로그인ลี่หลินยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าซีดกว่าปกติ เมื่อมองอาการฮ่องเต้ นางกลับนิ่งแข็งไปชั่วขณะ ซูมี่เห็นท
ครั้งนี้น้ำเสียงไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ เสวี่ยฉิงมองรอบตัว ทุกทางถูกปิด สุดท้ายนางจึงค่อย ๆ ยื่นห่อผ้าออกมา เฉินหยางรับไว้ แต่ไม่ได้เปิดเอง อันฉีพูดทันที“วางบนโต๊ะ”ทุกคนหันไปมอง เฉินหยางนำห่อไปวางบนโต๊ะไม้ที่ถูกทำความสะอาดไว้แล้ว อันฉีสวมถุงมือผ้าบางก่อนเข้าใกล้ นางไม่ได้แตะผงโดยตรง เพียงค่อย ๆ คลี่ผ้าออก ข้างในเป็นผงสีหม่นละเอียด กลิ่นไม่แรง แทบไม่มีสิ่งใดผิดปกติให้คน ทั่วไปสังเกต เสวี่ยฉิงรีบพูด“เห็นหรือยังเจ้าคะ เป็นเพียงยากำจัดหนูจริง ๆ”อันฉีไม่ตอบ นางใช้ช้อนเล็กตักเพียงเล็กน้อยใส่ถ้วยกระเบื้อง แล้วหยิบถ้วยอีกใบจากกล่องที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว เสวี่ยฉิงมองด้วยสีหน้าตื่น“ฮูหยินเตรียมของมา?”อันฉีหันมอง “เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพราะบังเอิญหรือ”หัวใจเสวี่ยฉิงตกวูบ อันฉีเปิดห่ออีกชิ้น ข้างในมีเศษผงเก่าที่เก็บจากตัวอย่างอาหารของฮองเฮาในช่วงที่เคยประชวร นางเคยเก็บร่องรอยเอาไว้เพราะไม่มั่นใจว่าอาการเหล่านั้นเกิดตามธรรมชาติ ตอนนั้นไม่มีหลักฐานพอชี้ว่าใครเป็นคนลงมือ แต่วันนี้อาจมีคำตอบ เหยียนเฟิงมอง“ตรวจได้หรือ”“เปรียบเทียบได
ฮองเฮาเสวยอาหารตามปกติ เสวี่ยฉิงยังไม่รู้ว่าอาหารที่ตนจัดการไม่เคยไปถึงพระองค์ ช่วงค่ำ ตำหนักซินอี๋ได้รับข่าวว่า ฮองเฮาทรงอ่อนเพลียและปวดพระเศียรเล็กน้อย เป็นข่าวที่ตั้งใจปล่อย ซินอี๋ยิ้มทันที“เริ่มแล้ว”สาวใช้ถาม “ต้องเพิ่มหรือไม่เพคะ”“ไม่” ซินอี๋ตอบ “ของแบบนี้ห้ามรีบ ค่อย ๆ ให้พระอาการเหมือนกลับมา”“เพคะ”“พรุ่งนี้ใช้เหมือนเดิม”สาวใช้รับคำ แต่ก่อนออกไป ซินอี๋กลับเรียก “เดี๋ยว”“เพคะ”“บอกเสวี่ยฉิงให้เก็บของที่เหลือให้ดี อย่าทิ้ง”“เพคะ”คำสั่งนี้ถูกส่งถึงเสวี่ยฉิงในยามค่ำ และทำให้อันฉีได้สิ่งที่ต้องการ เพราะแทนที่จะทำลายของ เสวี่ยฉิงกลับนำของที่เหลือไปซ่อน นางรอจนห้องเครื่องปิด จากนั้นเปิดตู้ด้านหลัง หยิบห่อเล็กออกมา เดินผ่านคลังแป้ง ลงบันไดไม้ ไปถึงช่องเก็บถ่านด้านในสุดคนของเหยียนเฟิงเฝ้าทุกทาง ไม่มีใครตามใกล้ เสวี่ยฉิงคิดว่าปลอดภัย นางยกแผ่นไม้ใต้กองถ่าน ข้างล่างมีช่องลับ อันฉีซึ่งดูเหตุการณ์จากช่องกำแพงด้านข้างเงียบไป เหยียนเฟิงยืนข้างนาง ทั้งสองมองเห็นชัด ในช่องนั้นไม่ได้มีแค่ถุงของวันนี้ มีห่ออีก
หนิงเอ๋อสูดลมหายใจ “ฮูหยินต้องการให้พวกเขาลงมือ”“ใช่”“แต่จะไม่ให้ของถึงพระองค์จริง”“ใช่”“ถ้าอย่างนั้นเสวี่ยฉิง…”“ถ้านางยังมีคำสั่งอยู่ นางต้องขยับ”อันฉีตอบ “และคราวนี้เราจะเห็นว่าใครมารับของจากนาง”ในเวลาเดียวกัน เหยียนเฟิงกำลังยืนอยู่ในเรือนเล็กด้านหลังคลังของวัง เฉินหยางคลี่แผนผังห้องเครื่องลงบนโต๊ะ“ทางเข้าหลักหนึ่งทาง ประตูส่งฟืนหนึ่ง ช่องขนผักด้านตะวันออก หลังคาด้านเหนือมีช่องระบายควัน และทางเดินเล็กหลังคลังเกลือที่คนงานใช้ตอนกลางคืนขอรับ”เหยียนเฟิงถาม “เฝ้าครบหรือยัง”“ครบขอรับ”“ใครอยู่ตรงไหน”เฉินหยางชี้ทีละจุด “ประตูหลักใช้คนของฮองเฮาปะปนกับขันทีเดิม ทางส่งฟืนเป็นคนของเราแต่งเป็นคนงาน ช่องตะวันออกมีทหารสองคน หลังคาอีกสอง ส่วนทางคลังเกลือข้าจะเฝ้าเอง”เหยียนเฟิงพยักหน้า “ห้ามใช้คนชุดเดียวกันซ้ำหลายจุด”“ขอรับ”“และห้ามจับใครเพียงเพราะเข้าออก”เฉินหยางมอง “จะปล่อย?”“บันทึก” เหยียนเฟิงตอบ “เวลา ของที่ถือ คนที่พบ เส้นทางหลังออกไป ทุกอย่าง”“ขอรับ
เสวี่ยฉิงชะงัก “ตอนนี้?”“เจ้าค่ะ”หัวใจนางตกวูบ “ใครเป็นคนส่งคำสั่ง”“คนจากตำหนักเฟิ่งอี๋เจ้าค่ะ”เสวี่ยฉิงมองหน้าทั้งสอง ไม่ใช่คนที่นางคุ้น นางถอยหลังหนึ่งก้าว“ข้าปวดหัว ไปไม่ได้”สาวใช้ตอบสุภาพ “ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านไปทูลเองเจ้าค่ะ”เสวี่ยฉิงหน้าซีด ในเวลาเดียวกัน ที่บ้านน้องชายของนางนอกวัง รถม้าเพิ่งถูกลากออกจากประตูหลัง ชายหนุ่มขึ้นนั่ง สารถีสะบัดบังเหียน แต่รถยังไม่ทันเคลื่อนพ้นตรอก ทหารหลายคนก็เดินออกจากเงามืด เฉินหยางยืนอยู่ตรงกลาง“ดึกขนาดนี้ จะไปไหนหรือ”น้องชายเสวี่ยฉิงหน้าซีด มือรีบขยับไปที่หีบข้างตัว เฉินหยางยกมือ ทหารชักอาวุธพร้อมกัน“อย่าขยับ”ชายหนุ่มตัวแข็ง เฉินหยางเดินเข้าไป เปิดผ้าคลุมด้านหลังรถ ข้างในมีหีบหลายใบ หนึ่งในนั้นเปิดไม่สนิท มองเห็นสมุดเล่มหนาหลายเล่ม ถุงเงิน กล่องเครื่องประดับ และซองจดหมายจำนวนมาก เฉินหยางมองของทั้งหมด ก่อนพูดเบา ๆ“เจอแล้ว”ส่วนในวัง เสวี่ยฉิงเพิ่งหมุนตัวจะปิดประตู แต่เสียงหนึ่งดังขึ้นจากปลายทางเดิน“เสวี่ยฉิง”นางตัวแข็ง อันฉีเดินเ
อันฉีไม่ถามต่อ นางตรวจอาหารตามปกติ แล้วกล่าวเหมือนไม่ใส่ใจ “ช่วงนี้ข้าคงไม่เข้าห้องเครื่องบ่อยนัก”เสวี่ยฉิงมองทันที “เพราะเหตุใดเจ้าคะ”“หรูเฟยต้องพัก ฮองเฮาก็แข็งแรงขึ้น งานข้าเบาลงแล้ว”อันฉีตอบสบาย ๆ “อีกอย่าง ตรวจทุกวัน คนในครัวก็บ่น”เสวี่ยฉิงยิ้ม “ฮูหยินระวังเพื่อทุกพระองค์ ไม่มีใครกล้าบ่นจริงหรอกเจ้าค่ะ”“ข้าก็หวังเช่นนั้น”อันฉีเดินออก จนพ้นห้องเครื่อง หนิงเอ๋อจึงถามเบา ๆ “ฮูหยินตั้งใจบอกนางว่าจะไม่มาตรวจหรือเจ้าคะ”“อืม”“ทำไม”“เพราะอยากให้คนที่คิดทำอะไรกล้าขึ้น”หนิงเอ๋อหน้าเปลี่ยน “แล้วถ้านางลงมือจริง”“ของที่จะถึงฮองเฮากับหรูเฟยจะไม่ผ่านมือเขาโดยที่เราไม่รู้” อันฉีตอบ “แต่ถ้าเราเฝ้าตรงเกินไป เสวี่ยฉิงจะไม่เดิน ข้าต้องการให้นางคิดว่าประตูเปิด”หนิงเอ๋อพยักหน้า แม้ยังดูไม่สบายใจ “เจ้าค่ะ”หลังอันฉีออกไป เสวี่ยฉิงยืนอยู่หน้าห้องเครื่องอีกพักใหญ่ สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาถาม“ท่านเสวี่ยฉิง จะให้จัดของของตำหนักเฟิ่งอี๋ตามเดิมหรือไม่เจ้าคะ”นางตอบ “ตามเดิม”“เจ้าค่ะ”
และในบรรดาคนเหล่านั้น คนที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือเสวี่ยฉิง คืนนั้นอันฉีกับเหยียนเฟิงนั่งอยู่ในห้องทำงานเล็กภายในเรือนพักชั่วคราว รายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางยาและอาหารหลายชุดถูกวางเรียงเต็มโต๊ะ เฉินหยางเพิ่งนำรายงานชุดใหม่มาส่ง เหยียนเฟิงอ่านจนจบก่อนถาม“เสวี่ยฉิงยังออกจากที่พักตามปกติหรือไม่”เฉินหยางตอบทันที “ขอรับ ช่วงเช้านางไปห้องเครื่อง กลางวันเข้าออกคลังของแห้ง ตอนเย็นกลับเรือนพัก แต่สองคืนที่ผ่านมาออกไปพบคนด้านหลังสำนักเครื่องต้น”อันฉีเงยหน้า “เป็นคนเดิมหรือไม่”“คืนแรกเป็นขันทีที่พวกเราสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับวันที่ฝ่าบาทประชวร ส่วนเมื่อคืนเป็นสาวใช้จากตำหนักซินอี๋ขอรับ”“พูดอะไรกัน”“คนของเราอยู่ไกลเกินไป ได้ยินไม่ครบ”เฉินหยางวางกระดาษอีกแผ่นลง “แต่หลังจากพบกัน เสวี่ยฉิงเข้าไปตรวจคลังอาหารด้วยตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่เวรของนาง”อันฉีหรี่ตา “นางกำลังเตรียมอะไรบางอย่าง”เหยียนเฟิงพยักหน้า “หรือกำลังตรวจว่ามีสิ่งใดเหลือเป็นหลักฐาน”อันฉีมองรายชื่อบนโต๊ะ เสวี่ยฉิงอยู่ในวังมาหลายปี ตำแหน่งของนางดูเหมือนเป็นเพียง







