Home / รักโบราณ / ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ / ตอนที่ 17 เสียหน้าจนลามไปถึงครอบครัว

Share

ตอนที่ 17 เสียหน้าจนลามไปถึงครอบครัว

last update Last Updated: 2026-01-11 11:20:10

บัณฑิตหนุ่มเดินไปส่งเหว่ยฟางถึงแค่รั้วบ้านของตน นางจูบลาเขาด้วยจุมพิตที่บางเบาแล้วค่อยๆ เดินห่างออกไป

หยี่หานกวาดตามองไปทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เห็นหว่าอิ๋ง จึงเดินค้นหานางรอบบริเวณนั้นแล้วพบว่านางกำลังเอาหญ้าแห้งมาบังลมหนาวให้กับเป็ดของนางอยู่

“ทำไมไม่สวมชุดคลุมอีกชั้น อากาศเย็นมากแล้ว เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร” เขาเอ่ยถามนางอย่างห่วงใย

“ข้าใช้กำลังยกหญ้าและฟางพวกนี้จนร่างกายรู้สึกอบอุ่นแล้วเจ้าคะ อากาศก็ยังไม่หนาวมาก แค่นี้ข้าทนไหว” นางตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสอย่างเช่นเคย

“เรื่องเหว่ยฟาง ข้า..”

“คุณชายหิวหรือยังเจ้าคะ ข้าจะได้ไปอุ่นอาหารให้” นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินว่าเขาจะพูดอันใด แล้วขัดขึ้นมาก่อน

“อืม เริ่มหิวแล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นไปรอข้าที่ด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอุ่นอาหารไม่นาน” นางยิ้มให้แก่เขา หยี่หานจึงรั้งตัวนางมาโอบกอด ทำให้หว่าอิ๋งตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะดันตัวออกจากเขา

“คุณชาย เนื้อข้าเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหญ้า ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นท่านอาจจะเปรอะเปื้อนไปกับข้า”

“เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” เขาไม่ฟังที่นางบอกแล้วประคองนางเข้าไปในบ้านมอบความอบอุ่นจากอ้อมแขนของตนเองให้แก่นาง

“ข้าเป็นเพียงสาวใช้ ท่านอย่าทำดีกับข้าเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ”

“ใครบอกเล่าว่าเจ้าเป็นเพียงสาวใช้ของข้า เจ้าพูดเองเออเองมาโดยตลอด” หยี่หานพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุนางเบาๆ

หว่าอิ๋งไม่รู้ว่าเขาจะสื่อว่านางมีค่ากับเขามากกว่านั้นหรือต้องการจะสื่อไปในทางอื่น นางไม่อยากคิดให้ตัวเองเจ็บแต่ก็อดไม่ได้

“มื้อค่ำมีอาหารของตอนกลางวันเหลืออยู่ เจ้ามิต้องทำสิ่งใดเพิ่มแล้วนะ เท่านั้นก็พอแล้ว จริงๆ ไข่ต้มใบเดียวข้าก็ทานได้ ไม่ต้องลำบากกับข้ามากนักหรอก ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อย” หยี่หานบอกแก่นาง แล้วจับไหล่นางนั่งลงที่เก้าอี้เมื่อเดินไปถึงในตัวบ้าน

“ข้ายินดี...”

“เจ้ายินดีทำทุกอย่างเพื่อข้า ข้ารู้ดี เจ้าย้ำบอกข้าหลายหนแล้ว แม่นางหลิว” กัวหยี่หานเรียกแซ่ของนางอย่างสุภาพ

หว่าอิ๋งน้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่แล้วเผลอยืนขึ้นสวมกอดเขาเอาไว้โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัวด้วย

หยี่หานอมยิ้มลูบที่กลุ่มผมนุ่มมือนั้นแล้วหยิบปิ่นปักผมที่เขาซื้อมาจากตลาดในวันที่เห็นเหว่ยฟางกับชิงฟงอยู่ด้วยกัน ตั้งใจจะมอบให้แก่หว่าอิ๋งแต่ยังไม่มีโอกาส

เขาดันตัวนางนั่งลงแบมือออกให้นางเห็นปิ่นไม้สีดำที่มีหยกเล็กๆ สลักเป็นรูปดอกเหมยติดตรงปลายให้แก่นาง

“คุณหนูโจวไม่ชอบปิ่นนี้หรือเจ้าคะ”

“เจ้าด้อยค่าตัวเองอีกเช่นเคย ปิ่นนี้ข้าตั้งใจซื้อให้เจ้า หากข้าจะซื้อให้นางคงซื้อดอกโบตั๋นมาให้แล้ว” หยี่หานบอกนาง น้ำเสียงตอนแรกนั้นดุเล็กน้อยแต่ก็อ่อนลงในตอนท้าย

“คุณชาย..ซื้อ..ให้ข้า” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ข้ามีเพียงปิ่นด้ามไม้มิได้สูงค่าอันใด หากวันใดที่ข้าได้เป็นใหญ่เป็นโต ข้าจะซื้อปิ่นที่มีราคากว่านี้ให้แก่เจ้า” หยี่หานพูดในขณะที่ใช้ปิ่นปักมวยผมให้แก่นาง

“อย่าลำบากท่านเลย ข้าชอบปิ่นอันนี้ของท่าน ขอบคุณคุณชายที่มีน้ำใจต่อข้า” นางยิ้มทั้งน้ำตา รู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก มันมีคุณค่าต่อจิตใจนางที่สุดแล้วในตอนนี้

“มิได้ดอก อย่างไรเสียในภายภาคหน้า ข้าไม่มีวันให้เจ้าลำบากเช่นนี้แน่ รอข้านะหว่าอิ๋ง”

“เจ้าค่ะ” นางรับปากแล้วยิ้มทั้งน้ำตา

หยี่หานใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำสีใสนั้นออกไปแล้วประคองใบหน้านางเข้ามาจุมพิตเบาๆ ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับอาการดีใจที่ไร้เดียงสาของนางยิ่งนัก

**********************

โจวเหว่ยฟางกลับไปถึงบ้านของตระกูลโจวในตอนพลบค่ำ โจวเจาหรูที่รอนางอยู่ก่อนแล้วสั่งให้นางตามเขาไปที่สวนดอกไม้หลังบ้าน แล้วให้นางนั่งลงที่ม้านั่งเพื่อตอบคำถามของจน

นางรู้ดีว่าบิดากำลังโกรธเป็นอย่างมากจึงทำตามอย่างว่าง่ายแล้วนั่งเงียบไม่ได้ปริปากเอ่ยคำใดออกมา

“เจ้าไปหาบัณฑิตซิ่วไฉ่ผู้นั้นมาใช่หรือไม่” เจาหรูถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่โกรธขึ้งดั่งไฟลุกโชนสามจั้ง(โกรธมาก)

“เจ้าค่ะ” นางรับสารภาพเสียงเบา ก้มหน้าด้วยความกังวล

“เจ้ายังมีหวังว่าเจ้าบัณฑิตนั่นจะสอบผ่านแล้วไต่เต้าเป็นขุนนางมาสู่ขอเจ้าอีกหรือ ช่างสิ้นคิดยิ่งนัก”

“แต่ท่านพ่อเองก็ให้ลูกรอคุณชายกัวก่อนมิใช่รึเจ้าคะ ไม่ถึงสองเดือนก็จะรู้กันแล้วว่าเขาจะสอบผ่านหรือไม่” เหว่ยฟางบอกบิดาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูร้อนรน

“เจ้ารักชายผู้นั้นจริงหรือเจ้าแค่อยากเชิดหน้าชูตาในฐานะฮูหยินของขุนนาง ตอบข้ามาตามจริงแล้วข้าจะมอบทางเลือกให้แก่เจ้า” บิดานางถามเสียงเข้ม

เหว่ยฟางนิ่งงันไป ตอนแรกนางมั่นใจว่ามันคือความรักแต่คิดดูดีๆ แล้ว หากเขายังเป็นแค่บัณฑิตซิ่วไฉ่นางก็คงไม่อยากร่วมหอลงโรงกับเขาแน่ พลางคิดว่าที่ผ่านมามันอาจเป็นแค่ความลุ่มหลงเพราะความเป็นชายรูปงามของเขาเท่านั้น

“ตอบพ่อสิเหว่ยฟาง”

“ข้า....” นางลังเลใจที่จะตอบบิดาออกไป

“หวังว่าทางเลือกของเจ้าจะไม่ทำให้พ่อต้องผิดหวัง เพราะตอนนี้คุณชายลู่ให้บิดามาทาบทามเจ้าเอาไว้แล้ว พ่อรอคำตอบจากเจ้าอยู่ หวังว่าเจ้าคงไม่ทำให้พ่อต้องเสียหน้า”

“ข้า..รักหยี่หาน” นางตอบบิดาออกไปเสียงเบา ทั้งที่ไม่มั่นใจนัก แต่ก็ยังมีความหวังกับเขาอยู่

“คุณชายลู่ได้ทำคุณงามความดีต่อบ้านเมือง และกำลังจะถูกแต่งตั้งให้เป็นองครักษ์ของท่านเจ้าเมือง ตอนนี้มีทั้งฐานะและมียศราชการ ถ้าเจ้าจะรอกัวหยี่หานก็แล้วแต่เจ้า อีกหนึ่งเดือนท่านลู่จะมาขอคำตอบ เจ้าค่อยๆ คิดก็แล้วกัน”

“อีกหนึ่งเดือนหรือเจ้าคะ” นางถามด้วยความกังวลใจ มันช่างใกล้กับเวลาที่หยี่หานจะไปสอบเหลือเกิน

“ท่านลู่เองก็ส่งบุตรชายไปติดต่อค้าขายยังต่างเมือง ขากลับก็จะเดินทางไปรับตำแหน่งที่มณฑล กว่าจะกลับมาถึงก็คงนานร่วมเดือน ตอนนั้นเจ้าค่อยตอบพ่ออีกทีก็แล้วกัน” เจาหรูบอกบุตรสาว น้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

เหว่ยฟางแทบไม่ต้องคิด อย่างไรนางก็เลือกลู่ชิงฟงแน่อยู่แล้ว แต่ไม่อยากเสียหน้าที่ชิงตอบบิดาไปในตอนแรก จึงยังไม่พูดออกไปตามต้องการ

“ลูกขอเวลาก่อนนะเจ้าคะท่านพ่อ” นางบอกบิดาแล้วอมยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

เจาหรูเองรู้ทันนาง เขาเลี้ยงดูเหว่ยฟางมากับมือ มีหรือจะไม่รู้ว่าบุตรสาวของตนกำลังคิดอะไรรู้ นางคงกลัวเสียหน้าทั้งๆ ที่ในใจนางมีคำตอบอยู่แล้ว

“คิดให้รอบคอบก็แล้วกัน พ่ออยากให้เจ้าสุขสบาย มิได้ต้องการบีบบังคับอันใดแก่เจ้า ที่ผ่านมาที่ขัดขวางก็เพราะไม่อยากให้เจ้าตกตกระกำลำบากไปกับกัวหยี่หาน บัณฑิตนั่นเป็นคนดีก็จริง แต่เขาไม่สามารถทำให้เจ้าสุขสบายได้ เจ้ารู้ใช่หรือไม่” เขาบอกบุตรสาว ท่าทีเริ่มอ่อนลงแล้ว

“ลูกทราบดีเจ้าค่ะ” เหว่ยฟางรับคำบิดาเสียงหวาน เริ่มใจชื้นแล้วที่เขาเริ่มอ่อนลงให้แก่ตน

“อีกทั้งอดีตที่เคยสอบตกนั้นมันจะติดตามตัวเขาไปตลอด คิดดูก็แล้วกันถึงจะสอบผ่านในครานี้ แต่อย่างไรเรื่องที่เคยสอบตกก็ยังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงไม่หยุดอยู่ดี หากเจ้าออกเรือนไปกับเขาจะพลอยทำให้ตระกูลเราพลอยเสื่อมเสียไปด้วย” เจาหรูพูดถึงด้านลบของหยี่หานออกมาเพื่อตอกย้ำให้นางตัดใจจากเขา

“เจ้าค่ะ” เหว่ยฟางพยักหน้ารับ นางยิ้มกว้างให้บิดา ราวกับว่าให้เขาวางใจในคำตอบของนางที่จะบอกแก่ตระกูลลู่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้านี้

**********************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 19 ก้าวเดียวแตะถึงฟ้า

    เหว่ยฟางกลับไปถึงบ้านแล้วรีบเข้าไปยังห้องนอนของตนโดยมีเสี่ยวหลินติดตามไปด้วย“คุณหนูมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ท่านมีสัมพันธ์กับคุณชายลู่จริงๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางถามด้วยความห่วงใย“เจ้าต้องปิดเป็นความลับ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าคงไม่มีหน้าอยู่บนโลกใบนี้” เหว่ยฟางบอกสาวใช้ด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจ เพราะโจวเจาหรูคงไม่ปลาบปลื้มแน่หากรู้ว่านางได้ทำการข้ามกำแพงเจาะรู (ลักลอบเกินเลยกันโดยผู้ใหญ่ไม่รับรู้)“ข้าไม่คิดเลยว่าคุณชายลู่จะทำเช่นนั้น”“ข้าเองก็ไม่คาดคิด จู่ๆ คุณชายลู่ก็จู่โจมเข้าจุมพิตข้า ข้ารู้สึกวาบหวิวไปหมด สุดท้ายจึงต้องนอนนิ่งให้เขากระทำอย่างนั้น” นางเล่าให้แก่เสี่ยวหลินฟัง“คุณหนูไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ คุณชายลู่ดูจะรักคุณหนูมาก อย่างไรข้าคิดว่าเขาคงไม่ทอดทิ้งคุณหนูอย่างแน่นอน” นางบอกแก่คุณหนูของตนที่เติบโตมาด้วยกัน“เขาก็บอกข้าเช่นนั้นตอนที่..” เหว่ยฟางหยุดพูดแล้วทำเอียงอาย เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถึงจะไม่เต็มใจแต่ก็แสนสุขสม“คุณหนูรู้สึกเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่เลยเสี่ยวหลิน มันช่างมีความสุขเหลือเกิน หากวันใดเจ้าออกเรือนแล้วจะรู้” นางพูดแล้วอมยิ้มให้แก่กันลู่ชิงฟงคือบุตร

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 18 ข้ามแม่น้ำได้แล้วรื้อสะพานทิ้ง

    เป็นเวลาเกือบเดือนแล้วที่หยี่หานเอาแต่ท่องตำราเป็นอย่างหนัก อีกแค่สองสัปดาห์ก็จะต้องเดินทางไปสอบที่ต่างเมืองแล้ว เขาจึงต้องทบทวนในสิ่งที่เขาคาดว่าจะออกข้อสอบในปีนี้หว่าอิ๋งเห็นเขาเคร่งเครียดอย่างนั้น นางจึงไม่ได้รบกวนเขา แม้กระทั่งอาหารก็ไม่ได้เชิญให้เขาออกมาทาน แต่เตรียมเอาไว้แล้วรออุ่นให้เขายามที่เขาออกมาจากห้องอ่านตำราเท่านั้นหยี่หานไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุใดเหว่ยฟางจึงหายเงียบไป เขาเองก็ไม่ได้ไปดักรอนางที่ตลาดเลยในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ มีแต่หว่าอิ๋งเท่านั้นที่เข้าไปขายผ้าปักในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ส่วนเขาก็เข้าไปแค่ตอนซื้อหมึกกับกระดาษเท่านั้นในตอนค่ำขณะที่หว่าอิ๋งรออุ่นอาหารค่ำให้แก่เขา พอหยี่หานเดินออกมานั่งที่โต๊ะ นางใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็ยกอาหารมาวางแล้วคะยั้นคะยอให้เขาทานให้หมด“ทานเยอะๆ นะเจ้าคะ อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางแล้ว ท่านคงไม่ได้ทานฝีมือข้าไปอีกหลายวัน ท่านต้องคิดถึงอาหารเหล่านี้แน่”“ข้าคงคิดถึงจนไม่มีสมาธิเชียวล่ะ” หยี่หานมองหน้านางเป็นนัยให้รู้ว่าหมายความถึงนางมิใช่อาหาร“แต่ถึงอย่างนั้น ข้ามั่นใจว่าปีนี้ข้าต้องสอบผ่าน”“ข้าก็เชื่อเช่นนั้น คุณชายเป็นคนฉลาด ไห

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 17 เสียหน้าจนลามไปถึงครอบครัว

    บัณฑิตหนุ่มเดินไปส่งเหว่ยฟางถึงแค่รั้วบ้านของตน นางจูบลาเขาด้วยจุมพิตที่บางเบาแล้วค่อยๆ เดินห่างออกไปหยี่หานกวาดตามองไปทั่วบ้านแต่ก็ยังไม่เห็นหว่าอิ๋ง จึงเดินค้นหานางรอบบริเวณนั้นแล้วพบว่านางกำลังเอาหญ้าแห้งมาบังลมหนาวให้กับเป็ดของนางอยู่“ทำไมไม่สวมชุดคลุมอีกชั้น อากาศเย็นมากแล้ว เจ้าไม่หนาวหรืออย่างไร” เขาเอ่ยถามนางอย่างห่วงใย“ข้าใช้กำลังยกหญ้าและฟางพวกนี้จนร่างกายรู้สึกอบอุ่นแล้วเจ้าคะ อากาศก็ยังไม่หนาวมาก แค่นี้ข้าทนไหว” นางตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่สดใสอย่างเช่นเคย“เรื่องเหว่ยฟาง ข้า..”“คุณชายหิวหรือยังเจ้าคะ ข้าจะได้ไปอุ่นอาหารให้” นางแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินว่าเขาจะพูดอันใด แล้วขัดขึ้นมาก่อน“อืม เริ่มหิวแล้ว”“ถ้าเช่นนั้นไปรอข้าที่ด้านในเถิดเจ้าค่ะ ข้าอุ่นอาหารไม่นาน” นางยิ้มให้แก่เขา หยี่หานจึงรั้งตัวนางมาโอบกอด ทำให้หว่าอิ๋งตัวแข็งทื่อด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะดันตัวออกจากเขา“คุณชาย เนื้อข้าเต็มไปด้วยเศษฝุ่นและหญ้า ท่านอย่าทำเช่นนี้เลย มิเช่นนั้นท่านอาจจะเปรอะเปื้อนไปกับข้า”“เราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” เขาไม่ฟังที่นางบอกแล้วประคองนางเข้าไปในบ้านมอบความอบอุ่นจากอ้อมแขนของตนเองใ

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 16 เหมือนนั่งอยู่บนพรมเข็ม

    หญิงสาวจากตระกูลที่ร่ำรวยเดินกลับไปกลับมาด้วยท่าทีที่ดูกระวนกระวายเมื่อชายคนรักไม่ได้มาพบกับนางตามที่นัดหมาย“หยี่หานไม่เคยผิดนัดข้า” นางพึมพำด้วยความร้อนใจหากแม่ค้าร้านขายเครื่องประทินความงามมิได้โป้ปด หยี่หานอาจจะเห็นนางเดินกับลู่ชิงฟงที่ตลาดเป็นแน่ เขาถึงได้ไม่ยอมมาตามนัดหมายในครานี้“ไม่สิ บางทีเขาอาจจะเคร่งเครียดกับการอ่านตำรา จนลืมนัดของข้า” นางพยายามปลอบใจตนเองตอนนี้กระวนกระวายใจยิ่งนัก ราวกับนั่งอยู่บนพรมเข็มที่ทิ่มแทงให้ไม่เป็นสุขเหว่ยฟางไม่อยากรอเขาอีกต่อไป นางเกรงว่าเสี่ยวหลินจะตามมาหานางที่นี่ จึงตัดสินใจไปหาบัณฑิตหนุ่มที่บ้านของเขาซึ่งใช้เวลาเดินเท้าไปราวหนึ่งก้านธูปชายหนึ่งนางก็มีใจและหวังลาภยศ อีกชายหนึ่งนางก็พึงใจและเห็นถึงความเหมาะสมของฐานะที่ใกล้เคียงกันอีกทั้งบิดาก็สนับสนุนเขา และการที่มีบุรุษทั้งสองให้นางต้องตัดสินใจเลือกในเวลาเดียวกัน ทำให้รู้สึกผยองในเสน่ห์ของตนมิใช่น้อยแต่พอรู้ว่าหยี่หานอาจรู้ว่านางมีอีกหนึ่งทางเลือกจึงทำให้เกิดความกังวลว่าเขาจะถอดใจจากนางไปเสียก่อน จึงต้องรีบไปพบชายคนรักเพื่อพิสูจน์ว่าเขารู้เห็นเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดเมื่อไปถึงบ้านของหยี่

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 15 ฟ้าย่อมมีเมตตากับผู้มีใจ

    เมื่อครบกำหนดเจ็ดวันตามที่เหว่ยฟางนัดแล้ว หยี่หานไม่ได้กระตือรือร้นที่จะออกไปพบกับนางตามนัดหมาย เขาคิดว่าอย่างไรเสียนางก็คงไม่ไป จึงฝึกคัดลายมือในห้องอ่านตำราอย่างตั้งใจ และเอาแต่อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงความสุขในช่วงที่ผ่านที่ได้อยู่ชิดใกล้กับหว่าอิ๋งตอนนี้หว่าอิ๋งออกไปที่หมู่บ้านเพื่อนำผ้าที่ปักไปส่งยังร้านขายผ้า อีกไม่นานนางคงกลับมาพร้อมกับของที่นางจะนำมาทำอาหารบำรุงเขาอีกเช่นเคย‘เจ้าช่างทำทุกอย่างเพื่อข้ามากมาย ไม่เคยนึกถึงตัวเองเลยสักนิด ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก’ หยี่หานมองไปรอบๆ บ้านของตน มันเคยเก่าและทรุดโทรม พอมีนางมาอยู่ด้วยก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เป็นบ้านที่สามารถเรียกว่าบ้านอย่างแท้จริงไม่นานนักหว่าอิ๋งก็กลับเข้ามาพร้อมกับเป็ดอีกสองตัวที่จะนำมาเลี้ยงเพิ่ม พร้อมกับเนื้อหมูและเครื่องเทศห่อใหญ่ที่นางซื้อกลับมาด้วยนางเอาเป็ดไปเข้าเล้าแล้วเดินเข้าไปในครัว ไม่ได้ไปแสดงตัวกับเขาเพราะเกรงว่าจะรบกวนสมาธิ แต่หยี่หานก็รู้เพราะได้กลิ่นควันจากฟืนที่นางกำลังก่อไฟเพื่อทำอาหารกลิ่นหอมของเครื่องเทศลอยมาเตะจมูกให้เขารู้สึกอยากทานอาหารที่นางทำแล้ว จึงวางพู่กันในมือลงแล้วเดินเอามือขัดหลั

  • ข้าเป็นฮูหยินของท่านมิได้หรือ   ตอนที่ 14 แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน

    บรรยากาศในยามเช้าสดชื่นเหมือนอย่างทุกวัน หยี่หานนั่งทานอาหารบนโต๊ะแล้วมองหว่าอิ๋งที่กำลังไล่ต้อนเป็ดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มความใกล้ชิดระหว่างเขากับนางนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆ ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แม้จะรู้สึกผิดต่อเหว่ยฟาง แต่เมื่อเห็นว่านางเองก็มีใครอีกคน เขาจึงรู้สึกผิดน้อยลง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดเลย“ข้าจะตั้งใจสอบ เพื่อให้เจ้าหันกลับมาสนใจข้าแต่เพียงผู้เดียว ให้คุณชายตระกูลลู่ผู้นั้นรู้ว่าบัณฑิตอย่างข้า ไม่จำเป็นต้องเกิดในตระกูลร่ำรวยก็สามารถเด็ดดอกฟ้าอย่างเจ้าได้” เขาพึมพำออกมา รู้สึกอยากเอาชนะลู่ชิงฟงมากกว่าที่ต้องการเหว่ยฟางกลับมาเป็นของตนเองหว่าอิ๋งกลับเข้ามาในบ้านแล้วส่งยิ้มหวานให้กับหยี่หาน“มานี่สิหว่าอิ๋ง” เขาเรียกนางให้เข้าไปหาหว่าอิ๋งคิดว่าเขาทานอาหารเสร็จแล้วนางจึงเดินเข้าไปเพื่อเก็บโต๊ะ แต่พอเดินเข้าไปใกล้หยี่หานก็รั้งตัวนางเข้าไปให้นั่งตักของเขา“คุณชายกัว” นางเรียกชื่อเขาอย่างตกใจและไม่คาดคิดว่าเขาจะทำอย่างนี้กับตน“ทำไม ข้าทำอย่างนี้กับเจ้าไม่ได้รึ” เขาถามนางแล้วยิ้มให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้หว่าอิ๋งใจเต้นแรงเป็นอย่างมาก“ข้า..” นางใจเต้นจนพูดอะไรไม่ออก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status