Masukเหล่าขุนนางที่ไม่ได้มีฐานะสูงส่ง ก็ยังมองว่าคหบดีอยู่ต่ำกว่าตนเช่นกัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงบ่าวไพร่ ทาส และชาวบ้านที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย คนเหล่านั้นก็จะถูกกดให้อยู่ล่างสุดของชนชั้น ยากนักที่จะสามารถก้าวขึ้นมามีตัวตน
ซูม่านฉีแอบเดินย่องมาจากด้านหลัง ซูอวี่ฉีที่มองเห็นเงาของสหายหันกลับไป “จับเจ้าได้แล้ว!!!” นางทำให้อีกฝ่ายตกใจเสียก่อน ซูม่านฉีสะดุ้งสุดตัวหัวเราะชอบใจจากนั้นกอดเอวของนาง
“ไม่เคยแกล้งให้เจ้าตกใจได้สำเร็จเสียที”
“เจ้าหายไปไหนมา อี๋เหนียงถามถึงเจ้าหลายรอบแล้ว”
“อี๋เหนียงเล่า”
“นอนกลางวันไปแล้ว”
อีกฝ่ายถอนหายใจ “ข้า...” มองไปรอบๆ อย่างมีพิรุธจากนั้นกระซิบเสียงเบา “ข้าแอบไปหาพี่จวิ้นมา”
“อะไรนะ!”
“เจ้าเบาๆ สิ เดี๋ยวก็มีคนผ่านมาได้ยินหรอก”
“ม่านม่าน เจ้าใจกล้าเกินไปแล้ว ไม่กลัวถูกลงโทษหรือ?!”
อีกฝ่ายหัวเราคิก “กลัวสิ แต่ทำอย่างไรได้เล่า ข้าทนคิดถึงเขาไม่ไหว ไม่ได้พบเขาเกือบเดือนแล้ว ได้ยินมาว่าเขาออกไปต่างเมืองเพื่อสืบคดีเพิ่งกลับมา”
ซูอวี่ฉีมองสหาย “ม่านม่านเจ้าอย่าโกรธหากข้าพูดบางอย่าง ข้าว่านะหากเขาเองก็ชอบเจ้า ตอนนี้เจ้าเองก็ใกล้ปักปิ่นแล้ว มิสู้ให้เขามาทาบทามอี๋เหนียง จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย หาไม่หากโดนจับได้ไม่เพียงเจ้าจะถูกลงโทษอย่างหนัก แม้แต่อี๋เหนียงเองก็อาจถูกตำหนิ”
อย่างไรเสียพวกนางไม่เพียงแต่เป็นสาวใช้ แต่ทางหนึ่งยังถือเป็นสินเดิมของเจินอี๋เหนียง หากวันดีคืนดีซื่อจื่อประสงค์ให้พวกนางอุ่นเตียง เช่นนี้มิเท่ากับผิดร้ายแรงหรือ ชีวิตของสาวใช้จะอย่างไรก็เป็นของผู้เป็นนาย เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่พวกเขาถือครอง การมีใจให้บุรุษอื่นนอกจวนจึงเป็นเรื่องผิดมหันต์ หากมีคนล่วงรู้...
“เจ้าก็รู้ว่าพี่จวิ้นเป็นเพียงมือปราบเล็กๆ ในศาลต้าหลี่ ลำพังเบี้ยหวัดน้อยนิดจะมีปัญญาซื้อตัวข้าออกไปหรือ อีกอย่างอี๋เหนียงก็มิใช่รับปากแล้วว่าข้ากับเจ้าไม่ต้องอุ่นเตียงให้ซื่อจื่อ ไม่เป็นไรหรอก ข้าระวังตัวมาก”
“แต่ว่า...” นางไม่ใคร่จะเห็นด้วย
ซูม่านฉีไม่มีท่าทีหวาดหวั่น ตรงกันข้ามยังวาดฝันถึงอนาคตวันข้างหน้า นางจะมีอิสระ ไม่ต้องรับใช้ผู้ใด ไม่ต้องทำงานงกๆ แล้วต้องดูสีหน้าของผู้อื่น วันหน้านางจะเป็นมู่ฮูหยิน เป็นฮูหยินของมือปราบศาลต้าหลี่อย่างสง่าผ่าเผย แม้ว่าครั้งหนึ่งนางจะเคยเป็นเพียงสาวใช้ก็ตาม
“ขอเพียงพี่จวิ้นเก็บเงินได้มากพอ ซื้อตัวข้ากลับไปและยกเลิกทะเบียนทาสของข้า แต่งให้เขาข้าก็จะกลายเป็นฮูหยินขุนนางแล้ว!!”
ซูอวี่ฉีขมวดคิ้ว ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นางรู้สึกว่าสหายไม่เคยเอ่ยถึงความรักที่มีต่อมู่จวิ้น จะมีก็เพียงความหวังที่จะได้ยกเลิกทะเบียนทาส จากนั้นก็จะได้เป็นฮูหยินขุนนาง
ซูม่านฉีกอดนางจากนั้นซบศีรษะลงบนไหล่ “แน่นอนข้าจะไม่ลืมเจ้า ข้าจะให้พี่จวิ้นลองถามๆ เหล่ามือปราบ คนใดนิสัยใช้ได้และยังไม่แต่งงาน ข้าจะแนะนำให้เจ้าได้รู้จัก เจ้าเองก็คงไม่ได้อยากเป็นสาวใช้ไปตลอดชีวิตกระมัง”
ซูอวี่ฉีถอนหายใจ “ไม่หรอก ข้าอยากอยู่รับใช้อี๋เหนียง หากพวกเราไปจากนางทั้งคู่ เช่นนั้นนางจะต้องเศร้ามากและเหงามากเป็นแน่ อีกอย่างสาวใช้ข้าวกายอี๋เหนียงก็ไม่มีใครรู้ใจนางสักคน ข้าจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนอี๋เหนียงเอง”
“อวี่อีบางคราข้าก็คิดว่าเจ้าช่างโง่งม มีโอกาสได้ออกไปจากที่นี่ ไม่ต้องรับใช้ผู้ใดแล้ว เจ้าก็สมควรเดินออกไปสิ จะดักดานเป็นสาวใช้ไปตลอดชีวิตไปทำไมกัน”
“อย่างไรเสียชีวิตข้าทุกวันนี้ได้มาก็เพราะอี๋เหนียง นางเป็นผู้มีพระคุณของข้า ไม่ได้นางข้าก็ถูกส่งเข้าหอนางโลมไปแล้ว”
“เอาเถิดๆ ไม่เถียงกับเจ้าแล้ว” ซูม่านฉีคร้านจะเปลี่ยนใจนาง
ปีนั้น...พวกนางล้วนอายุย่างเข้าสิบห้าปี กลายเป็นหญิงสาวที่พร้อมออกเรือน ถึงอย่างนั้นในจวนกลับเกิดเรื่องเศร้า ถานเมิ่งซวี หนิงซีปั๋วสิ้นใจด้วยโรคที่สั่งสม จวนปั๋วประกาศไว้ทุกข์และถานซื่อจื่อได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากบิดา
งานศพท่านปั๋วเต็มไปด้วยขุนนางทั้งสูงและต่ำศักดิ์ แม้พวกนางทั้งสองเป็นเพียงสาวใช้ของอนุ ทว่าก็ยังมีโอกาสได้เห็นขุนนางสูงศักดิ์หลายๆ คน รวมไปถึงองครักษ์และเหล่ามือปราบที่ติดตามผู้เป็นนายเข้ามาด้วย
นางหัวเราะคิกดึงมือของเขาไปวางยังหน้าท้องแบนราบ “ไม่ผิดแน่ๆ รอบเดือนไม่มาสองเดือนแล้ว”มู่จวิ้นอ้าปากเบิกตามองนาง “มี...แล้ว?!”“เจ้าค่ะมีแล้ว” เห็นสีหน้าของเขานางยิ้มกว้าง ทว่าต่อมากลับถูกมู่จวิ้นอุ้มตัวลอยขึ้น เขาพานางเดินออกมาจากในครัว ตะโกนบอกท่านลุงหานกับฮูหยิน“ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวเป่า ข้ากำลังจะมีลูกสาวแล้ว!! พวกท่านได้ยินหรือไม่ ฮูหยินของข้าตั้งครรภ์บุตรคที่สองของข้าแล้ว!!”ตอนนี้ก็รู้กันทั้งหมู่บ้านชาวบ้านโผล่หน้าออกมามองเขา เสียงแสดงความยินดีตะโกนกลับมา ไม่นานหลายคนก็เดินมาที่หน้าบ้าน ใครมีอะไรก็เอามาหยิบหยื่น สีหน้าของเขาพวกเขาล้วนยินดีจากใจ“คนเขาเพิ่งตั้งครรภ์แต่เจ้ารู้แล้วว่าได้บุตรสาว?”“นั่นสิ เจ้าอยากได้บุตรสาวหรอกหรือ”“บุตรสาวก็ดีนะ มารดาของนางงดงามเช่นนี้ บุตรสาวจะต้องน่ารักน่าชังแน่นอน”“ข้าจะมีน้องสาวแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนแทรกมู่จวิ้นหัวเราะอุ้มบุตรชายขึ้น “ใช่แล้วเจ้ากำลังจะเป็นพี่ใหญ่แล้ว ต้องช่วยท่านแม่ดูแลน้องสาวด้วย”“ขอรับ!”คืนนั้น...หลังบุตรชายหลับไปแล้วซูอวี่ฉีมองออกไปนอกบ้าน ลานกลางบ้านมีแคร่ไม้ที่มู่จวิ้นที่ต่อขึ้น เขานั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนเงียบๆ ค
มู่จวิ้นมองอีกฝ่าย “เป็นคนดีนั้นยาก ข้าเลือกที่จะไม่เป็นแล้ว เพราะข้ามีคนข้างกายที่ข้าต้องใส่ใจ ต้องดูแล หากนางไม่สบายใจเพราะข้าเป็นคนดีที่ช่วยเหลือแม้กระทั่งคนที่อาจจะกลับมาทำให้ความสัมพันธ์ของข้ากับนางสั่นคลอน เช่นนั้นข้าจึงเลือกที่จะเป็นคนเลว”เขาหมายความตามนั้นจริงๆ เขาช่วยได้เท่าที่ช่วยแล้ว หากเขายังดึงซูม่านฉีเข้ามาในชีวิต เขาจะสูญเสียความรัก สูญเสียความไว้วางใจของซูอวี่ฉี เขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกแล้วเสิ่นซีหยวนก็ยังไม่อาจเข้าใจ เขาเหม่อลอยจากนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ มู่จวิ้นมองอีกฝ่ายจากนั้นได้แต่ถอนหายใจซูอวี่ฉีเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ยื่นมือหนึ่งออกไปกุมมือเขาเงียบๆ เขาหันมาเลิกคิ้วมองนาง หันกลับไปมองทิศทางที่นางเดินจากมา “เจ้า...อยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”“เพิ่งมาเจ้าค่ะ” นางยิ้ม “เขาคงไม่คุ้นเคยกับคนมากๆ ร้องไห้ไม่หยุด ข้าเพิ่งกล่อมให้เขาหยุดร้อง ตอนนี้หลับไปแล้ว”มู่จวิ้นยื่นแขนออกไปรับบุตรชาย “เช่นนั้นพวกเรากลับบ้านกันดีหรือไม่ ข้าไม่อยากดื่มสุราแล้ว อยากพาพวกเจ้ากลับบ้านมากกว่า”“ได้เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา มู่จวิ้นเองก็ยิ้มให้นางอย่างอ่อนโย
จวนใต้เท้าหวังจัดงานเลี้ยง นี่เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวไปร่วมงานในฐานะฮูหยินเคียงข้างมู่จวิ้น ใต้เท้าหวัง หวังอวี้เหวิน คือผู้บังคับบัญชาของมู่จวิน เป็นผู้พิพากษาแห่งศาลต้าหลี่ เขากับฮูหยินมีบุตรสาวสามคนไม่มีบุตรชาย เช่นนี้แล้วหวังฮูหยินจึงขอร้องให้หญิงสาวพาบุตรชายไปด้วยแม้ตำแหน่งของสามีไม่ได้สูงส่ง ทว่าผลงานของมู่จวิ้นที่สามารถคลี่คลายคดียักยอกเสบียงกองทัพ ทำให้ขุนนางหลายสนใจในตัวเขา ฝ่าบาททรงพระราชทานรางวัล อีกทั้งยังเลื่อนตำแหน่งให้เขาอีกขั้นหนึ่ง เพิ่มเบี้ยหวัดอีกหลายส่วน ซูอวี่ฉีเห็นสามีแบ่งรางวัลที่ได้มาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่าๆ กัน นางไม่ได้คัดค้าน เพราะทุกๆ คนล้วนมีความดีความชอบไม่ต่างกันวันนั้น...นางอุ้มบุตรชายเอาไว้ในอ้อมแขน เขาร้องไห้โยเยจนนางต้องแอบพาออกมาข้างนอก กล่อมอยู่นานกว่าลูกน้อยจะหลับได้ เมื่อกำลังจะเดินกลับเข้าด้านใน นางกลับเห็นเสิ่นซีหยวนกับผู้เป็นสามีเดินออกมาสนทนากัน“อาจวิ้น เจ้า...สบายดีกระมัง”“สบายดี ท่านเล่า”“ข้าก็...ดีอยู่ หลายวันก่อน ไม่สิ ข้าได้รับจดหมายจากชายแดนหลายครั้ง ได้ยินมาว่าเจ้าเองก็ได้จดหมายจากนางเช่นกัน”นาง...ที่ว่า ไม่ต้องเดาซูอวี่ฉีย่อมตระ
ไม่ว่าในอดีตจะเคยเกิดอะไรขึ้น วันหนึ่งข้างหน้านางอาจจะหวนคิดถึงบาดแผลที่เคยถูกทำร้าย หรืออาจมีคนคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เคยผิดพลาดของเขา ของนาง หรือของผู้อื่น ทว่าตอนนี้ไม่สำคัญแล้วเพราะนางอยากทะนุถนอมวันเวลาเช่นนี้ ทะนุถนอมเขา ทะนุถนอมคนข้างกาย บุตรชาย รวมไปถึงความสุขของครอบครัวในเมื่อมู่จวิ้นให้สัญญาแล้ว นางเองก็รู้สึกเสมอว่าเชื่อเขาได้ เช่นนั้นแล้วนางจะต้องลังเลทำไม ความสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อมหากไม่กล้าเอื้อมมือออกไปคว้า เช่นนั้นเมื่อไหร่เล่าจะได้มานางไม่กลัวแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว ไม่ว่าจะเป็นสตรีอื่น ต่อให้เป็นซูม่านฉี หรืออดีตที่นางไม่รู้ของมู่จวิ้น ขอเพียงนางเข้มแข็งไม่อ่อนไหวโดยง่าย เชื่อใจ ไว้ใจ และหนักแน่นไม่สั่นคลอน นางเชื่อว่าจนถึงตอนนี้นางจะสามารถรับมือมันได้ความสุขสงบของชีวิตที่แท้จริง...นางรู้ว่ามันเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง เพราะการอยู่ร่วมกันไม่มีทางราบรื่นอย่างแท้จริง ระหว่างคนสองคนมักมีความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ความคิดที่ไม่ตรงกันขอเพียงนางรับฟัง เขาเองก็รับรู้ต่างคนต่างเข้าอกเข้าใจ เปิดใจ มีสติระหว่างสามีภรรยาย่อมมีทางออกให้กับทุกเรื่อง ทางที่ทำให้ความเห็นต่างนั้นมาบรรจบ
เขาอึ้งงั้น “เจ้า...รู้ว่าข้ากำลังคิดถึงเรื่องนี้?” เขามองนางจากนั้นเอนตัวดึงนางเข้าไปกอด “ข้าเองก็ไม่ได้อยากพาเจ้ากลับไป แต่ว่าทนแยกจากเจ้าอีกไม่ได้อย่างแน่นอน เจ้าดูชอบที่นี่มาก อีกทั้งบรรยากาศของที่นี่ทำให้เจ้าอารมณ์ดี มีความสุข ข้าไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข เล็กน้อยก็ไม่อยาก”“ความสุขมันมีหลายทาง ที่นี่ข้ามีความสุข ที่เมืองหลวงข้ามีท่าน มีลูก พวกเราก็จะมีความสุข” นางกล่าวและคิดเช่นนั้นจริงๆ“ได้ ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน พวกเราจะต้องมีความสุขแน่นอน” เขากดจุมพิตลงไปยังกลางกระหม่อมของนาง ทว่าตอนที่กำลังจะไล่จุมพิตลงไปยังปลายจมูก ซูอวี่ฉีกลับนิ่วหน้า นางสูดลมหายใจเข้าลึก“ทะ...ท่านพี่”“หืม?”“ข้า...” เขารู้สึกถึงบางอย่างที่เปียกชุ่มปลายรองเท้า “ข้าเจ็บท้อง...มาก!”“ท่านป้า ท่านลุง!!” เขาตะโกนเสียงดังอุ้มหญิงสาวขึ้นไปวางบนเตียง “เจ้าอดทนหน่อย อยู่นิ่งๆ ตรงนี้ ข้าไปเรียกคนก่อนเดี๋ยวกลับมา เจ้ารอข้านะ สูดหายใจเข้าลึกๆ!!!”ด้านนอกเขาวิ่งออกไปตะโกนเสียงดังลั่น “ท่านลุงหลิน ท่านป้า ฮูหยินของข้าจะคลอดแล้ว! ท่านป้าจูหมอตำแยเมาหรือยัง?!”ซูอวี่ฉีเจ็บท้องแทบตายแต่กลับรู้สึกขบขัน นี่มันสถาน
“ข้ารู้ แต่เจ้าสามารถคาดหวังในตัวข้าได้ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังและเสียใจอีก ข้าสัญญา”ไม่รู้เพราะอะไรนางจึงเชื่อทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย มู่จวิ้น...หัวหน้ามือปราบศาลต้าหลี่ บุรุษที่ทุกๆ การกระทำ ทุกๆ คำพูดหนักแน่นและจริงจัง เขาเป็นคนดี ดีมาก ดีเสียจนนางเองก็โกรธเขาไม่ลง เพราะหากนางรู้สึกโกรธ ความรู้สึกที่จะตามมาก็มักจะเป็นความรู้สึกผิด เพราะนางเข้าใจในทุกการกระทำของชายหนุ่มที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเรื่องของนาง หรือเรื่องของซูม่านฉีคนทุกคนล้วนสามารถก้าวพลาด เลือกพลาด ผิดพลั้งได้ทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด นางกับมู่จวิ้นเองก็เคยพลาดพลั้งเช่นกัน แต่จะมีกี่คนที่สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นอีกครั้ง...กับคนคนเดิมแต่งงานอีกครั้งกับบุรุษคนเดิม ทว่าครั้งนี้แตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะ หยอกล้อ รอยยิ้ม ความยินดี ความสุข ทุกอย่างฉายชัดออกมาจากน้ำเสียง สีหน้า รวมไปถึงดวงตาของบ่าวสาวงานแต่งงานที่ไม่จำเป็นต้องหรูหรา ไม่มีสินสอดมากล้น ไม่มีสินเดิมมากมาย มีเพียงชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ อย่างบ้านนั้นมีเนื้อ บ้านนี้มีไก่ บ้านอีกหลังมีไข่ อีกหลังมีผ้า อีกบ้านก็มีฟืน มี
ทั้งสองสนทนากันครู่หนึ่งจากนั้นจึงออกมานั่งร่วมวง ซูอวี่ฉีนั่งฟังคนทั้งสามรำลึกความหลังเงียบๆ บางคราเสิ่นซีหยวนจึงจะถามด้วยความอยากรู้ประโยคหนึ่ง ซูม่านฉีที่ดูเหม่อลอยกลับเป็นคนที่เงียบที่สุด เออออบ้างทว่าก็ยังมองออกว่านางมีเรื่องในใจหญิงสาวคิดว่าสหายเพียงคิดถึงเรื่องความหลังของที่นี่ เศร้าใจที่บิ
“ท่านเลิกล้อเล่นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วหากวันนี้ไม่ถึงก็จะกลับแล้ว” ซูม่านฉีกระเง้ากระงอดซูอวี่ฉีเห็นท่าไม่ดีจึงเลิกม่านรถม้ามองมู่จวิ้นที่กำลังบังคับรถม้า เขาหันกลับมามองนาง “มือปราบมู่ พวกเรามาถูกทางหรือไม่เจ้าคะ”เขาหัวเราะเสียงเบา “เลยเนินนี้ไปก็มองเห็นทางเข้าหมู่บ้านแล้ว พวกเจ้าสองคนอดทนอีกหน่
เสียงถอนหายใจดังขึ้น “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกัน หลายปีลำบากมาไม่น้อยกว่าจะมีวันนี้ ดังนั้นรักใคร่และจริงใจต่อใครสักคน เป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ ทว่าอวี่ฉี...เจ้าใสซื่อจนเกินไปจะถูกหลอกใช้ได้ง่าย บางครั้งเห็นแก่ตัวบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด เจ้าเข้าใจหรือไม่”นางมองผู้เป็นนายเห็นอีกฝ่าย
ซูม่านฉีตื่นเต้นยิ้มแย้มเมื่อแอบชี้มือไปยังคนรักให้หญิงสาวดู ซูอวี่ฉีมองไปยังมือปราบร่างสูง ใบหน้าคมเข้ม มู่จวิ้นผู้นั้นก็นับว่าเป็นบุรุษที่หล่อเหลาน่ามอง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจัง หากให้นางอธิบายก็คงใช้คำว่าเย็นชาได้เลย ทว่าซูม่านฉีเคยกล่าวว่าเขาอ่อนโยนใจดี..ด้านหลังมีเสียงเรียก







