เข้าสู่ระบบ"เว่ยเว่ย ข้ารักเจ้าอย่าไปจากข้าเลยนะ...."
ลั่วหลี่เวยก้มลงมองน้ำชาที่อยู่ในมือก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ไม่กี่วันก่อนหลังจากวันนั้นนางก็หลบหน้าทุกคนอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหนเพราะกลัวว่าจะได้พบลั่วหลี่หยวน จนวันนี้นางตัดสินใจมาพบท่านผู้เฒ่าลั่วเพื่อพูดเรื่องหย่าของนางและคุณชายทั้งสาม แต่ก็ไม่นึกว่าพวกเขาเองก็นั่งอยู่ด้วย
"ข้าต้องการหย่าเจ้าค่ะ"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาเสียงสั่นนางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ด้วยซ้ำ ลั่วหลี่เวยได้คิดเรื่องนี้มาตลอดทั้งคืนแล้วความรู้สึกที่นางมีต่อสามีทั้งสามเป็นเพียงแค่คนรู้จักเท่านั้นไม่ได้มีความรู้สึกรักแต่อย่างใด
"ไม่ได้ ท่านตาพวกข้าไม่ยินยอม"
ลั่วกงเฉิงพูดออกมาเสียงแข็ง เขาจ้องมองสตรีที่นั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้าไม่วางตาในใจคิดเพียงว่า ข้าไม่มีทางปล่อยนางไปต่อให้ต้องกักขังนางไว้ในจวนแห่งนี้ข้าก็จะทำ เจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งแล้วคิดจะจากไปหรือไม่มีทาง ข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าจากไป
"แต่งเข้ามาต้องเชื่อฟังสามี ในเมื่อพวกข้าไม่ยินยอมเช่นนั้นเรื่องหย่าก็ไม่ต้องพูดขึ้นมาอีก"
ลั่วหมิงเฉินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แม้ความรู้สึกระหว่างเขาและนางยังไม่ได้ชัดเจนแต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจว่าตอนนี้ไม่อาจปล่อยนางให้หลุดมือได้
ลั่วหลี่หยวนไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงยืนขึ้นเดินตรงไปหาลั่วหลี่เวยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ลั่วหลี่หยวนย่อตัวนั่งลงตรงหน้าของนางก่อนจะจับมือนางมากุมไว้
"พี่เว่ยเว่ยท่านอยู่ต่อเถอะนะ ไม่ต้องรักข้าก็ได้ขอเพียงแค่อยู่ที่นี่เท่านั้นอย่างน้อยให้ข้าได้เห็นว่าท่านไม่ได้ลำบากอะไร พวกข้าจะให้อิสระท่านทุกอย่างขอเพียงท่านรับปากจะไม่จากพวกข้าไป"
"พอได้แล้ว!! พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมดข้าคือสตรีละโมบที่พวกท่านเกลียดอย่าลืมสิ!!"
"......."
"ข้าไม่ได้รักพวกท่านด้วยซ้ำ ถึงรั้งข้าไว้ก็ไร้ประโยชน์"
ท่านผู้เฒ่าลั่นที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ตั้งแต่ตอนแรกถอนหายใจออกมา ชายชรามองหลานชายของตนที่มีท่าทางดื้อรั้นและเจ็บปวด ส่วนลั่วหลี่เวยเองเพียงแค่อยากได้รับอิสระเท่านั้น
"หกเดือน พวกข้าขอเวลาหกเดือน"
"......."
"หากภายในหกเดือนนี้พวกข้ายังทำให้เจ้าเปลี่ยนใจไม่ได้ พวกข้าจะยินยอมปล่อยเจ้าไป"
ความเงียบกลับมาปกคลุมทั้งห้อง ลั่วหลี่เวยมองสามีทั้งสามของนางที่มีแววตามุ่งมั่นราวกับว่าหากนางไม่ตกลงพวกเขาก็จะไม่ถอยเช่นกัน ริมฝีปากบางเม้มเป็นเส้นตรง นางในตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วสินะเพราะดูแล้วท่านผู้เฒ่าลั่วเองก็คงช่วยเหลือนางไม่ได้
"หกเดือน ข้าให้เวลาพวกเจ้าหกเดือน"
หลังจากทำข้อตกลงเช่นนั้นออกไปผ่านไปหลายวัน ลั่วหลี่เวยก็ยังทำตัวปกตินางแวะเวียนไปพูดคุยกับท่านผู้เฒ่าลั่วบางครั้ง ลั่วกงเฉินและลั่วหมิงเฉินมักแวะมาพูดคุยและซื้อเครื่องประดับมากมายมาให้นางการที่พวกเขาทำเช่นนี้ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกสนใจเลยสักนิด
"พี่เว่ยเว่ย ไม่ให้ข้าไปด้วยจริง ๆ หรือขอรับ"
"ข้าไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเพียงไปพบคนรู้จัก"
"แต่ข้าเป็นห่วงพี่เว่ยเว่ยนะขอรับ"
ลั่วหลี่เวยยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ การที่นางอยู่กับลั่วหลี่หยวนไม่ได้ทำให้นางรู้สึกอึดอัดแต่มันกลับทำให้รู้สึกสบายใจและมีความสุขด้วยซ้ำอาจจะเพราะเขามักจะชอบทำท่าทางออดอ้อนและเชื่อฟังนาง
"ข้าสัญญาว่าจะรีบกลับมา"
"ขอรับข้าจะเป็นสามีที่เชื่อฟัง"
ลั่วหลี่เวยส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไปวันนี้นางมีนัดกับคนที่จะมาซื้อหอนางโลมหากคนผู้นั้นเสนอราคาที่นางพอใจก็อาจจะทำการขายทันที ลั่วหลี่เวยเดินทางมาที่หอชมบุรุษต่ามที่อีกฝ่ายนัดไว้ นายโลมที่อยู่หน้าหอต่างมองนางด้วยความเขินอายเพราะไม่คิดว่าสตรีหน้าตางดงามจะเข้ามาในสถานที่เช่นนี้ปกติแขกที่เขามาล้วนเป็นหญิงชราหรือไม่ก็มีใบหน้าไม่น่ามอง
"ข้ามาพบนายหญิงเจิน"
ลั่วหลี่เวยเอ่ยออกมาเสียงเรียบ แม่เล้าที่ยืนอยู่ด้านหน้าเมื่อได้ยินว่านางเป็นแขกของเพื่อนรักก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะพาไปที่ห้องที่เตรียมไว้ทันที ลั่วหลี่เวยเดินตามไปเงียบเมื่อนางเข้าไปในห้องพบหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นกำลังคลอเคลียอยู่กับนายโลมอยู่บนโต๊ะกลางห้อง
"มาแล้วหรือ ข้าแปลกใจนะที่เจ้าของหอนางโลมจะเป็นคุณหนูที่หน้าตางดงามเช่นนี้"
นายหญิงเจินพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปสนใจนายโลมที่นอนอยู่เบื้องล่างมือบางลูบไล้ไปตามอกแกร่งพรางส่งสายตายั่วยวนให้นายโลมอีกคนที่ยืนอยู่มุมห้อง
"ข้าหรือนางผู้ใดที่งดงาม"
"ย่อมเป็นท่าน นายหญิงของข้า"
นายโลมอันดับหนึ่งของหอชมบุรุษเอ่ยออกไปอย่างเอาใจ พรางปรายตามองไปที่สตรีหน้าตางดงามที่ยืนอยู่ในห้องหญิงโง่ช่างกล้าถามออกมาเจ้านั้นงดงามสู้สตรีผู้นั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
"เจ้าช่างพูดถูกใจข้า เช่นนั้นรอข้าซื้อหอนางโลมจากนางมาแล้วเปลี่ยนเป็นหอชมบุรุษยกให้เจ้าดีหรือไม่"
"นายหญิง ข้าเพียงพูดความจริงไม่จำเป็นต้องให้รางวัลข้าหรอกขอรับ"
"ขออภัยที่ข้าขัดจังหวะ เมื่อครู่ท่านบอกจะเปลี่ยนเป็นหอชมบุรุษหรือ"
"ใช่ ข้าชื่นชอบบุรุษรูปงามไม่จำเป็นต้องมีนางโลมมาแย่งบุรุษของข้าไป"
"เช่นนั้นคนที่เคยทำงานอยู่ที่นั่นท่านจะทำเช่นไร"
"ก็ขายออกไปสิ พวกมันก็แค่ของเหลือเท่านั้นเอาเถอะบอกราคาที่เจ้าต้องการจะขายมาได้เลยข้าจะจ่ายตามที่เจ้าเรียกร้อง"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ฟังคำตอบเม้มปากแน่น หากสตรีตรงหน้าทำเช่นที่พูดจริง ๆ ทุกคนที่อยู่ในหอนางโลมไม่ต่างจากของที่ถูกโล๊ะทิ้งเลยสักนิดแม้ข้าจะอยากได้เงินมาแค่ไหน แต่ข้าได้สัญญากับพวกเขาไว้แล้วว่าจะหาคนที่ดีมาดูแลแทนข้า
"ขออภัย ข้าเปลี่ยนใจที่จะไม่ขายแล้ว"
"อะไรนะ!!"
"เพราะข้าคิดว่าทุกคนคือครอบครัวจึงต้องใส่ใจ ข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ"
นายโลมอันดับหนึ่งมองลั่วหลี่เวยเดินออกจากห้องไป คำพูดทุกคำของนางช่างน่าสนใจสตรีที่เห็นนางโลมเป็นครอบครัวหรือ น่าสนใจเสียจริง...
ลั่วหมิงเฉินที่พึ่งเดินออกจากหอสุราชะงักฝีเท้าคิ้วทั้งสองของเขาขมวดเข้าหากันจ้องมองสตรีที่เขาคุ้นเคยใบหน้าเป็นอย่างดีกำลังเดินออกมาจากหอชมบุรุษ วันนี้เพียงแค่มาเจรจาการค้าแทนท่านตาแต่ใครจะคิดว่าข้าต้องมาเห็นอะไรแบบนี้
ลั่วหลี่เวยกับหอชมบุรุษเนี่ยนะ?
"คุณชายจะกลับจวนเลยหรือไม่ขอรับ"
"ไม่ พวกเจ้ากลับไปก่อนเลยข้าจะกลับรถม้าของฮูหยิน"
"ขอรับ"
บ่าวรับใช้รับคำก่อนจะเดินออกไป ในใจเพียงคิดว่าคุณชายคงนัดกับฮูหยินไว้สินะข่าวลือภายในจวนคงเป็นเพียงเรื่องตลก ฮูหยินของเรางดงามถึงเพียงนี้มีหรือนายท่านจะไม่ชายตามองเห็นทีข้าคงต้องนำเรื่องนี้ไปประกาศที่จวนเสียแล้วว่านายท่านของพวกเราหลงใหลฮูหยินเพียงใด
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







