LOGINฟาง...
" มานี่ "
" คะ? "
ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนักรบเรียกฉันด้วยน้ำเสียงดุๆพลางเดินไปหาเขาใกล้ๆ ดุทำไมก็ฉันไม่ม่ีที่นั่งนิ
" ตรงนี้คือที่ของเธอ "
พรึ่บ!!
พูดจบข้อมือของฉันก็ถูกกระตุกเบาๆจนต้องนั่งลงบนตักของเขาท่ามกลางความงุนงงของผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าพริสซึ่งนั่งอยู่ข้างๆนักรบ เสียงของหัวใจฉันที่เต้นระรัวอยู่ในอกทำให้ฉันกุมมือตัวเองไว้แน่น
' ตรงนี้คือที่ของเธอ '
ตักเขาน่ะหรอคือที่ของฉัน
" แสดงว่าของเล่นชิ้นนี้ไม่ธรรมดาแฮะ "
เสียงผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามนักรบพูดขึ้นก่อนจะยกแก้วเหล้ามากระดกและมองมาที่ฉันยิ้มๆ
" เฮียเจก็รู้ว่าเฮียรบรักของเล่นของตัวเองจะตาย เฮียรบต้องมีพื้นที่ให้อยู่แล้ว ใช่ป่ะเฮีย "
ฉันไม่รู้ว่าต้องดีใจหรือเสียใจดีเมื่อคุณเซียนพูดประโยคนี้ขึ้นมา รักของเล่นงั้นหรอ?
" ของเล่นของกู กูมีพื้นที่ให้เสมอแหละ "
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้านิ่งๆ สายตาที่เขามองมาแม้ไม่ได้หวานหยดย้อยหรือชวนฝันแต่มันก็ทำให้ฉันอบอุ่นหัวใจจนคิดไปไกลว่าตัวเองสำคัญ
" นี่คุยเรื่องอะไรกันคะ พริสงงไปหมดแล้ว แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ "
เสียงผู้หญิงที่นั่งข้างนักรบเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่งงเพราะฉันเองก็งงเหมือนกัน
" อยากรู้ก็ถามเฮียสิถ้าเฮียตอบนะ "
คุณเซียนบอกคุณพริสยิ้มๆก่อนจะหันมายิ้มบางๆให้ฉันแล้วยกแก้วเหล้าต่อ
" ไม่มีอะไรหรอกพริส เรื่องของผู้ชายน่ะ "
เพื่อนของนักรบที่เมื่อกี้คุณเซียนเรียกเขาว่าเจหันมาบอกก่อนจะหันกลับไปคลอเคลียกับผู้หญิงข้างๆต่อ ส่วนนักรบก็นั่งฟังเพื่อนๆของเขาคุยกันต่อเงียบๆและฉันที่ทำตัวไม่ถูกก็ได้แต่นั่งนิ่งๆบนตักไม่กล้าขยับไปไหน
" รบจะไม่พูดอะไรหน่อยหรอคะ แล้วพริสล่ะ "
คุณพริสยืนขึ้นด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดก่อนจะมองมาที่ฉันด้วยแววตาดุดัน
" ถ้ายังอยากให้ฉันยุ่งกับเธอ ก็อย่าเยอะฉันไม่ชอบ "
น้ำเสียงดุๆของนักรบที่ดังขึ้นข้างๆหูฉันทำให้คุณพริสเงียบไปและทิ้งตัวลงที่เดิมด้วยท่าทางหงุดหงิด
" คืนนี้เราค้างด้วยกันนะคะรบ พริสคิดถึง "
คุณพริสชะโงกหน้าเลยตัวฉันมาก่อนจะหันมาถามนักรบ
" ไม่ว่าง "
คำตอบสั้นๆแบบไม่ได้ใส่ใจของนักรบทำให้คุณพริสชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาดุๆอีกครั้ง
" แต่เราไม่ดะ... "
" ฟางไม่สบาย ต้องมีคนดูแล "
น้ำเสียงเรียบนิ่งของนักรบดังขึ้นที่ข้างหูฉันอีกครั้งไม่รอให้คุณพริสพูดจบ เป็นประโยคที่นักรบตอบคุณพริสแต่ทำให้ฉันที่นั่งฟังอย่างเงียบๆถึงกับใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก
" อั่ยย๊ะ อยากรู้จังว่าของเล่นชิ้นนี้มีอะไรดีปกติมึงไม่ค่อยซ่อมของเล่นนี่หว่าถ้าพังก็ทิ้ง "
คุณเจที่นั่งคุยกับคุณเซียนอยู่ถามขึ้นเชิงเล่นๆ ซึ่งตอนนี้ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าเกร็งตัวบนตักของนักรบ
" ไม่เสือกสิ "
คุณนักรบว่า
.
.
.
ท่ามกลางเสียงพูดคุยกันของผู้ชายสามคนกับสายตาไม่เป็นมิตรของคุณพริสที่ส่งมาให้ฉันตลอดเวลาทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด แต่พอนั่งไปสักพักฉันก็รู้สึกง่วงขึ้นมาดื้อๆ หรือเพราะฤทธิ์ยาและพิษไข้ก็ไม่รู้ทำให้ฉันสัปผงกไปหลายที
" ง่วงก็นอน "
ไม่รู้ว่าฉันเบลอจนฟังผิดหรือเพราะพิษไข้ทำให้ฉันได้ยินเสียงกระซิบที่นุ่มละมุนจากนักรบดังขึ้นข้างๆหู
" มะ ไม่เป็นไรค่ะ "
ฉันรู้สึกประหม่่าเล็กน้อยก่อนจะตั้งสติไม่ให้ตัวเองสัปผงก
" เอนตัวลงมา "
ฉันฟังไม่ผิดหรอก น้ำเสียงของเขานุ่มละมุนจริงๆก่อนที่วงแขนแกร่งจะรั้งฉันเอาไว้ให้เอนตัวลงไปซบกับแผ่นอกของเขาแม้จะรู้สึกประหม่าหรือตกใจแต่ฉันก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ฉันชอบที่เขาเป็นแบบนี้จัง
" เห็นมั้ยเซียนบอกแล้วว่าเฮียรบรักของเล่นจะตายเฮียเจแมร่งก็ไม่เชื่อเซียน "
" อ้าวใครจะไปรู้ล่ะก็เห็นเขามานั่งตั้งนานแล้วทำเป็นไม่สนใจเขา "
ฉันที่กำลังหลับตาพริ้มในอ้อมกอดของนักรบได้ยินเสียงผู้ชายสองคนเถียงกันไปมา แต่ก็ไม่ชัดอยู่ดีคงเพราะพิษไข้และฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปเลยทำให้ฉันแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้วตอนนี้
" พริสว่าพริสกลับดีกว่าค่ะ "
เสียงกระแทกจากคนที่นั่งข้างๆนักรบเอ่ยขึ้นก่อนที่ฉันจะเห็นภาพเลือนลางของเธอเดินสะบัดออกไป
" นั่งนี่แหละ ถ้าหลับเดี๋ยวอุ้มกลับเอง "
เสียงละมุนกระซิบบอกฉันราวกับว่าเขารู้ว่าฉันจะกลับไปนั่งที่เดิมก่อนจะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นจนฉันรู้สึกอุ่นขึ้นมา
" ค่ะ "
ฉันตอบกลับสั้นๆก่อนจะหลับตาลงแบบไม่กังวลอะไรอีก
' ถ้าหลับเดี๋ยวอุ้มกลับเอง '
ประโยคเมื่อกี้ทำให้ฉันอมยิ้มออกมาทั้งที่ตายังปิดอยู่ รู้สึกดีจัง
ฉันหลับไปทั้งๆที่ได้ยินเสียงคนสามคนคุยกันแว่วๆแต่ได้ยินไม่ชัด รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อร่างของฉันลอยขึ้นก่อนจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรเพราะอ้อมแขนที่อุ้มฉันอยู่ตอนนี้ทำให้ฉันอุ่นใจไม่น้อย
ฟาง..." อาบน้ำให้หน่อย "" เช็ดตัวก็ได้นะคะ เดี๋ยวฟางเช็ดให้ "ฉันบอกคนตรงหน้าเสียงอ่อย จะบ้าหรือไงให้ฉันอาบน้ำให้ เขาไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ" อายหรอ ฉันแก้ผ้าให้เธออาบน้ำให้ ฉันต้องอายเธอมากกว่ามั้ย "คนตรงหน้ายืนขึ้นก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้วค่อยๆดึงชุดคลุมออกจากตัว ฉันต้องเบือนหน้าหนีกล้ามอกล่ำๆและซิกแพคแน่นๆนั่นไหนจะกล้ามแขนขาวๆนั่นอีก ฉันไม่ได้อายนะแต่ฉันไม่อยากเห็น" ถ้าเธอกลัวว่าฉันจะอาย เธอจะแก้ผ้าด้วยกันก็ได้นะ จะได้หายกัน "ห๊ะ ฉันหันไปมองเจ้าของประโยคเมื่อกี้ที่ตอนนี้เดินเข้าไปในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว จะบ้าหรอ ทำไมวันนี้ฉันรู้สึกว่าเขากวนประสาทฉันจังเลยหรือเมื่อเช้าฉันให้ยาเขาผิดขนาน" เอ่อ จะสระผมมั้ยคะเดี๋ยวฟางสระให้ "ฉันถามคนที่ยืนเปลือยต่อหน้าฉันในระยะปะชิดพลางเอาแต่มองใบหน้านิ่งๆของเขาเอาไว้ ฉันไม่อยากมองส่วนอื่น" อื้ม "น้ำเสียงทุ้มๆกับใบหน้านิ่งๆแต่ฉันรู้สึกเหมือนกำลังโดนกวนประสาท ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งบนขอบอ่างแล้วรั้งตัวฉันให้ไปยืนอยู่ตรงกลางหว่างขา ให้ตายเถอะทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย!!" จะยืนมองฉันแก้ผ้าอีกนานมั้ย ทำไมไม่สระสักที "หึ้่ย!!" สระแล้วค่ะ สระแ
ฟาง..." อื้อ กี่โมงแล้วเนี่ย "แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้ฉันค่อยๆเปิดตาขึ้น ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นและมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นตาสักนิด" ที่ไหนเนี่ย แล้วเสื้อผ้าฉันไปไหน "ฉันเบิกตากว้างเมื่อตั้งสติได้ก็พบว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ไว้เมื่อคืนนั้นหายไปเหลือเพียงแค่ร่างกายที่เปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่ม" เดี๋ยวนะ "ฉันค่อยๆนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนแต่ก็จำได้เพียงเลือนลาง รู้แค่ว่านักรบเป็นอุ้มฉันขึ้นมาและเขาก็จุดจุดจุดกับฉันทั้งๆที่ฉันแทบไม่มีสติ" ให้ตายเถอะ ทำไมเขาหื่นแบบนี้นะ จะเอาให้คุ้มกับเงินสิบล้านเลยหรือไงกัน "ฉันบ่นอุบก่อนจะเอนกายลงอีกครั้ง" ว๊ายย!! "" นะ นักรบ!! "การที่ฉันเอนกายลงนอนและดึงผ้าห่มมาปิดร่างเอาไว้ทำให้ขาของฉันไปสัมผัสกับบางอย่างที่ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นนักรบที่นอนคุดคู้ตัวสั่นหน้าแดงอยู่ใต้ผ้าห่ม" นักรบ "ฉันเขย่าตัวเขาไปมาทั้งๆที่ตอนนี้เขาน่าจะไม่มีสติแล้ว" นายกำลังจะตายหรอ "ฉันเอียงคอถามพลางในใจก็คิดไปว่าถ้าปล่อยให้นักรบตายหรือลงมือฆ่าเขาโดยการเอาหมอนปิดจมูกให้เขาขาดอากาศหายใจเหมือนในทีวีก็คงไม่มีใครรู้ อีกอย่างฉันจะได้ไม่ต้องใช้ห
ฟาง...ไม่นานฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนอนอยู่บนที่นอนนุ่มๆ ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างมาป้วนเปี้ยนกับเสื้อเชิ้ตที่ฉันสวมอยู่และไม่นานฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่ามันหลุดออกไปจากตัวฉัน" อื้อ "ริมฝีปากของฉันถูกครอบงำด้วยริมฝีปากของใครบางคนที่ฉันไม่เห็นหน้าเขาเพราะฉันลืมตาไม่ขึ้นแล้ว สภาพเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น" อยู่เฉยๆได้มั้ย เดี๋ยวก็ไม่ให้นอนอีกหรอก "น้ำเสียงดุๆที่คุ้นหูทำให้ฉันในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นนอนต่อนิ่งๆ เพราะรู้ว่าเป็นเขาแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก" อึก "ฉันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแทรกเข้ามาในร่างกายฉัน มันเจ็บ!! แผลเก่ายังไม่หายเลยนะ" อย่าเกร็งได้มั้ย แค่รอบเดียว "เสียงละมุนกระซิบข้างหูก่อนที่แขนทั้งสองข้างของฉันจะถูกเขาจับไปโอบรอบคอเขาไว้ ริมฝีปากหนาครอบครองริมฝีปากฉันจนฉันต้องขยุ้มมวลผมเขาเอาไว้เพราะความเจ็บจากเมื่อคืนทำให้ฉันรู้สึกกลัว" อืม "เสียงครางพอใจของอีกฝ่ายที่ป้อนรสจูบมาให้ฉันพร้อมกับเบื้องล่างของเขาที่ขยับไปมาเรื่อยๆอย่างช้าๆ ทั้งที่คิดว่าครั้งนี้จะทำให้ฉันเจ็บหนักกว่าครั้งนั้น แต่มันกลับนุ่มนวลอ่อนโยนละมุนเป็นไหนๆ สองแขนของฉันกอดรอบคอเขาเอาไว้พลางลูบไล
ฟาง..." มานี่ "" คะ? "ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนักรบเรียกฉันด้วยน้ำเสียงดุๆพลางเดินไปหาเขาใกล้ๆ ดุทำไมก็ฉันไม่ม่ีที่นั่งนิ" ตรงนี้คือที่ของเธอ "พรึ่บ!!พูดจบข้อมือของฉันก็ถูกกระตุกเบาๆจนต้องนั่งลงบนตักของเขาท่ามกลางความงุนงงของผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าพริสซึ่งนั่งอยู่ข้างๆนักรบ เสียงของหัวใจฉันที่เต้นระรัวอยู่ในอกทำให้ฉันกุมมือตัวเองไว้แน่น' ตรงนี้คือที่ของเธอ 'ตักเขาน่ะหรอคือที่ของฉัน" แสดงว่าของเล่นชิ้นนี้ไม่ธรรมดาแฮะ "เสียงผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามนักรบพูดขึ้นก่อนจะยกแก้วเหล้ามากระดกและมองมาที่ฉันยิ้มๆ" เฮียเจก็รู้ว่าเฮียรบรักของเล่นของตัวเองจะตาย เฮียรบต้องมีพื้นที่ให้อยู่แล้ว ใช่ป่ะเฮีย "ฉันไม่รู้ว่าต้องดีใจหรือเสียใจดีเมื่อคุณเซียนพูดประโยคนี้ขึ้นมา รักของเล่นงั้นหรอ?" ของเล่นของกู กูมีพื้นที่ให้เสมอแหละ "เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับใบหน้านิ่งๆ สายตาที่เขามองมาแม้ไม่ได้หวานหยดย้อยหรือชวนฝันแต่มันก็ทำให้ฉันอบอุ่นหัวใจจนคิดไปไกลว่าตัวเองสำคัญ" นี่คุยเรื่องอะไรกันคะ พริสงงไปหมดแล้ว แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ "เสียงผู้หญิงที่นั่งข้างนักรบเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที
ฟาง...ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลาดึกของอีกวัน อาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเนื้อปวดตัวโดยเฉพาะจุดนั้นทำเอาฉันน้ำตาแตก ถ้าคืนนี้เป็นแบบเมื่อคืนฉันคงตายแน่ๆ ว่าแต่ดึกขนาดนี้แล้วทำไมเขายังไม่เข้ามาหาฉันอีกนะหรือว่าจะไม่ทำแล้ว" นี่เราหลับข้ามวันข้ามคืนเลยหรอเนี่ย "ฉันบ่นกับตัวเองเบาๆก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่ง เสียงท้องร้องประท้วงให้ฉันมองไปรอบๆห้องเผื่อว่าจะมีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ แต่ก็ไม่มี เฮ้อ...' ตื่นแล้วลงไปชั้นล่าง เสื้อผ้าอยู่ในตู้ใส่เสื้อเชิ้ตฉันไปก่อน 'ข้อความในกระดาษโพสอิทที่แปะอยู่กับแก้วน้ำเปล่าตรงหัวเตียง พร้อมกับมียาแก้ปวดลดไข้และยาแก้อักเสบวางอยู่ข้างๆ ฉันจึงรีบกินยาที่วางตรงนั้นก่อนจะพยุงตัวเองเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบลงไปชั้นล่างตามคำสั่งของใครบางคน" คุณนักรบนั่งอยู่ทางนั้นครับ "เมื่อฉันพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินไปตามทางเดินที่มีผู้คนแออัดมากมายกำลังโยกย้ายส่ายเอวไปตามจังหวะดนตรี ก็มีเสียงของใครสักคนที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันเอ่ยขึ้นก่อนจะผายมือให้ฉันเดินตามเขาไป" คุณฟางมาแล้วครับ "ผู้ชายคนนั้นเอ่ยบอกใครสักคนที่นั่งอยู่ท่ามกลางหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน ทำเอาทุกคน
ฟาง...บางอย่างที่ฉันกำลังจัดมันยัดเข้ามาในร่างกายอย่างช้าๆกำลังทำให้ฉันเจ็บปวด แค่เข้ามานิดเดียวฉันยังรู้สึกเหมือนมีคนฉีกเนื้อฉันออกเป็นชิ้นๆ ถ้ามันเข้ามาได้ทั้งหมดแล้วฉันจะไม่ตายเลยหรือไง เจ็บจะขาดใจตายอยู่แล้ว" อึก ฟะฟางเจ็บ "ฉันเสียงสั่นเมื่อบางอย่างเข้ามาได้แค่ส่วนปลายเท่านั้นเพราะฉันหยุดมันไว้" อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสา ฉันไม่ชอบ!! "" มันเข้าไปไม่ได้ อึก ฟางเจ็บจริงๆนะ... กรี๊ด!! "นักรบดึงฉันนั่งลงทับส่วนนั้นของเขาจนมิด เจ็บแบบที่ไม่เคยเจ็บมาก่อน มันทรมานเหมือนถูกฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ" .......... "ฟุ่บ!!" ฟางเจ็บฮือๆ ไม่ไหวแล้ว อึก "ฉันฟุบหน้าลงตรงซอกคอของนักรบและพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดเอาไว้ เจ็บแทบขาดใจเขาไม่อ่อนโยนกับฉันเลยสักนิด ไหนเขาบอกว่าผู้ชายดูออกไงว่าคนไหนเคยไม่เคย แล้วเขาดูไม่ออกหรือว่าเห็นฉันเป็นของเล่นก็เลยไม่ได้สนใจอะไร" ขยับ "เสียงทุ้มบอกฉันอีกครั้ง ทำให้ฉันกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ก่อนจะลุกขึ้นอย่างช้าๆและขยับตามคำสั่งของเขา" อึก "สองมือของฉันจิกหน้าขาตัวเองจนเเป็นแผล กี่ครั้งที่ขยับเหมือนกับว่าฉันเพิ่มความทรมานให้ตัวเอง ไม่ว่าจะขยับช้าแค่ไหนก็ไม่ได้ลดความ







