Share

ความวุ่นวาย

last update Tanggal publikasi: 2025-07-25 11:39:08

หลังจากครอบครัวหลินทำการค้าขายไปแล้ว 7 วัน วันนี้ครอบครัวขอปิดร้าน 2 วัน พบปัญหาว่าจำนวนลูกค้ามากขึ้นทุกวันจึงตัดสินใจไปหาโรงเตี๊ยมที่เปิดให้เช่า ความจริงซื้อเป็นของตัวเองจะดีกว่า เนื่องจากตอนนี้เงินที่หามายังไม่เพียงพอที่จะซื้อโรงเตี๊ยมได้

ยามเฉิน (07.00 – 08.59 น.) ฮุ่ยเหมยและครอบครัวเข้าเมืองไปหาเช่าโรงเตี๊ยม โดยนั่งเกวียนลุงหานเข้าเมืองเช่นเดิม เมื่อมาถึงตลาดในเมืองผู้คนต่างก็พากันมาจับจ่ายซื้อสินค้ากันเนืองแน่นเช่นเคย

"ท่านแม่ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ ข้าอยากกินบะหมี่ร้านนั้นเจ้าค่ะ"

เสียงฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้นและชี้ไปที่ร้านของบะหมี่ที่อยู่ข้างทาง คนในร้านแน่นมาก น่าจะอร่อยเพราะคนเข้าร้านเยอะ เมื่อได้ยินเสียงเด็กน้อยเอ่ยขึ้นจึงตัดสินใจเดินตรงไปร้านบะหมี่ทันที

"เถ้าแก่ข้าเอาบะหมี่ 4 ชามขอรับ" ท่านพ่อเอ่ยสั่งกับเถ้าแก่ร้านขายบะหมี่

"เชิญนั่ง ๆ รอสักครู่นะขอรับ"

เสียงเด็กชายวัย 8 หนาวเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกค้าทั้งสี่เดินเข้าร้านของตน น่าจะเป็นลูกชายของเถ้าแก่เจ้าของร้านเพราะหน้าตาที่ละม้ายคล้ายกันเป็นอย่างมาก ซึ่งเขากำลังนำบะหมี่ในร้านเสิร์ฟลูกค้าที่แน่นจนเต็มร้านอยู่ในขณะนี้อย่างขยันขันแข็ง

ครอบครัวหลินจึงเดินไปนั่งยังโต๊ะท้ายสุดที่ยังว่างอยู่ รอไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ได้กิน เมื่อได้ลองกินเข้าไปคำนึงก็รสชาติอร่อยใช้ได้ถึงว่าลูกค้าเข้าร้านมากมาย เมื่อทุกคนกินเสร็จแล้วก็จ่ายเงินขายชามละ 8 อีแปะ ท่านพ่อนับเงินจ่ายให้เถ้าแก่และเดินหาโรงเตี๊ยมที่เปิดให้เช่าทันที

ทุกคนเดินสำรวจที่ทางไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่เห็นโรงเตี๊ยมไหนที่ประกาศให้เช่า เมื่อเดินจนสุดซอยนี้แล้วก็พบว่ามีเสียงคนเอะอะโวยวาย ชาวบ้านต่างยืนมุงอยู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจนไม่เห็นข้างใน เมื่อเดินเข้าไปแทรกได้ก็เห็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งด่าทอทุบดีสองพี่น้องฝาแฝดอยู่

พลั่ก ตุบ ตุบ ตุบ!!!

เสียงไม้ฟาดเข้าที่แผ่นหลังของชายวัย 13 หนาว ข้าง ๆ มีดรุณีน้อยนางหนึ่งหน้าตาคล้าย ๆ กันรูปร่างผอมบางยืนร้องไห้และพยายามขัดขืนพวกเจ้าหนี้ที่ถูกลูกน้องของชายคนนั้นจับไว้

"ปล่อยพวกข้า เจ้าคนชั่ว ฮือๆ" เสียงผู้หญิงที่ถูกจับไว้ร้องตะโกนด่า

"เจ้าหาเงินมาไถ่ตัวเจ้าก่อนสิข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป"

เสียงเจ้าหนี้คนนั้นตอบกลับและมองสองพี่น้องด้วยสายตาน่าสมเพชและกล่าวต่อไปอีกว่า

"50 ตำลึงเงิน ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป ถ้าไม่มีนางนี่ก็ต้องมาเป็นนางบำเรอข้าคืนนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

มันคิดในใจว่า 'คืนนี้นางผู้นี้ต้องมาเป็นนางบำเรอข้า หึหึ'

"ข้าติดเงินเจ้าแค่ 50 อีแปะเท่านั้น ไยถึง 50 ตำลึงเงิน พวกเจ้ามันชั่วช้าเกินไปแล้ว"

อึก ชายที่ถูกทุบตีจนสภาพดูไม่ได้เอ่ยขึ้นและพยายามดึงน้องสาวของตนออกมา

พลั่ว พลัก~

เสียงเตะของเจ้าหนี้คนนั้นที่เตะเขาจนกระเด็น พร้อมกระอักเลือดออกมาคำโต

อัก อัก อึก ~

เมื่อทนดูเรื่องราวชั่วช้านี้ไม่ไหวฮุ่ยเหมยจึงออกไปประจันหน้ากับเจ้าหนี้พวกนั้น โดยไม่สนว่าตอนนี้ตนเองยังเป็นเด็กน้อยวัย 3 หนาวอยู่ และกางแขนออกเอ่ยขึ้นว่า

"หยุดนะ เจ้าคนชั่ว ไอ้สารเลว ไอ้หน้าหม้อ ไอ้หน้าตัวเมีย"

"นี่นางเด็กบ้าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า ออกไปซะ"

ชายที่เป็นเจ้าหนี้คนนั้นจ้องหน้าเด็กน้อยเขม็ง ข้าเจ้าหนี้หน้าเลือดแห่งเมืองผิงเหยา ไม่มีผู้ใดในเมืองนี้ไม่เกรงกลัวเขาจึงทำให้ไม่มีผู้ใดให้ความช่วยเหลือสองคนพี่น้อง เพราะกลัวพวกมันจะมาหาเรื่องตนเหมือนกัน

"ไม่! พวกเจ้ารังแกคนแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยรึ"

"หลีกไปข้าไม่อยากทำร้ายเด็กอย่างเจ้า" เมื่อเห็นเด็กน้อยที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าหนี้พวกนั้นท่านพ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า

"ค่อยๆ คุยกันดีกว่านะพี่ชาย"

"ไม่ใช่เรื่องของพวกเจ้า!!!" เสียงเจ้าหนี้เอ่ยขึ้นด้วยความโมโหที่โดนขัด

"ท่านทำแบบนี้มันเกินไปหน่อยนะ เขาแค่ติดเงินท่านแค่ 50 อีแปะ ไม่ใช่รึไยต้องเก็บเป็น 50 ตำลึงเงินด้วย"

ท่านพ่อเอ่ยขึ้นทวงความยุติธรรมให้กับสองพี่น้อง และเจ้าหนี้ก็หยิบสัญญาขึ้นมาปรากฏว่า ติดหนี้ 50 ตำลึงเงินจริง ๆ

"ไม่จริงพวกเจ้าให้ข้ายืมแค่ 50 อีแปะเท่านั้น" เสียงนางเอ่ยท้วงขึ้นเมื่อพวกเขาไม่รู้หนังสือจึงทำให้ถูกหลอก

"ในสัญญาเขียนบอกว่ายืม 50 ตำลึงเงิน นี่ทุกท่านเป็นพยาน" แล้วก็ยื่นสัญญากู้ยืมให้ทุกคนดู

"พะ พวกเจ้า หลอกข้า เจ้าคนชั่ว ฮือ ๆ" เสียงเด็กสาวคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความเหลืออด

"งั้นข้าจะจ่ายหนี้พวกเขาให้เอง"

เสียงฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้น ด้วยไม่เห็นด้วยที่ถูกโกงแล้วต้องไปเป็นนางบำเรอเจ้าคนชั่วพวกนี้อีก ด้วยความเป็นผู้หญิงด้วยกันจึงเห็นใจให้ความช่วยเหลือ และขอเงินจากท่านพ่อนำมาจ่ายให้แก่เจ้าหนี้หน้าเลือด

"อะ นี่เงิน 50 ตำลึงเงินที่พวกเขาติดหนี้เจ้า" ท่านพ่อนับเงินจ่ายให้แก่เจ้าหนี้ และมันก็หยิบไป

"จ่ายเงินแล้วก็ให้แล้วกัน จบเรื่องแล้วกลับกันเถอะเจ้าค่ะ" จากนั้นเด็กน้อยก็จูงมือท่านพ่อเตรียมตัวจะออกไป

"ขอบคุณเจ้าค่ะ/ขอรับ ที่ช่วยพวกข้าไว้" ทั้งสองพี่น้องเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ พร้อมกับนั่งลงโขกศีรษะ

"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ลุกขึ้นเถอะ" เสียงเด็กน้อยเอ่ยขึ้น พร้อมพยุงสองพี่น้องขึ้นมา

"โปรดรับการคารวะจากพวกข้าด้วยเจ้าค่ะ/ขอรับคุณหนู"

โปก โปก โปก

ทั้งสองคนโขกศีรษะอย่างรวดเร็ว และฮุ่ยเหมยก็รีบห้ามกลัวว่าทั้งสองคนหัวจะแตกเอาได้

"พวกเจ้ามีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้ให้พวกข้าก็ได้"

ฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นท่านแม่และพี่ชายก็ฝ่าฝูงชนมาหาลูกสาวตัวน้อยและสำรวจว่าลูกสาวบาดเจ็บตรงไหนบ้าง

"เหมยเอ๋อร์ /เหมยเอ๋อร์" ท่านแม่และพี่หนิงหลงเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

"บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ลูก" ท่านแม่เอ่ยขึ้นพร้อมสำรวจลูกสาวตัวน้อยที่มีความกล้าเกินเด็กไปมาก

"ทีหลังน้องอย่าทำอย่างนี้อีกนะ"

และทุกคนก็บ่นให้เด็กน้อยจนหูแทบชา ก็รู้แหละว่าตัวเองเป็นเด็กน้อยไม่ควรไปเถียงกับพวกสวะนั่นจริง ๆ

"คุณหนูข้าไม่มีเงินมาคืนให้หรอกเจ้าค่ะ" เสียงนางเอ่ยขึ้น ทำให้ทุกคนในครอบครัวหันมามองและหยุดบ่น

"ใช่แล้วขอรับ ของมีค่าของพวกข้า พวกเจ้าหนี้มันยึดไปหมดแล้วขอรับ"

"มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน" ท่านพ่อเป็นคนเอ่ยขึ้น

"พวกข้าตกลงจะเป็นบ่าวรับใช้พวกท่านตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต เจ้าค่ะ/ขอรับ"

พวกตนตกลงกันว่าจะขอทดแทนพระคุณนายท่านคุณหนูน้อยด้วยชีวิต เพราะลำพังต้องอยู่อย่างอด ๆ อยากๆ ต้องหนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุน ถ้าไม่จำเป็นต้องนำเงินไปทำศพให้แก่ท่านพ่อท่านแม่ของตนคงไม่ไปขอยืมเงินเจ้าหนี้หน้าเลือดพวกนั้นแน่

พวกตนมั่นใจว่าไปรับใช้นายท่านกับคุณหนูต้องมีของกินไม่ขาดแน่ ๆ เพราะดูท่าทางมีจิตเมตตากรุณาต่อพวกตนแล้ว ตอนพวกตนไปขอทานนั้นได้เห็นพวกเขาขายของและคนเข้าร้านอย่างเนืองแน่นเช่นนี้แล้ว และมีคนที่เคยได้ลิ้มรสอาหารของร้านนี้แล้วล้วนบอกปากต่อปากว่าอร่อยมากแค่ไหน นี่พวกเขาไม่ได้เห็นแก่กินจริง ๆ นะ

เมื่อได้เห็นสภาพของทั้งสองคนผอมแห้งน่าเวทนามาก ด้วยความสงสารครอบครัวหลิน จึงตัดสินใจให้ไปอยู่ด้วย

"อืม ตกลง ๆ" ท่านพ่อเอ่ยขึ้นเมื่อปรึกษากันเสร็จแล้วจึงตัดสินใจรับพวกเขาไปอยู่ด้วย เพราะในภายหน้าต้องหาพนักงานมาทำงานในร้านมากทีเดียว

"ท่านพ่อพาพี่ชายท่านนี้ไปรักษาที่โรงหมอก่อนเถิดเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นบาดแผลและรอยซ้ำที่มีอยู่เต็มตัวของพี่ชายท่านนี้แล้วจึงคิดว่าไปโรงหมอก่อนค่อยเดินไปหาเช่าโรงเตี๊ยม

เมื่อเดินออกไปก็ถามความเป็นมาของสองพี่น้องว่าทั้งสองมีนามว่า คนพี่ชื่อเยว่เทียน คนน้องชื่อเยว่ฉี ทั้งสองคนบอกว่าท่านพ่อและท่านแม่ของเขานั้นถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตจึงไปหยิบยืมเงินจากเจ้าหนี้หน้าเลือดคนนั้น เมื่อท่านพ่อท่านแม่ของตนเสียชีวิตจึงใช้ชีวิตเป็นขอทานประทังชีวิตของสองพี่น้อง

เมื่อท่านแม่ได้ฟังจึงน้ำตาคลอด้วยความสงสาร จึงตัดสินใจให้พวกเขาได้กินดีอยู่ดีกว่านี้แน่นอน และเมื่อพวกเขาทั้ง 6 คนเดินออกมาได้ไม่นานก็มีเสียงเรียกขึ้นว่า

"เฮ้ย พวกเจ้าหยุดดด!!" เสียงเจ้าหนี้คนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูกน้องทั้ง 5 คน เดินขนาบข้างมาด้วยท่าทางหาเรื่อง

"วันนี้ข้าจะเอานางนั่นไปด้วย ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็ทิ้งนางนั่นไว้ที่นี่แล้วไปซะ"

เขาชี้ไปที่เยว่ฉีที่เดินอยู่ข้างหลัง นางมีท่าทีหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และไม่คิดว่าพวกนั้นจะไม่ยอมจบ พร้อมทั้งขู่จะทำร้ายผู้มีพระคุณของตนอีกด้วย นางก็ยอมที่จะสละชีวิตของตนเองเพื่อทุกคน นางจึงกล่าวขึ้นว่า

"ข้าจะไปกับพวกท่าน ได้โปรดปล่อยพวกเขาไป" นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับจะเดินออกไป

"หยุด ไม่มีใครนำนางไปได้ พวกเจ้ารีบไปซะถ้าไม่อยากตาย"

เสียงท่านพ่อเอ่ยขึ้นก่อนที่เยว่ฉีจะเดินไป

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามีคนเดียวคิดจะสู้กับพวกข้าทั้ง 6 คนเลยรึ"

เจ้าหนี้คนนั้นเอ่ยขึ้นอย่างเหลือเชื่อ และทระนงตนว่าเก่งกว่าเจ้านี่อย่างแน่นอน หึ หึ หึ

"พวกเจ้าจัดการมันซะ หึหึหึ" เสียงเจ้าหนี้เอ่ยขึ้นสั่งงานกับลูกน้อง

"ท่านพ่อระวังเจ้าค่ะ/ขอรับ!!!" เสียงลูกทั้งสองคนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตระหนก ท่านแม่รีบดึงลูกทั้งสองมากอดไว้ ฮุ่ยเหมยและสองพี่น้องฝาแฝดคิดว่าพวกตนเป็นคนหาเรื่องให้ท่านพ่อและนายท่านต้องเจ็บตัว

"อ๊ากก อัก โอ้ยยยยย โอ้ยยย ๆๆๆๆ"

"พลั่ก ผลั่ว ข้ายอมแล้ว ๆๆๆ"

เสียงพวกลูกน้องทั้ง 5 เอ่ยขึ้นขอร้องให้หยุดทำร้ายพวกตนสักที และคิดว่ามาทำงานกับนายท่านคนนี้ช่างเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์

ท่านพ่อจับไปที่แขนพวกนั้นแล้วหัก และถีบอย่างเต็ม ๆ เมื่อมีอีกคนเข้ามาก็เตะเข้าที่ท้อง ทำให้มันกระอักเลือดออกมา

ท่านพ่อใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกอย่างว่องไว ฮุ่ยเหมยพึ่งรู้ว่าท่านพ่อเป็นวรยุทธ์ด้วย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นท่านพ่อต่อสู้เลยสักครั้ง เมื่อเด็กน้อยทั้งสองเห็นท่านพ่อต่อสู้ที่เก่งกาจแล้วจึงเอ่ยขึ้นเชียร์ท่านพ่อของตนทันที

"ท่านพ่อสู้ๆ ขอรับ/เจ้าค่ะ"

"ตีมันให้ตายไปเลยขอรับ/เจ้าค่ะ"

เมื่อเจ้าหนี้คนนั้นเห็นว่าลูกน้องของตนพ่ายแพ้แล้วก็ตกใจวิ่งออกไปแทบไม่คิดชีวิต ครั้งนี้เขาคงไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรไปหาเรื่องเสียแล้ว

"ท่านพ่อเก่งมากเลยเจ้าค่ะ" เสียงลูกสาวตัวน้อยเอ่ยชมท่านพ่อของตน พี่ชายที่อยู่ข้าง ๆ ที่พยักหน้าเห็นด้วย ทำให้ท่านแม่ย้อนคิดไปที่ตอนท่านพี่ของตนเคยช่วยเหลือเมื่อยามที่ตนเคยโดนคนชั่วรังแก และได้ท่านพี่มาช่วยไว้ได้ทำให้นางปักใจรักเขามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อจัดการพวกลูกน้องเจ้าหนี้คนนั้นเสร็จแล้วจึงเดินไปโรงหมอภายในตลาดแห่งนี้ทันที เมื่อถึงโรงหมอก็พบว่ามีผู้คนเดินทางมารักษาอยู่ตลอด และเดินเข้าไปรักษาบาดแผลที่โดนทุบตีให้เยว่เทียนและท่านพ่อ

เมื่อรักษาเสร็จแล้วก็คิดค่ายา และพูดคุยกับเถ้าแก่ร้านขายยาแห่งนี้ว่ามาทำอะไร เถ้าแก่เป็นลูกค้าประจำของร้านเลยทีเดียวทำให้จำพวกเขาได้ จึงเสนอให้เช่าตึกข้าง ๆ ที่ตนไม่ค่อยได้ใช้ให้ครอบครัวหลิน

ครอบครัวหลินลองสำรวจที่ทางก็พบว่าที่นี่ทำเลดีไม่น้อยจึงตอบตกลงเช่าที่นี่ทันที และเถ้าแก่ก็เสนอลดราคาให้พิเศษและยื่นข้อเสนอว่าตนต้องได้กินอาหารก่อนใคร ทุกคนจึงตอบตกลงและจะนำมาให้เถ้าแก่เยอะ ๆ อีกด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   ยอดฝีมือ

    หลังจากรักษาอาการของเยว่เทียนเสร็จแล้ว ฟางหรงก็ทำแผลที่โดนทำร้ายจากการต่อสู้ซึ่งมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อพบว่าเยว่เทียนปลอดภัย จึงออกมาจัดการกับโจรที่ปล้นร้านวันนี้เยว่ฉีอยู่ดูแลพี่ชายที่โรงหมอ เมื่อเดินออกมาจากโรงหมอก็พบกับท่านมือปราบล้มลงนอนอยู่ที่พื้นอาการบาดเจ็บสาหัสและตัวหัวหน้าโจรก็หายไปแล้ว ฟางหรงจึงเข้าไปสอบถามท่านมือปราบว่า“นี่ท่านมือปราบไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ”“มีคนมาช่วยมันหนีไปแล้ว แค่ก ๆ”ท่านมือปราบกระอักเลือดออกมาคำโต ที่ตอนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเหวะหวะจากการต่อสู้ เมื่อฟางหรงพบว่าบาดเจ็บสาหัสจึงเอ่ยขึ้น“งั้นข้าจะพาท่านไปรักษาก่อนนะขอรับ”ฟางหรงก็ช่วยพยุงท่านมือปราบไปที่โรงหมอที่กลับมาอีกครั้ง เมื่อมาถึงโรงหมอฟางหรงก็พยุงท่านมือปราบนั่งลงที่เตียง และท่านหมอก็มาทำแผลให้ จากนั้นก็สอบถามได้ความว่ามีคนหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นพวกโจรทมิฬ มาช่วยมันหนีไปวรยุทธ์ล้ำเลิศยิ่งนักตอนนี้คนของทางการเข้ามาเก็บกวาดศพและมาสอบปากคำครอบครัวหลิน ท่านพ่อจึงเป็นคนไปให้ปากคำที่ศาลกับเจ้าหน้าที่ เมื่อเห็นว่าลูก ๆ และภรรยายังขวัญเสียอยู่ลี่หลินจึงพาลูก ๆ ไปนอนเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเ

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   จับโจร

    เมื่อรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันอาบน้ำเข้านอน ฮุ่ยเหมยกับครอบครัวนอนห้องทำงาน ที่เป็นห้องเก็บบัญชีซื้อขายและเก็บเงินที่ขายได้ไว้ในลิ้นชัก สองพี่น้องฝาแฝดนอนห้องอาหารกลางดึกที่เงียบสงัดก็มีเสียงเปิดหน้าต่างและเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาประมาณ 10 คนแอ๊ด~ตึก ตึก ตึก"พวกเจ้าไปค้นที่โต๊ะนั่นดูสิ""ขอรับ"เมื่อหัวหน้าสั่งเสร็จแล้วพวกโจรก็รีบไปรื้อค้นที่โต๊ะรับออเดอร์ อีกกลุ่มก็เดินขึ้นไปชั้นสอง"หัวหน้าไม่เจออะไรเลยขอรับ"สมุนโจรเมื่อค้นหาภายในเหลาอาหารแห่งนี้แล้วไม่พบสิ่งมีค่าอะไรจึงรีบรายงานกับหัวหน้าของตน"งั้นหรือ แล้วมันจะเก็บไว้ที่ใด""ข้าว่าเราลองค้นห้องทุกห้อง""อืม งั้นพวกเจ้าไปค้นหาทุกห้อง" หัวหน้าโจรสั่งการและคิดว่า 'พวกมันเอาเงินไปไว้ที่ใดกัน' และเดินไปค้นทีละห้องปัง~ เสียงเปิดประตูห้องอาหารพิเศษห้องแล้วห้องเล่าก็ยังไม่พบเจอเพียงห้องที่ว่างเปล่า จนเดินไปสุดทางเดินพบว่ามีสองห้องที่ ล็อกประตูเอาไว้"หัวหน้าสองห้องนี้ล็อกจากข้างในขอรับ""หึ หึ พวกมันไม่กลับบ้านสินะ พวกเจ้าพังประตูเข้าไปเลย"ปังงงง!! แอ๊ดเสียงเปิดประตูอย่างแรงทำให้เยว่ฉีค่อยๆ ลืมตาขึ้น ท่ามกลางคว

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เมนูใหม่ 3

    ยามเซิน (คือ 15.00 - 16.59 น.) ยามนี้ลูกค้าจะไม่เยอะเหมือนยามอู๋หรือตอนเที่ยงทำให้ฮุ่ยเหมยกับลี่จูมีเวลาพักเหนื่อยและปล่อยให้เป็นหน้าที่พนักงานทำต่อไป"เหนื่อยมากเลยฮุ่ยเหมย""ข้าก็ไม่ต่างกัน"เด็กน้อยทั้งสองต่างเมื่อยล้าโดยเฉพาะที่บ่าและหลังที่ปวด กว่าจะล้างมือให้ยางกล้วยออกก็ต้องใช้เวลาไปมากเลยทีเดียวทั้งสองคนจึงเดินมาที่โต๊ะรับออร์เดอร์ที่ท่านพ่อกับลุงหานยังคงทำงานไม่หยุดพัก แม้ว่าตอนนี้จะเลยยามอู๋แล้วก็ยังคงมีคนมาซื้ออาหารอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะกล้วยปิ้งกับกากหมูและปิ้งหอยที่ขายราคาถูก ทำให้มีลูกค้ายืนต่อแถวยาวเหยียด"ท่านพ่อข้ายังไม่เห็นท่านพักกินข้าวเลยเจ้าค่ะ"เสียงฮุ่ยเหมยเอ่ยขึ้นเมื่อยังไม่เห็นท่านพ่อพักทานข้าวเลย"ใช่เจ้าค่ะท่านพ่อ" ลี่จูเอ่ยขึ้นบอกท่านพ่อของตนเช่นกัน"ตอนนี้ยังมีลูกค้าอยู่เลยลูก" ฟางหรงเอ่ยตอบลูกสาว"งั้นให้พวกข้ารับรายการจากลูกค้าเองเจ้าค่ะ" ฮุ่ยเหมยอาสาที่จะทำงานแทนท่านพ่อ"ลูกจะทำได้หรือเหมยเอ๋อร์ ลูกยังเขียนหนังสือไม่ได้เลย""นั่นสิเหมยเอ๋อร์" หนิงหลงเอ่ยขึ้น"งั้นแบ่งกันไปพักทีละคนเถอะเจ้าค่ะ""อืม งั้นเจ้าไปก่อนเถอะฟางหรง ข้าจะอยู่กับเด็ก ๆ เอง"ลุงหาน

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เมนูใหม่ ๒

    ทุกคนต่างช่วยกันขนกล้วยกลับเหลาอาหารจนเต็มสองมือ เมื่อมาถึงที่ร้านก็ยามซื่อ (คือ 09.00 - 10.59 น.) กำหนดเวลาเริ่มทำงานของพนักงานในร้านต่างเริ่มปัดกวาดเช็ดถูพื้น โต๊ะ เก้าอี้ และแม่ครัวก็รีบทำตามออร์เดอร์ที่ได้รับมาจากยอดสั่งจองเมื่อวานนี้ ฟางหรงเมื่อเห็นเด็ก ๆ มากันแล้วและยังถือกล้วยมาอีก"ได้กล้วยมาเยอะแยะพวกเจ้าจะเอาไปทำอะไรกัน?""ท่านพ่อ เหมยเอ๋อร์บอกว่าจะทำอาหารแบบใหม่ให้กินขอรับ""ใช่เจ้าค่ะ ข้าจะดูว่าฮุ่ยเหมยจะเอากล้วยดิบมาทำอะไร"ลี่จูกล่าวกับฟางหรง ทำให้ทุกคนในร้านก็อยากรู้เหมือนกัน"งั้นพวกเรามาช่วยกันทำกันเถอะเจ้าค่ะ"ฮุ่ยเหมยเอ่ยบอกกับทุกคนและบอกให้ทุกคนปอกเปลือกกล้วยทั้งดิบและสุกไว้ใส่จาน จากนั้นทุกคนก็เริ่มช่วยกันทำจนปอกเปลือกเสร็จแล้ว ฮุ่ยเหมยจึงบอกขั้นตอนต่อไปทันที"จากนั้นผ่าครึ่งกล้วยดิบและนำไปปิ้งจนสุกได้ที่ก็กินได้แล้วเจ้าค่ะ""อืม เดี๋ยวพี่จะไปปิ้งให้""คุณชายเดี๋ยวข้าช่วยท่านปิ้งเองขอรับ"เย่วเทียนที่ทำความสะอาดร้านเสร็จก็อาสาช่วยอีกแรง"รายการต่อไปคือแกงกล้วยดิบใส่เนื้อเจ้าค่ะ"เมื่อเด็กน้อยเอ่ยขึ้นทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า'หืม มันนำไปแกงได้ด้วยหรือเนี่ย'

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เมนูใหม่ ๑

    ยามเซิน (15.00-16.59 น.) ในตอนนี้ในร้านยังคงมีลูกค้าที่นั่งทานอยู่เต็มร้าน แต่เนื่องจากตอนนี้วัตถุดิบในการทำอาหารหมดแล้ว มีมะละกอ หอยเชอร์รี่และกุ้งฝอย ที่เริ่มหมดและให้พี่เย่วเทียนไปเก็บจากในป่าท้ายตลาดที่ชาวบ้านสามารถเก็บของมาขายได้และนำมากินได้ดังนั้นจึงต้องให้ลูกค้ารอหรือบางคนก็เลือกทานเมนูอื่นแทน ท่านพ่อที่ช่วยกันรับออร์เดอร์กับลุงหานเมื่อเห็นว่าใกล้ยามโหย่ว (17.00-18.59 น.) ที่กำหนดเป็นเวลาปิดร้านจึงตกลงกับลุงหานว่าจะหยุดรับออร์เดอร์สำหรับวันนี้"ข้าคิดว่าจะหยุดรับรายการอาหารวันนี้ไว้ก่อน นี่ใกล้ยามโหย่วแล้ว""อืมได้ ข้าจะแจ้งให้ลูกค้าทราบ"ลุงหานเอ่ยตอบตกลงจึงให้ลูกค้าที่มาสั่งอาหารทีหลังสั่งจองไว้กินวันพรุ่งนี้ ลูกค้าก็เข้าใจจึงตกลงสั่งจองไว้พรุ่งนี้ เมื่อมีคนรู้ว่าสามารถสั่งจองได้จึงรีบต่อแถวสั่งจองอาหารไว้แต่ทั้งสองคนไม่คาดคิดว่ายอดสั่งจองจะมากถึง 45 คิวและแต่ละคนสั่งกัน 8-9 อย่าง ท่านพ่อจึงคิดว่าวัตถุดิบที่นำมาขายในวันพรุ่งนี้ต้องหาให้ได้มากที่สุด"พี่หานข้าวานท่านไปรับซื้อ ปลา หอย ปู กุ้ง จากชาวบ้านในหมู่บ้านให้ด้วยนะ""ได้สิ""ขอบคุณท่านมาก นี่เงิน 500 อีแปะข้าให้ไว้เผ

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เปิดร้านวันแรก

    เมื่อเปิดร้านเสร็จทุกคนก็เริ่มไปประจำที่ ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากท่านนายอำเภอแล้วก็มีลูกค้าเพียง 2-3 โต๊ะเท่านั้นตอนนี้ทุกคนล้วนว่างงานโดยเฉพาะไม่ใช่พนักงานที่บริการห้องพิเศษฮุ่ยเหมยอยู่กับท่านแม่ที่โต๊ะรับออร์เดอร์ชั้นสองที่บริการลูกค้าห้องพิเศษ ที่ตอนนี้มีเพียงหนึ่งห้อง เมื่อเสิร์ฟอาหารเสร็จก็เหมือนจะไม่มีงานทำ"ท่านแม่ข้าขอไปข้างล่างนะเจ้าค่ะ" เด็กน้อยนั่งเล่นกับท่านแม่ก็รู้สึกเบื่อ ๆ จึงคิดว่าจะไปเรียกลูกค้าให้ท่านแม่เยอะ ๆ ดีกว่า"ได้ ไปเล่นกับพี่ชายเจ้ากับลี่จูอย่าซนกันนักละ""เจ้าค่ะ"ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าของเด็กน้อยเดินลงมาข้างล่างมันเงียบมากจนได้ยินเสียง ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นที่ได้ขายไป 7 วันจะขายดีมากแต่เหมือนว่าจะบอกลูกค้าว่ามาขายที่นี่แต่บางทีผู้คนอาจจะไม่รู้จักมากนัก ดังนั้นจึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างไม่งั้นไม่มีเงินจ่ายค่าแรง ค่าเช่าโรงเตี๊ยมแน่ ๆ“อ้าว เหมยเอ๋อร์ เจ้าไม่อยู่กับท่านแม่หรือไง?” เสียงหนิงหลงเอ่ยขึ้นถามขณะที่กำลังนั่งหยิบหอยเชอร์รี่เสียบไม้“ข้าจะมาเรียกลูกค้าเข้าร้านนะสิ”ฮุ่ยเหมยเอ่ยตอบและเห็นว่าพี่ชายกับลี่จูช่วยกันเสียบหอยกันอยู่ จึงคิดว่าพวกเขาจะทำปิ

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เปิดร้านอาหาร

    เมื่อฟางหรงแนะนำอาหารและพูดคุยกับท่านลุงนายอำเภอและท่านหลงจู๊ได้สักพักก็ขอตัวออกมาทานข้าวกับครอบครัวอีกห้องหนึ่ง และแนะนำน้ำอ้อยกับชามะนาวให้กับทั้งสามท่านก่อนมารับอาหารเที่ยงกับครอบครัว"อ้อ ข้าขอแนะนำน้ำอ้อยกับชามะนาวให้แก่ท่านทั้งสามด้วยนะขอรับ""อืม อันนี้รสชาติหวานมาก นี่มีรสเปรี้ยวหวาน อืมชุ่

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เตรียมตัวเปิดร้านอาหาร

    ฮุ่ยเหมยนั่งเล่นอยู่ดี ๆ รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาของตน พอมองไปก็พบว่าเป็นปูนา 'เฮ้ยยุคนี้มีปูนาด้วย' เมื่อพบเข้ากับปูนาหลายตัวก็คิดเมนูอาหารที่จะกินเย็นนี้ ปูนาสามารถนำมาดองใส่ส้มตำได้และใส่ยำมะม่วงได้ ใช่เลยนี้มันของอร่อยเลยล่ะ "ท่านพ่อเจ้าคะ ข้ามีของอร่อยมานำเสนอเจ้าค่ะ" เมื่อท่านพ่อรู้ว

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   เหลาอาหารฮว๋าฮง

    เมื่อตกลงว่าจะเช่าที่ข้างโรงหมอแล้ว และเขียนสัญญากันเรียบร้อย ทุกคนจึงเดินตลาดหาซื้อของเข้าร้าน ฮุ่ยเหมยกำลังคิดว่าจะซื้ออะไรดี มีข้าวเหนียว เสื้อผ้าใหม่ตัดให้พนักงาน มีผ้ากันเปื้อน ผ้าโพกผม และกระดาษสำหรับจดรายการอาหาร และต้องจ้างคนอีกหลายคน"ท่านพ่อท่านแม่ซื้อของไปเก็บไว้ที่โรงเตี๊ยมก่อนไหมเจ้าคะ

  • ขอเกิดใหม่มาร่ำรวย   ไม่พอขาย

    3 วันผ่านไป กับการเตรียมพร้อมขายของครั้งแรกของครอบครัวหลิน ทุกคนต่างตื่นเต้นกันอย่างมาก ท่านพ่อได้เข้าเมืองติดต่อเช่าร้านค้าเล็ก ๆ ราคา 10 อีแปะต่อวัน ตกลงขาย ยามอู๋ถึงยามโหย่ว (12.00-17.00 น.) การเตรียมตัวมีอะไรบ้าง คือมะละกอดิบ 3 ตะกร้าใหญ่ และเครื่องปรุงรส อาทิเช่น พริก กระเทียม มะนาว เกลือ น้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status