LOGINหนึ่งชั่วยามต่อมา เต๋อเป่าเข้าไปปลุกจิ้งอ๋องและ
หนึ่งชั่วยามต่อมา เต๋อเป่าเข้าไปปลุกจิ้งอ๋องและรายงานสถานการณ์ให้ทราบว่ากองทัพได้จัดทัพตามที่จิ้งอ๋องสั่งการเรียบร้อยแล้ว“อืม...เสด็จพี่จะไปแล้วหรือเพคะ ให้หม่อมฉันพาไปนะเพคะ” เจียงหว่านที่ตื่นขึ้นหลังจากได้ยินเสียงพูดคุยกันเอ่ยขึ้น“เจ้านอนพอแล้วหรือน้องหญิง พี่ว่าปล่อยให้พวกพี่จัดการเองดีกว่า” จิ้งอ๋องไม่อยากให้เจียงหว่านออกไปเสี่ยงอันตรายกับพระองค์ อย่างไรเสียจิ้งอ๋องก็มีกองทัพปืนไฟห้าร้อยนายและปืนใหญ่ที่สร้างเสร็จสองกระบอกสำหรับทำศึก“แต่หม่อมฉันเป็นห่วงพระองค์นี่เพคะ เต๋อเป่า เอาน้ำมาให้เราล้างหน้าหน่อย เราจะพาเจ้ากับท่านอ๋องไปยังสนามรบเอง” เจียงหว่านยังไม่ได้บอกทุกคนเลยว่ารถคันนี้เป็นรถเกราะกันกระสุนด้วย
“ถึงแล้วเพคะเสด็จพี่ เดี๋ยวเจียงหว่านกำลังจะไปส่งจิ่นเอ๋อที่ค่ายทหาร พวกเราน่าจะมาทันก่อนที่กองทัพตระกูลฝูจะมาถึงเพคะ” พระสนมหรงตรัสเพื่อให้ฮ่องเต้สบายพระทัย เพราะพวกนางไม่เห็นท่าทีว่าจะมีเสียงการเดินทัพในตอนที่มาถึงใกล้ประตูเมืองก่อนหน้านี้“เช่นนั้นพี่จะอยู่ที่ค่ายทหารกับจิ่นเอ๋อเลยดีกว่า เข้าไปในวังตอนนี้พี่กลัวว่าจะออกมาควบคุมสถานการณ์ไม่ทัน” ฮ่องเต้ตรัสหลังจากเริ่มตื่นเต็มตา“ไม่ได้นะพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ พระองค์อย่าลืมว่าทหารรักษาเมืองและองครักษ์เสื้อแพรฟังแต่คำสั่งเสด็จพ่อ ให้เจียงหว่านไปส่งในวังก่อนเถิดพะย่ะค่ะ ส่วนเรื่องทางค่ายทหารลูกจะสั่งให้พวกเขาออกไปตั้งขบวนรอรับศึกเอง” จิ้งอ๋องตรัสถึงเหตุผลหลักที่ฮ่องเต้ต้องกลับเข้าวังไปให้เร็วที่สุด“อืม...
พระสนมหรงรีบแกะเข็มขัดนิรภัยออกแล้วเปิดประตูลงไปเป็นคนแรกก่อนที่คนอื่น ๆ ในรถจะตามนางลงไปเช่นกัน เจียงหว่านเองก็เปิดประตูรถด้านคนขับเอาไว้พร้อมทั้งรีบลงไปเช่นเดียวกัน ด้วยแสงไฟที่ส่องสว่าง ทำให้จิ้งอ๋องและฮ่องเต้เห็นพระสนมหรงกับเจียงหว่านได้ไม่ยาก ทั้งสองพระองค์รีบลงจากหลังม้าแล้วเดินเร็ว ๆ มาหาพวกนางด้วยความเป็นห่วง“พวกเจ้ามาได้อย่างไรกัน เหตุใดจึงได้ฝืนเดินทางมาแบบนี้เล่า” ฮ่องเต้อดตรัสด้วยความเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้ พระองค์รู้ดีว่าร่างกายพระสนมหรงไม่ดีเหมือนกับคนปกติทั่วไป พระองค์จึงมีสีพระพักตร์ที่กังวลมาก“หม่อมฉันมากับลูกสะใภ้เพคะ เสด็จพี่อย่าได้เป็นห่วง ของวิเศษนี้ดีนัก นั่งสบายมากกว่ารถม้าเสียอีกนะเพคะ หม่อมฉันยังได้นอนพักอย่างสบายด้วย หากเสด็จพี่ไม่เชื่อก็ไปดูด้วยกันสิเพคะ” พระสนมหรงจั
“ลูกสะใภ้ เจ้าขี่เร็วไปหรือไม่ แม่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุนะ เจ้าก็รู้ว่าถนนไม่ได้ดีนัก ขี่ช้าหน่อยดีไหมลูก” พระสนมหรงตรัสขึ้นเมื่อตั้งสติได้หลังจากต้องใจหายใจคว่ำกับการขับขี่รถประหลาดของลูกสะใภ้มาพักใหญ่“เสด็จแม่อย่าได้กังวลเพคะ ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ดีมาก ไม่ว่าหลุมใหญ่แค่ไหนก็ไม่กระเทือนเลยนะเพคะ อีกอย่างรถคันนี้ก็เหมาะสำหรับทางแบบนี้ที่สุดเลย เสด็จแม่แค่นั่งสบาย ๆ ก็พอเพคะ อ้อ เดี๋ยวลูกจะเปิดเพลงให้คลายความกังวลดีไหมเพคะ” เจียงหว่านพูดจบก็ยื่นมือหนึ่งไปกดปุ่มเปิดเพลงที่นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระบบเตรียมเพลงอะไรไว้บ้างในรถ ไม่นานเสียงเพลงสมัยใหม่ก็ดังขึ้นเป็นจังหวะร็อก ทำเอาคนในรถถึงกับเบิกตาโตอย่างตกตะลึง พวกเขาไม่เคยได้ยินเพลงที่ยิ่งทำเอาหัวใจเต้นตึกตักไปตามเสียงดนตรีแบบนี้มาก่อน พระสนมหรงพอได้ยินเสียงเพลงก็แทบอยากเอาเท้าก่ายหน้าผาก ลูกสะใภ้นางเปิดเพลงอันใดก
[ แลกเปลี่ยนสำเร็จ แต้มสะสมคงเหลือห้าพันสองร้อยเจ็ดสิบเก้าแต้มขอรับ ขอบคุณสำหรับการแลกเปลี่ยน ] ระบบกล่าวตอบรับกลับไปตามหน้าที่ มันไม่คิดว่าโฮสต์จะเลือกรถคันนี้ที่ดูไร้ประโยชน์มากกว่าอีกคัน แต่อย่างไรระบบก็ได้รับผลกำไรจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงไม่ได้เอ่ยบอกเจียงหว่าน[ เจ้าเอารถจอดไว้ให้เราหน้าเรือนว่างหรือยัง ] เจียงหว่านถามต่อ[ ระบบจอดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วขอรับ ][ ขอบใจเจ้ามากนะระบบ ] เจียงหว่านในที่สุดก็สามารถหลับลงได้อีกครา
ทหารรักษาการประจำเมืองหลวงต่างพาตัวขุนนางที่เข้าร่วมกับฮองเฮาในท้องพระโรงรวมทั้งคนบงการไปขังเอาไว้ที่คุกหลวงทั้งหมด องค์หญิงเป่ยโม่ที่นำทหารมาด้วยก็ไม่รอดพ้นจากการถูกจับไปพร้อมองค์ชายใหญ่ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนทหารแคว้นเป่ยเซียงที่ขัดขืนล้วนตกตายไป เหลือแต่เพียงทหารที่ยอมจำนนไม่กี่คนเท่านั้น นับว่าครานี้องค์หญิงเป่ยโม่สูญเสียกำลังสนับสนุนพระองค์ไปจนแทบหมดสิ้นแล้วด้านขุนนางแคว้นเป่ยโม่ที่เคยเข้าพบองค์หญิงก่อนหน้านี้ก็หนีออกจากเมืองหลวงไปหลังจากส่งข่าวให้ทหารเสร็จ พวกเขาลอบเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นพ่อค้าและรีบนั่งรถม้าออกจากเมืองหลวงไปตั้งแต่เมื่อวาน ก่อนหน้าที่ทหารจะปิดเมืองเพื่อเตรียมพร้อมจับกุมผู้ก่อความไม่สงบในราชสำนักช่วงเช้าวันนี้ ขุนนางแต่ละคนรู้ตัวดีว่ากลับแคว้นไปจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักอย่างแน่นอน พวกเขาจึงตัดสินใจหาคนส่งจดหมายกลับไปให้คนในครอบครัวโยกย้ายถิ่นฐานมายังชายแดนแคว้นเซี่ยเพื่อความปลอดภัย ขุนนางแต่ละคนคิดได้ว่าแคว้นเป่ยเซียงนั้นอันตรายยิ่งกว่าถ้ำเสือ พวกเ
“เพคะ” เจียงหว่านพยักหน้ารับคำ นางเห็นสภาพสามพ่อแม่ลูกตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดว่ากงกรรมกงเกวียน พวกเขาเคยรังแกร่างเดิมมาอย่างไร ตอนนี้ก็ถูกจิ้งอ๋องจัดการไม่ต่างกันสองเค่อต
“เชิญท่านอ๋องเสวยชาก่อนพะย่ะค่ะ บ้านกระหม่อมมีเพียงชาธรรมดาเท่านั้น หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ทรงถือสา” เจียงซุนเจ๋อรีบเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ด้านข้างพร้อมกับอนุหวัง“
“น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ/พะย่ะค่ะ” บ่าวไพร่ในเรือนรีบน้อมกายคารวะจิ้งอ๋องที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟออกไปจากเรือน แต่ละคนต่างปาดเหงื่อไม่ต่างกันนัก พวกเขาไม่คิดเลยว่าวันแรกที่จิ้งอ๋องกับพระชายาพบก
หลังกินข้าวกินยาเสร็จ เจียงหว่านก็ให้แม่นมลู่พยุงกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม อาการปวดหัวของนางดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้กินข้าวและยาไปก่อนหน้านี้ นางไม่กล้าลูบคลำบาดแผลบนหัวของตนเองให้เจ็บเพิ่มขึ้นไปอีกจึงได้แต่ค่อย ๆ หามุมนอนเพื่อหลบหลีกบาดแผล







