LOGINสามวันต่อมา ฮองเฮารับสั่งให้พระสนมทุกคนเข้าเฝ้าที่ตำหนักเฟิ่งอี๋ ไม่ใช่การประชุมใหญ่ แต่เป็นการพบ
สามวันต่อมา ฮองเฮารับสั่งให้พระสนมทุกคนเข้าเฝ้าที่ตำหนักเฟิ่งอี๋ ไม่ใช่การประชุมใหญ่ แต่เป็นการพบปะอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังพระองค์ทรงฟื้นจากอาการประชวร พระสนมทยอยเข้ามาตามลำดับฐานะ หรูเฟยซึ่งพักหลังเองก็ทรงพระประชวรเป็นระยะมาถึงก่อนหลายคน จากนั้นจึงเป็นพระสนมรองและหญิงในวังตำแหน่งต่าง ๆ ซินอี๋มาถึงในเวลาที่เหมาะสมที่สุด นางแต่งกายสง่างามแต่ไม่โอ่อ่าเกินฮองเฮา ใบหน้ามีรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเดิม“ถวายพระพรฮองเฮาเพคะ”“ลุกขึ้นเถอะ”เมื่อทุกคนประจำที่ ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรไปรอบห้อง พระพักตร์วันนี้กลับมามีสีเลือด ไม่เหลือสภาพอ่อนแรงจนแทบลุกไม่ไหวเหมือนก่อน พระสนมหลายคนเห็นแล้วต่างแสดงความยินดี“พระองค์ทรงแข็งแรงขึ้นมากจริง ๆ เพคะ”“นับเป็นพระพรของสวรรค์”ฮองเฮาทรงยิ้มเล็กน้อย“จะเรียกว่าพระพรของสวรรค์ก็คงได้ แต่หากไม่มีคนช่วย ข้าอาจไม่ได้ประทับอยู่ตรงนี้อย่างแข็งแรงเช่นวันนี้”หลายสายตาหันไปทางซูมี่ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างตามที่ฮองเฮารับสั่ง ซินอี๋เองก็หันไปมอง ฮองเฮาตรัสต่ออย่า
อีกด้านหนึ่ง ซูมี่ยังคงนั่งอยู่ข้างพระแท่นของฮองเฮาและตรวจพระชีพจรตามปกติ ชีพจรมั่นคงขึ้น สีพระพักตร์ดีขึ้น พระอาการหลังอาหารเช้าแทบหายไป เจ็ดวันให้คำตอบมากพอแล้ว สิ่งที่ทำให้ฮองเฮาป่วยมาจากเส้นทางเครื่องเสวยอย่างแน่นอนในระดับหนึ่ง แต่คำถามสำคัญกว่าเพิ่งเริ่มต้น เสวี่ยฉิงทำเพื่อเงิน ขันทีที่มาพบนางเป็นเพียงคนส่งสาร และคนที่อยู่เหนือขึ้นไปอาจไม่ได้ต้องการเพียงให้ฮองเฮาประชวรซูมี่คิดถึงคำพูดของซินอี๋ในวันนี้ อาจเป็นเพียงความบังเอิญ นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะตนระแวงมากเกินไปหรือไม่ แต่คนที่เพิ่งได้ยินว่าฮองเฮาอาจถูกลอบทำร้าย กลับพยายามหาคำอธิบายให้เรื่องนั้นดูธรรมดาอย่างรวดเร็ว น่าสนใจ เกินไป ซูมี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ฮองเฮาตรัสถาม“คิดอะไรอยู่”“คิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเริ่มรู้แล้วเพคะว่าแผนของตนไม่ได้ผล”“แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อ”ซูมี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “ถ้าเป็นคนธรรมดา อาจหยุด”นางมองออกไปนอกหน้าต่าง “แต่ถ้าเป็นคนที่วางแผนมานานถึงเพียงนี้ เขาคงไม่ยอมเสียทุกอย่างเพราะอาหารชุ
“นางเข้าเวรสัมพันธ์กับวันที่พระอาการหนัก และมีทรัพย์สินบางอย่างเกินฐานะเพคะ”ฮ่องเต้ทอดพระเนตรนางนิ่ง ๆ“เพียงเท่านั้น?”“เพียงเท่านั้นจึงยังจับไม่ได้เพคะ”คำตอบตรงเกินไปทำให้พระองค์เงียบ ฮองเฮาจึงตรัส“หม่อมฉันเห็นด้วยกับซูมี่เพคะ”ฮ่องเต้หันไป “เจ้ากำลังถูกวางยา”“เพราะเช่นนั้นยิ่งไม่ควรจับเพียงสาวใช้คนหนึ่ง แล้วปล่อยคนที่สั่งนางไป”พระองค์ทรงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนรับสั่ง “ดี”แววพระเนตรเปลี่ยนจากความกังวลเป็นความเย็นชา “ข้าจะดูว่าผู้ใดกล้าทำเรื่องเช่นนี้ในวังของข้า”ข่าวว่าฮองเฮามีพระอาการดีขึ้นแพร่ไปถึงตำหนักต่าง ๆ ภายในวันเดียว หลายคนดีใจ บางคนโล่งอก บางคนกลับเริ่มไม่สบายใจ ซินอี๋ได้รับข่าวขณะกำลังเลือกเครื่องประดับอยู่ในตำหนัก สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามารายงาน“พระสนมเพคะ ฮองเฮาเสด็จออกจากห้องบรรทมได้แล้วเพคะ”มือที่กำลังหยิบต่างหูชะงัก “ดีขึ้นมาก?”“เพคะ ได้ยินว่าเสวยอา
ซูมี่วางมือลงบนกระดาษบันทึกพระอาการของฮองเฮา แนวโน้มสามวันแรกดีขึ้นแล้ว หากเป็นไปตามที่นางคาด อีกไม่กี่วันพระอาการจะยิ่งเปลี่ยนชัดขึ้น และเมื่อนั้น สิ่งที่นางต้องพิสูจน์จะไม่ใช่แค่ว่าอาหารมีปัญหา แต่เป็นว่าใครกำลังควบคุมเส้นทางนั้นอยู่ด้านนอกหน้าต่าง ลมกลางคืนพัดผ่านอย่างแผ่วเบา ซูมี่มองออกไปยังทิศทางของห้องเครื่อง คนลงมือเลือกพิษที่ไม่ฆ่าในทันที เลือกใช้เวลาทีละวัน เพราะคิดว่าความช้าจะช่วยซ่อนทุกอย่างได้ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ ความช้านั้นเองกำลังเปิดโอกาสให้อันฉีเก็บหลักฐานทีละชิ้นเช่นกัน และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฮองเฮาจะไม่ได้รับพิษอีกแม้แต่น้อย ส่วนคนที่ยังคิดว่าตนกำลังวางยาพระองค์สำเร็จทุกวัน จะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาใกล้กับดักมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเจ็ดวันที่พระอาการดีขึ้นครบเจ็ดวันนับจากวันที่ซูมี่สั่งเปลี่ยนเครื่องเสวยของฮองเฮาอย่างลับ ๆ ความเปลี่ยนแปลงก็ชัดเจนจนแทบไม่มีใครปฏิเสธได้อีกเช้าวันนั้น ฮองเฮาเสด็จออกจากห้องบรรทมด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ พระพักตร์ยังไม่กลับมาสดใสเต็มที่ แต่สีซีดที่เคยเห็นจนชินตาลดลงอย่างมาก พ
นี่คือเหตุผลที่อันฉีเริ่มเข้าใจชัดขึ้น คนลงมือไม่ได้ต้องการผลลัพธ์ทันที เขาต้องการเวลา ต้องการให้ร่างกายอ่อนแอลงทีละน้อย และที่สำคัญ ต้องการให้ทุกคนเชื่อว่านี่เป็นโรคตามธรรมชาติ หากฮองเฮาทรงอ่อนแรงต่อเนื่อง ในที่สุดคำแนะนำให้พักจากงานฝ่ายในก็จะดูสมเหตุสมผลขึ้นเรื่อย ๆซูมี่คิดถึงคำพูดของซินอี๋อีกครั้ง ให้ฮองเฮาพักจากการดูแลวังหลังชั่วคราว คำพูดนั้นตอนแรกฟังเหมือนความห่วงใย แต่ตอนนี้กลับมีความหมายอีกแบบหนึ่ง หมอหลวงเฉินอวี้ลดเสียง“ควรทูลฝ่าบาททันทีหรือไม่”ซูมี่ส่ายหน้า“ยัง”“แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับพระชนม์ชีพของฮองเฮา”“เพราะเกี่ยวกับพระชนม์ชีพจึงยิ่งต้องรอบคอบ”นางตอบหนักแน่น“ถ้าเราประกาศตอนนี้ คนที่ทำจะหยุดทันที ทำลายหลักฐาน เปลี่ยนคน และอาจโยนความผิดให้ใครสักคนที่ไม่เกี่ยวข้อง”หมอหลวงนิ่งคิด“ฮูหยินต้องการจับต้นทาง”“ใช่” ซูมี่กล่าว “ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ในอาหารมีปัญหา แต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนใส่ และได้รับ
“เป็นอย่างไรบ้าง” ฮองเฮาตรัสถาม“ห้องเครื่องหรือเพคะ”“ใช่”“เรียบร้อยมากเพคะ”ฮองเฮาทอดพระเนตรนาง “เจ้าพูดเช่นนี้ แปลว่าไม่เรียบร้อย”ซูมี่หลุดยิ้ม “เหตุใดพระองค์ทรงทราบ”“ข้าอยู่ในวังนี้มานานกว่าที่เจ้าเข้ามาเสียอีก”พระองค์ทรงเอนพระวรกายพิงหมอน “พบใครน่าสงสัย?”ซูมี่นั่งลงใกล้พระแท่น “พบคนที่น่าสนใจเพคะ แต่ยังไม่ควรเรียกว่าน่าสงสัย”“ใคร”“เสวี่ยฉิง”ฮองเฮาทรงนิ่งคิด “คนควบคุมเครื่องเสวย?”“เพคะ”“นางทำงานมาหลายปี ไม่เคยมีประวัติเสียหาย ข้าเคยได้ยินว่าขยันและรอบคอบ”“วันนี้หม่อมฉันก็เห็นเช่นนั้น”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงจับตานาง”“เพราะนางมีเครื่องประดับที่ดูแพงเกินรายได้ของสาวใช้ตำแหน่งเดียวกันเพคะ”ฮองเฮาขมวดพระขนง “แน่ใจหรือ”“ยังไม่แน่ใจว่า







