Masukโรงเตี๊ยม
"เป็นที่นี่หรือไม่"?
ลั่วกงเฉิงเอ่ยถามเด็กน้อยหลงทางที่ยืนจับมือเขาอยู่ข้างข้าง เมื่อไม่นานมานี้ระหว่างที่เขากำลังจะกลับจวนได้พบเด็กน้อยน่าสงสารกำลังตามหามารดาที่พลัดหลงกัน เมื่อลองสอบถามโดยละเอียดพบว่าเด็กน้อยหนีมารดาออกมาเที่ยวเล่นแต่เกิดหลงทางจำได้เพียงว่าหน้าโรงเตี๊ยมที่พักอยู่มีโคมไฟมากมาย เพราะความสงสารลั่วกงเฉิงจึงพาเด็กน้อยนั่งรถม้าไปที่โรงเตี๊ยมทุกทีที่น่าจะมีความเป็นไปได้
"ท่านลุงเป็นที่นี่ขอรับ"
เด็กน้อยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจก่อนจะจูงมือของลั่วกงเฉิงเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยม แต่ไม่เป็นผลเพราะลั่วกงเฉิงไม่ได้เดินตามเข้าไปแต่อย่างใด เด็กน้อยเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย
"ข้าเพียงมาส่งเจ้าหามารดาเท่านั้น ในเมื่อพบแล้วก็เข้าไปหามารดาเจ้าเถอะข้าเองก็มีภรรยาที่ต้องรีบไปหาเช่นเดียวกัน"
ลั่วกงเฉิงเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะปล่อยมือจากเด็กน้อยหันหลังเตรียมเดินขึ้นรถม้า เด็กน้อยที่เห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะจากไปก็มีสีหน้าร้อนรนก่อนจะตัดสินใจทำบางอย่าง!!
หมับ!!
"นี่เจ้า..."
"ท่านลุงเข้าไปเป็นเพื่อนข้าเถอะนะขอรับ"
ลั่วกงเฉิงก้มลงมองเด็กน้อยที่กำลังกอดขาข้างหนึ่งของเขาไว้แน่น ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาตำหนิราวกับเขาตอนนี้เป็นบิดาที่กำลังทอดทิ้งลูก ลั่วกงเฉิงเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา
"ท่านลุงข้ากลัวท่านแม่ อย่างน้อยมีท่านอยู่ท่านแม่คงไม่กล้าตีข้า"
"ปล่อยข้าก่อน"
"ไม่ขอรับ หากท่านลุงไม่รับปากข้าก็จะไม่ยอมปล่อย"
"เห้อ หากเจ้าไม่ปล่อยข้าจะเข้าไปได้เช่นไร"
เด็กน้อยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมาก่อนจะปล่อยขาของคนตรงหน้าเป็นอิสระ ลั่วกงเฉิงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วยความรู้สึกไม่ดีนักไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงรู้สึกราวกับกำลังจะเกิดเรื่องร้าย ทั้งสองเดินขึ้นไปชั้นสองของโรงเตี๊ยมก่อนจะหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง
"ข้ากลับมาแล้วขอรับ"
เด็กน้อยผลักประตูเข้าไปด้านในก่อนจะจับมือลั่วกงเฉิงให้เดินตามเข้าไป ลั่วกงเฉิงกวาดสายตามองไปรอบรอบห้องก่อนจะขมวดคิ้วออกมาเมื่อพบว่าสตรีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องคือชุนหลิงเอ๋อร์
"พี่สาวข้าพาเขามาตามที่ท่านสั่งแล้ว ไหนข้าตอบแทนของข้า"
เด็กน้อยพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่ชุนหลิงเอ๋อร์จะโยนถุงเงินจำนวนหนึ่งให้เขา ลั่วกงเฉิงมองเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก็รู้ทันทีว่าเขาในตอนนี้กำลังโดนหลอกมาเพียงพบสตรีตรงหน้า
"ท่านลุง ขออภัยด้วยนะขอรับ"
เด็กน้อยพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องไป ลั่วกงเฉิงกำมือแน่นในใจเต็มไปด้วยความโกรธเพราะความใจดีของเขาเลยทำให้ต้องมาตกหลุมพรางแผนชั่วของสตรีตรงหน้าเช่นนี้
"พี่เขย อย่าโกรธเลยเจ้าค่ะข้าเพียงอยากมีคนร่วมดื่มสุราด้วยเท่านั้น"
"ดื่มสุราก็ควรอยู่ที่หอสุราสิ เหตุใดต้องใช้แผนการมากมายล่อหลอกข้ามาที่โรงเตี๊ยมด้วย"
ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมาก่อนจะยืนขึ้นเดินตรงไปหาลั่วกงเฉยที่ยืนอยู่ ในวันนี้นางตั้งใจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นในใจวางแผนการไว้แล้ว ถึงอย่างไรลั่วกงเฉิงก็เป็นบุรุษที่เคยเสเพลเจ้าชู้อีกทั้งครึ่งเดือนมานี้เขาก็มีท่าทางสนใจในตัวนาง หากเขาได้ร่วมเตียงกับนางแล้วอย่างไรก็ต้องแต่งนางเข้าจวน
ท่านแม่ก็เคยใช้วิธีเช่นนี้กับท่านพ่อ ข้าเองก็ต้องทำได้เช่นเดียวกัน..
"พี่เขย ท่านว่าวันนี้ข้าแต่งตัวงดงามหรือไม่เจ้าคะ"
ลั่วกงเฉิงมองสำรวจสตรีตรงหน้าที่แต่งกายน้อยชิ้นไม่ต่างจากนางโลมที่เขาเคยเห็นก็เข้าใจทันทีว่านางต้องการอะไร แม้เขารู้ตัวดีว่าไม่มีทางทำให้นางสมหวังแต่ความรู้สึกของเขานั้นบอกว่าควรออกไปจากที่นี่ แต่ว่าเหตุใดข้าถึงรู้สึกร้อนถึงเพียงนี้กัน
กลิ่นกำยาน? หรือว่า!!
ชุนหลิงเอ๋อร์มองลั่วกงเฉิงที่ตอนนี้กำลังใช้ผ้าปิดจมูกตัวเองอย่างระวังตัวเขาจ้องมองไปที่กำยานด้านหลังของนางแววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"พี่เขยร้อนหรือเจ้าคะ เหตุใดบนใบหน้าของท่านมีเหงื่อมากมายถึงเพียงนี้"
ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม กำยานปลุกกำหนัดที่ผลเฉพาะกับบุรุษนางได้จุดมาตั้งแต่ก่อนที่ลั่วกงเฉิงจะเข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้วดูจากเหงื่อที่อยู่บนใบหน้าของเขายาคงออกฤทธิ์แล้ว
"เจ้ากล้าวางยาข้า"
ลั่วกงเฉิงในตอนนี้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงชุนหลิงเอ๋อร์ที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าไปพยุงเขาทันที นางจงใจพาลั่งกงเฉิงไปนอนที่เตียงแม้เขาจะพยายามขัดขืนแค่ไหนก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล
"พี่เขยท่านชื่นชอบข้าไม่ใช่หรือเจ้าคะ"
ลั่วกงเฉิงเม้มปากแน่นพยายามหลับตาข่มอารมณ์ความต้องการของเขาเอาไว้ในใจ
"พี่เขยอย่าทรมานตัวเองเลยนะเจ้าคะ หลิงเอ๋อร์จะช่วยท่านเอง"
ชุนหลิงเอ๋อร์ปลดเปลื้องผ้าชิ้นสุดท้ายออกจากร่างกายของนาง ก่อนจะขึ้นไปนั่งคร่อมร่างของลั่วกงเฉิงที่นอนราบอยู่บนเตียงนางรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังชูชันอยู่ใต้ชุดของเขานางจึงจงใจบดดอกไม้สาวของนางลงไปอย่างเอาใจ ก่อนจะโน้มตัวลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอของลั่วกงเฉิงอย่างหลงใหล
"พี่เขยลืมตาสิ ตอนนี้หลิงเอ๋อร์งดงามหรือไม่"
จนถึงตอนนี้ลั่วกงเฉิงยังคงขัดขืน เขารู้สึกว่าตอนนี้สติทั้งหมดของเขาแทบจะไม่เหลือแล้ว ไม่ข้าต้องออกไปจากที่นี่ข้าไม่ใช่บุรุษเลวเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว ข้าจะทำให้เว่ยเว่ยเสียใจไม่ได้
พรึบ!!
"อย่าแตะต้องข้า!!!"
ลั่วกงเฉิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายของเขาผลักชุนหลิงเอ๋อร์สุดแรง เขาลืมตาขึ้นก่อนจะพยายามลุกขึ้นเดินไปที่ประตูด้วยท่าทางไร้เรี่ยวแรง ชุนหลิงเอ๋อร์ที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปกอดลั่วกงเฉิงจากด้านหลังทันที
"พี่เขยท่านชอบหลิงเอ๋อร์ไม่ใช่หรอ"
"สวะปล่อยข้า!!"
"ไม่ ท่านเป็นของหลิงเอ๋อร์!!"
ลั่วกงเฉิงหลับตาลงพยายามห้ามตัวเองไม่ให้กระโจนเข้าไปหาสตรีที่กำลังโอบกอดเขาอยู่ รู้ดีว่าตอนนี้ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่เขาได้รับกำลังจะทำลายความผิดชอบชั่วดีทั้งหมดในใจของเขา
"กงเฉิง เจ้าชอบข้าจริงจริงหรือ"
เสียงของลั่วหลี่เวยดังก้องอยู่ในหัวของลั่วกงเฉิงราวกับเรียกสติของเขาอีกครั้ง ลั่วกงเฉิงลืมตาขึ้นมองไปก่อนจะพยายามเดินตรงไปที่ประตูมือของเขาผลักประตูออกไปสุดแรง ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ร่างกายเปลือยเปล่าเห็นว่าประตูถูกเปิดออกก็รีบปล่อยมือออกจากเอวของลั่วกงเฉิงทันที
"หากอย่างให้บุรุษอื่นเห็นร่างกายต่ำต่ำของเจ้าก็ออกมา"
ลั่วกงเฉิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเขาเดินออกจากห้องด้วยท่าทางอิดโรยราวกับคนป่วยไร้เรี่ยวแรง ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อคุมสติให้ตัวของเขาเดินลงไปจากชั้นสองไปถึงรถม้า
"คุณชาย ท่านเป็นอะไรหรือไม่ขอรับเหตุใดถึง...."
"กลับจวนลั่ว!!"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







