LOGINอยากรู้นักว่าลีลาบนเตียงของเขาจะดุเด็ดเผ็ดร้อนสักแค่ไหน เพียงแค่ได้เห็นหน้าเขาก็ทำให้เธอรู้สึกเร่าร้อนได้โดยที่เขาไม่ต้องเล้าโลมด้วยซ้ำ
ต่างจากไอ้แก่นั่นที่นับวันก็ยิ่งจะไร้ประโยชน์มากขึ้นทุกที สู้หนุ่ม ๆ อย่างติณณภพก็ไม่ได้ แม้เขาจะแสดงทีท่ารังเกียจแต่เธอก็ไม่แคร์ ถ้าลองได้มีอะไรด้วยกันสักครั้งรับรองว่าจะติดใจ ดูอย่างไตรภพนั่นเป็นไรถึงกับไปไหนไม่รอด และถ้าเป็นเช่นที่เธอคาดหวังไว้ เธอก็จะไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพย์สมบัติมหาศาลที่อาจจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ของ ๆ พ่อยังไงเสียก็ต้องยกให้กับลูกกับเมียอยู่แล้ว
ยิ่งถ้าเธอได้ลูกเลี้ยงเป็นผัวอีกคนล่ะก็ปัญหาทุกอย่างก็จะจบ ส่วนไอ้แก่นั่นก็กำจัดมันทิ้งไป ไม้ใกล้ฝั่งเต็มทีแล้ว แถมโรคเยอะตายไปก็คงไม่มีคนสงสัย
ติณณภพยิ้มมุมปากก่อนจะเหวี่ยงตัวเธออย่างรุนแรงไปติดกำแพง
“คาราไมล์หน่อยไหมจะได้หายคัน”
“แค่คาราไมล์คงไม่ทำให้อรหายคันได้หรอกค่ะ นอกเสียจากว่า...” เธอพูดละไว้ในฐานที่เข้าใจ
“ถ้าริจะร่านก็ไปร่านที่อื่น ฉันไม่รับของเหลือเดนจากใคร โดยเฉพาะของเน่า ๆ อย่างเธอ”
“ไม่อยากลองสักครั้งเหรอคะ ถ้าได้ลองอรรับรองว่าคุณจะต้องติดใจ เหมือนที่พ่อของคุณเคยติดใจอรจนโงหัวไม่ขึ้นมาแล้ว”
“ถ้าคิดจะรวบเราสองคนพ่อลูกไว้ล่ะก็บอกได้เลยว่าหมดหวัง รสนิยมของฉันกับพ่อมันต่างกัน และขอเตือนถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อยู่ให้ห่าง ๆ ทำอะไรไว้อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้” พูดจบก็เดินเข้าห้องนอนของตัวเองทันที
รู้อะไร!! หรือว่าไประแคะระคายเรื่องอะไรจากใครมา นี่เป็นปริศนาที่อรจิราต้องค้นหาคำตอบ ก่อนที่จะสายเกินไปที่จะรับมือเขา
“เย็นนี้เราไปดินเนอร์ด้วยกันนะมัท ผมมีบางอย่างที่จะเซอร์ไพรส์คุณ” ภูมิระพีเอ่ยชวน
“ไว้วันหลังได้ไหมคะคุณติณณ์ วันนี้มัทเหนื่อยอยากกลับไปพักค่ะ คุณไม่โกรธมัทใช่ไหมคะ”
“ใครจะโกรธคนน่ารักอย่างคุณได้ลง เหนื่อยก็พัก ไว้พรุ่งนี้เย็นเราค่อยไปดินเนอร์ด้วยกัน หวังว่าคุณคงจะไม่ปฏิเสธผม”
“โอเคค่ะ พรุ่งนี้นะคะ มัทจะแต่งตัวสวย ๆ เพื่อไปดินเนอร์มื้อพิเศษของเราดีไหมคะ”
“เป็นความคิดที่ดีมากเลย ถ้างั้นให้ผมขับรถไปส่งคุณกลับบ้านนะ”
“ตกลงค่ะ”
ภูมิระพีขับรถไปส่งเธอที่บ้านพักสุดหรูติดริมทะเล แต่ก่อนที่มัฑณาวีจะก้าวลงจากรถ ก็ได้ยินข่าวดีบางอย่างที่ทำให้เธอยิ้มได้
“ผมยังไม่ได้บอกคุณใช่ไหมว่าดินจะเดินทางมาที่นี่”
“จริงเหรอคะ เขาจะมาถึงเมื่อไรคะ” น้ำเสียงที่ย้อนถามบ่งบอกถึงความดีใจ เช่นเดียวกับแววตาของเธอ
“วันนี้ แต่ไม่ได้บอกไว้ว่าจะมาถึงตอนกี่โมง พรุ่งนี้คุณคงได้เจอเขา”
“ดีจัง”
“ทำไมคุณถึงต้องดีใจที่จะได้เจอดิน”
คำพูดของภูมิระพีทำให้มัฑณาวีรู้ตัวว่าเผลอแสดงความรู้สึกดีใจออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ก็มัทไม่ได้เจอเขามาพักใหญ่แล้ว อีกอย่างเขาเป็นเพื่อนของมัท การที่มัทคิดถึงเขาก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรจริงไหมคะ”
ภูมิระพีพยักหน้าแทนคำตอบ ทั้งที่รู้ดีว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อเพื่อนรักของเขานั้นมันเกินกว่าคำว่าเพื่อน เจ้าตัวจะรู้ไหมว่ากำลังหลงรักเพื่อนของตัวเองแม้ในขณะที่อยู่กับเขา แค่มองตาเธอก็รู้ว่าเธอกำลังสับสน
ผู้ชายที่เธอหลงรักไม่ใช่เขา ติณณภพตัวจริงต่างหากที่อยู่ในหัวใจเธอ
“คุณเข้าบ้านเถอะจะได้ไปพักผ่อน พรุ่งนี้เจอกันนะครับ และอย่าลืมนัดของเรา”
“มัทไปนะคะ” เธอก้าวลงจากรถพร้อมกับเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างเหนื่อยล้า
ในระยะหลังมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาก็เป็นไปได้ด้วยดี ไม่ว่างานจะยุ่งมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังมีเวลาให้เธอ ถ้าเป็นแบบนี้เป้าหมายของเธอก็คงอยู่ไม่ไกล มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป้าหมายที่เคยหวังไว้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหน่วง ๆ ใจเมื่อนึกถึงดิน ไม่ว่าเธอและติณณภพจะไปทำอะไรที่ไหน ก็มักจะเห็นภาพของดินทับซ้อนขึ้นมาเสมอ
มันหมายถึงอะไร...ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
เหตุใดหัวใจของเธอจึงรู้สึกหวั่นไหวให้กับดินมากกว่าชายที่เป็นเป้าหมายของตัวเอง
หญิงสาวทรุดตัวนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดแรง เธอหลับตาและพิงพนักโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนจ้องมองเธออยู่
“เหนื่อยจากการทำงานมากขนาดนี้เลย”
เสียงนั่น! มันเหมือนเสียงของดิน มัฑณาวีหันมองหาตัวเขาแต่ก็ไม่พบ
“นี่เราคิดถึงเขามากถึงขั้นหูแว่วไปเองเลยเหรอ”
“มองหาผมอยู่เหรอมัท”
เธอหันไปตามเสียงนั้นแล้วก็พบเขา “ดิน”
“ก็ผมน่ะสิ คุณนึกว่าใคร”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







