

"ส่งโลเคชั่นของคุณมา อีกหนึ่งเดือน ผมจะไปรับคุณด้วยตัวเอง" น้ำเสียงของเขาอ่อนลง แต่มันยังคงแฝงไว้ด้วยคำขู่ "ออเรเลีย คุณไม่มีสิทธิ์ถอยหลังกลับแล้ว ไม่ใช่ครั้งนี้"

เขาวางสายไป

ฉันนั่งลงตรงขอบเตียง โทรศัพท์หลุดร่วงจากปลายนิ้ว ฉันเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วเปิดลิ้นชักชั้นล่างสุด ภายในนั้นมีรูปถ่ายของวิตตอริโอที่ฉันแอบถ่ายไว้ และสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในช่วงเวลาที่ฉันตกหลุมรักเขา สามปีแห่งรักข้างเดียว สามปีแห่งการหลอกตัวเอง

ฉันหยิบมันออกมาทั้งหมดและเดินออกไปที่สวน

เปลวเพลิงกลืนกินรูปภาพเหล่านั้น กลืนกินถ้อยคำโง่เขลาของฉัน แสงสีส้มสว่างไสวเป็นดั่งเชิงตะกอนเผาศพให้กับตัวฉันในอดีต

"เธอกำลังเผาอะไรน่ะ?"

เสียงของวิตตอริโอดังมาจากด้านหลัง

ฉันไม่ได้หันกลับไป "จดหมายเก่า ๆ น่ะ"

"จดหมายแบบไหนกัน ถึงกับต้องเอามาเผาทิ้ง?" เขาก้าวเข้ามาใกล้ พยายามจะมองดูว่ามีอะไรอยู่ในกองไฟ

ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา

"วิตตอริโอ!" คาริน่าร้องไห้โฮ วิ่งกระหืดกระหอบตรงมาหาพวกเราด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา "ฉันขอโทษจริง ๆ! มันเป็นอุบัติเหตุ!"

วิตตอริโอลืมเรื่องของฉันไปในทันที และรีบถลาเข้าไปหาคาริน่า "เกิดอะไรขึ้น?"

"ฉัน... ฉันเผลอเดินไปชนรูปวาดรูปนั้นเข้า" คาริน่าสะอึกสะอื้น ชี้มือไปทางโถงบันได "ไวน์แดงมันหกใส่รูป เลอะหน้าของออเรเลียหมดเลย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ!"

หัวใจของฉันเหมือนถูกบีบรัดอย่างแรง

ฉันเป็นคนวาดภาพนั้นด้วยตัวเอง ฉันใช้เวลาถึงสามเดือน ในเมื่อวิตตอริโอปฏิเสธที่จะถ่ายรูปแต่งงาน นั่นจึงเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะสามารถเก็บความทรงจำของเราสองคนไว้ด้วยกันได้ มันเป็นสิ่งเดียวในบ้านหลังนี้ที่พิสูจน์ว่าการแต่งงานของเราเป็นเรื่องจริง

"รูปภาพนั้น... มันตั้งอยู่ในมุมที่เกะกะมากเลย" คาริน่ายังคงร้องไห้ "ฉันสะดุด แล้วไวน์ก็... ข้อเท้าของฉันบวมไปหมดแล้วด้วย"

ฉันอยากจะปกป้องภาพวาดนั้น อยากจะพูดออกไปว่ามันก็ตั้งอยู่ตรงนั้นมาตั้งสามปีแล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย

แต่วิตตอริโอกลับช้อนตัวคาริน่าขึ้นแล้วโอบกอดไว้ในอ้อมแขนเสียแล้ว

"ชู่ว ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่รูปวาดรูปเดียว" เขาพึมพำ กระชับอ้อมกอดเธอให้แนบชิดมากขึ้น

"ช่างหัวรูปนั่นเถอะ ข้อเท้าเธอเจ็บมากไหม? เดี๋ยวเราจะตามหมอให้"

เขาหันไปหาลูกน้องคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ "เอามันไปเผาทิ้งซะ" เขาสั่งบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "มันเกะกะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 24

    มุมมองของออเรเลียในวินาทีที่ใบมีดอาบยาพิษของคาริน่ากำลังจะปักเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ ฉันหลับตาลง เตรียมพร้อมยอมรับจุดจบ ปัง!เสียงปืนนัดเดียวดังสนั่นก้องไปทั่วอาสนวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ ร่างของคาริน่าสะบัดหงายไปข้างหลัง ดอกไม้สีเข้มผุดขึ้นกลางหน้าผากของเธออย่างแม่นยำ ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อยังคงจ้องมองมาที่ฉัน เต็มไปด้วยความพยาบาทและเกลียดชังเลือดสาดกระเซ็นเปื้อนชุดแต่งงานของฉัน ฉันทรุดฮวบลงกับพื้น ทั้งพิษ ทั้งความช็อก และแรงปะทะ ส่งผลให้สติของฉันดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิด "ออเรเลีย!" เสียงของโอไรออนดังแว่วมาแต่ไกล และค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆด้วยสายตาเฮือกสุดท้ายที่ยังพอเห็นแสง ฉันเห็นเขารีบถลาเข้ามาหาฉัน บนชั้นลอยสำหรับนักดนตรี เงาหนึ่งแยกตัวออกมาจากความมืด มันคือมืออาชีพคนหนึ่งที่กำลังถอดชิ้นส่วนปืนไรเฟิลซุ่มยิงอย่างใจเย็น เมื่องานเสร็จสิ้นลง จากนั้น โลกทั้งใบก็เงียบสงัดเมื่อฉันฟื้นขึ้นมา ฉันพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพักฟื้นส่วนตัวของโรงพยาบาล แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างอบอุ่นและนุ่มนวล "ฟื้นแล้วเหรอครับ?" เสียงทุ้มเปี่ยมเสน่ห์เอ่ยขึ้นฉันหันไปมอง ชายหนุ่มรูปง

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 23

    มุมมองของออเรเลียกริชอาบยาพิษของคาริน่ากดแนบสนิทกับลำคอของฉัน ฉันสัมผัสได้ถึงพิษที่ค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ"ฉันต้องการให้แกกับวิตตอริโอตายไปด้วยกัน" คาริน่ากระซิบขู่ฟ่อที่ข้างหู "พวกแกสองคนควรจะไปครองคู่กันในนรก"แขกเหรื่อต่างแข็งทื่อด้วยความกลัว แต่ฉันเห็นโอไรออนค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทีละนิด"คาริน่า ปล่อยเธอซะ" เสียงของโอไรออนราบเรียบแต่แฝงด้วยอันตราย "เธอต้องการอะไร มาลงที่ฉันนี่""ลงที่แกงั้นเหรอ?" คาริน่าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "แกเป็นตัวอะไรหะ? นี่มันเรื่องระหว่างฉันกับพวกมัน!""อยากได้ชีวิตใครนักก็เอาชีวิตฉันไป" โอไรออนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สั่นคลอน สายตาจ้องเขม็งมาที่ฉัน "ฉันยอมตายเพื่อเธอได้เป็นพันครั้ง"หัวใจของฉันเหมือนถูกสั่นสะเทือนอย่างแรง แม้ในวินาทีที่อันตรายถึงชีวิตเช่นนี้ สิ่งเดียวที่โอไรออนต้องการคือการปกป้องฉันทันใดนั้น ประตูข้างของอาสนวิหารก็ถูกกระแทกเปิดออก วิตตอริโอพุ่งพรวดเข้ามา เสื้อผ้าของเขาหลุดลุ่ย มีคราบเลือดใหม่ๆ ติดอยู่บนใบหน้า "คาริน่า!" เมื่อเขาเห็นภาพตรงหน้าก็รีบถลาเข้ามา "ปล่อยเธอซะ!""แหมๆ ดูสิว่าใครโผล่หัวมา" คาริน่ายิ้มอย่างผู

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 22

    มุมมองของออเรเลีย"คุณดูประหม่านะ" เสียงของโอไรออนดังมาจากปลายสาย เจือไปด้วยน้ำเสียงล้อเลียน "เกิดอะไรขึ้นครับ เจ้าหญิงของผม?"เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดูผ่อนคลายของเขา ปมที่ขมวดแน่นในท้องของฉันก็คลายออกเล็กน้อย "ข่าวลือพวกนั้น..." เสียงของฉันยังคงสั่น "คุณเห็นมันหรือยังคะ?""เห็นแล้วครับ" เสียงของโอไรออนเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน "คนทั้งชิคาโกกำลังพูดถึงเรื่องนี้กันให้แซด"หัวใจของฉันกระดอนขึ้นมาจุกที่ลำคออีกครั้ง "ถ้าอย่างนั้นคุณ...""สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกเมื่อเห็นขยะพวกนั้น คือความโกรธแค้นต่อสิ่งที่คุณต้องทนเผชิญมา" โอไรออนพูดขัดขึ้น เสียงของเขาต่ำพร่าเหมือนเสียงขู่คำราม "อดีตของคุณไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องมานั่ง 'ยอมรับ' นะออเรเลีย แต่มันคือส่วนหนึ่งของคุณ และผมต้องการคุณทั้งหมดที่เป็นคุณ"น้ำตาเอ่อล้นบดบังทัศนียภาพของฉันทันที "โอไรออน...""และ..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแสดงความเป็นเจ้าของทันที "ผมขอเตือนนะ อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหนอีก""ฉันไม่ได้...""คุณคิด" เขาพูดอย่างมั่นใจ "ผมได้ยินความกลัวในน้ำเสียงของคุณ คุณกลัวว่าผมจะทิ้งคุณไป เหมือนที่ไอ้เศษสอยนั่นเคยทำ"เขามั่นใจถูกต้องแล้ว

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 21

    มุมมองของออเรเลียวิตตอริโอกำลังรอคำตอบจากฉัน แต่คำตอบของฉันไม่เคยชัดเจนเท่านี้มาก่อน "ไม่"คำสั้นๆ เพียงคำเดียว แต่มันทำให้ปลายสายเงียบกริบดุจป่าช้า ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของวิตตอริโอก็ดังกลับมา พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูวิปริต"ไม่เหรอ?" เขาอุทานซ้ำ "ออเรเลีย เธอจะใจจืดใจดำได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?""ใจจืดใจดำงั้นเหรอ?" ฉันเหยียดหยัน "วิตตอริโอ ฉันว่าคุณคงเข้าใจความหมายของคำนั้นผิดไปไกลเลยล่ะ""ได้... ได้เลย" เสียงของวิตตอริโอเริ่มฟังดูเหมือนคนเสียสติ "ถ้าเธอเลือกที่จะเกลียดฉัน ก็เอาเลย""ต่อให้มันคือความเกลียดชัง ฉันก็จะทำให้เธอจำฉันไปจนวันตาย" น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความคลั่ง "เธอจะไม่มีวันสลัดฉันพ้นหรอกออเรเลีย ไม่มีวัน"คำพูดเหล่านั้นมันทำให้เส้นความอดทนของฉันขาดผึง "จำคุณงั้นเหรอ?" ฉันหัวเราะออกมา มันเป็นเสียงที่กลวงเปล่าและไร้ชีวิต "วิตตอริโอ คุณกำลังจมปลักอยู่กับความเพ้อเจ้อที่ว่าตัวเองยังมีความสำคัญอยู่อีกงั้นเหรอ?""เธอหมายความว่ายังไง?""คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจอ่อนงั้นเหรอ?" ฉันเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าของเมืองชิคาโก "คุณคิดว่าฉันจะรามือให้คุณ

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 20

    มุมมองของออเรเลียเสียงของโอไรออนดังก้องไปทั่วโถงงานประมูล เต็มไปด้วยความขบขันและดูแคลน เบื้องล่างนั้น ใบหน้าของวิตตอริโอซีดเผือด แต่เขายังคงกัดฟันสู้และไม่ยอมถอย "สิบสองล้าน!" เขาแผดเสียงจนเสียงหลงฉันเห็นมาร์โก้ ลูกน้องของเขา ลนลานเช็กโทรศัพท์มือถืออย่างบ้าคลั่ง เห็นได้ชัดว่ากำลังพยายามคำนวณเงินทุนที่เหลืออยู่ทั้งหมด โอไรออนหัวเราะเบา ๆ พลางจัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตอย่างสง่างาม "ดูเหมือนคุณจะอยากได้เครื่องประดับชุดนี้จริง ๆ นะครับ" เขาพูดพลางก้มมองวิตตอริโอ "แต่ว่า..."เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมไปทั่วงาน "ผมขอสู้... ด้วยทุกอย่างที่ผมมี"คำพูดเพียงไม่กี่คำนั้นหนักแน่นราวกับเสียงกัมปนาททั้งโถงประมูลระเบิดเสียงฮือฮาออกมาทันทีการประกาศ "สู้ด้วยทุกอย่างที่มี" คือการแสดงอำนาจขั้นสูงสุดในการประมูล มันหมายความว่าผู้ประมูลมีงบประมาณไม่จำกัด และพร้อมจะทุ่มเงินไม่ว่าราคาจะสูงแค่ไหนก็ตาม มีเพียงมหาเศรษฐีตัวจริงเท่านั้นที่กล้าประกาศกร้าวเช่นนี้แขกเหรื่อพากันอ้าปากค้างและเริ่มกระซิบกระซาบกันอย่างบ้าคลั่ง "พระเจ้า ตระกูลมอเรตติทุ่มสุดตัวเลยแฮะ" "ก๊อดฟาเธอร์

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 19

    มุมมองของวิตตอริโอผมถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกักตัวไว้ที่ชั้นล่างของโรงประมูล ผมทำได้เพียงมองตามออเรเลียและโอไรออนก้าวเข้าลิฟต์ขึ้นไปยังห้องรับรองระดับวีไอพีทรัพย์สินสุทธิหนึ่งพันล้านดอลลาร์... ผมยิ้มขื่นขม หลังจากที่ตระกูลรอสซีตัดขาดสัมพันธ์ ทรัพย์สินสภาพคล่องของตระกูลฟัลโคนก็แทบจะมลายหายไปสิ้นแต่ผมจะยอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ "ท่านครับ ท่านสามารถร่วมประมูลจากตรงนี้ได้ครับ" พนักงานคนหนึ่งยื่นป้ายประมูลให้ผม "เพียงแต่ท่านไม่สามารถเข้าไปในโซนวีไอพีได้เท่านั้นเอง"ผมรับป้ายนั้นมาแล้วนั่งลงที่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่ แขกเหรื่อรอบตัวเริ่มกระซิบกระซาบ สายตาหลายคู่เหลือบมองมาที่ผมเป็นระยะ "นั่นก๊อดฟาเธอร์ตระกูลฟัลโคนไม่ใช่เหรอ? มานั่งทำอะไรข้างล่างนี่?" "ฉันได้ข่าวว่าตระกูลเขากำลังแย่หนักนะ ถูกพวกรอสซีคว่ำบาตรน่ะ" "เหอะๆ ดูสิ จากที่เคยรุ่งเรือง ตอนนี้ตกต่ำได้ขนาดนี้เชียว"ผมทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเยาะเย้ยเหล่านั้นและจดจ่ออยู่กับแคตตาล็อกงานประมูล ในที่สุด ผมก็พบสิ่งที่ตามหา รายการที่ 15: ชุดเครื่องประดับมรกตแห่งยุคอัล คาโปนผมจำชุดนี้ได้แม่น เมื่อสามปีก่อน ออเรเลียเห็นมันในน

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 6

    วิตตอริโอจ้องมองฉันด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาทร "ลงมือ"ก่อนที่ฉันจะได้ทันตั้งตัว เชือกที่หยาบกร้านก็รัดเข้าที่ข้อมือ ฉันถูกลากออกไปที่ลานหลังบ้าน"วิตตอริโอ!" ฉันพยายามดิ้นรน "คุณจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้!" แต่เขาหันหลังกลับไปแล้ว เขาโอบกอดคาริน่าเดินกลับเข้าข้างในบ้านโดยไม่แม้แต่จะหันก

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 5

    หน้าจอโทรศัพท์ของฉันสว่างวาบขึ้นมาทันทีโอไรออนตอบกลับมาในพริบตา: [รับทราบ อีกสามวัน ฉันจะไปที่นั่น]ในที่สุดฉันก็หายใจได้อย่างทั่วท้อง อย่างน้อยก็ยังมีใครสักคนที่เต็มใจพาฉันออกไปจากนรกแห่งนี้ฉันพักอยู่ที่คลินิกสามวัน ตลอดสามวันนั้น วิตตอริโอไม่เคยโทรหาฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนกระทั่งวันสุดท้ายท

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 4

    "เธอทำแบบนี้กับคาริน่าเองนะ" วิตตอริโอเอ่ย เสียงของเขาต่ำพร่าอย่างน่ากลัว "ในฐานะสามีของเธอ นี่คือหนี้ที่ฉันต้องเป็นคนชดใช้"คำพูดของเขาฟาดฟันลงมาที่ฉันราวกับสายฟ้าแลบเขาจะ "ช่วย" คาริน่าจริง ๆ งั้นเหรอ?ฉันไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ผู้ชายที่ฉันรัก ผู้ชายที่ฉันเรียกว่าสามี กลับพูดจาที่ดูหมิ่นและเหย

  • ของขวัญสั่งลาทั้งสี่ชิ้น แด่มาเฟียฟัลโคน   บทที่ 3

    เปลวเพลิงกลืนกินภาพวาดของฉันลงไปงานที่ทำมานานสามเดือน หลักฐานชิ้นเดียวตลอดช่วงเวลาสามปี กลายเป็นเถ้าถ่าน ฉันยืนอยู่ตรงนั้น เฝ้ามองไฟสีส้มที่เลียลามไปบนผืนผ้าใบ แผดเผาภาพที่เราสองคนโอบกอดกัน หัวใจของฉันร้าวรานด้วยความเจ็บปวดที่หน่วงหนัก แต่ฉันไม่ได้ร้องไห้ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ นี่ค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status