LOGINผลั่กก!!
“ขอโทษที่มาช้าว่ะ!” มาร์โคเปิดประตูเข้าห้องมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะมีเสียงแหลมเล็กดังแทรกเข้ามาจนต้องหยุดชะงักและยืนรออยู่ที่หน้าประตู
“แหก!!!” พริบพราวอุทานออกมาเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงของบุคคลที่สี่เปิดประตูเข้ามาได้ห้อง
“ไม่ต้องลุก เอาเสื้อมาผูกไว้” เซน
“พวกมึงกำลังทำอะไรกัน!!” มาร์โคเอ่ยถามเพื่อนทุกคนในห้องเสียงดัง ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากัน เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งจ้องมองมาที่เขา
‘ผู้หญิงเหรอ?วันนี้พวกเขาจะคุยธุรกิจสำคัญกัน แล้วผู้หญิงจะมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง’
“ไอ้มาร์โค มึงจะเข้าก็เข้ามา” ไบรอันต์ที่เห็นมาร์โค จ้องมองพริบพราวที่กำลังนั่งอยู่บนหน้าตักเซน ก็เป็นอันต้องเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงหรู และเชิญเข้ามาร่วมโต๊ะ เมื่อเซนไม่ได้ตอบอะไรกลับมาร์โคไป
มาร์โค
เดินตรงมานั่งโซฟาตัวว่างก่อนจะเหลือบสายตามองผู้หญิงผิวขาวบนหน้าตักของเซน ที่ตอนนี้คอยลอบแอบมองเขาอยู่เช่นกัน“ใคร!?”
มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้มเอ่ยถามด้วยความสงสัย และความดังของเสียงนั้น มันพอจะทำให้พริบพราวต้องรีบซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอหนาด้วยความตกใจ
“.....มึงนี้ก็ขี้เสือกจริงๆ นะ มาช้าแล้วยังขี้เสือกอีก มึงไม่ต้องสนใจและเริ่มคุยธุรกิจของพวกเรากันเลย” ไบรอันต์เอ่ยตอบเพื่อนสนิทอีกคน ที่ไม่เจอหน้าคร่าตากันมานานเพราะถ้าไม่มีเรื่องธุรกิจที่กำลังจะร่วมลงทุนกัน คงจะไม่ได้เจอตัวมันได้ง่ายๆ
“คุยธุรกิจได้ยังไง ในเมื่อในห้องนี้มีคนอื่น” มาร์โค เอ่ยแย้งเสียงแข็งเพราะธุรกิจสีเทาของพวกเขานั่นล้วนแต่จะเป็นความลับและจะมาเสียหายเพราะผู้หญิงคนเดียวไม่ได้
“เฮ้อ...ไม่ใช่คนอื่น เธอชื่อพริบพราว...เธอคือ..นางบำเรอของกูและก็ของไอ้ไบรอันต์ / พริบพราวส่วนนี่ก็ มาร์โค เพื่อนของฉัน” เซนเอ่ยตอบเพื่อนสนิทด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ก่อนจะหันมาแนะนำมาร์โค ให้หญิงสาวได้รู้จัก
“นางบำเรอ?ของพวกมึงสองคนเหรอ? ” มาร์โค ถามย้ำขึ้นมาด้วยความสงสัย ยกน้ำสีอำพันขึ้นมาดื่ม พลางลอบมองสีหน้าผู้หญิงที่แสดงความไม่พอใจออกมา
พริบพราวได้แต่กลอกตามองบน พลางคิดก่นด่ามาเฟียทั้งสามคน ( ‘ย้ำจริงพ่อคุณ....มาร์โค!’)
“เออ! / เออ..” เซน ไบรอันต์
( ‘แน่ะไอ้สองมะเขือยาว ก็ยังจะย้ำอีกนะ!!’) : พริบพราว
“หึนางบำเรอ....ที่สามารถควบพวกมึงได้ถึงสองคนเหรอ....เหลือเชื่อฉิบ! นี่เธอต้องเป็นนางบำเรอระดับไหนวะ ที่มึงไว้ใจให้ฟังธุรกิจสำคัญขนาดนี้ได้” มาร์โคกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนเขากำลังเจอเรื่องสนุก
(‘ก็ระดับ VIP เป็นนางบำเรอระดับไฮคลาสไงจ๊ะ ไอ้มาร์โค!’ ) :พริบพราว
“ผู้หญิงของมึงไม่ได้กำลังแอบด่ากูอยู่ในใจใช่ไหม” มาร์เหลือบมองสีหน้าหญิงสาว ที่ขยับปากเล็กปากน้อยไม่มีหยุด
“มันเป็นเรื่องปกติของเธอ ที่ชอบพูดคนเดียว” ไบรอันต์ที่รู้ทันรีบเอ่ยตอบแทน
“คุณมาร์โค!” พริบพราวหน้างอ รีบซบลงอกแกร่งของเซน ที่ถูกต่อว่า
“แสดงว่าเด็กมึงต้องเด็ดมาก และคง...ต้องสำคัญกับพวกมึงมากเลยใช่ไหม ไม่งั้นคงจะไม่ได้อภิสิทธิ์พิเศษแบบนี้..” มาร์โคไม่ได้สนใจหญิงสาวยังคงถามจี้ต่อ
(‘ใช่จ้ะ ฉันพริบพราวคนแซ่บที่เด็ดดวงที่สุดในสามโลก แต่ผู้ชายสองคนนี้มันปากแข็งเป็นหินเปียก เพราะความจริงแล้วฉันนั้นคือนายหญิงของพวกเขาตั้งหาก...”) : พริบพราว
“ปกติ มึงไม่พูดยาวแบบนี้นะ” เป็นเซนที่ถามกลับแทนที่จะตอบคำถามของมาร์โค
“หึถ้าเด็ดจริง...กูขอแจมด้วยคนได้ไหม สามรุมหนึ่งไปเลยเป็นไง เพื่อนกันแบ่งกันได้ไหม?” มาร์โค ลองหยั่งเชิงเอ่ยถามเพื่อนสนิททั้งสองคนที่เผลอแสดงสีหน้าตกใจและรีบตอบกลับมาที่เขาอย่างไว
“ไม่ได้! / ไม่ให้!” ไบรอันต์ และ เซน ประกาศออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งมันสามารถเรียกรอยยิ้มเล็กๆ จากมุมปากของมาร์โคได้
“แล้วเธอล่ะไหวไหม...คิดเท่าไหร่?” มาร์โค เบนหน้ามองไปยังพริบพราวเพื่อเอ่ยถามเธอแทนอย่างรอฟังคำตอบ
“ไม่ค่ะ! พราวไม่ไหว และ พราวก็ไม่ชอบคุณ!” พริบพราวตอบเสียงดังฟังชัด พลางคิดในใจ ถึงแม้หน้าตาคนถามจะหล่อดีนะ แต่ถ้ามาดูถูกคงคิดว่าฉันเห็นแกเงินสินะ และถึงแม้ว่าความจริงเธอจะเห็นแกเงิน แต่เพียงแค่ฉันสูบเงินจากไบรอันต์และเซนสองมาเฟียหนุ่มนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะรวยขนาดไหนแล้ว...
“ฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงเด็กกู” เซนระเบิดหัวเราะเยาะเย้ยมาร์โค ที่คงจะมั่นใจในความหล่อและอำนาจเงินของตัวเอง แต่มันคงไม่รู้ว่าพริบพราวนั่นเป็นผู้หญิงที่แปลกเกินกว่าผู้หญิงคนไหนที่มันเคยเจอมา
“เหอะ ปากดีซะด้วย..” มาร์โค รู้สึกหน้าชาไม่คิดว่าจะเจอผู้หญิงตอกหน้ากลับมาแบบนี้ โชคดีที่เธอมีเพื่อนสนิททั้งสองคนคอยคุ้มครองอยู่ไว้ ไม่งั้นเธอคงได้หมดลมหายใจและลาจากโลกนี้ไปแล้วแน่ๆ
“มึงควรพับเก็บความคิดเลวๆ ของมึงไปซะ และเริ่มคุยธุรกิจของเราได้แล้ว” ไบรอันต์รีบเอ่ยตัดบทด้วยความหงุดหงิดใจ
“และมึงไม่ต้องถามอะไรอีกแล้ว เพราะเธอ...ไว้ใจได้” เซนย้ำเสียงเข้มอย่างจริงจัง จนเป็นมาร์โค ที่พยักหน้าลงเบาๆ อย่างยอมแพ้ และเริ่มคุยธุรกิจที่สำคัญในวันนี้
มาร์โคเริ่มคุยธุรกิจที่ได้ร่วมลงทุนกับสองมาเฟียหนุ่ม ถึงแม้จะรู้สึกขัดใจกับการคุยโดยมีผู้หญิงริมฝีปากแดงคอยนั่งหาวอยู่บนหน้าตักเซนก็ตาม เวลาล่วงเลยผ่านไปราวๆ หนึ่งชั่วโมงแล้ว
“สิ่งที่กูกลัวคือไอ้อีธาน มันจะไปเล่นงานที่มึงสองคนด้วย” มาร์โคพูดขึ้น เมื่อศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา อาจใช้วิธีสกปรกเล่นงานธุรกิจของเขาจากคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
“มึงไม่ต้องกังวล ถ้ามันเปิด กูก็พร้อมบวก” ไบรอันต์ พูดด้วยท่าทางสบายๆ เช่นเดียวกับเซน
“กูรับจบให้เลย” เซน
“ถ้างั้นกูก็สบายใจ แต่กูขอรับจบมันเองดีกว่า” มาร์โค เอ่ยตัดบท พลางเหลือบมองพริบพราวที่มีอาการแปลกๆ แสดงออกมา
“กูว่าวันนี้พอแค่นี้ ทุกอย่างเรียบร้อยดี แล้วมึง...ก็กลับไปได้แล้ว” ไบรอันต์เหลือบตามองเซนและพริบพราวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพียงนิด ก่อนจะดึงสายตากลับมาหามาร์โค เช่นเดิม
“อะไร? นานๆ ทีจะเจอกัน มึงจะไม่ชวนกูดื่มเลยเหรอ / แล้วนั้นเด็กมึงเป็นอะไร เด็กมึงหนาวเหรอ” มาร์โค เอ่ยถามไบรอันต์ แต่สายตาดันไปสะดุดที่ร่างบางที่อยู่บนตักของเพื่อนเขาแทน
“เออ...หนาวจนตัวสั่นเลย” เซนตอบมาร์โค อย่างต้องการสื่อความหมาย รอยยิ้มร้ายกาจที่เขาส่งกลับไปมันน่าจะพอทำให้มาร์โค รับรู้ได้
“อ๊า~” พริบพราวหลุดเสียงกระเส่าออกมา พานให้มาร์โคไม่ต้องเดากันให้ยาก
“หึ! กูรู้สึกว่าพวกมึงมันเหมือนหมาป่าที่กำลังจะมีเจ้านายเลยว่ะ เหอะ! กูกลับแหละ” มาร์โคลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เมื่อพอจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าออก เขากล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็เดินตรงออกไปจากห้องเลย
“อ๊า!!!”
เสียงพริบพราวที่สุดจะกลั่นดังเล็ดลอดออกมาพอจะทันให้มาร์โคนั้นได้ยิน มาเฟียหนุ่มก้าวเท้าเดินอย่างเร็วๆ ไม่อยากฟังเสียงที่พานจะทำให้คิดถึงใครบางคน
“น่าเบื่อฉิบ!!”
“อืมส์....หวาน” มาร์โคยังคงแลบลิ้นเลีย ดูดดึงอกอิ่มอย่างเอร็ดอร่อย สลับกับฝากรอยรักกลีบกุหลาบสีแดงช้ำ นวดคลึงอกอวบบีบขยำจนมันจะแหลก โดยไม่สนใจเสียงร้องของหญิงสาว ก่อนจะส่งมือเลื่อนลงไปจับดอกไม้งามเบาๆ เป็นการทักทายอีกครั้ง แต่ใบบัวกับหนีบขาไว้แน่น“อึก...”“อ้าขาออก” มาเฟียหนุ่มออกเสียงสั่งและ อ้าขาใบบัวออกกว้างเป็นรูปตัวเอ็ม เผยให้เห็นดอกไม้งามสีแดงสดที่ปิดสนิทและมีน้ำหวานเกาะให้พอชุ่มฉ่ำล่อตาล่อใจ“สวย...สวยมาก...กุหลาบงามสีชมพูสด...”“......”“กุหลาบนี้มันเป็นของฉัน...ของฉันคนเดียว...” มาร์โค พูดราวกับละเมอรู้สึกเหมือนกำลังจะหยุดหายใจไปดื้อๆ เมื่อดอกไม้งามตรงหน้ามันงดงามจนใจแกร่งกระตุก เขาไม่เคยรู้สึกหรือได้เห็นความสวยแบบนี้มาก่อนเลย“....” ใบบัวไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ตอนนี้ใบหน้าเธอเห่อร้อนเป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้ชายจ้องมองกลางกายเธอราวกับถูกมนต์สะกด เขาพูดอย่างคนละเมอ แววตาเขาดูเปล่งประกายราวกับเจอทองคำ และตอนนี้ใบหน้าหล่อก็อยู่ใกล้ส่วนนั้นมาก มากจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นกลิ่นความหอมของกุหลาบงามตรงหน้า เหมือนกับสารเคมีบางอย่างที่ทำให้เขานั้นล่องลอย ทำเอามาร์โคเสียอาการ ควบคุมสติต
“ก็แค่....พอใช้ได้.....” “แค่พอใช้ได้เองเหรอคะ”“อืม”ใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงมองด้วยความสงสัย เพราะสายตาของผู้ชายตัวโตมันดูเหมือนจะสวนทางกับคำพูด แต่ทว่าเมื่อได้คำตอบแล้ว ใบบัวก็ตัดสินใจโน้มตัวลงมาประกบจูบปากร้ายตรงหน้าแทน เพราะทำไมเธอถึงจะไม่รู้ว่าเขานั้นโกหกปากเล็กประกบจูบอย่างเงอะงะ พยายามปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัญชาตญาณ มือเล็กประคองแก้มสากไว้มั่นพลางส่งลิ้นเล็กเข้าไปทักทาย ลิ้นใหญ่ สร้างความประหลาดใจให้มาร์โคอยู่ไม่น้อย“อื้มส์...” มาร์โค ตอบรับจูบของหญิงสาว ท่าทางเงอะงะของเธอกับยิ่งปั้นอารมณ์ให้เขามากขึ้นไปอีก จนเขาต้องขอเป็นผู้คุ้มเกมไล่ประกบลิ้นเล็ก นัวเนียแนบแน่นจนน้ำลายไหลยืดยาว ก่อนจะดึงมือเล็กให้จับเข้าที่แก่นกายใหญ่ของตัวเองและเพียงแค่สัมผัสเลือดในกายก็สูบฉีดจนแทบจะปริแตก“จับมัน ขยับมือขึ้นลงเบาๆ” มาร์โคผละใบหน้าออกเอ่ยสั่งเสียงพร่า มุมปากหนายกยิ้มพอใจ เมื่อใบบัวพยักหน้ามือเล็กขยับทำตามอย่างว่าง่าย“อือออ”ปากหนากลับมาชกเข้าที่ริมฝีปากเล็กอีกครัง มือใหญ่จับหมับเข้าที่ดอกไม้งาม ทำเอาใบบัวสะดุ้งปล่อยเสียงครางหวานออกมาเรื่อยๆ พร้อมใช้เท้าเขี่ยบังคับให้หญิงสาวอ้าขาออก จนใบบัวต้อง
“ดื่มเถอะนะคะ!” ใบบัวผลักใบหน้าหล่อที่กำลังอยู่ตรงซอกคอ แถมครั้งนี้เธอเผลอขึ้นเสียงดังด้วย“.....ใบบัว....ทำไมเธอถึงดูอยากให้ฉันดื่มไวน์ขวดนั้นจังนะ มันมีอะไรอยู่ในขวดเหรอ?”“ปะ..เปล่านะคะ มะ..ไม่มี บัวก็แค่...แค่อยากเอาใจ” ใบบัวรีบกอดร่างใหญ่ เงยหน้าจูบซับเข้าที่ปลายคางอย่างน่ารัก เมื่อเขาแสดงออกมาถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก“หึๆ เธอไม่ต้องสนใจเรื่องนี้หรอก แค่เธอเอาใจฉันตอนโดนกระแทกก็พอแล้ว” นิ้วโป้งใหญ่ถูไถที่ริมฝีปากเล็กสีชมพู จ้องมองตาหวานไหววูบ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้โคนขาอ่อน วนเวียนแถวๆ ใจกลางความเป็นสาวราวกับต้องการจะล้วงเข้าไปทักทายดอกไม้งาม แต่ใบบัวกลับหนีบขาเอาไว้แน่น“ค..คะ..คือ..”“และอีกอย่างที่ฉันไม่ยอมดื่มมัน ก็เพราะฉันกลัว...ว่าเธอจะใส่ยาพิษให้ฉันกินมากกว่า”“ไม่นะคะ! คะ..ใคร จะกล้าฆ่ามาเฟียอย่างคุณกันได้คะ” ใบบัวเม้มริมฝีปากแน่น กะพริบตาถี่ๆ รีบอธิบายอย่างเก็บอาการไม่อยู่“หึ ไม่เจอกันนาน รู้เรื่องฉันมากขึ้นเยอะเลยนะ”“อะ...เอ่อ...ค่ะ..ค่ะ ก็บัวต้องการเงินเป็นจำนวนมาก บัวก็เลยต้องหาข้อมูลของคุณไงคะ” ใบบัวรีบก้มหน้า ซบเข้าที่อกแกร่งจงใจหลบซ่อนความจริงบางอย่าง“ฮ่าๆ ฮ่า
@คลับLใบบัวนั่งรออยู่ในห้องพักหรูที่อาบด้วยแสงไฟสลัว หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ คืนนี้เธอเป็นฝ่ายเลือกสถานที่เอง และมาร์โคก็ยอมตามใจโดยไม่ซักถามมากความ นั่นทำให้เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่เธอคุ้นเคยวันนี้เธอเลือกสวมเดรสสีขาวสั้นแนบเนื้อ พร้อมชั้นในสีเดียวกันตามที่มาร์โคต้องการ เครื่องปรับอากาศทำงานจนบรรยากาศเย็นเฉียบ ทว่ามือบางที่ประสานกุมกันแน่นกลับมีเหงื่อซึมออกมา สะท้อนความตื่นไหวและความประหม่าในใจที่ยิ่งทวีขึ้นทุกขณะแกร๊ก..“คะ..คุณมาร์โค” ใบบัวอุทานเสียงแผ่วเบา เมื่อผู้ชายตัวโตเดินเข้ามาในห้องเพียงลำพังไร้ซึ่งเหงาของบรรดาลูกน้องหน้าเข้ม แต่เพียงแค่นี้ก็ยังสามารถแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาได้มากมาร์โคจ้องใบบัวนิ่งก่อนจะก้าวตรงเข้าไปหา หญิงสาวนั่งรออยู่ปลายเตียงด้วยท่าทีประหม่า เขาทิ้งตัวนั่งลงข้างกาย ก่อนจะประคองร่างเล็กให้มานั่งบนตักแกร่ง แขนหนากอดรัดเธอไว้แน่น สูดรับกลิ่นกายหอมอ่อนด้วยความคิดถึง“อ๊ะ”มาเฟียหนุ่มกวาดตามองสำรวจใบหน้าหวานและการแต่งกายของหญิงสาวอย่างพินิจพิจารณา ความพอใจฉายวาบขึ้นในแววตา เสื้อผ้าที่รัดรับสรีระจนหน้าอกอวบใหญ่แทบจะล้น
@บริษัท MARCO 08.30Rrrrrrn Rrrrrrn “หึ”มาร์โค ก้มลงมองโทรศัพท์เครื่องหรูในมือที่กำลังส่งเสียงร้อง เขายกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอที่ปรากฏ พลางเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ อย่างใช้ความคิด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สายนี้โทรเข้ามา แต่เขาอยากประวิงเวลาให้คนรอสายรู้สึกว่าวุ้นใจ และเพียงไม่นานเสียงนั้นก็เงียบไป“หึ...เดี๋ยวเธอก็โทรมาใหม่ เธอต้องรู้จักรอนะ...”Rrrrrrn Rrrrrrn “หึ”ติ๊ดด!“คุณมาร์โค!”มุมปากหนายกยิ้มอีกครั้งที่เสียงใสเรียกชื่อเขา เขาเอนกายนั่งพิงไปกับเบาะอย่างสบายใจต่างจากน้ำเสียงของหญิงสาวที่ดูร้อนรน“คุณมาร์โค คุณได้ยินฉันไหมคะ”“....ใคร?” เสียงแข็งตอบกลับ ถึงจะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็แกล้งถามออกไป“ฉัน...ใบบัวเองค่ะ”“ใบบัว?”“คุณ..จำฉันได้ไหมคะ”“ก็พอจำได้.....ว่าไงมีอะไร”“.....คือ......”“รีบพูดมา ฉันมีเวลาว่างให้เธอไม่เยอะนะ ไม่งั้นฉันจะวางสาย!” มาร์โคเร่งเร้า เมื่อคนปลายสายมีทีท่าอ้ำอึ้ง ไม่ยอมพูดเสียที ซึ่งมันก็ได้ผล จึงทำให้ใบบัวรีบพูดออกมาอย่างร้อนรน“เดี๋ยวค่ะ! คือบัวจะโทรมาขอโทษคุณเรื่องวันนั้นค่ะ”“วันไหน” ถึงมาร์โคจะรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็แกล้งพูดออกไป“ก็วันที่เรา....เจอกันที
“คะ..คุณ...พูดเรื่องอะไร”“ถ้าไม่ติดว่ามีงานสำคัญ ฉันก็อยากจะลิ้มลองเธอสักครั้งเหมือนกันนะ แต่เสียดาย ครั้งนี้คงจะต้องเสียสละใหมันก่อน”“มะ...ไม่นะ..”“ฮ่าฮ่า งั้นฉันจะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกัน ฉัน...มีงานจะให้เธอทำ” อีธานผละใบหน้าออก รีบพูดในสิ่งที่วางแผนไว้ ก่อนที่ความต้องการจากร่างกายกับหญิงสาวเข้ามาครอบงำงานสำคัญที่เขารอคอย“งะ..งานอะไร ฉะ...ฉันไม่ทำหรอกนะ”“หืม....เธอต้องทำแน่ใบบัว เพราะงานนี้มันจะแลกกับชีวิตของน้องเธอ ชีวิตของว่าที่คุณหมอที่กำลังจะสดใส....”“ทะ..ทำไมต้องเป็นฉัน”“เพราะประวัติเธอนั้นขาวสะอาด เป็นผู้หญิงธรรมดาที่หน้าตาไม่ธรรมดา แถวตัวหอม จนไอ้มาร์โคมันหลงใหลได้ขนาดนี้ ซึ่งปกติมันจะปฏิเสธผู้หญิงตลอด ไม่เคยให้ความสนใจกับผู้หญิงคนไหนสักคน จนทั้งมาเจอเธอ.....”







