로그인“ว๊ายยยยยยย!!”
เสียงของมีนรดาดังลั่น พร้อมกับเสียง โคร่มมม!! ที่สะเทือนไปทั้งรถ โคร่มมม!! “ว่าแล้ววว…” เสียงขวัญข้าวบ่นพึมพำในลำคอเมื่อชนเข้าอย่างจังกับรถสปอร์ตคันหนึ่งตรงวงเวียนใหญ่หน้ามหาลัย คนขับไม่ได้เหวอ แต่ตกใจนิดหน่อย แล้วรีบเปิดประตูลงมา ทันทีที่ขวัญข้าวเห็นใครบางคนก็นิ่งอึ้งไปเลย คือเขา... หล่อชะมัด ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเทาเข้ม กางเกงขายาวเรียบเนี้ยบ ผมสีน้ำตาลเข้มเซตแบบไม่ตั้งใจ กับความสูงที่แบบว่า โอ้แม่เจ้า…สูงมากกกก อย่างกับดาราจีน ใบหน้าเฉียบคมแฝงความเย็นชาอยู่หน่อยๆ ดวงตาคู่นั้นตวัดมองรถที่เพิ่งเฉี่ยวกัน...ก่อนจะหันมาสบตาหญิงสาวอีกคนที่กำลังเปิดประตูลงมาใหม่ ขวัญข้าวเดินไปดูข้างๆ รถก่อนทำหน้าเสีย มีหวังพ่อให้คนที่บ้านคอยมาตามรับตามส่งเธอแน่งานนี้ “โอ๊ยยยย! บ้าจริง! ฉันเบรกแล้วนะ ทำไมนายไม่ชะลอเลยล่ะเนี่ย!” เธอแหวจิกเขาเบาๆ “คุณขับเร็วไปหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ “….” “ก็ทางมันโล่งอะ” ขวัญข้าวว่าอย่างหัวเสียเล็ก ๆ ชายหนุ่มปรายตามองขวัญข้าวด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะเบือนกลับมาสบตากับหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กว่าใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาวจัด ริมฝีปากเม้มแน่น สายตาเหมือนจะหลบ แต่กลับกล้าสบตาเขาอย่างดื้อรั้นอยู่ลึก ๆ มือทั้งสองของเธอจิกบีบกันแน่น แน่นจนซีดขาวราวกับไก่ต้ม เธอกลัวเหรอ... หรือแค่ประหม่า…เขาคิด เขาเผลอจ้องเธออยู่นาน นานพอให้เจ้าตัวสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อหันไปประสานกับสายตาคมของเขาอีกครั้ง “คุณ...โอเคมั้ย?” เขาถามเบา ๆ ไม่ใช่กับขวัญข้าว แต่กับเธอนั่นแหละ…มีนรดา หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ข่ะ...ค่ะ ฉัน…โอเคค่ะ” เธอตอบน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นที่เห็นคนตัวสูงใบหน้าหล่อ หรือว่ายังตกใจกับสถานการณ์เมื่อครู่กันแน่ เขาหันมาถามเจ้าตอต้นเรื่องด้วยน้ำเสียงเย็นเรียบอีกตามเคย “คุณจะเรียกประกันเอง หรือจะให้ผมจัดการให้?” เขาถามเจ้าของรถด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม ขวัญข้าวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “คุณเรียกก็ได้ค่ะ” เธอตอบโล่งพร้อมถอนลมหายใจ “งั้น...ขอไลน์ไว้ติดต่อหน่อย พอดีผมมีธุระต้องไป” เขาพูดพลางปรายตามอง ‘มีนรดา’ อีกครั้ง ดวงตาคมเข้มนั่นสบตาเธอราวกับจะจับจ้องบางอย่างไว้ “เอาไลน์คุณมา เดี๋ยวฉันสแกน” ขวัญข้าวแทรกขึ้นพลางยื่นมือไปทำท่าขอโทรศัพท์จากเขา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดและยื่นมือถือให้เธอ แต่พอขวัญข้าวควานหาโทรศัพท์ตัวเอง...แบตเจ้ากรรมก็ดับพอดี “อะไรวะ แบตหมดเฉย...มีน แกเอาโทรศัพท์แกแอดไว้หน่อยสิ” มีนรดาชะงักเล็กน้อย มือเธอสั่นน้อย ๆ แต่ก็คว้านหาโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้า หยิบมาเปิดโปรแกรมไลน์ของตัวเองก่อนจะยื่นมันออกไปให้เขา เขายื่นมือถือเข้ามาใกล้ มีนรดายื่นโทรศัพท์ขึ้นสแกน พร้อมเสียง ติ๊ง เบา ๆ ชื่อไลน์ของเขาปรากฏขึ้นชัดเจน “Time” เธอเผลอสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาช้อนมองเขาอย่างไม่ตั้งใจ เขาเองก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะกดบันทึก แล้วแกล้งก้มลงทำเป็นอ่านข้อความที่โชว์บนจอ “Mean…” เขาอ่านชื่อนั้น คล้ายกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ...และใช่ เขานึกถึงชื่อจากโปรแกรมสุ่มจับบัดดี้เมื่อเช้านี้ ตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมนิเทศแต่เขาก็รู้ได้เพราะเสียงเตือนสุ่มจับบัดดี้ดังขึ้น ‘มีน มีนรดา’ นามสกุลอะไรสักอย่าง เขาจำไม่ได้ ‘คณะนิเทศอินเตอร์’ “CAI” ‘เฟรชชี่ ปี 1’ เขามองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง ชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม รองเท้าผ้าใบขาวสะอาด ไม่มีโลโก้คณะติดอยู่ที่หน้าอกเสื้อเพราะเธอถอดเข็มกลัดออก แต่สายตาเขาก็สแกนทุกจุดแล้ว ใจเขาเริ่มปะติดปะต่อได้ทีละนิด แต่กลับไม่ถามอะไร “งั้นผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวมีอะไรจะทักหาคุณแล้วกัน...คุณมีน” เขาเน้นชื่อนั้น “ค่ะ…” มีนรดาตอบเขาเสียงเบา พลางหลบตาใจโหวงไหวแปลกๆ เมื่อรถยนต์สปอร์ตสีดำด้านคันหรูขับไกลออกไป ขวัญข้าวก็พ่นลมหายใจอย่างโล่งอก “โอ้ยยย….หล่อลากไส้แม่เอ๊ย!” ขวัญข้าวเอาสองมือมากุมหัวใจตัวเองทำท่าทางเหมือนจะล้ม “แต่เขาจ้องจิกแกเป็นพิเศษน้าามีน เอ…หรือว่าหมอนั่นแอบชอบคนสวยของฉันเข้าให้แล้วล่ะเนี่ย” ขวัญข้าวพูดด้วยรอยยิ้มทำสีหน้าเคลิ้มฝัน “บ้า…ไม่หรอก” มีนรดาว่าเสียงสั่น พร้อมยังจับแขนเพื่อนหมุนไปหมุนมาเช็กว่าขวัญข้าวเจ็บตรงไหน “แต่เอะใจมั้ย? เมื่อกี้เขาถาม แก นะว่าโอเคมั้ย ไม่ได้ถามฉันเลยอะ” “ฉันว่า…ความสวยของแกคงไปสะดุดตาไอ้พ่อหนุ่มรถสปอร์ตดำด้านนั้นเข้าแล้วแหงๆ” “เลิกเป็นแม่สื่อได้แล้วมั้ยขวัญ” มีนรดาว่าให้ก่อนจะพูดกับเพื่อนสาวต่อ “อืมม…แต่ในไลน์เขาชื่อ ‘Time’ อ่ะ…ฉันไม่รู้ว่าจะใช่บัดดี้ฉันไหมนะ แต่ฉันไม่คุ้นหน้าเลย เหมือนไม่เห็นคนนี้ที่คณะด้วยนะ อาจจะไม่ใช่เขาหรอก” เธอคิดว่าอาจจะไม่ใช่ เพราะวันนี้ก็ไม่เห็นเขาตอนนิเทศ … เสียงฝนเริ่มโปรยลงมาบาง ๆ จากหน้าต่างบานเล็กของหอพัก มีนรดานั่งกอดเข่าบนเตียงขนาด 3.5 ฟุต ผ้าห่มสีเทาอ่อนคลุมถึงกลางอก มืออีกข้างถือโทรศัพท์แทบจะชิดใบหน้า หน้าจอเปิดค้างที่แชตไลน์ ด้านบนขึ้นชื่อว่า "Time" พร้อมภาพโปรไฟล์ที่มืดสนิท เขาตั้งโปรไฟล์แปลกๆ เธอมองจอนิ่ง ๆ อย่างครุ่นคิด ใช่เขารึเปล่านะ... หรือแค่บังเอิญชื่อคล้ายกัน? ปลายนิ้วเลื่อนขึ้นเล็กน้อยเพื่ออ่านข้อความก่อนหน้า ยังไม่มีอะไรเลย นอกจากประวัติการเพิ่มเพื่อนเงียบ ๆ เมื่อตอนช่วงเย็น ข้อความที่ขวัญข้าวพูดทิ้งไว้ยังดังก้องอยู่ในหัว “แต่เขาจ้องจิกแกเป็นพิเศษน้าามีน…” ริมฝีปากเธอเม้มเข้าหากันเบานิดหน่อย สายฝนข้างนอกดูเหมือนจะตกแรงขึ้น เสียงฝนกระทบกันสาด ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายก่อนจะผล็อยหลับไปจนถึงเช้า … มหวิทยาลับ MRU เสียงเจื้อยแจ้วของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยดังไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะใกล้ตึก C ขวัญข้าวเดินจูงแขนมีนรดาตามปกติ มืออีกข้างถือชานมไข่มุกพร้อมจ้อไม่หยุด “วันนี้ขอให้ฉันเจอบัดดี้ก่อนเถอะ… ฉันจะอ้อนจนได้พาไปเลี้ยงไอติมเลยคอยดู” “แล้วถุงแป้งเขาทักมาไหม?” มีนรดาถามยิ้มน้อย ๆ “ยังเลย และฉันก็ยังไม่ได้ทักถุงแป้งไปเหมือนกัน แค่แอดไลน์กันไว้เฉยๆ น่ะ” ทั้งสองเดินคุยกันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียง… “กรี๊ดดดดดด!!!” “เขามาแล้ววววววว!!!” “โอ๊ยยย หัวใจจะวาย ทำไมวันนี้เขาหล่อขนาดนี้!!” เสียงแหลม ๆ และเสียงวิ่งจ้อกแจ้กของกลุ่มสาว ๆ ทำให้ทั้งมีนรดาและขวัญข้าวหยุดชะงักและหันไปมองที่มาของต้นตอของเสียงพร้อมกัน “เกิดอะไรขึ้นอะ?” ขวัญข้าวหยุดชะงัก “ไม่รู้สิขวัญ” ทั้งสองพยายามเขย่งตัวมองเหนือกลุ่มนักศึกษาที่มุงกันอยู่ตรงหน้า ก่อนสายตาจะไปหยุดอยู่ที่ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำพอดีตัว กางเกงสแลคเข้ารูป รองเท้าหนังเรียบหรู ...เขาเดินเข้ามาช้า ๆ ในขณะที่หูยังสวมหูฟังโอเวอร์เอียร์สีดำด้านยี่ห้อดี แม้จะไม่มีเสียงเพลงใด ๆ เปิดอยู่ แต่เจ้าตัวก็ยังคงใส่มันเหมือนเป็นความเคยชิน และเพื่อหลีกเลี่ยงบทสนทนาจากสาวๆ เขามักจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว เพราะขนาดอยู่ไฮสคูลที่ลอนดอน พวกสาวๆ ที่นั่นก็ไม่ต่างจากสาวๆ ที่ไทยเลย มักตอแยจนน่ารำคาญ ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาตัดกับผิวขาวนวลอย่างมีเสน่ห์สายตาคมกริบไม่ได้มองใครโดยเฉพาะ เขาเดินตรงไปยังห้องเลคเชอร์ที่ตึก C ก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 4 ขวัญข้าวหันมาสบตากันกับอีกคนที่มีท่าทางเหวอๆ “หล่อออออ ว่าแต่!! ทำไมเขาต้องไปชั้นเดียวกันกับพวกเราด้วยนี่สิ” ก่อนที่ขวัญข้าวจะชะงักกับคำพูดของตัวเองอีกครั้ง “บัดดี้!!” เธอหันมองมีนรดาก่อนว่าต่อ “อย่าบอกนะ นายทามม์อะไรนั่นคือบัดดี้เธอน่ะมีน” อย่าเชียวน๊าา ไม่งั้นอีแม่จะกรี๊ดในใจ เอาให้ดังลั่นฮอล์ไปเลย ไม่นานพวกเธอก็เข้าไปในลิฟต์และก็กดที่ชั้นสี่ “ฉันก็ไม่แน่ใจอ่ะขวัญ” แต่ถ้าใช่จริงๆ เราจะกล้าเข้าไปทักเขาไหมนะ หล่อดูดีขนาดนั้น แต่ก็เหมือนขวัญข้าวจะได้ยินสิ่งที่เธอคิด “แกก็ถามเขาออกไปตรงๆ เลยสิ จะมาอายอะไร นี่เราเรียนนิเทศการแสดงนะ ถ้าแค่นี้กลัว แล้ว ปี 2-3-4 ที่ต้องแคสหน้ากล้องส่งงานอาจารย์ แกจะเข้าบทเลิฟซีนกับเขาได้หรอยัยมีน” พูดแล้วเธอก้หลุดขำท่าทางอึกอักของเพื่อนออกมา แต่ยังไม่ทันที่คนหน้าแดงจะได้เอ่ยตอบ ประตูลิฟต์ก็มาหยุดที่ชั้นสี่พอดี ติ๊ง … …“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”เสียงของขวัญข้าวดังสนั่นลั่นห้องนั่งเล่นในหอพักหญิงจนแม้แต่เสียงนกบนสายไฟยังเงียบกว่าคนที่ดูจะตื่นเต้นจนออกนอกหน้าในตอนนี้“ฉันนึกว่าพวกแกจูบกันตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วนะมีน!!! กรี๊ดดด แกปล่อยมานานขนาดนี้ได้ยังไงยะ เก็บซิงไว้ชิงโชค?” เจ้าตัวพูดพลางหยิบหมอนอิงมากอดแล้วทุบเอาๆ อย่างขวยเขินมีนรดาแทบจะมุดเข้าใต้โซฟาไปเดี๋ยวนั้น“แกเบาๆ หน่อย เดี๋ยวคนข้างห้องก็มาได้ยินกันพอดีอ่ะ”“ได้ยินก็ได้ยินไปสิ” ขวัญข้าวยักไหล่อย่างไม่แคร์“เดี๋ยวนี้เด็ก 13-14 บางคนก็ไม่เวอร์จิ้นแล้วนะเว้ย! นี่เราอายุ 21 แล้วนะยะ! โลกมันไปถึงไหนแล้ว!”“หรือแกไม่เวอร์จิ้นแล้ว?”“เปล๊า!!” ขวัญข้าวตอบเพื่อนมีนรดาหันมาหรี่ตาใส่เพื่อนรัก “ขวัญ! เราไม่ได้จะทำแบบนั้นซะหน่อย มันก็แค่... แค่ ...”“แค่หายใจเข้าปากกันสองรอบ แล้วเผลอไปจูบบนเคาน์เตอร์บาร์? แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกมั้ย?”“พอได้แล้ว เลิกแซวฉันเลยนะ!!” มีนรดาเอาหมอนทุบเพื่อนคืนบ้าง ก่อนจะงึมงำเหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับเพื่อนซะมากกว่า“ก็เขามัน... เขาไม่เหมือนเดิมอ่ะขวัญ แกจำตอนปีหนึ่งได้มั้ย? เขามั่นใจมาก เจ้าคารมมาก ตอนนี้คือเขาแบบ...เอ่อ...
ภายในห้องครัวเริ่มได้กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่เจียวที่เริ่มขึ้นฟูในกระทะ ลอยคลุ้งไปทั่ว“เอ่อ... น้ำปลาวางอยู่ตรงชั้นบนน่ะ”มีนรดาหยุดมอง มือชะงักและลังเลที่จะเขย่งเพราะมันวางอยู่สูงมาก“เดี๋ยวเราหยิบให้”เสียงทุ้มเบาดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัวร่างสูงของธีปกรณ์ก็ก้าวเข้ามาใกล้เกินกว่าจะตั้งสติ แขนแข็งแรงยื่นเหนือศีรษะเธอเพื่อคว้าน้ำปลาขวดนั้นออกมา เขาเข้ามาใกล้ชิดจนได้ยินลมหายใจอีกคน หัวใจของเธอเต้นแรงถี่อย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เขาเอง... ก็หยุดอยู่กับภาพหญิงสาวตรงหน้า ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาของทั้งคู่สบกันนิ่งงันเหมือนถูกช่วงเวลานี้กักไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวธีปกรณ์กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่ถือขวดน้ำปลาคล้ายจะอุ่นกว่าปกติ แต่แล้วคนตัวสูง 159 เซนติเมตรจึงเอ่ยตัดบทแก้เขินออกมา“ทำไมนายเอาไว้สูงจังล่ะ”เขาแทบหลุดขำ ก็ปกติเขาเข้าครัวที่ไหน แม้จะจีเนียสเรื่องมันสมอง แต่เรื่องการจัดของยอมรับว่าเขาไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ดีนะที่ยังมีพวกวัตถุดิบเหลืออยู่ ไม่รู้ว่ามันหมดอายุไปหรือยังโต๊ะทานอาหารถูกจัดแบบง่าย ๆ พิถีพิถัน กับข้าวมีไม่กี่อย่าง แต่ทั้งหมดล้วนดู “เหม
ประโยคสุดท้ายนั้นเหมือนระเบิดเวลาที่หยุดการหายใจของคนฟังได้ในทันทีธีปกรณ์ชะงักค้าง สายตาบอกอาการที่ว่าไม่ถูก ปกติเขามักจะควบคุมสถานการณ์ได้ทุกครั้ง แต่ตอนนี้กลับเลื่อนลอย เหมือนโลกหยุดหมุนกับสิ่งที่ได้ฟัง “จูบแรก...ของเธอ” อย่างนั้นหรอ!! คำพูดนั้นก้องอยู่ในหัว มันไม่ได้ฟังแค่ผ่านหู แต่มันพุ่งเข้าใส่หัวใจเขาเข้าไปเต็มแรง และเขารู้ทันที...ว่าเขาทำผิดไปไกลกว่าที่คิด เขาไม่ได้แค่ “จูบผิดคน” แต่เขากำลังทำลาย “ครั้งแรก” ที่ควรมีความหมายมากกว่านี้สำหรับเธอ“มีน...” เขาเรียกชื่อเธอครั้งแรกในน้ำเสียงที่แผ่วลงคือฉันไม่ใช่ “จูบเธอ” แบบในบท...และก็ไม่ใช่ “จูบเธอแบบบัดดี้” มันเป็นเสียงในสมองที่ตีกันเพราะเพิ่งรู้ตัวว่า...ตัวเองอาจกำลังทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ พูดมันออกไปสิโว้ยไอ้คนขี้ขลาด คนตัวสูงเริ่มโมโหตัวเองในใจเธอยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้านั้นดูไม่โกรธแต่ในแววตามีบางอย่างซับซ้อนกว่าอารมณ์ใด ๆ“เรารู้ว่าทามม์อินกับบทไปหน่อย…” เธอพูดแก้เขินให้พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานทำเอาคนมองแทบละลายธีปกรณ์เม้มปากแน่น เขาอยากพูดว่า “เราไม่ใช่ทามม์” แต่เขาทำไม่ได้ เพราะเขาเห็นสายตาที่ไว้ใจของเธอมันทำให
“โอเค กลุ่มนี้...ซีนที่ 3 ใครเป็นพระเอกนะ?” เสียงอาจารย์ประจำคลาสกำกับการแสดงดังขึ้นในห้องเรียนขนาดย่อมที่ใช้เป็นเวิร์กช็อปซ้อมละครขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นก่อนตอบเสียงชัด “ทามม์ค่ะ ทามม์เล่นเป็นพระเอก”“อ้าว งั้นก็จับคู่กับมีนอีกสินะ” ขนาดอาจารย์ก็ยังคุ้นชินกับบัดดี้คู่นี้ “บทนี้ต้องซ้อมกันให้ไหลลื่นมากขึ้นกว่านี้นะ มีดราม่า มีความใกล้ชิดด้วย ไม่งั้นตอนแสดงจริงจะโดนหั่นคะแนนไม่รู้ด้วย”“ค่ะอาจารย์”มีนรดาหันไปมอง “ทามม์” ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แบบงง ๆ เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะแปลกใจเรื่องจับคู่...แต่แปลกใจกับสีหน้าท่าทางของเขา นิ่งผิดปกติวิสัยเหมือนกำลังกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลาเขาพยักหน้ารับทราบสั้น ๆ ด้วยท่าทางที่ดูไม่เป็นตัวเองหลังเลิกคลาส ทุกกลุ่มต้องซ้อมบทกันเอง ที่มุมหนึ่งของคณะ ธีปกรณ์กำลังนั่งมองสคริปต์ในมือ พลางถอนหายใจยาวเหมือนจะระบายทุกความวุ่นวายออกทางจมูก‘นี่ฉันมาทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ไอ้ทามม์นะ ไอ้ทามม์ ตื่นขึ้นมาสักทีสิวะ!’ เขาสบถในใจพลางนวดขมับตัวเอง ตอนนี้พี่ชายฝาแฝดของเขานอนนิ่งเหมือนเจ้าชายนิทรา หลังประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อนร่างกายฟื้นตัวแล้ว...แต่สติกลับยังไม่มา และเพราะคำขอร้
ตอนนี้ขวัญข้าวพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้บ้างคร่าวๆ แล้วว่ายัยถุงแป้งบัดดี้ของเธอน่าจะชอบพอ หรือแอบคลั่งนายหน้าหล่อนี่ก็ว่าได้ แต่แม่เจ้าโว้ย นายนี่ทั้งหล่อ ดูดี ลูกเจ้าของมหาลัย เธอจะเป็นแม่สื่อให้เพื่อนรักได้สมหวังก็ครานี้แหละทั้งสี่นั่งทานข้าวด้วยกัน โดยที่คนตัวสูงนั่งตรงข้ามกับบัดดี้คนสวยของตัวเอง ขวัญข้าวนั่งตรงข้ามกับถุงแป้ง ซึ่งถุงแป้งนั่งข้างๆ เขา และยิ่งถุงแป้งขยับไปหาคนตัวใหญ่เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขยับกายออกถอยห่างออกมากเท่านั้น“ขอชิมนั่นบ้างสิ” คนตัวสูงโน้มหน้าเข้ามาใกล้ มองจานข้าวของหญิงสาวด้วยสายตาอยากรู้อยากลอง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเป็นกันเองแต่ชวนใจสั่น เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้จักเมนูอาหารไทยมากเท่าไหร่ แต่อะไรก็ตามที่อยู่ในจานของเธอ...มันย่อมดูน่ากินกว่าจานตัวเองเป็นไหนๆ“ได้สิ” มีนรดายิ้มบางๆ ตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมาสบตาเขา แล้วรอตามมารยาทว่าอีกฝ่ายจะยื่นช้อนมารอ...แต่เปล่าเลย เขากลับนั่งเฉย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พร้อมสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่า อยากให้เธอตักให้เธอชะงักเล็กน้อย และพอจะเข้าใจได้ว่าเขาคงอยากให้เธอป้อนให้ด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงค่อยๆ ใช้ช้อนตักเนื้อเขียวหวานไก่คำเ
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งมีนรดาและขวัญข้าวก็ก้าวออกไปยังโถงทางเดินหน้าห้องเลคเชอร์ชั้น 4 ของตึก Cขวัญข้าวยังคงพูดไม่หยุดตามประสาคนตื่นเต้น แต่มีนรดากลับนิ่งเงียบลงเรื่อย ๆ บรรยากาศชั้นนี้แตกต่างจากข้างล่างโดยสิ้นเชิง สงบกว่า... แต่ก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ซ่านมาอย่างประหลาดเมื่อทั้งคู่ผลักประตูห้องเลคเชอร์ขนาดใหญ่เข้าไปสายตาหลายคู่ก็หันมามองทันที ราวกับการมาถึงของพวกเธอคือจุดสนใจใหม่ของเช้านี้ แต่สิ่งที่ทำให้มีนรดาชะงักฝีเท้าคือ ชายหนุ่มตัวสูงเด่นใบหน้าหล่อคมที่นั่งอยู่กลางห้อง เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เอนตัวในท่าทางสบาย ๆ หูฟังโอเวอร์เอียร์ยังสวมอยู่รอบคอ แววตาเรียบนิ่ง...ข้างเขามีเก้าอี้ว่างสองตัว ขวัญข้าวแสยะยิ้ม นี่หมอนี่ท่าจะชอบเพื่อนเธอจริงๆ แฮะเขาเหลือบตามองสองสาวเพียงแวบเดียวเมื่อพวกเธอเดินเข้ามา เขาจ้องจิกแรงที่มีนรดาอีกแล้ว… ขวัญข้าวคิด และเมื่อเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ขวัญข้าวนั้นไม่พลาดเรื่องสัญญาณเล็ก ๆ ที่สายตาเขาส่งมา เขาไหวใบหน้าและมองลงที่เก้าอี้ข้างๆ ตัวเองมีนรดาจ้องเขาเชิงคำถาม หรือว่าเขา…“นั่งสิบัดดี้”ทันทีที่ปากหยักหนาได้รูปเอ่ยบอกกัน คนที่กำ







