Partager

บทที่ 10

Auteur: ลิ่วเยว่
“เอี๊ยด” เสียงผลักประตูดังขึ้น หรูอี้นำทางทั้งสองเข้าไปนั่งในห้องโถงเล็ก ส่วนจี๋เสียงก็รีบสาวเท้าไปที่ห้องนอนปลุกหลงจ่านเหยียนด้วยความรวดเร็ว

ครั้นหลงฮูหยินและกูกูสอนมารยาทนั่งลงแล้ว หรูอี้ก็ยกน้ำชามาให้ทันที สองคนทักทายกันตามมารยาทแล้วสามสี่ประโยค ก็เห็นจี๋เสียงเดินเข้ามาท่าทางกระอักกระอ่วน ก่อนจะกล่าวกับหลงฮูหยิน “ฮูหยินเจ้าคะ คุณหนูใหญ่หลับเป็นตายเลยเจ้าค่ะ ปลุกเท่าใดก็ไม่ยอมตื่น!”

หลงฮูหยินหน้านิ่งอึ้ง “หลับเป็นตาย?”

นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? นางควรจะกลัวสุดขีดมิใช่หรือ? เหตุใดถึงยังหลับสนิทได้แบบนี้? หรือจะแกล้งหลับ? ด้วยนิสัยของนางเด็กชั้นต่ำคนนี้บางครั้งก็ดื้อรั้น ไม่ยอมให้ผู้ใดเห็นความอ่อนแอของนางได้ง่าย ๆ

นางอมยิ้มพลางหยัดกายขึ้นยืน “ข้าจะไปปลุกนางเอง!”

หลงฮูหยินเยื้องกรายอย่างสง่าผ่าเผยเดินเข้าไป บนเตียง หลงจ่านเหยียนนอนคลุมโปงในผ้าห่ม เสียงหายใจแว่วดังออกมาจากด้านในผ้าห่มเป็นระยะ ผ้านวมขยับขึ้นลงเล็กน้อย คล้ายว่ากำลังนอนหลับอยู่จริง ๆ

นางนั่งลงข้างเตียงช้า ๆ ก่อนจะยื่นมือไปดึงผ้านวมออก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเอ็นดู ขณะที่กำลังจะอ้าปาก ถ้อยคำที่เตรียมไว้พลันเปลี่ยนเป็นเสียงร้องอุทานทันที “กรี๊ด ผี!”

 คนบนเตียง กลับปรากฏหน้าผีร้ายสีเขียวเขี้ยวฟันยาวยื่นอัปลักษณ์ออกมา

นางหงายหลังล้ม “โครม” เสียงกระแทกอ่างล้างหน้าบนชั้นวางดังขึ้นมา น้ำในอ่างหกคว่ำลงมา รดศีรษะนางจนเปียกชุ่ม

หลงจ่านเหยียนตื่นเพราะเสียงเอะอะ นางเลื่อนมือขึ้นใบถอดหน้ากากบนใบหน้าออก และมองหลงฮูหยินด้วยสีหน้างุนงง “ฝนตกหรือ?”

 หลงฮูหยินกุมหน้าอกตนเอง จ้องมองหน้ากากในมือนางอย่างอึ้งงัน โทสะพลันไหลทะลักพลุ่งพล่านขึ้นทันที ไม่สนแล้วว่ากูกูสอนมารยาทจะยังคงอยู่ที่นั่นด้วย ก็ยกนิ้วชี้หน้าหลงจ่านเหยียนและตะคอกใส่ด้วยความโกรธเคือง “เจ้าแสร้งเป็นเทพปลอมเป็นผีเพื่ออะไร? หรือเจ้าอยากจะเป็นผีจนตัวสั่นแล้ว? ไม่ต้องคิดอยากหรอก คอยให้ฝ่าบาทสวรรคตก่อนเถิด ประเดี๋ยวเจ้าก็จะได้เป็นผีเร็ว ๆ นี้แล้ว!”

หลงจ่านเหยียนมองนางด้วยสีหน้าตื่นตะลึงอึ้งงัน “ท่านแม่ ท่านพูดอะไร? นี่ท่านกำลังสาปแช่งฝ่าบาทองค์ปัจจุบันหรือเจ้าคะ!”

หลงฮูหยินสะดุ้งเฮือก หันศีรษะขวับตามสัญชาตญาณ กลับเห็นว่ากูกูสอนมารยาทกำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ด้านหลังนาง หลงฮูหยินรีบส่งยิ้มให้พลางกล่าวว่า “กูกูอย่าเข้าใจผิด ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น...”

กูกูสอนมารยาทไม่คอยให้นางพูดจบประโยค ก็ตัดบทด้วยเสียงเย็นเยียบทันที “ฮูหยินได้โปรดระมัดระวังวาจา นี่เป็นถ้อยคำอุกอาจร้ายแรง หากถูกเล่าลือไปถึงในวัง จนไทเฮาได้ยินเข้า ชีวิตของทั้งจวนแม่ทัพต้องจบสิ้นเพียงเพราะหนึ่งคำพูดของท่านแน่!”

หลงฮูหยินรู้สึกผิดถึงที่สุด รีบกล่าวทันที “ชะ…ใช่แล้ว กูกูอบรมสั่งสอนถูกต้องแล้ว เมื่อครู่ข้าเพียงตกใจไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กชั้นต่ำคนนี้จะสวมหน้ากากผีนอนหลับ!”

“เจ้าเด็กชั้นต่ำที่ฮูหยินกล่าวถึงคือฮองเฮาของเราต้าโจว!” กูกูสอนมารยาทไม่เปลี่ยนสีหน้า กล่าวด้วยสายตาเยือกเย็น

“ใช่แล้ว ๆ ข้าพลั้งปาก พลั้งปากพูดไป…” หลงฮูหยินเป็นคนฝีปากคมคายมาตลอด บัดนี้อยู่ต่อหน้ากูกูสอนมารยาท กลับพูดจาตะกุกตะกัก แม้แต่คำพูดหนึ่งประโยคยังพูดให้ครบถ้วนไม่ได้

นางขึงตาจ้องหลงจ่านเหยียนอย่างโหดเหี้ยม ทว่าหลงจ่านเหยียนกลับหรี่ตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้นขึ้น จ้องมองสองคนด้วยความงุนงง คล้ายกับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ทว่าจี๋เสียงหรูอี้ตกใจกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม แม้จะเป็นสองคนที่ไม่รู้กฎระเบียบประเพณีอะไร แต่เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของหลงฮูหยินแล้วก็ตกใจจนเหงื่อเย็นไหลท่วมตัว

สาปแช่งฝ่าบาท นี่คือโทษประหารตัดศีรษะทั้งชั่วโคตร!

กูกูสอนมารยาทเดินมาด้านหน้า ก่อนจะยอบกายลงเล็กน้อยทำความเคารพต่อหลงจ่านเหยียน “กัวอวี้เสียนนางข้าหลวงสอนมารยาทขั้นสองจากในวังถวายบังคมเพคะฮองเฮา!”

หลงจ่านเหยียนรับคำเสียงหนึ่ง สายตายังคงงุนงงเช่นเดิม “ข้ายังมิได้เข้าวังรับแต่งตั้งเป็นฮองเฮา เหตุใดจึงเรียกข้าว่าฮองเฮาแล้ว?”

“มีราชเสาวนีย์แล้วว่า ตำแหน่งฮองเฮาได้ถูกกำหนดเรียบร้อย การเรียกฮองเฮาเช่นนี้แม้ว่าจะเร็วไปนิด แต่ก็มิได้ผิดเพคะ!” กูกูสอนมารยาทกล่าวอย่างนอบน้อม

“อืม เจ้ามาทำอะไรหรือ?” คล้ายว่าหลงจ่านเหยียนสนองคำอธิบายของนางแล้ว ก็ถามขึ้น

“ข้าน้อยมาถวายการสอนระเบียบพิธีเข้าวังให้กับฮองเฮาเพคะ!” กูกูสอนมารยาทตอบ

“อืม ไว้ข้าตื่นนอนแล้วค่อยมาสอนเถิด!” หลงจ่านเหยียนพูดจบ ก็ดึงผ้าห่มขึ้น คลุมโปงอีกครั้งและจากนั้นก็หลับไป

หลงฮูหยินมองกูกูสอนมารยาทอย่างกระอักกระอ่วน พลางอธิบาย “เรื่องนี้ นิสัยของนางก็เป็นเช่นนี้มาตลอด กูกูอย่าได้ถือสาเลยนะ!”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 400

    “อ๊า...” นางส่งเสียงร้องอนาถออกมา ลมข้างหูราวกับกรอกเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น ในใบหน้าเต็มไปด้วยลม นางแทบจะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ความรู้สึกเสียน้ำหนักทำให้ลมหายใจของนางถูกดักไป ทรวงอกมีความรู้สึกเหมือนจะระเบิดนางยังร่วงลงไปไม่หยุด ก็ขณะที่นางนึกว่าตัวเองต้องร่างแหลกเหลวขาดอากาศตายนั้น ก็ราวกับถูกใครฉุดไหล่ขึ้น จากนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมา ในตอนที่นางคืนสติก็ยืนอยู่บนผิวพื้นแล้วหมอกควันตรงหน้าสลายไปฉับพลัน ทิวทัศน์เบื้องหน้าค่อย ๆ แจ่มชัด นางยังไม่ทันมอง ได้แต่หายใจกระหืดกระหอบ“ดีขึ้นบ้างหรือยัง?”นางหอบหายใจชะงักงัน จึงเห็นจ่านเหยียนยืนอยู่ตรงหน้า“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” อาเสอพบว่าตัวเองเนื้อตัวเปียกปอน มีหยดน้ำไหลติ๋ง ๆ จากเส้นผม“เจ้าเกือบจมน้ำตายแล้ว” จ่านเหยียนกล่าวเรียบอาเสอตกตะลึง เมื่อหันไปมอง นางเห็นเพียงทะเลสาบที่คนขุดอันกว้างขวาง ทะเลสาบมีใบบัวเป็นแถบ ๆ บดบังน้ำใสในทะเลสาบ“เมื่อครู่ข้าอยู่กลางอากาศชัด ๆ” อาเสอไม่รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้นานมากแล้ว“เจ้าเข้าค่ายกลลวงวิญญาณ” จ่านเหยียนลากแขนของนาง ครั้นกระโดดขึ้นเบา ๆ ปลายเท้าของจ่านเหยียนแตะอยู่บนต้นดอกท้อทีหนึ่งก็ตกอยู่หน

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 399

    พระราชครูพาถงจื่อซั่งกลับอารามซานชิงที่เขาพำนักอยู่อารามซานชิงตั้งอยู่ในวังหลวง อยู่ทางตะวันตกของวังหลวง ห่างจากตำหนักเย็นเพียงหนึ่งก้าวเท่านั้นอาเสอตามเขาติด ๆ เขาก็เหมือนจะพบอาเสอแล้วเหมือนกัน ผ่อนความเร็วฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองเป็นระยะ ฉีกริมฝีปากยิ้มจาง ๆอาเสอตามไปติด ๆ แต่ขณะอยู่ในป่าดอกท้อกลับไม่เห็นร่องรอยของเขาอาเสอวนไปวนมา แต่ก็ออกจากป่าดอกท้อไม่ได้ ดอกท้อโรยราหมดแล้ว กิ่งไม้งอกใบเขียวอ่อนรับกับสายลมเริงระบำอาเสอวนอยู่ในป่าดอกท้อหลายรอบ วกไปวนมา สุดท้ายกลับหยุดอยู่สถานที่เดิม ๆอาเสอรู้ว่าตัวเองเข้าม่านอาคมที่พระราชครูวางไว้แล้ว นางจึงยืนนิ่งแล้วหลับตาฟังเสียงลมแยกแยะตำแหน่งจากนั้นก็เดินไปตามทางลม แต่... หลังจากที่นางเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ ๆ ลมก็นิ่งไป ในอากาศราวกับมีกลิ่นหอมจาง ๆ อย่างหนึ่งลอยมา นางพูดในใจว่าแย่แล้ว แต่นางสูดกลิ่นหอมเข้าไปแล้ว หัวสมองมึนงงทันใดป่าดอกท้อตรงหน้าหายไปฉับพลัน หมอกควันมวลหนึ่งพวยพุ่งตรงหน้า ท่ามกลางความขมุกขมัว นางเห็นแผ่นหินทางเดินทอดยาวออกไป นางลังเลขณะหนึ่ง ก่อนจะเหยียบแผ่นหิน สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางหมอกควันหนาทึบขึ้นเรื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 398

    ช่างลำบากใจเขามากจริง ๆ เพื่อความสุขของหลงอู่ เขาเป็นทุกข์เป็นร้อนเหลือเกินนายท่านเฉินมองคุณหนูเฉิน “เซียงเอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”คุณหนูเฉินใช้พัดกลมปิดบังใบหน้า เอ่ยด้วยความขวยเขินเล็กน้อย “ทุกอย่างสุดแต่ท่านพ่อจะตัดสินใจเจ้าค่ะ”หวังติ่งทังได้ยินคำพูดประโยคนี้ก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงอมยิ้มเอ่ย “นายท่านเฉิน หลงอู่ผู้นี้ถือว่าเป็นน้องชายบุญธรรมของข้า ตอนนี้น้องสาวของข้าหมั้นกับคุณชายบ้านท่าน น้องชายบุญธรรมของข้ายังแต่งกับบุตรสาวของท่าน คิดดูแล้วเราสองครอบครัวช่างเป็นญาติที่มีสัมพันธ์แน่นแฟ้นจริง ๆ”นายท่านเฉินก็ดูดีใจมากเช่นนั้น ถอนหายใจเอ่ย “ไอ้หยา หลานหวัง วันนี้ข้าอารมณ์ดียิ่งนัก เจ้าไม่รู้เรื่องข้าคิดหนักเรื่องแต่งงานของเซียงเอ๋อร์มานานเท่าใดแล้ว หากเป็นครอบครัวทั่วไป ย่อมตัดใจให้นางไปตกระกำลำบากไม่ได้ หากเป็นตระกูลใหญ่...”นายท่านเฉินพูดถึงตรงนี้ก็ไม่พูดต่อ หวังติ่งทังไม่เข้าใจความหมาย เพียงพูดด้วยความยินดี “ตอนนี้เรื่องมงคลสองครอบครัวได้กำหนดแล้ว เช่นนั้นคุณหนูเฉินออกเรือนก่อน จากนั้นก็คุณชายแต่งงาน ดูว่าวันใดจะเป็นฤกษ์ยามมงคล จะเลือกวันจัดเสียทีเดียว ขอเพียงคุณหนูเฉินออก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 397

    ราชครูถงอยู่ในตำหนักฉือหนิงกับจงเสี้ยน วางร่างของถงจื่อซั่งไว้ที่ตำหนักหลัก จงเสี้ยนสั่งให้คนในตำหนักออกไปพร้อมเชิญพระราชครูมา“พระราชครู? เขายังอยู่ในวังหรือ?” ราชครูถงถามด้วยความประหลาดใจพระราชครูคือคนของเขา รับผิดชอบยุแยงตะแคงรั่วกับอดีตฮ่องเต้ แต่หลังจากอดีตฮ่องเต้สวรรคต เขาเคยบอกว่าจะลากลับภูเขา ไม่นึกว่าตอนนี้ยังไม่ไป“เขาไปแล้ว แต่กลับมาเมื่อช่วงก่อน วิชาพรตของเขาล้ำเลิศกว่าแต่ก่อนมาก ดูสิว่าเขาจะช่วยชีวิตจื่อซั่งได้หรือไม่” จงเสี้ยนเอ่ย“จื่อซั่งหมดลมไปแล้ว ต่อให้เขามีทักษะการแพทย์ล้ำเลิศแล้วจะทำอะไรได้?” ราชครูถงเอ่ย“เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านยังไม่เชื่อว่าโลกนี้มีหลาย ๆ เรื่องที่เราไม่สามารถอธิบายได้หรือ? ท่านคิดว่าหลงจ่านเหยียนก็คือลูกสาวของหลงฉางเทียนจริงหรือ? ท่านพี่ อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย แม้เราจะหาคนมา แต่เบื้องหลังจะมีคนสับเปลี่ยนตัวหรือไม่ก็ไม่รู้” จงเสี้ยนเอ่ยจากใจ“เจ้าคิดว่าหลงฉางเทียนกล้าสับเปลี่ยนตัวหรือ? ต่อให้เขามีพันหัวเขาก็ไม่กล้าหรอก” ราชครูถงหัวเราะเสียงเย็น“หลงฉางเทียนไม่กล้า แต่ท่านกล้าพูดว่ามู่หรงหล่างเทียนไม่กล้าหรือ? ตอนนั้นทุกคนคิดว่าเขาหมดสติ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 396

    จ่านเหยียนหัวเสียเล็กน้อย “สบายใจได้ ข้าต้องคืนชุดให้ท่านแน่”“เช่นนั้นก็ดี!” มู่หรงฉิงเทียนกล่าวจบก็เดินอาด ๆ ไปจ่านเหยียนคับอกคับใจกับเงาหลังของเขานานระยะหนึ่งจึงหมุนตัวกลับตำหนักบรรทมอย่างกรุ่นโกรธอาเสอกลับมาเห็นจ่านเหยียนหงุดหงิดอยู่คนเดียวในห้องจึงถาม “เป็นอะไรไปหรือ? ใครทำให้ท่านโกรธ?”“เปล่า!” จ่านเหยียนถือเข็มกับด้ายอยู่ในมือ เย็บเป็นเส้นตะขาบ แล้วพูดด้วยความหงุดหงิด “เจ้าว่าเขาหมายความว่าอย่างไร?”“ใครหมายความว่ายังไง?” อาเสอถามด้วยความสับสนจ่านเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีอะไรแล้ว”“เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ใครทำให้ท่านโมโห? มู่หรงฉิงเทียนหรือ?” อาเสอถาม“เขาทำให้ข้าโกรธได้หรือ? เขาเป็นอะไรกับข้า?” จ่านเหยียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์อาเสอมองนางด้วยความอยากรู้ จากนั้นก็ขมวดคิ้ว “ไม่ใช่นะ น้ำเสียงการพูดของท่านมันมีปัญหา เขาไม่เป็นอะไรกับท่านจริง ๆ นั่นแหละ เขาจะทำอะไรย่อมไม่เกี่ยวกับท่าน แล้วท่านมาผายลมอยู่นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”“เอ๊ะ ทำไมเจ้าถึงเป็นคนหยาบคายอย่างนี้?” จ่านเหยียนอารมณ์ขึ้น คว้ารองเท้าปักลายบนโต๊ะแล้วไล่ฟาดนาง “เจ้ายังมีคำพูดอะไรที่ทุเรศกว่านี้อีกไหม? พูดก

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 395

    อาเสอจึงได้แต่ส่งเหมย หลาน จู่และจวี๋ออกจากวัง ที่ทำก็เพราะกลัวว่าพวกเขาจะถูกฆ่าปิดปาก นางจ้างรถม้าส่งออกนอกเมืองในคืนนั้น แล้วล้วงเงินให้พวกเขาจำนวนหนึ่งต้าเหมยรับเงินมาแล้วดึงแขนเสื้อของอาเสอ ถาม “โปรดบอกคุณหนูใหญ่ บุญคุณครั้งนี้ ชาตินี้ต้าเหมยไม่มีวันลืม หากมีโอกาสต้องตอบแทนแน่”อาเสอเอ่ย “ไม่หวังให้พวกเจ้าตอบแทน ถึงเวลาอย่าถูกคนหลอกใช้ก็พอ หนีเอาตัวรอดเถอะ ราชครูถงไม่ปล่อยพวกเจ้าไปหรอก”ทั้งสี่ขึ้นนั่งรถม้าหนีเอาตัวรอดหลังจากที่อาเสอไป ต้าเหมยก็ให้สารถีหยุดรถ “ข้าจะกลับเมืองหลวง”อาจู๋ดึงเขาไว้ “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? ราชครูถงไม่ปล่อยเราหรอก”ต้าเหมยกระโดดลงรถม้าแล้วมองทั้งสามคน “คุณหนูใหญ่ไม่เคยเอาเปรียบเรา กระทั่งเวลานี้ก็ยังเป็นห่วงชีวิตของเรา ข้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะกลับไป”“เจ้ากลับไปแล้วจะทำอะไรได้?” อาจู๋ถามต้าเหมยนิ่งเงียบพักหนึ่ง “ไม่รู้ แต่กลับไปแล้วค่อยว่ากัน”เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วพูดอีก “ชาตินี้เราอยู่ใต้น้ำลายคนอื่น ไม่เคยได้รับความเคารพจากใคร แต่คุณหนูใหญ่เห็นพวกเราเป็นคนจริง ๆ ข้าอยากเป็นคนอย่างแท้จริง ข้าไม่อยากเร่ร่อนเหมือนสุนัขไร้บ้าน”กล่าวจบเข

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 150

    “คุณหนูใหญ่ ทรงหยั่งรู้จริง ๆ เพคะ”จ่านเหยียนหัวเราะเหอะ ๆ นี่นับเป็นการหยั่งรู้อันใด? ก็แค่พายุฝนเท่านั้น“สวรรค์ ฝนตกลงมาจริง ๆ ด้วย?” จิ้นหรูรีบเดินกลับ แล้วยิ้มกับจ่านเหยียน “คุณหนูใหญ่พระปรีชายิ่งแล้วเพคะ ทรงทราบได้อย่างไรว่าฝนจะตก?”“เมื่อคืนข้าดูดาว จึงรู้ว่าวันนี้จะมีฝน”“จริงด้วย เกือบ

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 95

    จ่านเหยียนร้องเฮอะ “ที่หลงฉางเทียนมีนิสัยไม่มีเหตุผล ไร้ความเมตตาต่อผู้อื่นเช่นนี้ล้วนได้มาจากบรรพบุรุษอย่างที่คิดจริง ๆ”“เจ้ากล้านักนะ อยู่ในศาลบรรพชนตระกูลหลงของข้าแล้วยังจะกล้าพูดจาอวดดีเช่นนี้อีก?” ผู้เฒ่าผมขาวมองมาด้วยสายตาเดือดดาลจ่านเหยียนแย้มยิ้มชั่วร้าย “กระทั่งข้าเจ้าก็ยังไม่รู้จัก เมื

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 38

    “เจ้าอายุเท่าใด?” ฮ่องเต้มองนางด้วยสายตาเย็นเยียบ ส่งเสียงฮึดฮัดออกทางจมูกดูแคลนคำพูดของนางหลงจ่านเหยียนถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “นับตั้งแต่ที่หม่อมฉันผู้สูงวัยมีอายุได้สามร้อยห้าสิบปี ก็มิจดจำอายุของตนเองแล้วเพคะ ด้วยกลัวมันทำให้รู้สึกสลดใจ”“เจ้าคงรู้ว่าโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงมีจุดจบเช่นไรใช่ไหม?

  • ข้ามเวลามาเป็นไทเฮาสุดแกร่ง   บทที่ 386

    ครั้นกล่าวคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็พากันตกตะลึงบรรดาสมุหพระอาลักษณ์มองหน้ากันทีหนึ่ง สีหน้าไม่สู้ดีนักสมุหพระอาลักษณ์เหลียงลุกขึ้นยืนประสานมือกับจงเสี้ยน “ไทฮองไทเฮา เรื่องนี้คือเรื่องของวังหลัง ไทฮองไทเฮาทรงจัดการก็พอ พวกกระหม่อมไม่เหมาะอยู่ มิเช่นนั้นพวกกระหม่อมขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ?”วันนี้ไทฮองไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status