Share

บทที่ 1.3

last update publish date: 2026-04-03 08:55:53

ซูม่านฉีตื่นเต้นยิ้มแย้มเมื่อแอบชี้มือไปยังคนรักให้หญิงสาวดู ซูอวี่ฉีมองไปยังมือปราบร่างสูง ใบหน้าคมเข้ม มู่จวิ้นผู้นั้นก็นับว่าเป็นบุรุษที่หล่อเหลาน่ามอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจัง หากให้นางอธิบายก็คงใช้คำว่าเย็นชาได้เลย ทว่าซูม่านฉีเคยกล่าวว่าเขาอ่อนโยนใจดี..

ด้านหลังมีเสียงเรียก “เสี่ยวจวิ้น!”

“นั่นใครหรือ” นางถามซูม่านฉี ทว่าอีกฝ่ายกลับเลิกคิ้ว สายตาตรึงอยู่บนร่างขององครักษ์ที่สวมเกราะสีแดง

“ข้า...ไม่รู้”

บุรุษหล่อเหลาที่ติดตามขันทีผู้หนึ่งเข้ามาเพื่อประกาศราชโองการ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก ราวกับเป็นสหายกันมานาน ทว่ามู่จวิ้นกลับเป็นเพียงมือปราบ ในขณะที่อีกฝ่ายดูแล้วน่าจะมีตำแหน่งองครักษ์ในวังหลวง

ซูม่านฉีเหม่อลอยจนหญิงสาวรีบสะกิด “พวกเราต้องกลับเข้าด้านในแล้ว หาไม่อี๋เหนียงจะถูกตำหนิ” นางลากสหายที่เอาแต่จ้องมองบุรุษอื่นจนเสียกิริยา

“เจ้าเห็นหรือไม่”

“เห็นอะไร”

“เขาอย่างไรเล่า หล่อเหลาเหลือเกิน เขาเป็นใครกันนะ ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย ไม่เคยรู้ว่าพี่จวิ้นรู้จักกับองครักษ์ในวังหลวง เขาทั้งสง่าผ่าเผย ทั้งหล่อเหลาดูสูงส่ง”

“นี่...เจ้ามีพี่จวิ้นของเจ้าอยู่แล้ว สนใจสหายของเขาออกหน้าออกตาใช้ได้ที่ไหนกัน เอาพี่จวิ้นผู้นั้นของเจ้าไปไว้ที่ใด” นางแสร้งเย้า

ซูม่านฉีหัวเราะ “พี่จวิ้นก็เอาไว้ที่เดิม แต่หากมีกิ่งไม้ที่สูงกว่า ข้าเองก็ต้องมองเผื่อเอาไว้บ้าง เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรอกหรือ” ซูม่านฉีหัวเราะคิด “ไม่ล้อเจ้าเล่นแล้วไปกันเถิดอี๋เหนียงคงมองหาพวกเราแล้ว

ซูอวี่ฉีกลับขมวดคิ้วมองแผ่นหลังของสหาย นางไม่รู้สึกเลยว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายเพียงล้อเล่น... แต่ไหนแต่ไรมาเรื่องที่ซูม่านฉีเล่าเกี่ยวกับคนรักวัยเด็กที่รู้จักกันมานาน เขาอ่อนโยน จิตใจดี พร้อมช่วยเหลือนางทุกเรื่อง พร้อมออกหน้าขอเพียงนางต้องการอะไร ยอมออกมาพบนางทันทีแม้ยังยุ่งอยู่กับการสืบคดี ขอเพียงนางร้องขอ บุรุษที่พร้อมทำเพื่อคนรัก บุรุษที่ปลีกตัวมหาทันทีที่คิดว่าซูม่านฉีอาจมีเรื่องเดือดร้อน ซูอวี่ฉีเพียงได้ฟังไม่เคยพบ ยังรู้สึกว่าเขาเป็นคนไม่เลว

ทว่า...เห็นท่าทีเหม่อลอยราวกับตกหลุมรักของซูม่านฉีเมื่อครู่ อยู่ๆ ซูอวี่ฉีก็รู้สึกว่าเรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพลวงตา ตอนนี้ต่างหากจึงจะเป็นเองจริง!!!

“กิ่งไม้ที่สูงกว่า?” นางขมวดคิ้ว ในใจหวังว่ากิ่งไม้ที่อยู่ต่ำกว่านั้นจะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างเย็นชา

หลังจากวันนั้นซูอวี่ฉีไม่ได้เซ้าซี้สหาย ด้วยซูม่านฉีกล่าวว่ามู่จวิ้นไปสืบคดีต่างเมือง ทว่าการที่อีกฝ่ายบอกว่าบังเอิญได้พบองครักษ์ผู้นั้น และได้รู้ว่าเขาเป็นถึงหัวหน้าหน่วยองครักษ์ในวังหลวง ชาติตระกูลหรือก็ไม่เลว แถมยังไม่แต่งฮูหยิน คิ้วของซูอวี่ฉีก็เลิกขึ้นมองสหายด้วยสายตาเคลือบแคลง

“ม่านม่าน”

“หืม”

“เจ้ายังรักมือปราบมู่อยู่หรือไม่”

อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองนาง “เหตุใดถามเช่นนั้น ข้าก็ต้องรักพี่จวิ้นอยู่แล้ว”

“แต่เจ้าแอบไปมาหาสู่องครักษ์เสิ่นเช่นนี้ มือปราบมู่ล่วงรู้หรือไม่”

ซูม่านฉีถอนหายใจกอดแขนนาง “อวี่อี...ข้าว่าข้าชอบทั้งพี่จวิ้นและก็ชอบองครักษ์เสิ่นด้วย”

“อะไรนะ!!”

“ข้าจะทำอย่างไรดีหากต้องเลือกระหว่างพวกเขาสองคน”

ซูอวี่ฉีขมวดคิ้วแน่น นางรู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง

นับตั้งแต่สารภาพว่าชอบทั้งมู่จวิ้นและเสิ่นซีหยวน ซูม่านฉีก็เล่าเรื่องของบุรุษทั้งสองให้นางฟังน้อยลง ซูอวี่ฉีรู้สึกได้ชัดเจนว่าสหายเปลี่ยนไปกว่าเดิน เก็บตัวมากขึ้น ไม่เปิดเผยกับนางอย่างที่เคย หลังๆ มายังแอบออกไปข้างนอกจวนบ่อยครั้ง กระทั่งแม้แต่เจินอี๋เหนียงเองก็จับได้ แถมตำหนินางที่เอาแต่ช่วยปิดบังให้ซูม่านฉี

“อวี่ฉี”

“เจ้าคะ?!” นางรู้สึกร้อนตัวอยู่บ้างในยามที่ผู้เป็นนายเรียกนางเช่นนี้ ด้วยปกติเจินอี๋เหนียงกับซูม่านฉีจะเรียกนางว่า อวี่อี...

“รู้หรือไม่ข้อเสียของเจ้าคืออะไร”

“อะไรหรือเจ้าคะ”

“ประนีประนอมจนเกินไปจึงถูกเอาเปรียบได้ง่าย”

นางกะพริบตามองผู้เป็นนาย

“คิดว่าข้าไม่รู้หรือ เจ้าทำงานทุกอย่างแทนม่านม่านไปเสียหมด ทำให้นางมีโอกาสได้ลอบออกจากจวน แอบไปหาคนรัก ไม่พอเจ้ายังช่วยนางปิดบังข้าด้วย”

“...นะนายหญิง!!” หญิงสาวคุกเข่าลงตรงหน้าเจินอี๋เหนียง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.9 จบ

    นางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.8

    มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.7

    จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.6

    ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.5

    เขาอึ้งงั้น “เจ้า...รู้ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องนี้?” เขามองนางจากนั้นเอนตัวดึงนางเข้าไปกอด “ข้าเองก็ไม่ได้อยากพาเจ้ากลับไป แต่ว่าทนแยกจากเจ้าอีกไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าดูชอบที่นี่มาก อีกทั้งบรรยากาศของที่นี่ทำให้เจ้าอารมณ์ดี มีความสุข ข้าไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข เล็กน้อยก็ไม่อยาก”“ความสุขมันมีหลายทาง ที่นี่ข้ามีความสุข ที่เมืองหลวงข้ามีท่าน มีลูก พวกเราก็จะมีความสุข” นางกล่าวและคิดเช่นนั้นจริงๆ“ได้ ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องมีความสุขแน่นอน” เขากดจุมพิตลงไปยังกลางกระหม่อมของนาง ทว่าตอนที่กำลังจะไล่จุมพิตลงไปยังปลายจมูก ซูอวี่ฉีกลับนิ่วหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก“ทะ...ท่านพี่”“หืม?”“ข้า...” เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปียกชุ่มปลายรองเท้า “ข้าเจ็บท้อง...มาก!”“ท่านป้า ท่านลุง!!” เขาตะโกนเสียงดังอุ้มหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าอดทนหน่อย อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าไปเรียกคนก่อนเดี๋ยวกลับมา เจ้ารอข้านะ สูดหายใจเข้าลึกๆ!!!”ด้านนอกเขาวิ่งออกไปตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านลุงหลิน ท่านป้า ฮูหยินของข้าจะคลอดแล้ว! ท่านป้าจูหมอตำแยเมาหรือยัง?!”ซูอวี่ฉีเจ็บท้องแทบตายแต่กลับรู้สึกขบขัน นี่มันสถาน

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 4.4

    “ข้ารู้ แต่เจ้าสามารถคาดหวังในตัวข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังและเสียใจอีก ข้าสัญญา”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย มู่จวิ้น...หัวหน้ามือปราบศาลต้าหลี่ บุรุษที่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูดหนักแน่นและจริงจัง เขาเป็นคนดี ดีมาก ดีเสียจนนางเองก็โกรธเขาไม่ลง เพราะหากนางรู้สึกโกรธ ความรู้สึกที่จะตามมาก็มักจะเป็นความรู้สึกผิด เพราะนางเข้าใจในทุกการกระทำของชายหนุ่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องของนาง หรือเรื่องของซูม่านฉีคนทุกคนล้วนสามารถก้าวพลาด เลือกพลาด ผิดพลั้งได้ทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด นางกับมู่จวิ้นเองก็เคยพลาดพลั้งเช่นกัน แต่จะมีกี่คนที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอีกครั้ง...กับคนคนเดิมแต่งงานอีกครั้งกับบุรุษคนเดิม ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะ หยอกล้อ รอยยิ้ม ความยินดี ความสุข ทุกอย่างฉายชัดออกมาจากน้ำเสียง สีหน้า รวมไปถึงดวงตาของบ่าวสาวงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ไม่มีสินสอดมากล้น ไม่มีสินเดิมมากมาย มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างบ้านนั้นมีเนื้อ บ้านนี้มีไก่ บ้านอีกหลังมีไข่ อีกหลังมีผ้า อีกบ้านก็มีฟืน มี

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.8

    ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ไม่มีเสียงของซูม่านฉี ไม่มีวี่แววของมู่จวิ้นที่เป็นเจ้าบ้าน มีเพียงเสียงกระซิบกันของหัวหน้าหมู่บ้านและฮูหยินเท่านั้น นางค่อยๆ เรียบเรียงกระทั่งเข้าใจในที่สุดพวกเขาทั้งหมด...ล้วนกลับไปแล้วใช่ กลับไปแล้ว ทิ้งนางเอาไว้ที่นี่เพียงลำพังซูม่านฉีผลุนผลันขี่ม้าจากไป เสิ่นซีหยว

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.4

    เสียงถอนหายใจดังขึ้น “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน หลายปีลำบากมาไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ ดังนั้นรักใคร่และจริงใจต่อใครสักคน เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ทว่าอวี่ฉี...เจ้าใสซื่อจนเกินไปจะถูกหลอกใช้ได้ง่าย บางครั้งเห็นแก่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”นางมองผู้เป็นนายเห็นอีกฝ่าย

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.2

    เหล่าขุนนางที่ไม่ได้มีฐานะสูงส่ง ก็ยังมองว่าคหบดีอยู่ต่ำกว่าตนเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงบ่าวไพร่ ทาส และชาวบ้านที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย คนเหล่านั้นก็จะถูกกดให้อยู่ล่างสุดของชนชั้น ยากนักที่จะสามารถก้าวขึ้นมามีตัวตนซูม่านฉีแอบเดินย่องมาจากด้านหลัง ซูอวี่ฉีที่มองเห็นเงาของสหายหันกลับไป “จับเจ้าได้แล้ว

  • ข้าคือสตรีที่ท่านเคยเขียนหนังสือหย่าขาด   บทที่ 1.1

    ตั้งแต่อายุห้าขวบ... อาฉีก็เรียนรู้ว่าชีวิตนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ตั้งแต่จำความได้นางตระหนักรู้เพียงว่าชีวิตของนางเกิดมาพร้อมโชคร้าย ชะตากรรมที่เต็มไปด้วยการหักหลัง ความพลัดพราก การต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง ต้องเอาตัวรอดโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเมื่อตอนอายุหกขวบ... นางไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดท่านพ่อ ท่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status