Share

บทที่ 6

last update publish date: 2025-12-30 10:06:45

ชั่วขณะที่นั่งครุ่นคิดยังร้านบะหมี่เพื่อรออหูอวี๋กลับมา นางเผลอยกมือหนึ่งขึ้นเท้าคางนิ้วชี้เคาะข้างแก้มเบาๆ เป็นจังหวะราวกับพลั้งเผลอ นานมากอยู่ๆ นางก็มองเห็นคนผู้หนึ่งเดินมานั่งริมถนนฝั่งตรงข้าม ป้ายอักษรที่เขาเพิ่งวางลงเรียกความสนใจของนางเอาไว้ กระทั่งกว่าจะรู้ตัวก็เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าป้ายอักษรนั้นแล้ว “นี่คือเงินยี่สิบตำลึง ท่านไปจัดการธุระของตัวเองให้เรียบร้อย จากนั้นทำอย่างไรก็ได้สืบเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่เคยเกิดขึ้นกับคุณหนูอวิ๋น อวิ๋นซูเหยา บุตรสาวของท่านปราชญ์อวิ๋น นางเป็นใคร นิสัยใจคอ ทำอะไรบ้างในช่วงสองสามปีมานี้ ใครเกี่ยวข้อง สนิทสนม ผิดใจ ชอบหรือไม่ชอบนาง และนางชอบหรือไม่ชอบผู้ใด ให้เวลาท่านครึ่งเดือนมารอพบข้าที่นี่เวลานี้”

เขาเลิกคิ้วมองนางด้วยสายตาสงสัย “ข้าไม่ทำเรื่องผิดศีลธรรม ไม่ขายตัวเป็นทาส เรื่องคุณหนูอวิ๋นผู้นั้น...”

“ข้าก็ไม่ได้คิดจะให้ท่านทำเช่นนั้น ข้าก็คือนาง ข้าสูญเสียความทรงจำจึงอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าเป็นคนอย่างไร หากตกลงก็รับเงินไป”

เขายังคงขมวดคิ้วมองนาง “ไม่กลัวว่าข้าจะรับเงินแล้วหนีหายไป?”

“จะใช้คนก็ต้องเริ่มจากเชื่อใจ หากไม่อาจเชื่อใจเช่นนั้นก็ใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า หากข้ามองคนผิดเช่นนั้นก็ให้ถือเสียว่าข้าทำหาย”

“แม่นาง...ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้า...มีธุระ”

“ด้านในเสื้อคลุมท่านสวมชุดไว้ทุกข์เกรงว่าคงเพิ่งสูญเสียญาติสนิท ท่านเป็นวรยุทธ์ หากมีทางเลือกย่อมไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ ทำสัญญาเป็นคนคุ้มกันหนึ่งปีแลกกับเงินยี่สิบตำลึงไม่ขายตัวเป็นทาส เห็นชัดว่าท่านหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่นับว่าข้าลงทุนอย่างโง่งม เป็นชาวยุทธ์ที่สำคัญคือต้องมีสัจจะ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”

เขาพยักหน้ามองนาง “ได้ ข้าตกลง” แล้วเขาก็รับเงินไป “ข้าแซ่หานนามสั้นๆ ว่าควน อีกครึ่งเดือนข้าจะมารอพบท่านที่นี่ เวลานี้ จนกว่าจะถึงเวลานั้นเรื่องที่ข้าทำงานให้ท่านจะเป็นความลับ”

นางมองเขาเก็บป้ายอักษรขึ้นจากนั้นเดินจากไป ไม่นานหูอวี๋ก็กลับมา “คุณหนูข้าซื้อของเสร็จแล้วเจ้าค่ะ”

“อืม พวกเรากลับสำนักศึกษาหลวงกันเถิด”

อีกด้านหนึ่งเพราะมีคนสืบเรื่องเดียวกัน ทั้งยังเคยสอบถามชาวบ้านในละแวกจวนเดิมของท่านปราชญ์อวิ๋น หลิงเฮ่อที่ส่งคนไปสืบเรื่องของอวิ๋นซูเหยาเช่นกันให้อย่างไรก็รู้สึกว่าประหลาด เขารีบรายงานผู้เป็นนายทันที “คนผู้นี้วรยุทธ์แม้ไม่ได้ล้ำเลิศทว่าก็นับเป็นคนมีฝีมือ เขาไม่ได้สอบถามชาวบ้านแบบโจ่งแจ้ง แต่ใช้วิธีแนบเนียนโดยสืบจากเรื่องซุบซิบนินทาของคนละแวกนั้น แม้เขาเปลี่ยนเรื่องหลายเรื่อง ทว่ากลับยังคงวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของคุณหนูอวิ๋นขอรับ”

“ตัวตนของเขาเล่า”

“เดิมเป็นชาวยุทธ์ที่เคยทำงานกับสำนักคุ้มภัยทว่าหลายปีมานี้แต่งฮูหยินและย้ายมาเมืองหลวง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวนาทำนาปลูกผักอยู่อย่างเรียบง่าย ช่วงเดือนที่แล้วฮูหยินของเขาสิ้นใจเพราะคลอดบุตร เขาสูญเสียทั้งบุตรชายและฮูหยินพร้อมๆ กัน เพราะยากจนจึงไปขายตัวเพื่อเป็นคนคุ้มกันเพื่อแลกเงินค่าทำศพ ไม่มีใครกล่าวถึงว่าผู้ใดซื้อตัวเขาไปและผู้ใดว่างจ้างให้เขาสืบเรื่องของคุณหนูอวิ๋น ระหว่างนี้เขาไม่เคยติดต่อผู้ใด ไม่ไปมาหาสู่ผู้ใด เกรงว่าผู้จ้างวานอาจจะนัดพบโดยอาศัยการแจ้งวันและเวลาอื่น”

“ให้คนจับตาดูเอาไว้ให้ดี”

“แล้วทางคุณหนูอวิ๋น?” หลิงเฮ่อยังคงติดใจเรื่องที่เขาสงสัย

“ข้าจะไปเยือนเรือนพำนักท่านปราชญ์อวิ๋นวันนี้ จะพยายามดูว่ามือของนางมีรอยด้านหรือไม่”

รอยด้านจากการเล่นพิณของสตรี กับรอยด้านจากการจับกระบี่หรือดาบ แม้กระทั่งอาวุธ ให้อย่างไรก็แตกต่างกัน หากเป็นไปอย่างที่หลิงเฮ่อสงสัย อวิ๋นซูเหยาเป็นวรยุทธ์ เช่นนั้นก็แปลกแล้ว…

ตระกูลปราชญ์ ทั้งยังมีบุตรสาวที่เป็นวรยุทธ์ อวิ๋นหยวนผู้นี้...

ใกล้พลบค่ำแล้วกำแพงเมืองหลวงกำลังจะปิด ขบวนรถม้าที่กำลังแล่นเข้ามาทำให้ทหารเฝ้าประตูเมืองกระตือรือร้นขึ้น หัวหน้าหน่วยรีบเข้าไปประจบสอพลอ “ยินดีต้อนรับแม่ทัพหลินกลับเมืองหลวง”

ทหารทุกคนได้ยินก็รีบประสานมือคำนับพร้อมกล่าวตาม “ยินดีต้อนรับแม่ทัพหลินกลับเมืองหลวง”

ถึงอย่างนั้นรถม้ากลับไม่ได้หยุด ไม่มีใครตอบรับกับการประจบสอพลอนั้น ไม่มีผู้ใดใส่ใจจะมองราวกับว่าขบวนเดินทางเร่งร้อนตรงเข้าไปในกำแพง

“ใช่แม่ทัพหลินจริงหรือขอรับหัวหน้า”

“ต้องใช่สิ เจ้าเห็นป้ายหยกนั่นหรือไม่”

“หรือว่าแม้แต่จวนแม่ทัพก็ได้รับราชโองการให้พาบุตรสาวมาร่วมการคัดเลือกชายารัชทายาท?”

“ก็ต้องเป็นเช่นนั้น ฐานะและอำนาจสามารถส่งเสริมจึงจะเหมาะสม ข้าว่าไม่มีใครเหมาะไปกว่าท่านคุณหนูจวนแม่ทัพแล้ว”

“เห็นด้วย!”

“แต่ว่า...บุตรสาวคนโตของท่านแม่ทัพ คุณหนูรองมิใช่ออกเรือนแล้ว? แถมยังเป็นการแต่งสามีเข้าจวน?”

“แล้วอย่างไรยังมีคุณหนูสาม คุณหนูสี่ คุณหนูเจ็ด”

“คุณหนูสี่หมั้นหมายแล้วมิใช่หรือ”

“อ้อใช่ๆ ข้าหมายถึงคุณหนูสามกับคุณหนูเจ็ด”

ขบวนรถม้าเร่งร้อนกลับจวนตระกูลหลิน กระทั่งมีคนผู้หนึ่งถูกคลุมด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกแล้วพาลงมาจากรถม้า ดูเหมือนคนผู้นั้นจะไม่ได้สติและไม่ขยับ ด้านในเกิดความวุ่นวายขึ้นจนกระทั่งประตูจวนแม่ทัพถูกปิดลง ด้านในก็ยังคงวุ่นวายสับสน

มีเสียงหนึ่งแว่วมาให้ได้ยิน...เหตุใดสตรีผู้นั้นจึงไม่ได้สติ นางมิใช่จวนแม่ทัพ ไม่มีใครเคยเห็นนาง แล้วนาง...เกี่ยวข้องอะไรกับจวนแม่ทัพหลินจึงกลับมาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้??

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 71 จบ

    “เจ้าเล่า”นางพยักหน้า “ข้าอยากมา”“เช่นนั้นข้าพาเจ้ามาดีหรือไม่”“ตกลงตามนี้”“ได้”นางยิ้มจากนั้นคีบบะหมี่เข้าปาก ตอนที่กำลังสูดบะหมี่ก็เอียงหน้ามามองเขา เมื่อเห็นว่าเขามองนางอยู่ก็อมยิ้ม ...นางชอบบรรยากาศที่มีเขาอยู่ข้างๆ หัวใจของนางเต้นเร็วมากทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สนทนากับเขา กระทั่งตอนผละจากยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่หน่อยๆเทศกาลหยวนเซียว...หน้าจวนตระกูลหยางก็ยังคงเป็นสถานที่เริ่มต้นของร้านรวงและการประดับโคมไฟ อวิ๋นซูเหยานั่งรถม้าอ้อมมาจอดที่หน้าจวนตระกูลหยาง สามพี่น้องตระกูลหยางยืนรอนางอยู่ด้วยรอยยิ้ม “พี่ซูเหยา” หยางหว่านฉิงปักปิ่นแล้ว...“มาเถิด พวกเราไปเดินเล่นกัน” หยางสวินเคอเดินเข้ามาช่วยประคองนางลงจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาประดับยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ วันนี้เขาสวมชุดสีดำปักลายปักษากุ๊นขอบสีแดง ดูทั้งเคร่งขรึมและสูงส่งสง่างาม นางสวมชุดสีขาวปักลายบุปผาสีม่วงยิ่งเดินเข้าไปอยู่ข้างเขาก็ยิ่งดูราวกับแสงสว่างที่อยู่เคียงข้างความลึกลับ ถึงอย่างนั้นในยามก้าวเดินชายชุดด้านหน้าที่เสียดสีกัน กลับทำให้ลายปักของคนทั้งสองดูกลมกลืน มองราวกับปักษาที่กำลังบินล้อลมกับมวลบุปผาสีม่วงผู้คนมากม

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 70

    แรกลืมตา...นางรู้สึกว่าในหัวว่างเปล่า สาวใช้ตรงหน้าเบิกตามองนางราวกับมองเห็นผี อีกฝ่ายวิ่งออกไปปากก็ตะโกนเสียงดังลั่น “นายท่านคุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ! นายท่าน!” นางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอรู้สึกกระหายเหลือเกิน ตอนพยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ร่างกายนี้กลับอ่อนแรงราวกับไม่อยากจะเชื่อฟังนางเลยสักนิด ตอนหลับตาเพื่อสูดหายใจเข้าดึงสติ ไหล่กลับถูกประคองให้ลุกขึ้น อวิ๋นซูเหยาลืมตาก็พลันสบตาคมดุคู่หนึ่ง เขามองนางจากนั้นช่วยนางให้ลุกพิงหัวเตียง “จิบน้ำหน่อยดีหรือไม่”นางพยักหน้าจากนั้นจ้องมองเขา “ท่าน...เป็นใคร”เขาชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด “ข้าแซ่หยาง นามรองเสียงเฟิง หยางสวินเคอ”“แล้วข้า...เป็นใคร?” นางมองไปรอบๆ ดวงตาบ่งบอกถึงความงุนงงสับสน “เกิดอะไรขึ้นกับข้า เหตุใดข้าจึง...”“ดื่มน้ำก่อน” เขาส่งน้ำอุ่นมาจ่อที่ริมฝีปาก นางยอมดื่มโดยดีจากนั้นยังคงจ้องมองเขา“เจ้าแซ่อวิ๋น นามรองเมิ่งเมิ่ง อวิ๋นซูเหยา”“อวิ๋นซูเหยา??”“รู้สึกคุ้นหูบ้างหรือไม่” นางส่ายหน้า “เช่นนั้นแซ่หลินเล่า หลินมู่เซิน คุ้นหูบ้างหรือไม่” นางยังคงส่ายหน้าเขากลับยิ้ม “ไม่เป็นไร เจ้าเพิ่งได้สติอาจใช้เวลาในการฟื้นฟู” เขาลุกขึ้นเมื่อไ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 69

    หลินมู่เซินสวมชุดสีฟ้าปักลายปักษา เรือนผมยาวเกล้ามวยปักปิ่นหยกขาวเรียบๆ ไม่มีกำไล ไม่มีเครื่องประดับอื่น นางเดินเคียงข้างหยางสวินเคอเข้าไปในวังหลวง ตรงไปยังตำหนักเฟิ่งหวงเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮา หลินซีหลินด้วยการสนับสนุนของตระกูลหลินได้ก้าวขึ้นครองบัลลังก์หงส์เคียงข้างมังกรผู้สง่างาม ทั้งความรู้ ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด และความดีงาม นางมองศิษย์ของตนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ราวกับมองบุตรสาวที่เพิ่งออกเรือนและดูแลผู้คน จากนั้นยิ้มพร้อมลูบหลังมืออีกฝ่าย “อาจารย์...จะกลับหลิงซานแล้ว พวกเจ้าเป็นเช่นนี้ดีมากๆ แล้ว อาจารย์ไม่มีห่วงเรื่องใดทั้งสิ้น” นางมองหลินโม่หลินที่เอาแต่ก้มหน้า “โม่หลิน”“อาจารย์”“หลังจากอาจารย์ขึ้นหลิงซาน เจ้าก็...ออกเดินทางเถิด” เขาเบิกตามองนางอย่างไม่ยินยอม “อาจารย์พานพบกับความเศร้าและการพลัดพรากมามากเกินไป ดังนั้นครั้งนี้อยากเห็นแก่ตัวสักครั้ง ให้อาจารย์ได้อยู่อย่างสงบไม่ต้องทนมองพวกเจ้าโศกเศร้าและร้องไห้ ทำให้อาจารย์ได้หรือไม่”“แต่...”“หลังอาจารย์จากไปสักหนึ่งเดือน อาจารย์จะให้ปราชญ์หยางส่งข่าวมาให้พวกเจ้ารับรู้”เงียบ...นางถอนหายใจ “ไม่โศกเศร้า...ทำไม่ได้หรอก แต่หากรู

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 68

    ตอนนี้นางกำลังจะตายแต่อวิ๋นซูเหยากลับยังคงอยู่ นางไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะยังอยู่ได้นานเท่าไหร่หากนางจากไป หรือนางจะกลับเข้าไปอยู่ในร่างของอวิ๋นซูเหยา ไม่ก็ทุกอย่างจะจบสิ้นลงไปพร้อมกับตัวนางที่สิ้นใจในร่างของตัวเอง ไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครให้ความมั่นใจหลินมู่เซินคว้ามือของอวิ๋นซูเหยาขึ้นมาลูบเบาๆ ‘อวิ๋นซูเหยา...เจ้าอยู่ที่ใด อยากกลับมาหรือไม่’มองสภาพความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย นางตระหนักดีว่าหยางสวินเคอให้ความดูแลดีมาก แม้แต่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็ไม่มีสักนิด สาวใช้สามคนอยู่เฝ้าตลอด ในเรือนมีทุกอย่างครบครัน มองออกไปด้านนอกหลินโม่หลินกำลังสนทนาอยู่กับอวิ๋นหยวนที่เพิ่งมาถึง หยางสวินเคอเองก็เดินเข้าไปหาบุรุษทั้งสอง นางกุมมือของอวิ๋นซูเหยาหลับตาถ่ายทอดกำลังภายในของตนให้อีกฝ่าย ‘อวิ๋นซูเหยา เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากรักษาร่างของเจ้าเอาไว้ เจ้าอยากกลับมาหรือไม่ หากเจ้ากลับมา ตื่นขึ้นมา ข้าจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ให้เจ้าอยู่ต่อไปดีหรือไม่ อยู่เป็นเพื่อนพวกเขา...แทนข้า’นางค่อยๆ ผ่านลมปราณเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย ส่งกำลังภายในที่นางฝึกฝนมานับร้อยๆ ปี ส่งทุกอย่างให้เด็กสาวที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติ เพราะจะอย่า

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 67

    “รู้แล้วๆ อาจารย์ไปแน่นอน พวกเจ้าออกไปให้หมด” นางมองส่งทุกคนทยอยเดินออกไปจากห้อง กระทั่งนานมากกว่าที่นางจะส่งเสียง “ท่านปราชญ์หยางมีเรื่องสนทนากับข้าหรือ”หยางสวินเคอก้าวออกมายืนที่ขอบประตู เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาเพียงยืนมองนางจากจุดนั้น “ข้ามีเรื่องอยากถาม ไม่ทราบว่าแม่นางหลินจะสะดวกหรือไม่”นางขยับตัวก้าวลงจากเตียง ชุดตัวในสีขาวทำให้ชายหนุ่มหันไปมองด้านอื่น เขาส่งเสียงเรียกสาวใช้ให้เข้าไปช่วยหญิงสาวแต่งตัว “ไม่ต้อง ข้าทำเองได้ ท่านไปรอข้าที่โต๊ะในสวนก็แล้วกัน”“ได้” นางมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย ในใจได้แต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับหยางสวินเคอดี การพบกันของนางกับเขาเป็นความผิดพลาด ตั้งแต่แรกนางก็ไม่ควรมีสายสัมพันธ์อันใดกับบุรุษ ไม่ควรมีเรื่องราวของความรักและความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ความรู้สึกผูกพันรังแต่จะทำให้เจ็บปวดทั้งกับนางและกับเขา หากเป็นเมื่อก่อนนางอาจลังเลเพราะมีเวลาให้ต้องสูญเปล่า รั้งอยู่ข้างกายเขาไม่กี่ปีเขาจากไปนางก็จะโดดเดี่ยวและทุกข์ทน ทว่าตอนนี้ต่างออกไปนางกำลังจะจากไปเป็นเขาเองที่จะต้องเศร้าโศกจากการสูญเสียและพลัดพราก หากเป็นนางที่เคยผ่านเรื่องเหล่านั้นมานับครั้งไม่ถ้วน นา

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 66

    หลินมู่เซินกอดปลอบอีกฝ่ายน้ำตาของนางหลั่งริน หญิงสาวเอนศีรษะลงแนบแก้มกับหน้าผากของศิษย์รัก “กรรมใดใครก่อผู้นั้นย่อมต้องรับกรรม แต่ในเมื่อเจ้าอภัยให้เขาแล้วดังนั้นโทษอาจจะลดลงบ้างกระมัง ไม่รู้สิข้าเองก็ยังไม่เคยตาย ไม่รู้ว่าหลังจากตายไป สวรรค์หรือนรกจะรับฟังเสียงของการให้อภัยหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้เจ้าเองก็มิใช่หลุดพ้นแล้วหรอกหรือ เขาเองก็ด้วย”“อาจารย์”“หืม”“จำได้ว่าวันแรกที่ท่านช่วยข้าเอาไว้ ท่านแบกข้าขึ้นเขามา วันนี้ท่านเองก็แบกข้าขึ้นหลังเหมือนวันนั้นเลย ข้าดีใจมาก สุดท้ายแล้วข้าก็ยังได้ขี่หลังท่าน”“ไว้วันหลังข้าแบกเจ้าอีกดีหรือไม่”“ไม่ได้แล้ว อาจารย์ข้าขอโทษ”“ขอโทษเรื่องใดหรือ”“ขอโทษที่ทำเช่นนั้นไม่ได้แล้ว ขอโทษที่ท่านต้องพานพบกับการพลัดพรากอีกแล้ว ข้าพยายามแล้ว อยากอยู่ให้นานอีกหน่อย อยู่เป็นเพื่อนท่าน แม้ไม่ได้อยู่เคียงข้างท่านแต่ตลอดมาก็อยู่แผ่นดินเดียวกัน มีสายสัมพันธ์ที่ท่านหลงเหลืออยู่เอาไว้ให้ท่าน แต่ตอนนี้แม้แต่ข้าก็กำลังจะจากไปทิ้งให้ท่านโศกเศร้าเดียวดายเพียงลำพัง ข้าขอโทษท่านด้วยที่อาจารย์ต้องมาฝังศพของศิษย์อีกคนแล้ว”หลินมู่เซินหลับตาน้ำตาหลั่งริน “ไม่เป็นไร ใค

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 57

    ภายในคืนเดียวเกิดเรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน จวนตระกูลอวิ๋นเกิดเพลิงไหม้ยังไม่ทันได้หาสาเหตุ ในช่วงที่กำลังพยายามดับไฟเพื่อให้มั่นใจว่าไฟจะไม่ปะทุลามไปยังจุดอื่น นอกจวนตระกูลหยางกลับวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นพระชายาองค์รัชทายาทที่บุกเข้ามา!!!หลินซีหลินตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความร้อนใจ “อาจารย์!!

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 56

    อวิ๋นซูเหยาอมยิ้มเงยหน้าขึ้นมองหยางสวินเคอ เขาถอนหายใจ “ก็ได้ หลิงเฮ่อดูแลพวกเขาด้วย จากตรงนี้ข้ากับเมิ่งเมิ่งจะเดินเล่นวกกลับไปที่หน้าจวน เจ้าก็ให้คนเตรียมรถม้าเอาไว้ก็แล้วกัน”“ขอรับ” หลิงเฮ่อรับคำจากนั้นพาคนเดินกลับไป“มาเถิดพาเจ้าไปปล่อยโคม” เขายื่นมือออกไปอวิ๋นซูเหยาพยักหน้าจากนั้นยื่นมือมาจับ

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 55

    เทศกาลหยวนเซียว หรือ เทศกาลแขวนโคมไฟแคว้นเยวี่ยตรงกับวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหนึ่ง บนท้องถนนชาวบ้านต่างพากันแขวนโคมประดับหน้าประตูและรอบกำแพงจวน ถนนซ่างกู่มีร้านรวงออกมาตั้งแผงวางขายของ ยามค่ำคืนที่นี่มักจะคึกคักและครึกครื้นทุกปี หยางสวินเคอเดินออกมาด้านนอกเพื่อดูพ่อบ้านประดับโคมไฟ ตอนนั้นเองที่รัชทาย

  • ข้าเป็นใคร?...อย่ารู้เลยจะดีกว่า   บทที่ 52

    “หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้” เขาถามจากนั้นมองริมฝีปากของนาง จุมพิตแผ่วเบาประทับลงมา สัมผัสของเขาอ่อนโยนมาก“เจ็บหรือไม่” นางถามเมื่อเขาผละออก“ไม่เป็นไรข้าไม่เจ็บ แต่ว่า...หวังว่าเจ้าจะรู้จักถนอมข้าสักหน่อย วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดเจ้าจึงดูว้าวุ่นเช่นนี้”“ไม่มีอะไร ข้าเพียงกลัวว่าทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status