LOGIN“มัทรู้เรื่องนี้นานหรือยัง”
“เดือนที่แล้ว”
“แล้วไม่คิดจะบอกฤทัย”
“มันไม่ใช่เรื่องของมัทนะพิซซี่ มันเป็นเรื่องในครอบครัวที่คนนอกอย่างเราไม่ควรเข้าไปยุ่ง อีกอย่างบอกไปฤทัยจะเชื่อคำพูดของมัทเหรอ ฤทัยต้องคิดว่ามัทหาเรื่องใส่ความสามีสุดที่รักของตัวเองแน่ ดีไม่ดีอาจจะคิดว่ามัทยังมีใจให้พี่วุฒิ”
“ก็จริงนะ”
“ตอนแรกมัทคิดว่าฤทัยน่าจะพอรู้เรื่องนี้มาบ้าง ยอมรับได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่จากการพูดคุยและการแสดงออกของฤทัยในวันนี้ ทำให้มัทรู้ว่าฤทัยไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”
“อาจเป็นเพราะพี่วุฒิไม่เคยมีนิสัยเจ้าชู้พี่ฤทัยก็เลยวางใจ”
“หรือไม่ก็มั่นใจว่าผัวรักผัวหลงจนไม่มีสายตาไปมองผู้หญิงอื่น”
“มัทก็ได้แต่หวังว่าคำพูดเป็นนัย ๆ ของมัทในวันนี้ จะทำให้ฤทัยเกิดความระแวงและค้นหาความจริง สิ่งที่ทำให้ผู้หญิงเจ็บที่สุดก็คือความไม่ซื่อสัตย์นี่แหละ คิดแล้วก็อดที่จะสงสารฤทัยไม่ได้ แต่พอนึกถึงคำพูดของฤทัยที่พูดกับมัทในวันนี้ก็รู้สึกสมน้ำหน้าเหมือนกันที่โดนพี่วุฒิหลอก”
“สรุปว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าฤทัยดีล่ะ”
“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ พิซซี่รู้ไหมว่าฤทัยพูดอะไรกับมัท”
“ถ้าไม่เล่าแล้วจะรู้ได้ยังไง”
“ฤทัยพูดว่าถึงไม่มีฤทัย พี่วุฒิก็คงไม่เลือกผู้หญิงไร้รสนิยมอย่างมัท แถมยังพูดอีกว่าผู้ชายเขาชอบผู้หญิงที่เซ็กซี่เร่าร้อนอย่างฤทัย มากกว่าผู้หญิงจืดชืดเป็นน้ำยาเย็นแบบมัท น่าเจ็บใจจริง ๆ” เธอเล่าให้เพื่อนฟังด้วยความฉุนเฉียว
“เขาก็พูดถูกนะ”
“พิซซี่! สรุปว่าอยู่ข้างใครกันแน่”
“ก็ต้องอยู่ข้างเดียวกับแกสิ”
“แล้วทำไมครั้งนี้ถึงเข้าข้างฤทัย” มัฑณาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“ไม่ได้เข้าข้างแค่เห็นด้วยกับคำพูดของฤทัย”
มัฑณาวีลูบไล้ใบหน้าตัวเองก่อนจะเอ่ยถาม “มัทดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอพิซซี่”
“ก็ไม่ได้แย่แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควร”
หญิงสาวหันไปสบตาเพื่อนรุ่นน้องพร้อมกับถาม “ลียาก็คิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า”
ฬียากรยิ้มให้มัฑณาวีอย่างอบอุ่นก่อนจะเอื้อมไปกุมมือเธอ
“พี่มัทเป็นคนสวยนะคะ สวยในแบบของพี่มัท”
“ไม่ต้องพูดปลอบใจพี่ก็ได้”
“ลียาพูดจริงค่ะไม่ได้พูดเพื่อเอาใจพี่มัท พี่อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับพี่ฤทัยเลยนะคะ”
“ฤทัยมันสวยพลาสติก สวยด้วยมีดหมอ” ภาคินกล่าวเสริม
“พี่มัทสวยจริง ๆ นะคะ สวยทั้งภายในและภายนอก”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่านอกจากความสวยอย่างเป็นธรรมชาติที่พี่มีแล้ว พี่ก็ยังเป็นคนจิตใจดี ไม่เคยคิดร้ายหรือให้ร้ายใครยังไงละคะ”
“แล้วทำไมใคร ๆ ถึงไม่เห็นความสวยของพี่”
“เพราะพี่มัทชอบซุกซ่อนความสวยของตัวเองไว้ภายใต้แว่นสายตาที่พี่ชอบสวมใส่ตลอดเวลา”
“พูดได้ดีลียา ทางที่ดีมัทควรจะเลิกสวมแว่นสายตาและหันมาใช้คอนแทคเลนส์แทน” ภาคินพูดพร้อมกับดึงแว่นสายตาของเพื่อนมาถือไว้ในมือ
“เอาแว่นของมัทคืนมานะพิซซี่ มัทมองเห็นไม่ชัดถ้าไม่สวมแว่น” ขณะที่พูดก็พยายามที่จะคว้าแว่นคืนมาจากมือเพื่อน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมคืนให้ เพราะอยากเห็นใบหน้าของหญิงสาวชัด ๆ
“สมัยนี้เขาหันมาใส่คอนแทคเลนส์กันแล้ว”
“มัทไม่ค่อยชินกันการใส่คอนแทค”
“งั้นก็ไปทำเลสิกสิ”
“ไว้มัทจะลองเก็บไปคิดดูแต่ตอนนี้คืนแว่นให้มัทก่อน”
ภาคินยอมคืนแว่นให้เพื่อนแต่โดยดี
“ขอโทษนะที่มัททำให้ทุกคนเป็นห่วงและต้องรีบลางานมาอยู่เป็นเพื่อนมัท”
“รู้ก็ดีแล้ว ทีหลังก็อย่าทำแบบนี้อีก และก็ช่วยจำไว้ด้วยว่าเราสองคนรักและเป็นห่วงแกเสมอ มีอะไรก็มาพูดคุยปรึกษากันเข้าใจไหม แม้บางครั้งฉันจะด่าว่าหรือขัดใจแกไปบ้าง ก็ขอให้เข้าใจว่ามันเกิดจากความหวังดี”
“แต่อย่าด่ามัทบ่อยนักล่ะพิซซี่ ฟังแล้วมันหดหู่ยังไงพิกล”
“เราไปหาอะไรกินกันดีกว่าค่ะ ตั้งแต่เช้าลียายังไม่ได้กินอะไรเลย ตอนนี้หิวมาก”
“ก็ดีเหมือนกันเผื่อจะหายเครียดขึ้นมาบ้าง”
“เอาความเครียดมาลงที่การกินระวังจะอ้วนโดยไม่รู้ตัว บอกไว้ก่อนว่าฉันกินได้ไม่เยอะนะเพราะต้องรักษาหุ่น ไม่งั้นเดี๋ยวแฟนไม่รัก”
“หมั่นไส้คนมีแฟนแล้ว” มัฑณาวีเอ่ย
“แกก็หาบ้างสิยะ อย่ามัวมุมานะทำแต่งาน”
“ถ้ามันหาได้ง่าย ๆ อย่างที่พิซซี่พูดก็ดีน่ะสิ”
“ฉันบอกเคล็ดลับให้เอาไหม”
“ไว้ก่อนละกันตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เพราะน้องสาวคนเล็กของเราหิวแล้ว”
“โอเค กินไปคุยไปก็ได้” จากนั้นก็ชวนกันไปกินที่ร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







