تسجيل الدخول| นารา |
การประชุมสรุปงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ถึงแม้มันจะเป็นการประชุมที่ค่อนข้างจะยาวนาน จากช่วงสายล่วงเลยไปถึงช่วงบ่ายแก่ๆ กันเลยทีเดียว
ฉันยุ่งวุ่นวายกับงานจนเกือบลืมเรื่องเซอร์ไพรส์ไปซะสนิท แล้วจะเอายังไงดีล่ะทีนี้ ยัยนาราเอ๊ย…ปากดันเร็วพูดออกไปแล้วด้วยดิ งานเข้าแล้วไหมล่ะทีนี้!!
ฉันใช้เวลาอันน้อยนิดระหว่างที่นั่งรอคุณเจ้านายเซ็นเอกสารกับเดวิด หยิบมือถือขึ้นมาเปิดกูเกิลหาวิธีทำเซอร์ไพรส์ให้กับคนที่เรารัก
วิธีแรกที่เจอ…ทำอาหารให้เขากิน โอ๊ย~ ข้อนี้ตัดตกไปเลย โรงแรมไม่มีครัว อีกอย่างฝีมือการทำอาหารของฉันห่วยแตกเข้าขั้นแดกไม่ได้เลยทีเดียว
วิธีที่สอง…ซื้อของให้เขา อันนี้ยาก จะเอาเวลาไหนไปซื้อล่ะ ตัวติดกันขนาดนี้
วิธีที่สาม…พาเขาไปดินเนอร์ น่าสนใจ แต่คงต้องปัดตก ข้อนี้ไม่น่าได้ เพราะยังไงเย็นนี้ก็ต้องไปดินเนอร์ที่ห้องอาหารชั้นดาดฟ้าของโรงแรมอยู่ดี
วิธีที่สี่…พาเขาไปเที่ยว เที่ยวที่ไหนดีล่ะ ดึกดื่นขนาดนั้น
เฮ้อ...ยิ่งคิดยิ่งตื้อ แต่ละเรื่องที่แนะนำในกูเกิลก็ใช้ไม่ได้สักข้อ ฉันปิดหน้าจอมือถือลง เมื่อมองเห็นคุณแฟน…เอ๊ย…คุณเจ้านายเดินมาทางนี้
“ปะ นารา เรียบร้อยหมดแล้ว กลับกันได้ ประชุมยาวขนาดนี้ เพลียจัง นี่ผมสมองตื้อไปหมดแล้ว” พอได้ยินคุณเจ้านายพูดแค่นั้นแหละ ปิ๊งๆๆ บิงโก!! ฉันรู้แล้ว คืนนี้จะเซอร์ไพรส์อะไรดี พลันแผนการต่างๆ ก็เริ่มผุดขึ้นในหัวเต็มไปหมด
ฉันเก็บเอกสารทั้งหมดลงกระเป๋า ก่อนเดินตามเขาขึ้นรถกลับโรงแรม และระหว่างทางเดินกลับห้อง คุณเจ้านายเริ่มถามฉันเรื่องเซอร์ไพรส์แล้ว
“สรุปคืนนี้นาราจะเซอร์ไพรส์อะไรผมครับ”
“บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ” ฉันพูดพลางยิ้มหยีลอยหน้าลอยตาไปมา
“ฟอด~ อย่าไปทำหน้าแบบนี้กับคนอื่นนะรู้ไหม ผมหวง อยากเก็บไว้ดูคนเดียว”
เรื่องขโมยจูบ ขโมยหอมแก้มนี่ งานถนัดเขาล่ะ ลับตาคนหน่อยก็ต้องหอมสักฟอด จูบสักทีสองทีให้ฉันเขินได้ตลอดสินะ
ฟอด~ ฉันหอมไปที่แก้มใสของเขาบ้าง นี่คิดว่าทำได้คนเดียวรึไงฮะ เราสองคนหยอกล้อหอมกันไปมาอย่างนั้นกระทั่งถึงห้อง
เราแยกย้ายกันไปอาบน้ำ เพื่อสลัดทิ้งความเหนื่อยล้าจากงานที่ผ่านมาทั้งวัน ก่อนจะไปดินเนอร์ช่วงเย็นกัน
จังหวะนี้แหละ หลังจากคุณการันต์เข้าห้องไปแล้ว ฉันรีบพุ่งตัวออกจากห้อง วิ่งสี่คูณร้อยลงไปยังร้านดรักสโตร์ที่เปิดอยู่ข้างๆ โรงแรม ซื้อข้าวของอุปกรณ์ที่ต้องใช้มาสามสี่อย่าง ก่อนวิ่งกลับขึ้นไป
หอบแฮก...เกือบไม่ทัน!! หลังจากซุกซ่อนของไว้เสร็จสรรพ คุณเจ้านายเขาก็เดินออกมาจากห้องพอดี
“อ้าว ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ”
“อะ...อ้อ ยังค่ะ เมื่อกี้นาราเผลอหลับไป รอแป๊บนะคะ สิบนาทีไม่เกินนี้ คุณการันต์หิวมากไหม นารากลัวคุณหิวจัง”
“ยังไม่หิวมาก ไม่ต้องรีบนะ เดี๋ยวผมดูทีวีรออยู่ตรงนี้แหละ”
หลังจากฉันจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เราขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นรูฟท็อปเพื่อดินเนอร์กันที่นั่น
“โอ้โห…วิวสวย บรรยากาศดีจัง ฉันชอบที่นี่มากๆ เลยค่ะ”
“รู้ว่านาราต้องชอบ เลยพามาไง”
“ขอบคุณมากนะคะ” ฉันบอกขอบคุณเขา ยืดปลายเท้าหอมแก้มเขาอีกครั้ง กระทั่งบริกรพาเราไปนั่งยังจุดที่ดีที่สุดของร้านที่คุณการันต์เขาจองไว้ โดยระหว่างมื้ออาหาร เรื่องสัพเพเหระถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นบทสนทนา รวมถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาว่า เคยมีใคร เคยทำอะไรมาบ้าง เสียงหัวเราะหยอกล้อของเราสองคนช่วยเติมเต็มให้บรรยากาศที่ดีอยู่แล้วมันดีขึ้นไปอีก
ยิ่งได้มองคุณการันต์แบบชัดๆ ด้วยใบหน้าท่าทางที่ผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ ฉันดีใจนะ ที่ได้เป็นคนนั้นของเขา ได้เปลี่ยนโลกหม่นๆ และเงียบเหงาของเขาให้สดใสขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
ขอบคุณโลกที่เหวี่ยงให้เราสองคนมาเจอกัน ฉันสัญญากับตัวเองจะรักษาความรักครั้งนี้ให้ดีที่สุด ฉันว่าฉันเจอคนที่อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่แล้วแหละ
ขอบคุณค่ะคุณเจ้านาย ขอบคุณที่เลือกฉันให้เป็นคนพิเศษของคุณ…
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







