Share

ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด
ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด
Author: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update publish date: 2026-04-03 08:55:46

ตั้งแต่อายุห้าขวบ... อาฉีก็เรียนรู้ว่าชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ตั้งแต่จำความได้นางตระหนักรู้เพียงว่าชีวิตของนางเกิดมาพร้อมโชคร้าย ชะตากรรมที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ความพลัดพราก การต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ต้องเอาตัวรอดโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่น

เมื่อตอนอายุหกขวบ... นางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อ ท่านแม่ จึงหายไปไม่กลับมาอีก กระทั่งท่านลุงกับท่านป้ารับนางไปอยู่ด้วย อีกทั้งพวกเขายังได้ที่ดินของท่านพ่อไปครองแลกกับการเลี้ยงดูนาง

อายุเจ็ดขวบ... เกิดโรคระบาดท่านป้าตั้งครรภ์ เพราะไม่มีปัญญาหาเลี้ยงนาง ท่านลุงท่านป้าขายนางให้กับหอนางโลมโดยไม่ลังเล ปลอบนางว่าที่น่ะมีข้าวกิน มีที่นอน มีเสื้อผ้าอบอุ่นสวมใส่

ขณะกำลังจะถูกลากเข้าไปในหอนางโลม ตัวนางที่สกปรกมอมแมมถูกลาก ถูกกระชาก ถูกด่าทอว่าไม่กตัญญู นางไม่ได้ร้องไห้ เพียงยืนมองท่านป้าชี้หน้าด่าทอว่าสิ้นเปลืองเพราะนาง และเพียงเพราะนางบอกว่าไม่อยากเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น... นางกลับถูกตบหน้าจนบวมเป่ง

รถม้าคันหนึ่งแล่นผ่านมา... แสงสว่างเดียวของอาฉี คุณหนูจวนคหบดีที่มั่งคั่งและร่ำรวย นางหยิบยื่นชีวิตใหม่ให้อาฉี มอบนามและแซ่ใหม่ให้นับตั้งแต่วันนั้น วันต่อนางก็ไม่ใช่อาฉีแล้ว ไม่ใช่เด็กกำพร้าโชคร้าย แต่กลายเป็น... ‘ซูอวี่ฉี’ สาวใช้ตัวน้อยที่จะต้องอยู่เคียงข้างคุณหนูเจิน เจินเหม่ยจู

แซ่ซู...มาจากแม่นมซูผู้ใจดี นอกจากนางยังมีเด็กอีกคนที่ถูกรับเข้ามาพร้อมกัน นางเองก็แซ่ซู ‘ซูม่านฉี’ ชื่อตัวท้ายที่เหมือนกัน มาจากอักษรเดียวกัน แม่นมซูสั่งสอนให้พวกนางรักใคร่และช่วยกันดูแลปกป้องคุณหนู กลายเป็นพี่น้องที่แม้ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่ที่ต้องจดจำก็คือพวกนางจะต้องรักใคร่และช่วยเหลือกันและกันนับจากวันนี้

นางถูกรังแก...ซูม่านฉีออกหน้าเอาคืนให้

ซูม่านฉีถูกลงโทษ...นางเองก็ไม่ทอดทิ้ง ยอมถูกลงโทษไปอีกคน บางครั้งยังปิดปากเงียบไม่บอกหากซูม่านฉีทำผิด เป็นเหตุให้ถูกลงโทษทั้งสองคน

ในจวนตระกูลเจินไม่ได้มีเพียงคุณหนูของพวกนางเท่านั้น แต่ยังมีคุณหนูคนอื่นๆ และสาวใช้ของพวกนางที่โตกว่า ชอบหาเรื่องสาวใช้เรือนอื่นที่เด็กกว่า ดังนั้นทั้งซูอวี่ฉีและซูม่านฉีล้วนต้องระมัดระวังตัว

แรกๆ นางรู้สึกประหลาดใจ ในจวนหรูหรา มีกินมีใช้ ทว่าเพราะอะไรบรรดานายของจวนกลับชอบทะเลาะกัน หลังๆ จึงได้เข้าใจว่าการแก่งแย่งความโปรดปราน สำคัญต่อการอยู่รอดของสตรีเรือนหลัง หากไม่ได้รับความสำคัญก็จะอยู่ในจวนอย่างยากลำบาก ขอเพียงมีตัวตนในจวนไม่ว่าอะไรที่อยากได้ล้วนได้มา

ซูอวี่ฉี ซูม่านฉี เผลอเพียงพริบตาจากเด็กน้อยไม่ประสา วันนี้ก็อยู่ข้างกายผู้เป็นนายอย่างเจินเหม่ยจูครบห้าปี

วันนี้...จวนตระกูลเจินพาบุตรสาวออกไปร่วมงานเลี้ยง ใต้เท้าแห่งศาลต้าหลี่จัดงานเลี้ยงที่จวน นัยหนึ่งก็คืออยากให้บุตรชายได้ดูตัวกับบุตรสาวจวนต่างๆ ส่วนนายท่านเจินเองก็อยากได้เส้นสายของขุนนาง ทั้งนี้ก็เพื่อให้การทำการค้าสะดวกขึ้น

ซูอวี่ฉีเห็นว่าซูม่านฉีอยากไป อีกทั้งครั้งนี้ผู้เป็นนายพาสาวใช้ไปด้วยได้เพียงคนเดียว เช่นนางจึงยอมรั้งอยู่เฝ้าเรือน ให้ซูม่านฉีติดตามเจินเหม่ยจูไปร่วมงานเลี้ยง นึกไม่ถึง...คุณชายจวนปั๋วจะต้องตาคุณหนูของพวกนาง!!!

ซูม่านฉีไม่เพียงบอกข่าวดีนี้กับนางเท่านั้น แต่อีกฝ่ายยังตื่นเต้นดีใจที่บังเอิญได้พบกับพี่ชายที่รู้จัก ทั้งสองเคยอยู่หมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันมานานตั้งแต่เด็กๆ

 อีกทั้งท่าทีเขินอายของซูม่านฉี ยามที่เอ่ยถึงเขาก็ทำให้นางตระหนัก สหายของนางเติบโตเป็นสาวแล้ว ทั้งยังรู้จักมีใจให้บุรุษ!!!

พวกนาง...อายุสิบสองย่างเข้าสิบสามปี ขณะติดตามผู้เป็นนายเข้าไปในจวนปั๋ว เจินเหม่ยจูกลายเป็นอนุของถานซื่อจื่อจวนปั๋ว เป็นทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งท่านปั๋ว อนาคตของเจินเหม่ยจูนี้ แม้ไม่ใช่นายหญิงของจวน ทว่าซื่อจื่อก็นับว่ารักและเอ็นดูนางอยู่มาก ในจวนนางจึงไม่ได้ถูกดูแคลนหรือถูกรังแก

นอกจากซูอวี่ฉีและซูม่านฉีแล้ว ยังมีสาวใช้อีกสามคนติดตามมาด้วย นัยว่าเป็นสินเดินจากจวนตระกูลเจิน ไม่รวมทรัพย์สินมากมายของคหบดีตระกูลเจิน ทางหนึ่งก็เพื่ออวดเบ่งถึงความมั่งคั่ง อีกทางก็เพื่อไม่ให้บุตรสาวน้อยเนื้อต่ำใจ ด้วยอย่างไรนางก็นับได้ว่าเป็นชนชั้นต่ำสำหรับชนชั้นสูง การแบ่งชนชั้นอย่างไรก็ยังน่ากลัวเสมอ

เหล่าชนชั้นสูง ก็มองว่าขุนนางที่ยศต่ำกว่า เป็นคนที่ไม่คู่ควรให้ความสำคัญ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.9 จบ

    นางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.8

    มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.7

    จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.6

    ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.5

    เขาอึ้งงั้น “เจ้า...รู้ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องนี้?” เขามองนางจากนั้นเอนตัวดึงนางเข้าไปกอด “ข้าเองก็ไม่ได้อยากพาเจ้ากลับไป แต่ว่าทนแยกจากเจ้าอีกไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าดูชอบที่นี่มาก อีกทั้งบรรยากาศของที่นี่ทำให้เจ้าอารมณ์ดี มีความสุข ข้าไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข เล็กน้อยก็ไม่อยาก”“ความสุขมันมีหลายทาง ที่นี่ข้ามีความสุข ที่เมืองหลวงข้ามีท่าน มีลูก พวกเราก็จะมีความสุข” นางกล่าวและคิดเช่นนั้นจริงๆ“ได้ ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องมีความสุขแน่นอน” เขากดจุมพิตลงไปยังกลางกระหม่อมของนาง ทว่าตอนที่กำลังจะไล่จุมพิตลงไปยังปลายจมูก ซูอวี่ฉีกลับนิ่วหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก“ทะ...ท่านพี่”“หืม?”“ข้า...” เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปียกชุ่มปลายรองเท้า “ข้าเจ็บท้อง...มาก!”“ท่านป้า ท่านลุง!!” เขาตะโกนเสียงดังอุ้มหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าอดทนหน่อย อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าไปเรียกคนก่อนเดี๋ยวกลับมา เจ้ารอข้านะ สูดหายใจเข้าลึกๆ!!!”ด้านนอกเขาวิ่งออกไปตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านลุงหลิน ท่านป้า ฮูหยินของข้าจะคลอดแล้ว! ท่านป้าจูหมอตำแยเมาหรือยัง?!”ซูอวี่ฉีเจ็บท้องแทบตายแต่กลับรู้สึกขบขัน นี่มันสถาน

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.4

    “ข้ารู้ แต่เจ้าสามารถคาดหวังในตัวข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังและเสียใจอีก ข้าสัญญา”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย มู่จวิ้น...หัวหน้ามือปราบศาลต้าหลี่ บุรุษที่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูดหนักแน่นและจริงจัง เขาเป็นคนดี ดีมาก ดีเสียจนนางเองก็โกรธเขาไม่ลง เพราะหากนางรู้สึกโกรธ ความรู้สึกที่จะตามมาก็มักจะเป็นความรู้สึกผิด เพราะนางเข้าใจในทุกการกระทำของชายหนุ่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องของนาง หรือเรื่องของซูม่านฉีคนทุกคนล้วนสามารถก้าวพลาด เลือกพลาด ผิดพลั้งได้ทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด นางกับมู่จวิ้นเองก็เคยพลาดพลั้งเช่นกัน แต่จะมีกี่คนที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอีกครั้ง...กับคนคนเดิมแต่งงานอีกครั้งกับบุรุษคนเดิม ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะ หยอกล้อ รอยยิ้ม ความยินดี ความสุข ทุกอย่างฉายชัดออกมาจากน้ำเสียง สีหน้า รวมไปถึงดวงตาของบ่าวสาวงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ไม่มีสินสอดมากล้น ไม่มีสินเดิมมากมาย มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างบ้านนั้นมีเนื้อ บ้านนี้มีไก่ บ้านอีกหลังมีไข่ อีกหลังมีผ้า อีกบ้านก็มีฟืน มี

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.8

    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุดพวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้วใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพังซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยว

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.7

    ชั่วขณะหนึ่งในเงามืดนางมองเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของมู่จวิ้น หัวใจของนางพลันเย็นเยียบ ตกตะลึงพยายามดันหน้าอกเขา ทว่า...จนแล้วจนรอดที่นางทำได้ก็คือส่งเสียงแผ่วเบา วอนขอต่อสวรรค์ให้นี่เป็นแต่เพียงความฝันตื่นหนึ่งร่างกายร้าวระบม...สติเลือนราง...เสียงกรีดร้องหนึ่งดังขึ้น นางจำได้แม่นว่านั่นเป็นเสียงข

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.6

    ทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจหญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิ

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.5

    “ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status