เข้าสู่ระบบ"หลี่หยวน นี่คือ....เพื่อนชั่วของเจ้าหรือ"
ลั่วหลี่เวยเอ่ยถามออกมาเสียงสั่น มองบุรุษสามคนตรงหน้าที่มีสภาพไม่ต่างจากซากศพเดินได้พวกเขาในตอนนี้กำลังยืนอยู่บนเวทีประมูลนายโลมที่หอชมบุรุษจัดขึ้น
"ขอรับ"
"ฝีมือเจ้าหรือหลี่หยวน"
"พี่เว่ยเว่ยไม่ใช่ข้านะขอรับ ข้าเพียงได้ข่าวมาว่าจู่ ๆ กิจการค้าขายของครอบครัวพวกเขาก็ล้มละลายจนหมดตัว เพราะพวกเขาเสพติดผงห้าศิลาอย่างหนักจึงมาเป็นนายโลมที่นี่เพื่อแลกเงินไปซื้อผงห้าศิลา พี่เว่ยเว่ยท่านกล่าวหาข้าเช่นนี้ข้าเสียใจนะขอรับ"
ลั่วหลี่หยวนแสร้งทำหน้าเสียใจ ที่เขาพูดล้วนไม่ใช่เรื่องโกหกแต่เป็นการพูดความจริงออกไปไม่หมดเท่านั้นเพราะสาเหตุที่พวกมันหมดตัวนั้นมาจากเขาทั้งหมด ส่วนเรื่องที่พวกมันคิดขายตัวเป็นนายโลมนั่นก็เพราะเขาให้คนพูดยุยงเท่านั้น
ข้าเพียงตอบแทนในสิ่งที่เจ้าพวกโง่นี่ทำกับข้าเท่านั้น
"ในเมื่อพวกเขาได้รับผลกรรมในสิ่งที่ทำแล้วเช่นนั้นเรื่องแก้แค้นก็ปล่อยไปเถอะ"
"ขอรับ ข้าเชื่อฟังพี่เว่ยเว่ยที่สุด"
ลั่วหลี่หยวนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มพรางแสร้งทำตัวออดอ้อนให้สตรีตรงหน้ารู้สึกเอ็นดูและดูเหมือนทุกอย่างจะได้ผลจริง ๆ ลั่วหลี่เวยเผลอตัวยกมือขึ้นลูบหัวลั่วหลี่หยวนเบา ๆ
"ขะ..ข้า..."
ลั่วหลี่เวยที่พึ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไปจึงรีบดึงมือกลับมาทันที นางเอาแต่ตำหนิตัวเองที่เผลอตัวเอ็นดูบุรุษตรงหน้าเกือบลืมไปด้วยซ้ำว่าลั่วหลี่หยวนเคยเจ้าเล่ห์แค่ไหน
"พี่เว่ยเว่ย ไม่ชอบให้ข้าเชื่อฟังหรือขอรับ"
"มะ...ไม่ใช่ หลี่หยวนเจ้าเลิกแกล้งข้าได้แล้ว"
ลั่วหลี่หยวนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของคนตรงหน้า แต่เมื่อเห็นว่าบุรุษมากมายที่นั่งอยู่ในร้านกำลังจ้องมองลั่วหลี่เวยด้วยสายตาหื่นกระหายเขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นนิ่งขรึมทันที
"ออกจากที่นี่กันเถอะ"
"ไม่ดูต่อแล้วหรือยังไม่รู้เลยว่าพวกเขาประมูลจบที่ใคร"
"เกรงว่าหากอยู่ต่อ คงมีคนถูกควักลูกตาออกมาก่อนที่ประมูลจะจบลงเป็นแน่"
ลั่วหลี่เวยแม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ลั่วหลี่หยวนพูดแต่ก็ยอมเดินตามเขาออกจากหอชมบุรุษไป นางมองชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาและร้านค้าที่มีของขายมากมาย
"ไหนไหนก็ออกจากจวนมาแล้ว เช่นนั้นเราไปเดินตลาดกันเถอะขอรับ"
"........"
"ข้าจะซื้อทุกอย่างที่พี่เว่ยเว่ยต้องการเองขอรับ พี่เว่ยเว่ยแค่ชี้สิ่งที่ท่านต้องการก็พอ"
ลั่วหลี่หยวนพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะจับมือของลั่วหลี่เวยเดินไป เขาสังเกตใบหน้าของสตรีข้างกายที่ตอนนี้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้านางมองไปรอบ ๆ ราวกับผู้ที่พึ่งเคยมาครั้งแรก
"หลี่เวย นั่นคืออะไรหรอ"
ลั่วหลี่เวยเอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่ามีสตรีชาวบ้านยืนอยู่นับสิบคนพวกนางล้วนยิ้มแย้มและส่งสายตาเชิญชวนให้ชายหนุ่มที่ยืนรุมล้อมอยู่ ห่างไปไม่ไกลมีหญิงชรากำลังพูดบางอย่างอยู่
"พวกนางเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่ผ่านเลยวัยปักปิ่นมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ออกเรือน ที่มาทำเช่นนี้เป็นการหาสามีแต่งนางเข้าไป"
"อ๋อ แล้วพวกนางจะรู้ได้เช่นไรว่าแต่งไปแล้วจะได้สามีที่ดี หากแต่งออกไปแล้วได้สามีเสเพลเช่นนั้นไม่สู้อยู่คนเดียวดีกว่าหรือ"
ลั่วหลี่หยวนชะงักฝีเท้ามองลั่วหลี่เวยที่ยังคงมองหญิงสาวพวกนั้นไม่วางตา นี่หรือว่านางกำลังเปรียบเทียบกับตัวเองอยู่กันจริงสินางเองก็ถูกบังคับมาแต่งงานกับเสเพลเช่นพวกข้า
"สุดท้ายความสัมพันธ์ที่พวกนางไขว้ขว้ามาก็จะจบลงที่การหย่าอยู่ดีหรือไม่โชคร้ายอาจจะถูกเก็บไว้ในจวนรองรับอารมณ์ของสามีไม่ได้ความ"
ลั่วหลี่เวยละสายตาจากสตรีที่ยืนอยู่ก่อนจะเงยหน้ามองลั่วหลี่หยวนเพราะเห็นว่าเขาเงียบผิดปกติ พบว่าตอนนี้ลั่วหลี่หยวนกำลังมองนางอยู่เช่นเดียวกัน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน
"หลี่หยวนเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า"
"เว่ยเว่ย.....เจ้าคิดจะหย่ากับพวกข้าอยู่ใช่หรือไม่"
"แน่นอนอยู่แล้วสิข้ากับพวกเจ้าไม่ได้รักกันถึงอย่างไรก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว สิ่งที่ข้าต้องทำอย่างไรก็ทำหมดแล้วไม่มีความจำเป็นที่จะอยู่ที่นี่ต่อ"
ลั่วหลี่เวยที่ได้ยินคำถามเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาในตอนแรกคิดว่าเขาเป็นอะไรเสียอีก ลั่วหลี่หยวนที่ได้ฟังคำพูดของคนตรงหน้าก็แทบทรุดไม่ข้าจะปล่อยให้นางจากไปไม่ได้
"อย่าไป เว่ยเว่ยอย่าหย่ากับข้าเลยนะ"
ลั่วหลี่หยวนดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดพรางพูดอ้อนวอนให้นางไม่จากไป ทั้งที่ข้าพยายามเป็นคนที่ดีแล้วเจ้าที่เปลี่ยนแปลงข้าจะจากไปได้เช่นไร
"ละ...หลี่หยวนเจ้าปล่อยข้าก่อนชาวบ้านมองหมดแล้ว"
"เว่ยเว่ย ข้ารักเจ้าอย่าไปจากข้าเลยนะ...."
อีกด้านภายในห้องทำงานของท่านผู้เฒ่าลั่วในตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศชวนอึดอัดลั่วกงเฉิงและลั่วหมิงเฉินในตอนนี้ไม่ได้สนใจตำราในมือแต่อย่างใด พวกเขาทำเพียงจ้องมองท่านผู้เฒ่าลั่วทีกำลังกินขนมในจานอย่างมีความสุข
"ท่านตาอร่อยหรือไม่ขอรับ"
"อร่อยสิ หลานสะใภ้ของข้าคงตั้งใจทำเพื่อข้าน่าดู"
"ภรรยาของข้า ช่างใส่ใจท่านตาจริง ๆ นะขอรับ"
"ย่อมใส่ใจกว่าสามีไม่ได้ความอยู่แล้ว"
ท่านผู้เฒ่าลั่วยกยิ้มออกมาเพราะรู้ดีว่าการโต้เถียงครั้งนี้ชายชราเป็นฝ่ายชนะ เพราะจากที่เขาสังเกตมาตลอดหลายวันนังหนูเว่ยเว่ยไม่ได้ใส่ใจหลานของเขาเป็นพิเศษเรียกได้ว่าหลบหน้าเสียมากกว่า
"ขนมที่หลานสะใภ้ของข้าใส่ใจทำช่างหอมหวานเสียจริง"
"เหอะ/เหอะ"
"เหอะอะไร อิจฉาหรือใครใช้ให้พวกเจ้าโง่จนหาวิธีมัดใจภรรยาตัวเองไม่ได้เล่า"
"หากท่านตาไม่จับพวกข้าแยกห้องกับนาง ตอนนี้พวกข้าคงได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว"
"เจ้าเด็กน้อยทั้งสอง สิ่งที่จะมัดใจสตรีหาใช่ความสามารถบนเตียงแต่คือความจริงใจของเจ้าต่างหาก"
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอย่างร้อนรน ก่อนจะเข้าไปกระซิบบางอย่างกับท่านผู้เฒ่าลั่วคุณชายทั้งสองมองการกระทำของคนตรงหน้าไม่วางตา
"ให้ตายสิ ดูเหมือนน้องชายของพวกเจ้าจะเข้าใจแล้วว่าการมัดใจสตรีควรทำเช่นไรแม้จะดูเร็วไปสักหน่อยก็เถอะ"
"ขอรับ/ขอรับ?"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







