Share

CHAPTER 4 รุกแรงมากแม่

last update Tanggal publikasi: 2026-01-05 13:48:01

ตอนนี้ขวัญข้าวพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้บ้างคร่าวๆ แล้วว่ายัยถุงแป้งบัดดี้ของเธอน่าจะชอบพอ หรือแอบคลั่งนายหน้าหล่อนี่ก็ว่าได้ แต่แม่เจ้าโว้ย นายนี่ทั้งหล่อ ดูดี ลูกเจ้าของมหาลัย เธอจะเป็นแม่สื่อให้เพื่อนรักได้สมหวังก็ครานี้แหละ

ทั้งสี่นั่งทานข้าวด้วยกัน โดยที่คนตัวสูงนั่งตรงข้ามกับบัดดี้คนสวยของตัวเอง ขวัญข้าวนั่งตรงข้ามกับถุงแป้ง ซึ่งถุงแป้งนั่งข้างๆ เขา และยิ่งถุงแป้งขยับไปหาคนตัวใหญ่เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งขยับกายออกถอยห่างออกมากเท่านั้น

“ขอชิมนั่นบ้างสิ” คนตัวสูงโน้มหน้าเข้ามาใกล้ มองจานข้าวของหญิงสาวด้วยสายตาอยากรู้อยากลอง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างเป็นกันเองแต่ชวนใจสั่น เอาจริงๆ เขาก็ไม่ได้รู้จักเมนูอาหารไทยมากเท่าไหร่ แต่อะไรก็ตามที่อยู่ในจานของเธอ...มันย่อมดูน่ากินกว่าจานตัวเองเป็นไหนๆ

“ได้สิ” มีนรดายิ้มบางๆ ตอบพลางช้อนสายตาขึ้นมาสบตาเขา แล้วรอตามมารยาทว่าอีกฝ่ายจะยื่นช้อนมารอ

...แต่เปล่าเลย เขากลับนั่งเฉย ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด พร้อมสายตาที่บ่งบอกชัดเจนว่า อยากให้เธอตักให้

เธอชะงักเล็กน้อย และพอจะเข้าใจได้ว่าเขาคงอยากให้เธอป้อนให้ด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงค่อยๆ ใช้ช้อนตักเนื้อเขียวหวานไก่คำเล็ก ๆ อย่างระวัง แล้วยื่นไปให้กะว่าเขาจะยื่นช้อนของตัวเองออกมารับจากมือของเธอ

ทว่าทันทีที่ปลายช้อนเอื้อมมาถึงระดับริมฝีปาก ธามนาธร กลับยื่นมือมาจับช้อนจากมือเธอ ยกขึ้นสูง แล้วก็อ้าปากงับเข้าปากตนเองทันทีอย่างไม่ลังเล

เสียง “อื้ม...” ที่หลุดออกจากปากเขาตามมานั้น ทำเอาอรจิราที่นั่งมองอยู่ชะงักไปทันที รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มกระตุกอย่างไม่อยากจะเชื่อ ส่วนขวัญข้าวที่เฝ้ามองอยู่ตั้งแต่แรกถึงกับหลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว

“รุกแรงมากแม่!” เธอพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ

มีนรดาแทบอยากมุดโต๊ะหนี ใบหน้าเล็กแดงซ่านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดทันทีเหมือนโดนจับโป๊ะจังๆ เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามแทบไม่เป็นจังหวะ

เธอจะไม่คิดอะไรก็ไม่ได้ เพราะ...ช้อนนั้น... เขาเพิ่งเอาเข้าปากตัวเองไปเต็มๆ เมื่อครู่ แล้วตอนนี้...เธอต้องใช้ช้อนนี่ต่อจากเขาเนี่ยนะ เธออึกอักทำท่าลังเล

“กินสิ” เสียงนุ่มทุ้มของเขาดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมสายตาคมดุจเหยี่ยวที่จับจ้องเธอไม่วาง

มีนรดาอึกอัก หัวใจเต้นระรัวแทบทะลุออกมานอกอก เธอเม้มปากแน่น พลางก้มลงมองช้อนในมือที่ตอนนี้เหมือนเป็นระเบิดเวลา

‘จูบทางอ้อม...โอ๊ย ใจจะวายแล้วจริง ๆ นะ’

มือเล็กแทบสั่น ขณะที่ใจหนึ่งก็อยากจะวางมันลง แต่อีกใจกลับปั่นป่วนไปหมดกับแววตาเจ้าเล่ห์ของเขา

ครืดด…

เสียงเก้าอี้เลื่อนลากพื้นดังขึ้นทันควัน ขวัญข้าวที่กำลังหันไปมองมีนรดากับธามนาธรถึงกับต้องหันกลับมาอย่างงุนงง

“เราขอตัวนะขวัญ พอดีนึกขึ้นได้ว่าพ่อตามตัวน่ะ”

อรจิราพูดเสียงเบา สะกดความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกอย่างสุดกำลัง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มกลับเจื่อนลง เธอพยายามยกยิ้มบางให้เพื่อนสาว ก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เธอไม่ได้โกหกเรื่องพ่อหรอก... แต่ที่ทำให้ลุกออกไปแบบนั้น ไม่ใช่เพราะคนที่บ้าน…แต่เพราะ หัวใจมันเจ็บ เจ็บกับภาพตรงหน้า ที่ธามนาธรกับเด็กใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน กลับดูสนิทกันจนน่าหมั่นใส้ แนบแน่นจนเธอเองยังไม่อยากจะเชื่อสายตา

‘ตั้งหลายปีที่เราคอยอยู่ใกล้ ๆ’

‘ตั้งหลายครั้งที่หาเรื่องมาทำให้เจอกัน’

‘แล้วสุดท้าย... เขากลับไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา’

อรจิรากัดริมฝีปากแน่น หัวใจมันร้อนวูบเหมือนมีใครเอาไฟจุดในอก เธอไม่เคยแพ้เรื่องหน้าตา ไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าใคร แต่วันนี้...เธอแพ้ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่เขาเลือกจะ อ้าปากรับช้อนจากเธอ...ต่อหน้าทุกคน

ฟากโต๊ะยังเหลือเพียงพวกเขาสามคน ขวัญข้าวมองตามหลังอรจิราที่เดินจากไป แล้วค่อย ๆ หันกลับมามองคนตัวสูงตรงข้ามอย่างจับผิด

“นายรู้ใช่ไหม ว่าถุงแป้ง... ชอบนาย?”

คนตัวสูงไม่ได้ตอบในทันที เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ ก่อนจะวางลงเบา ๆ แล้วเอ่ยตอบเสียงเรียบ

“รู้...แต่เราไม่ได้รู้สึกอะไรกลับไป”

ขวัญข้าวพ่นลมหายใจยาวเหยียด พลางพึมพำกับตัวเอง “โอเค นายมันโคตรชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองดี แต่นายเล่นรุกแรงกับยัยมีนแบบนี้ เดี๋ยวเพื่อนฉันได้หัวใจวายกันพอดี อีกอย่างอย่าคิดว่ารูปหล่อพ่อรวย แล้วจะมาเห็นเพื่อนฉันเป็นของเล่นเชียวนะยะ”

คนตัวสูงแทบหลุดขำ เขาหันมองหนากัน มองบัดดี้สลับไปมากับขวัญข้าว ใบหน้าดูจริงจังก่อนจะพูดบางคำออกมา

“เราไม่เคยคิดจะเล่นกับความรู้สึกใคร”

ทุกอย่างนิ่งงันเหมือนเวลาตายไปชั่วขณะก่อนที่ขวัญข้าวจะเป็นคนพูดขึ้นก่อน

“ก็ดีแล้ว …แต่ใครจะไปรู้ล่ะ พวกคนอย่างนายอาจจะแค่สนใจอะไรใหม่ๆ แบบว่าท้าทายตัวเองดี”

“เราไม่เคยคิดแบบนั้น”

ขวัญข้าวจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าหล่อจัดของคนตรงหน้า ไม่ใช่เพราะหลงเสน่ห์อะไรหรอก...แต่เพราะเธอมองทะลุแววตาคู่นั้นและกำลังประเมินว่า เขากำลังจริงจังกับอะไรบางอย่างมากกว่าที่ปากพูดหรือเปล่า “นายแน่ใจนะทามม์ ว่านายไม่ได้แค่ชอบเอาชนะ?” ขวัญข้าวยังมิวายจะเอ่ยถามย้ำ

คนตัวสูงเลิกคิ้วขึ้นนิด ก่อนจะยกมุมปากบางๆ แบบที่ไม่รู้ว่าเรียกว่ารอยยิ้มแบบนี้เรียกว่ายิ้มได้หรือเปล่า

“ฉันไม่จำเป็นต้องเอาชนะใคร...โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกของตัวเอง”

ขวัญข้าวนิ่ง เธอไม่ใช่คนใจอ่อนกับคำพูดลอย ๆ แต่สีหน้า แววตา และน้ำเสียงของเขาตอนนี้...มันไม่เหมือนว่าเขากำลังล้อเล่น

สองปีมาแล้ว...

กับการเรียนในโปรแกรมนิเทศเบื้องต้นที่เข้มข้นทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ มีนรดากับธามนาธรยังคงเป็น ‘บัดดี้’ กันอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับสายตาคนรอบข้าง คำว่า “บัดดี้” มันแทบจะไม่มีน้ำหนักเหลืออยู่เลย คนอื่นดูออกกันตั้งนานแล้วเพราะชายหนุ่มรุกแรง และจีบสาวเจ้าแรงมาก ทุกครั้งที่ทั้งสองคนอยู่ใกล้กัน สายตาของเขาก็จะบ่งบอกทุกอย่าง อย่างไม่ปิดบัง ทั้งคู่คบกันแบบเงียบๆ โดยไม่ได้ปิดบังอะไร ธามนาธรให้เกียรติหญิงสาวเสมอมา มากสุดก็จับมือและหอมแก้ม

และทุกครั้งที่เธอยิ้มให้ใคร เขาจะรีบเข้ามาแทรกแบบแนบเนียนในทันที ทุกครั้งที่มีกลุ่มเรียน กลุ่มโปรเจกต์ หรือแม้กระทั่งจับคู่พรีเซนต์...คนที่จับคู่กับมีนรดาก็มักจะเป็น ธามนาธรอยู่เสมอ

“อ้าว...ได้จับคู่กันอีกแล้วเหรอคู่นี้”

“นี่มันพรหมลิขิตหรือว่าสคริปต์เขียนไว้กันแน่?”

“อิจฉามีนอ่ะ บัดดี้ดีเกินเบอร์ สายเปย์สุดไรสุด”

เสียงแซวเหล่านี้กลายเป็นเรื่องชินตาในห้องเรียนของคณะ Communication Arts มีนรดาก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน แม้ในใจจะรู้ดีว่าความสัมพันธ์นี้...มันไม่ธรรมดามาตั้งนานแล้ว

เขาไม่เคยปล่อยให้เธอเดินกลับหอคนเดียว …

เขาไม่เคยลืมวันเกิดเธอ แม้แต่ครั้ง …

เขาไม่เคยลังเลเวลาที่เธอเดือดร้อน แม้จะไม่ได้พูดขอความช่วยเหลือ และที่สำคัญ... เขาหวงเธอ หวงแบบที่คนทั้งคณะพูดถึงกันจนเป็นเรื่องปกติ

...แต่แล้วโชคชะตาก็เหมือนเล่นตลก เมื่อจู่ ๆ คนที่เธอคุ้นเคยกลับดูแปลกไป มันเป็นความแปลกที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก แต่คือเขาเหมือนไม่ใช่คนเดิม เพียงแค่ห่างหายกันไปในช่วงซัมเมอร์ และกลับมาครั้งนี้เขาดูผิดสังเกต...แต่มันคือความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ยิ่งเธอใกล้ชิดก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าเขาไม่ขี้เล่น ไม่พูดเล่นกับเธอเหมือนแต่ก่อน เขาไม่ส่งสายตากรุ้มกริ่มแบบที่เคยทำเวลาเธอยิ้มให้ และที่สำคัญ...เขาไม่รู้ว่าเธอไม่กินแตงกวา

“นี่นายซื้อข้าวผัดมาให้เราเหรอ?” มีนรดาถามด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อเห็นกล่องข้าวที่เขาหยิบมาให้เธอวางอยู่ตรงหน้า

“อืม...เห็นมันน่ากิน” เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเบือนสายตาหนี ไม่กล้าสบตาเธอตรง ๆ เหมือนเคย

มีนรดาเลิกคิ้วน้อย ๆ แล้วเปิดกล่องออกดู...แตงกวาหั่นมาแทบเต็มกล่อง ‘...เขาลืมเหรอ ว่าเราไม่กินแตงกว่า…แต่ก็ช่างมันเถอะ’ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะไม่อยากทำตัวเป็นคนเรื่องมาก ทำได้แค่เงียบ เก็บไว้ในใจ แล้วหันไปหยิบตะเกียบแทนช้อนตามความเคยชิน แต่เขากลับหยิบช้อนขึ้นมาแล้วยื่นให้เธอแบบเก้ ๆ กัง ๆ

“เอ่อ...ฉันว่าใช้ช้อนมันสะดวกกว่า”

เธอชะงัก

“ปกติเราก็ใช้ตะเกียบนะ!!”

เงียบ... เขาไม่ตอบอะไรเลย เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ที่ดูฝืนๆ และไม่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก มีนรดาเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่คล้ายกับคำว่า “ผิดจังหวะ” รอยต่อของความคุ้นเคยบางอย่างมันดูสะดุด เหมือนตัวตนของคนตรงหน้าไม่สนิทสนมกับเธอเท่าไหร่ แม้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม...แต่ก็ไม่เหมือนเดิมไปเสียทีเดียว

ด้านธีปกรณ์เอง...เขาก็รู้สึกเหมือนต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติในการแสดงเป็นพี่ชายฝาแฝดที่ต้องพกเอาความมั่นใจมาเต็มร้อย ต้องดูอบอุ่น และเจ้าเสน่ห์ เขาไม่ถนัดสบตาคน เขาไม่ชอบพูดมาก และที่สำคัญ...เขาไม่เคยอยู่ใกล้ชิดผู้หญิงแบบนี้มาก่อน

แต่เมื่อ “เหตุผลบางอย่าง” เขาจำต้องสวมรอยเป็นพี่ชาย และอยู่ข้างผู้หญิงคนนี้ให้เนียนที่สุด แม้ภายในจะตื่นตระหนก แต่ภายนอกเขาต้องทำเป็นนิ่งให้เหมือนธามนาธรทุกกระเบียดนิ้ว ยอมรับเลยว่าตอนเจอเธอครั้งแรก เขาแทบสะดุดลมหายใจตัวเอง ไม่น่าพี่ชายเขาถึงได้หลงรักเธอนัก สองพี่น้องที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันประจำ ทำให้เขาพอจะได้ยินชื่อมีนรดาจากปากพี่ชายมาบ้าง

‘เธอจะดูออกหรือยังวะ...ว่าฉันไม่ใช่เขา? แล้วทามม์มันเคยบอกบัดดี้ตัวเองไหมวะ ว่าตัวเองมีฝาแฝด’ ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดและถามตัวเองในใจ ขณะมองหญิงสาวตรงหน้า ที่กำลังนั่งกินข้าวด้วยสีหน้าเงียบงัน

หลังจากนั้นไม่กี่วัน...

“ทามม์ ไปซ้อมพรีเซนต์กันปะ เราจองห้องไว้แล้วนะ” มีนรดาเอ่ยขึ้น พลางยื่นชีทเนื้อหาที่เธอสรุปไว้ให้เขาดู

ชายหนุ่มรับชีทมาดูเงียบ ๆ “อืม...โอเค เดี๋ยวตามไป” เสียงตอบรับนั้นเรียบจนผิดวิสัย ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำแซว ไม่มีแววขำ แล้วก็ไม่มีคำแซวที่ว่า “เธอจะมองเราไปถึงเมื่อไหร่” เหมือนทุกที มีนรดากะพริบตาปริบ ๆ มองตามหลังเขาที่เดินไปอีกทาง

“เดี๋ยวนะ...นายจะไม่อ่านก่อนเลยเหรอ?” เธอถามเสียงไม่ดังนัก แต่ก็พอให้ได้ยิน

ชายหนุ่มหยุดกึกเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบเบา ๆ “อ๋อ เดี๋ยวค่อยอ่าน ขอโทษที...ฉันลืมว่าเธอชอบให้คนเช็กงานเลยอ่ะเนอะ”

มีนรดาเงียบอย่างช่างใจก่อนจะพูดต่อ

“ปกตินายไม่เคยลืมนี่...” หญิงสาวยังคงพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในลำคอ

แม้เขาจะพยายามเลียนแบบท่าทีของพี่ชาย แม้รอยยิ้มจะคล้าย คำพูดจะถูกจำมา แต่มันก็แค่...คล้าย เพราะทามม์ตัวจริง จะไม่มีวันลืมว่านิ้วยาว ๆ ของเขาต้องเคาะโต๊ะตอนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง ทามม์ตัวจริง จะไม่เรียกเธอว่า “เธอ” แต่จะพูดชื่อเธอแทนเวลาที่เขาจริงจัง และที่สำคัญ...เขาไม่เคยเงียบใส่เธอนานเกินสามวินาที

มีนรดานั่งลงในห้องซ้อมพรีเซนต์คนเดียวอยู่ครู่ใหญ่ จนในที่สุดคนที่เธอคิดว่าเป็นธามนาธรก็เดินเข้ามา

“ขอโทษนะ...ที่มาช้า” เขาวางของลงบนโต๊ะ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ไม่สบตาเธอตรง ๆ

มีนรดาสบตาเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยกคำถามขึ้นมาช้า ๆ “ทามม์...”

“ช่วงนี้นายโอเครึเปล่า?”

น้ำเสียงของเธออ่อนลง ราวกับไม่อยากกดดัน

ชายหนุ่มชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนพยักหน้า

“อืม ก็โอเคนะ แล้วเธอล่ะ...โอเคไหม?”

มีนรดายิ้มบางคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบ

“ก็...โอเคล่ะมั้ง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 26 บทส่งท้าย

    ความรักของคนเราไม่เคยเป็นเรื่องง่าย…ยิ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าคนสองคน มันยิ่งซับซ้อนและเปราะบาง พวกเขาทั้งสามต่างรู้ดีว่า ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ทุกวันจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจบางครั้งก็มีงอน มีน้อยใจ มีคำถามว่า…ใครรักใครมากกว่า หรือใครอาจเริ่มห่างไปโดยไม่รู้ตัว แต่ทุกครั้งที่เกิดรอยร้าว พวกเขาก็จับมือกันไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง และเรียนรู้ที่จะเติบโตไปพร้อมกัน พวกเขาผ่านช่วงวัยรุ่นอันร้อนแรง และยังคงรักษาความผูกพันนั้นไว้ แม้ไฟรักจะไม่พลุ่งพล่านเหมือนวันแรก ๆ…แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยจางหายไป นั่นคือ ความรู้สึกว่า ‘เรายังเลือกกันอยู่’ ทุกวัน พวกเขายังคงเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่ลังเลและในที่สุด ทั้ง รศ.ดร.กัลยาณี และ ศ.ดร.เรวัตร ก็ยอมรับผู้หญิงคนนั้นได้…ผู้หญิงที่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก “มีนรดา” ที่ลูกชายทั้งสองคนต่างรักนักรักหนา ไม่ใช่เพราะเธอสวยหรือฉลาดล้ำเลิศ แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อความรักเธอไม่เคยแยกพวกเขาออกจากกัน แต่กลับยินดีประคองหัวใจทั้งสองไว้ด้วยความเข้าใจและอ่อนโยนช่วงบ่ายวันจันทร์ที่บริษัทTAKORN MEDIA GROUPเสียงประชุมออนไลน์เพิ่งจบลงใน

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 25 ด้านมืด NC

    นี่ก็ผ่านมาสามปีแล้วทุกคนต่างมีหน้าที่การงานที่ดี โดยที่มีนรดาก็มาทำงานเป็นผู้จัดการดารา ภายใต้บริษัทของ ธามนาธร ส่วนธีปกรณ์ก็เข้ามาดูแลเรื่องระบบซอฟต์แวร์วงจรไฟฟ้าอย่างเต็มระบบที่ไทย ตอนนี้ รศ.ดร.กัลยาณี ยอมพ่ายแพ้ต่อเด็กทั้งสาม พวกเขาจัดการตัวเองได้ดี แม้จะไปไหนด้วยกันสามคน แต่ก็ไม่เคยมีข่าวอะไรเสียๆ หายๆ ออกมาเสียงนาฬิกาบนผนังห้องประชุมชั้น 38 ของบริษัท AK Group ดังติ๊ก…ติ๊ก…อย่างเป็นจังหวะมีนรดาในชุดสูทลำลองเรียบหรู นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างบอสใหญ่ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาคือเจ้าพ่อธุรกิจบันเทิงหน้าใหม่มาแรงแห่งยุค ‘ธามนาธร อัครไพศาลกุล'ข้าง ๆ เธออีกคนก็ไม่ใช่ใครอื่น ‘ธีปกรณ์ อัครไพศาลกุล' วิศวกรหนุ่มสุดเนิร์ดที่กำลังเป็นหัวหน้าฝ่ายระบบเทคโนโลยีไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ของบริษัทในเครือทั้งสามนั่งอยู่เคียงกัน เหมือนเป็นทีมทำงานธรรมดา…หากแต่ใครจะรู้ ว่าเมื่อม่านทำงานปิดลง และประตูบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกนี้ถูกปิดสนิท…พวกเขาคืออีก “เวอร์ชันหนึ่ง” ที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น“เลิกงานแล้วไปกินกันมั้ย?”ธามนาธรเอนตัวเข้ามากระซิบเบา ๆ ข้างใบหูเธอ ขณะที่มือก็วางบนต้นขาเนียนใต้โต๊ะประชุม มีนรด

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 24 อยู่กับความเป็นจริง NC

    หลังจากความอึดอัดผ่านพ้นไป ทั้งสามต่างโล่งใจมากขึ้น ตอนแรกที่กะว่าจะพากันออกไปฉลองที่ร้านไหนสักแห่ง สุดท้ายก็ฉลองกันที่เพนต์เฮาส์ของสองแฝด เพราะที่นั่นมีความเป็นส่วนตัวสูง และอีกอย่างจะได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อได้ตามใจ สองพ่อครัวจำเป็น และหนึ่งผู้ช่วยสาวสวยต่างพากันทำอาหารอย่างขะมักเขม้นกลิ่นหอมของเนยกระทะร้อนลอยอบอวลไปทั่วห้องเสียงหั่นผักกรอบ ๆ ดังเคล้ากับเสียงหัวเราะเบา ๆ จากสามคนที่ยืนล้อมเคาน์เตอร์ครัวมีนรดายืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองร่างสูงเธอสวมเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่ที่ยืมมาใส่แทนผ้ากันเปื้อน ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง ขณะที่กำลังหั่นแครอทอย่างตั้งใจ แต่ดูเหมือนสมาธิของเธอจะโดนรบกวนทุกสามวินาที...จุ๊บ!“อ๊ะ...”เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนข้างแก้ม คนที่ยืนอยู่ข้างขวา ธีปกรณ์หอมเธอเบา ๆ แล้วก็รีบยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เหมือนจะซอยเก่งขึ้นนะ...” เขากระซิบใกล้ใบหู คำว่าซอยเก่งขึ้นที่เขาจงใจพูด ทำเธอขนลุกซู่“แกล้งกันเหรอ...” เธอบ่นอุบเบา ๆ แต่ก็ยังยิ้มไม่หุบยังไม่ทันหันไปไหน อีกฝั่งก็เริ่ม… มือหนาของธามนาธรยื่นมาช่วยจับมือเธอให้มั่นช่วยหั่น ก่อนจะก้มลงหอมผมเธอเบาๆฟอด ...“อยากกิ

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 23 ความจริง

    “แม่ครับ...”ธามนาธรพูดเสียงนิ่ง“ผมรักมีน”“ผมเองก็รักเธอ”ธีปกรณ์พูดต่อในทันที“โอ้ยฉันอยากจะเป็นลม” กัลยาณีถึงกับเข่าแทบทรุดคำพูดของสองหนุ่มทำให้มีนรดาถึงกับนิ่งอึ้ง มือเล็กของเธอบีบเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงเหมือนกำลังถูกบีบจากทุกทิศ เธอจ้องมองแค่โต๊ะไม้โอ๊คตรงหน้า ไม่กล้าสบตาใคร...แม้แต่เขาสองคนที่เพิ่งเอ่ยคำนั้นออกมารศ.ดร.กัลยาณี ถอนหายใจยาว เธอพิงตัวเล็กน้อยกับพนักเก้าอี้ แววตาไม่ใช่ความโกรธ แต่คือความผิดหวัง...ปนความหวาดกลัวของคนเป็นแม่ ก็มันมีที่ไหนกันที่ลูกชายจะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน และกำลังช่วยกันเถียงแทนเธอ“พวกลูกยังเด็กเกินไป ทามม์ ไทป์”“พวกลูกอาจยังแยกไม่ออก...ระหว่างความรัก กับความใคร่” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ดุ ไม่ได้เข้ม แต่นั่นกลับยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งกว่าที่เคย“อีกอย่าง...” เธอพูดต่อ“วัยหนุ่มสาว...ความรู้สึกมักซับซ้อน รุนแรง แล้วก็เปราะบาง” “บางครั้งสิ่งที่คิดว่าใช่ มันอาจจะไม่ใช่เลยก็ได้”ธามนาธรขมวดคิ้วเล็กน้อยธีปกรณ์กำมือแน่นมีนรดาเม้มปากแน่น ก่อนจะหลุบตาต่ำ“ฉันไม่ได้เกลียดหนูนะมีน แค่อยากให้หนูลองคิดในมุมของความเป็นจริง”“ฉันรู้...หนูเ

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 22 เรื่องเริ่มแดง

    ข่าวลือเป็นเหมือนควัน…มันลอยไปเร็วกว่าเสียง และตอนนี้ควันที่ชื่อว่า “เรื่องลูกชายเจ้าของมหาวิทยาลัยกับเด็กทุนสาวน้อย” กำลังลอยถึงกรุงเทพฯแล้วห้องทำงานขนาดใหญ่ในบ้านทรงไทยประยุกต์กลางเมืองหลวง เงียบสงัดจนได้ยินเสียงนาฬิกาดิจิตอลทำงานศ.ดร.เรวัตร นั่งไขว้ขาอยู่ตรงปลายโต๊ะ กระดาษแฟ้มสีเทาถูกวางไว้เบื้องหน้า ข้างในเต็มไปด้วยภาพถ่ายส่วนใหญ่เป็นภาพจากกล้องซูมไกล รายละเอียดคมชัดพอจะเห็นรอยยิ้มระหว่าง มีนรดา ธามนาธร และธีปกรณ์...รวมถึงภาพที่ “ผู้เป็นพ่อมองแล้วแทบคลั่ง” ชายสูงวัยหยิบภาพขึ้นดูเงียบ ๆ แล้วหันไปมองชายคนสนิทที่รายงานอยู่“แน่ใจนะว่าไม่ใช่หนูถุงแป้งกับหนูไอรดา?”เสียงของ ศ.ดร.เรวัตร ยังคงนิ่งเย็น แต่น้ำเสียงใต้คำถามนั้นคือความเคลือบแคลงปนไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเลขาส่วนตัวพยักหน้าอย่างมั่นใจ“ครับ ไม่ใช่แน่นอน ภาพนี้ถ่ายตอนตีหนึ่งจากรีสอร์ต”“มีผู้หญิงสองคนครับที่คุณทามม์กับคุณไทป์หิ้วปีกไป แต่ภาพอีกชุดที่ได้จากกล้องฝั่งขวาของรีสอร์ตนั้น...”เขาหยิบภาพอีกใบจากแฟ้มมาวางลงตรงหน้า“...คุณทามม์กับคุณไทป์พาผู้หญิงเข้าไปในห้องด้วยกันแค่คนเดียวครับ”เสียงในห้องเงียบลงทันที ราวกับอากาศเย็น

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 21 เพื่อนหาย

    แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องพักหรูริมดอย บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงสายลมจากด้านนอกที่ยังคงมีหมอกหนา กับเสียงหายใจของทั้งสามที่ประสานกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่มีนรดาเพิ่งขยับตัวเล็กน้อยก็รู้สึกได้ทันทีถึงสัมผัสหนัก ๆ ที่โอบอยู่ทั้งสองข้าง แขนแกร่งของธีปกรณ์ยังคงกอดเอวเธอไว้แน่น ส่วนธามนาธรก็ซุกใบหน้าอยู่ที่ซอกคอเธอ พร้อมมือหนาที่พาดอยู่เหนือหน้าอกด้านหนึ่งอย่างเจ้าของตัวจริง แล้วก็พานนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืน เธอเมา เธอเมาแหละ แต่ก็มีสติมากพอที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร พอนึกมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกใบหน้าร้อนเห่อขึ้นมา ‘จะมาอายอะไรกันตอนนี้ห๊ะยัยมีน’ขาทั้งสองข้างยังเมื่อยล้าจากกิจกรรมที่ยาวนานจนถึงตีห้า ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอแนบชิดกับผิวกายอุ่นร้อนของทั้งสองอย่างแนบแน่น ในขณะที่เอวข้างขวารู้สึกเหมือนมีแท่งอุ่นร้อนบดเบียดจนแน่น และในขณะที่หน้าขาอีกฝั่งก็เหมือนจะถูกเจ้าแท่งหนาร้อนทิ่มแทงบดเบียดไม่ต่างกัน คนคิดลามกยิ่งหน้าเห่อร้อนไปกันใหญ่เธอขยับตัวช้า ๆ พยายามจะลุกขึ้นโดยไม่ปลุกใคร... แต่พอผละออกเบา ๆ ก็มีเสียงงัวเงียตามมา“จะไปไหน…” เสียงทุ้มของธีปกรณ์ยังติดงัวเงีย“กลับห้อง...เดี๋ยว

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 18 ค้นหาตัวตน

    ธีปกรณ์ไม่ได้ไปอังกฤษอย่างที่แพลนเอาไว้ เพราะ ศ.ดร.เรวัตร รู้ทุกเรื่องและก็เป็นห่วงความรู้สึกลูกชายคนเล็ก ธีปกรณ์เป็น introvert ที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นซึมเศร้าได้สูง ด้วยความที่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแค่สองคน ผู้เป็นพ่อจึงพยายามแนะนำลูกสาวของคนในแวดวงให้ทั้งสองแฝดได้รู้จักพวกเขาห่างกันกับมีนรดาได้สัก

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 16 ทั้งรักทั้งเจ็บ NC

    หลังจากบทสนทนาที่เงียบงันราวโลกหยุดหมุน ธีปกรณ์ก็วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเหลือบตามองหญิงสาว ก่อนจะก้าวออกจากห้องไปเงียบ ๆ“นั่นนายจะไปไหน?” เธอหันมองตามไม่มีคำตอบใดตอบกลับมา เมื่อเขาไม่พูดอะไรเธอแค่มองแผ่นหลังกว้างของเขาที่เดินหายออกไปจนลับตาห้องทั้งห้องกลับมาเงียบงันอีก

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 15 ค้างคาใจ

    ห้องทั้งห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงกล่องปฐมพยาบาลที่ถูกเปิดออก กับเสียงลมหายใจสะอื้นเบา ๆ ของหญิงสาวที่ยังไม่สามารถทำใจรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้มีนรดานั่งลงข้าง ๆ ชายหนุ่มที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ เลือดที่มุมปากยังคงซึมออกเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปแตะสำลีชุบน้ำเกลือเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ซับเลือดออกจากผิวเขาโ

  • คลั่งรักมายบัดดี้   CHAPTER 14 การกลับมา

    “ไปกับเรา”“ไปไหนทามม์”“เดี๋ยวก็รู้”“แต่เรามีเรียนนะ และวันนี้พวกเราก็ต้องเสนอหัวข้อสำคัญแล้วด้วย”เขาไม่พูด ไม่ฟัง และไม่สนใจ ตอนนี้ความหึงหวงมันบดบังตาเขาไปเสียหมด มิน่าล่ะไอ้ไทป์ถึงมีอาการแปลกๆ นี่มันแอบชอบเธอด้วยใช่มั้ยวะ แล้วระหว่างที่เขาไม่ได้สติ ไอ้ไทป์มันทำอะไรเธอไปบ้าง ความโมโหเริ่มพลุ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status