LOGINฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อเขาเป็นมาเฟีย
ฉันเบ้ปากอย่างรำคาญ
ห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้น
ครามดึงลูกจากแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้น
ฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้า
แต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้ม
ฉันรู้สึกร้อนๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้น
บ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไง
ผู้ชายมักมาก
เป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้ว
ทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วก
ฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้
ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เอง
ฉันลงทุนเปลี่ยนชุดใหม่ เป็นเกาะอกสีดำสกรีนคำว่า Do it DADDY สะท้อนแสงชมพูแสบตา พร้อมกางเกงยีนส์สั้นกุดขาดๆ ที่จงใจเปิดเผยเรียวขาข้างๆ แบบมากเกินความจำเป็น
แล้วจะทำไมล่ะ โสดแล้วไม่จำเป็นต้องสนใจใครนี่
ฉันตั้งใจมายั่วพี่เวย์โดยเฉพาะ
“มิว ทางนี้” ฉันเห็นพี่เวย์ในชุดเสื้อกล้ามอกแฟบสุดเท่พร้อมกับกางเกงยีนส์ขาดๆ มีสายโซ่สวยๆ คล้องที่กระเป๋ากับเข็มขัดราคาแพง แค่นี้ดูก็รู้แล้วว่าพี่เขารวย
“ค่า” ฉันโบกมือทักทายเธอ เห็นผู้ชายหลายคนมองฉัน ทั้งมองหน้าอก มองบั้นท้าย แล้วฉันก็ได้แต่ฉีกยิ้มในใจ
“มาจริงด้วย” พี่เวย์พูดทันทีที่ฉันเดินมาถึงตัวเธอ ร่างสูงโปร่งท้าวคางกับเคาน์เตอร์บาร์มองฉันด้วยสายตาแบบเซ็กซี่ๆ “ไม่กลัวเหรอ มีคนแปลกหน้ามาชวนดริ้งก์”
“ที่เกาหลีก็เป็นปกติน่ะค่ะ” ฉันยิ้มหวาน พร้อมกับหันไปที่บาร์เทนเดอร์ “ขอแรงๆ นะคะ แต่แบบหวานลืม”
“หืม” ฉันเห็นพี่เวย์ครางอย่างสนใจ เธอไล่สายตาโลมเลียฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “อยู่เกาหลีเหรอ ถึงว่า”
“ทำไมเหรอคะ” ฉันเอียงตัวเข้าไปใกล้เธอ ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวของเธอ
“ดูเผ็ดไม่เหมือนคนไทยไง” เธอยิ้มจนตาหลับ ก่อนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นกระดก “แต่ไม่เป็นไร”
“...”
“พี่เป็นคนชอบทานเผ็ด”
นั่นไงล่ะ เจอไปดอกแรก ฉันร้อนไปทั้งตัวเลยทีเดียว
“บ้า พี่ก็” ฉันตีไหล่เขาเบาๆ พี่เวย์หัวเราะเสียงดัง
“ล้อเล่นน่ะ วันนี้พี่มากับเพื่อน” เธอไหวไหล่ “มีลูกเมียแล้วยังกระแดะมากินเหล้า ผู้ชายมันก็งี้ล่ะนะ พี่เลยไม่ชอบผู้ชายไง”
“เหรอคะ” ฉันครางรับ รู้สึกตงิดๆ กับคำว่า ‘มีลูกมีเมียแล้ว’ มันฟังดูคุ้นๆ นะ “พี่จะบอกว่าเลสไม่เป็นแบบนั้น?”
“ไม่” เธอกระซิบ “แต่รับรองว่าถ้าเปิดใจ จะชอบ”
“โห” ฉันแค่นหัวเราะอย่างรับมุข
“เออ เพื่อนพี่มาแล้ว มึง! ทางนี้” ฉันหันหลังไปมองตามพี่เวย์ที่กวักมือเรียกใครบางคน ก่อนที่จะต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่ฉันรู้จักดี
โลกมันกลมไปรึเปล่าอ่ะ
พี่เวย์เป็นเพื่อนกับคราม!
ฉันเห็นร่างสูงกำยำเดินเข้ามาใกล้ เขาใส่เสื้อเชิ้ตดำปลดกระดุมบนจนเปิดแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยสัก ร่างสูงสบตากับฉัน แววตานั้นแพรวพราวตอนมองชุดของฉันจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว ก่อนที่จะเดินมานั่งข้างๆ พี่เวย์
“พาใครมาด้วย?” ครามถามราวกับไม่รู้จักฉันมาก่อน เขาหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ “วอดก้า ขอเข้มๆ”
“เด็กกู” พี่เวย์ศอกแขนใส่เขา “มึงนี่ก็นะ ไม่หาเวลาไปดูลูกเมีย”
“ลูกหลับแล้ว เที่ยวได้” ครามพูดอย่างเห็นแก่ตัว
ฉันแอบเบ้ปาก
“นี่ ไอ้คราม” แต่ยังไม่ทันที่จะหายเซ็งที่ต้องมาเจอครามทั้งวันตั้งแต่กลับมาที่ไทย พี่เวย์ก็คว้าไหล่เล็กๆ ของฉันเข้ามาใกล้ กอดคอฉันราวกับเราเป็นคู่รักกัน “คนนี้ชื่อน้องมิว เพิ่งเจอกันที่สนามบิน น่ารักปะ”
ฉันเงียบ ครามเงียบ เราต่างจ้องหน้ากันราวกับจะสแกนหาความคิดของอีกฝ่าย เพราะถึงจะเปลี่ยนตัวเองมาให้แซ่บได้ขนาดนี้แล้ว
“น่ารักดี”
ก็ยังแทบจะเดาความคิดของครามไม่ออกเลยสักครั้ง
ฉันทึ่งกับคำตอบนั้นยืนอึ้งไปนาน มารู้สึกตัวอีกทีร่างแกร่งกำยำที่แสนกระสันของเขาก็เข้ามาชิดใกล้ และใช่ ฉันยังไม่เปลี่ยนชุด Do it DADDY ออก ครามเอานิ้วแกร่งสอดเข้าไปใต้โชคเกอร์ที่หลวมนิดๆ ของฉัน แล้วดึงเข้ามาใกล้“มึงล่ะ”“...”“คิดถึงกูบ้างมั้ย”ฉันสบตาเขา เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมาในใจ ยอมรับว่าท่าทางของครามทำเอาฉันใจเต้นนิดๆ ด้วยจิตใจที่ร่านร้ายมากขึ้น แต่เหมือนความเลวที่เขาเคยทำจะส่งผลด้านลบต่อจิตใจของฉันมากกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร แล้วให้เขารั้งโชคเกอร์ไปจูบผมสั้นบลอนด์ทองของตัวเองตามใจชอบ“คิดถึงเหรอ อย่ามาพูดดีกว่า” ฉันผลักเขาออก เป็นนัยน์ว่าเขามีสิทธิ์แตะต้องฉันได้แค่นั้น ก่อนที่จะฉีกยิ้มหวานออกมา “อย่าลืมว่าใครทิ้งใครไปก่อน”“กูแค่ดูว่าตอนนั้นอะไรมันเร้าใจกว่า” เขาพูดออกมาตรงๆ ลูบปอยผมของฉันอย่างโหยหา “ตอนนี้พอรู้แล้วว่ามึงเร้าใจกว่าจริงๆ”“พูดถูกใจจัง” ฉันประชดกับคำพูดเห็นแก่ตัวของคราม เมื่อก่อนอาจร้องไห้แต่ตอนนี้ชินชาซะแล้ว ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่ามือถือสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาสั้นพอหยิบขึ้นมาดูต่อหน้าคราม ฉันก็นิ่งไป เมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาคือพี่เหมียว“นี่” ฉันปรายตาขึ้น
“น่ารักดี” ครามเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่ง ทำเอาฉันนิ่งไป‘น่ารักดี’ เหรอ“ใช่ปะ” พี่เวย์ฉีกยิ้มอย่างภูมิใจ ผละมือออกจากไหล่ฉัน ในขณะที่ฉันจ้องหน้าครามนิ่ง เขาเองก็จ้องฉันเหมือนกัน “เออ กูไปเข้าห้องน้ำแปป น้องมิว เดี๋ยวพี่มา”“ค่ะพี่เวย์” ฉันหันไปเปลี่ยนสีหน้าตอบพี่เวย์อย่างเริงร่า เธอคว้าข้อมือฉันขึ้นมา โดยที่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงโปร่งจูบหลังมือฉันเบาๆ แล้วฉีกยิ้มให้ฉัน ต่อหน้าสายตาที่แวววาวของคราม“รอพี่แปปนะครับ” เสียงทุ้มหวานแบบสาวห้าวทำเอาฉันหลงเสน่ห์ไปชั่ววูบนึง ก่อนที่เธอจะกระดกเหล้าแล้วเดินออกไปเหมือนจะเป็นใจรึเปล่านะ เหลือฉันกับครามอยู่ด้วยกันแค่สองคน มีเพียงแค่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ว่างเปล่าของพี่เวย์กั้นอยู่ตรงกลางฉันหันไปสนใจกับค็อกเทลตัวเอง โคลงแก้วไปมาโดยไร้เสียงทักจากคราม แอบเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นว่าร่างสูงเองก็กำลังกระดกเหล้าเข้าปากดูสีหน้าครามไม่ค่อยดี แต่เขาพยายามไม่แสดงอาการฉันแอบฉีกยิ้ม คงมีปัญหากับเมียอสรพิษของเขา พี่สาวของฉัน ยังไงคนอย่างเธอก็คงไม่ได้จบที่การมีลูกในวัยนี้หรอกฉันรู้น่า ฉันรู้ลุกไปเข้าห้องน้ำตามพี่เวย์ดีกว่า ยังไงก็ดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากับ
ฉันรู้มาว่าครามไม่ได้บอกเรื่องที่ตัวเองเทงานแล้วมาหาเมียกับลูก อันนี้ออกมาจากปากเขาเอง ที่รีบตามมาสมทบเพราะกลัวว่าเมียกับลูกจะเกิดอันตรายจากคู่อริของเขา เพราะพ่อเขาเป็นมาเฟียฉันเบ้ปากอย่างรำคาญห่วงเมียห่วงลูกเหลือเกินนะ ทั้งที่เมื่อก่อนเลวซะขนาดนั้นครามดึงลูกจากแม่ไปอุ้มหน้าตาเฉยราวกับไม่อยากให้ใครอุ้มลูกตัวเองนอกจากเขา ฉันนึกแปลกใจที่แม่ไม่ว่าอะไรแล้วปล่อยให้เขาชิงเด็กไปอุ้มแบบไม่มีมารยาทแบบนั้นฉันเห็นครามที่มายืนคู่กับพี่เหมียว เขาสบตากับฉัน มองตั้งแต่หัวจรดเท้าแต่เขากลับไม่พูดอะไร มีแต่ริมฝีปากที่ยกยิ้มฉันรู้สึกร้อนๆ เวลาเขามองมา ไม่ใช่อะไร แต่ครามมองฉันแบบแปลกๆ ทั้งที่มันผ่านไปสองปีแล้ว แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเมื่อสองปีที่แล้วเขามองฉันยังไง ตอนนี้ก็ยังคงมองแบบนั้นบ้าดีนะ คิดว่าไม่รู้รึไงผู้ชายมักมากเป็นปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวที่เฟคที่สุด แค่หน้าของพี่เหมียวก็เฟคพอแล้วทำเป็นพูดดีด้วย อยากจะอ้วกฉันรีบผละออกจากบ้านที่เคยอยู่ทันทีเพราะทนความอยากตบพี่สาวตัวเองไม่ไหว แล้วรอจนเที่ยงคืนถึงออกมาตามนัดที่พี่เวย์ สาวหล่อชวนไว้ผู้หญิงเท่ๆ มันดีต่อใจแบบนี้นี่เองฉันลงทุนเปลี่ยนชุดให
ฉันโกรธมาก และไม่สามารถให้อภัยทั้งพี่เหมียวและครามได้พ่อแม่ที่คิดว่าเราคือพี่น้องที่รักกันดีได้ตาสว่างก็วันนั้น เขาเรียกเรามาคุยกัน แต่ฉันไม่อยากทนเห็นหน้าพี่เหมียวในบ้านหลังนี้ได้อีกแล้ว เธอแสดงออกชัดเจนว่าเธอยังคงเกลียดฉันไม่เปลี่ยน แล้วจงใจหักหลังกันฉันหนีออกจากบ้าน ยกผู้ชายสารเลวให้พี่เหมียวได้ครอบครองตามใจอยาก แล้วตั้งใจว่าจะเปลี่ยนตัวเองใหม่ แล้วจะไม่ผูกมัดกับใครอีกเลยพอฉันอายุยี่สิบ ฉันรวบรวมเงินทั้งหมดและโทรบอกพ่อแม่ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ฉันจะไปทำงาน เรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แล้วกลับมาเรียนต่อที่นี่ตอนอายุยี่สิบสองฉันจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อแม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ตอนแรกพ่อแม่คัดค้าน แต่ฉันขู่ว่าถ้าพวกเขาไม่ยอม ฉันจะหนีไปไม่กลับ และไม่ติดต่อกับทางบ้านอีกเลยฉันเลือกไปอยู่ที่เกาหลีเพราะเรียนเอกภาษาเกาหลีอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นเวลาสองปี หัดเข้าผับกินเหล้า แล้วเริ่มทำตัวเองให้เปรี้ยวขึ้น คบเพื่อนผู้ชายที่นั่นเยอะแยะ แล้วให้พวกนั้นสอนให้รู้จักมองคนให้ออกผู้ชายเกาหลีน่ะไม่ใช่เล่นๆ กันสักคนหรอก ฉันเชื่อว่าก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าครามเลยและนี่ก็เป็นเหตุ
หมับ“กูรักมึง” กูดึงร่างขาวเนียนเข้ามากอดไว้แน่น แทบไม่มีความเสียใจที่กูมีความคิดว่าจะทิ้งผู้หญิงทุกคน เพราะที่ผ่านมา กูมีคนในใจ แต่ที่เลือกรัก เพราะมันคล้ายคนในใจมากเกินไปแต่คนในใจแม่งก็คือคนในใจ ไม่มีหน้าไหนแทนได้สองปีกับห้าเดือน คงรู้อยู่ว่ากูจะเลือกใคร“...”“แต่ครั้งนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่กูจะให้มึง เหมียว”แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นมิว... ก็ไม่เว้น[จบพาร์ท : พี่คราม]ฉันตื่นเช้ามาพร้อมกับแชทที่ถูกครามบล็อก เบอร์ก็ถูกบล็อก โทรหาเขาแต่กลับไม่มีใครรับสายฉันนั่งทะมึนอยู่ในห้องนอนของตัวเอง กับร่างเปลือยเปล่าที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเพิ่งตื่นตัวจากเมื่อวานเลย ที่เรามีอะไรกันแล้วเขาบอกรักฉันเมื่อคืนเขายังอยู่กับฉันแท้ๆ แต่วันนี้เขากลับบล็อกฉันแวบแรกฉันกลัวว่าครามจะเป็นอะไรไป เพราะปกติถึงเขาจะนอนกับผู้หญิงคนอื่นเวลามีฉันจนฉันโกรธ แล้วตามมาง้อฉันอย่างรุนแรง แต่ครามก็ไม่เคยแสดงออกว่าจะขาดการติดต่อกับฉันไปทั้งอย่างนี้ เขายังแสดงออกว่าจะมีฉันเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอห้าเดือนที่ผ่านมาฉันลงหลักปักฐานว่าจะลงเอยที่เขา หวังไว้สูงมากทีเดียวว่าจะต้องเป็นเขาที่ฉันจะแต่งงานด้วยหรือเพราะเมื่อวาน
แน่นอนว่าฉันไม่บอกพี่เหมียวแน่ ครามคือสมบัติอันล้ำค่าของฉันฉันทำเพียงแค่บอกพี่เหมียวว่าเขาเป็นคนในความลับ ไว้จะพามาให้รู้จักตอนที่พาเข้าบ้าน ไม่รู้ว่าพี่เหมียวจะไปบอกแม่รึเปล่า แต่เพราะตอนนี้ฉันอายุสิบเก้าแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยในระดับหนึ่งแต่เหมือนมันผิดคาด แทบไม่มีเรื่องของฉันกับแฟนหลุดไปจากปากของพี่เหมียวตลอดเวลาที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้านฉันเผลอคิดไปว่าพี่เหมียวเลิกเมินฉันแล้ว เธอคงกลับมามองฉันเหมือนน้องอย่างที่ควรจะเป็น ก็เลยโล่งอก แล้วกลับหออย่างสบายใจและเชื่อสิ ทันทีที่กลับถึงหอ ก็เห็นครามที่ท่าทางเหมือนเก็บกดกอดอกอยู่ใต้ตึกและเพราะที่นี่เป็นหอนอก ฉันถึงได้พาเขาเข้าห้องได้“อื้อ! คราม”ศีรษะฉันชนเข้ากับหัวเตียงเพราะได้รับแรงกระแทกจากด้านล่างอย่างหนักหน่วง ทันทีที่กลับมาแล้วเห็นว่าครามมารอ ฉันก็ถูกเขาลากขึ้นไป โดนจูบในลิฟต์ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะถูกลากเข้าห้องครามดูหื่นกระหาย เขาเคยบอกว่าไม่มีร่างกายไหนรัญจวนเท่าฉันแล้ว อาจเพราะเขารักฉันมาก จนมีอะไรกับใครก็ไม่ดีเท่ามีกับฉันแต่การที่เขาไปมีเซ็กส์กับคนอื่น นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน“อ๊ะ อ๊ะ คราม! มิวเจ็บนะ” ฉันกรีดร้อง มื







