ログイン"คุณ ขอผมเข้าไปข้างในได้ไหม?"
เข้า? เขาจะเข้ามาในนี้ทำไมก๊อนนน~
วรัชญาทำหน้าสงสัย สองเท้าก้าวไปข้างหน้า ทว่าเพียงชั่วอึดใจเธอก็ชะงัก ก้าวถอยกลับมายืนจุดเดิมแล้วใช้สายตามองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เอ้า เขาก็มีมือครบ เท้าครบ หัวไม่หลุดจากบ่า ไม่ได้มาแบบตัวจาง ๆ ลอย ๆ แล้วแบบนี้ทำไมเธอถึงได้ฝันถึงเขาอีกล่ะ?
หรือจะเป็นเพราะความหล่อ? ไม่อะ มันไม่น่าใช่ ถึงเขาจะหล่อมากจริง ๆ แต่เราเพิ่งได้เจอกันแค่ครั้งเดียว แถมเป็นครั้งเดียวในเวลาแค่สองสามนาทีเองด้วย
เพราะงั้นต่อให้หล่อลาก หล่ออลังการแค่ไหน เธอก็ไม่น่าจดจำรูปลักษณ์เขาได้อย่างแม่นยำจนถึงขั้นเก็บเอามาฝันได้อะ
"บ้าบ้อ! นี่มันฝันแบบไหนกันวะ เห็นทั้งคนเป็น ทั้ง... เอ่อ ไม่สิ อันนั้นไม่เห็นจะดีกว่า"
กวาดสายตามองไปรอบตัวที่แสนวังเวงและมืดสลัว ร่างอรชรก็ถลันเข้ามาใกล้ประตูรั้วมากขึ้น มือก็ตบเข้าที่ข้างแก้มครั้งแล้วครั้งเล่า หวังไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว
และจะให้ดี ขอให้มันช่วยปลุกให้เธอรู้สึกตัวสักทีเถอะ
ขณะที่คนหนึ่งกำลังพยายามตบตีตัวเองให้หลุดออกจากห้วงความฝันอย่างเอาเป็นเอาตาย อีกตนซึ่งกำลังเฝ้ามองก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับการกระทำแปลกประหลาดแต่อีกมุมช่างดูน่าขันน่าเอ็นดู
พานอดคิดไม่ได้ว่า ตกลงการที่เขารวบรวมความกล้าหาญ แอบเจ้าของที่มาเข้าฝันเธอได้สำเร็จนี่ มันจะช่วยให้เขาเข้าใกล้คำตอบที่กำลังตามหาจริงหรือเปล่า
วิญญาณหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ รอกระทั่งหญิงสาวทะเลาะกับตัวเองจบสิ้นจึงลองร้องเรียก ส่งยิ้มจริงใจไปให้อีกครั้ง แม้ในใจจะเริ่มร้อนรนกับระยะเวลาที่มีอย่างจำกัด เพราะเข็มของนาฬิกาขยับเข้าใกล้เลขสิบสองเต็มทน
"คุณ ผมมีเรื่องอยากคุย"
ดวงตาคู่สวยหรี่ลง เมียงมองมาด้วยความเคลือบแคลงครู่หนึ่งกว่าจะยอมลดระยะห่าง สืบเท้าเข้ามาใกล้ประตูรั้วมากขึ้น หากแต่ยังเลือกปักหลักอยู่ในอาณาเขตที่เขาไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้
สำเร็จไปอีกขั้น! วิญญาณหนุ่มลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ทว่าในวินาทีที่เงยหน้าขึ้นสบประสานสายตากับหญิงสาว เขาก็รีบปรับสีหน้าให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด
"ผมอยากมาขอบคุณ เรื่องที่คุณช่วยผมเมื่อตอนเย็น"
เท่านี้สีหน้าของหญิงสาวก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น มุมปากยกตัวขึ้นเผยรอยยิ้มบาง ๆ ทันทีที่ฟังจบ
"ถึงจะรู้นะว่านี่เป็นแค่ความฝัน พูดไปคุณก็อาจไม่รับรู้ แต่ว่าว่านก็ยังอยากบอกกับคุณอยู่ดีว่า ว่านดีใจมาก ๆ ที่เห็นคุณเปลี่ยนใจ"
"..."
"ถึงวันนี้จะล้มก็ไม่เป็นไรนะ ถ้าเรายังไม่ท้อ ยังไม่คิดถอย เดี๋ยวเราก็หาวิธีลุกขึ้นมายืนและเดินใหม่ได้อีก เพราะงั้นอย่าเพิ่งถอดใจง่าย ๆ นะคะ"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความหวังดีที่เจืออยู่ในถ้อยคำและน้ำเสียง หรือเป็นเพราะรอยยิ้มหวาน ๆ ที่ถูกส่งมาพร้อมกัน วิญญาณหนุ่มจึงพลันรู้สึกหวิวไหว อุ่นวาบที่กลางอกอย่างประหลาด ทว่าพร้อมกันนั้นเขาก็นึกอดสู
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลุก แต่บางทีโลกใบนี้ก็ไม่ใจดีกับเขาเลย ...
วินาทีที่ลืมตาขึ้นมา นอกจากพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางถนนในสถานที่ไม่คุ้นตาแล้ว เขายังพบว่าทุกความทรงจำเลือนหาย
เขาจำไม่ได้เลยว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร มาตั้งแต่เมื่อไหร่ จำไม่ได้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร และชื่ออะไรด้วยซ้ำ ราวกับว่าสมองมันมีแต่ความว่างเปล่า
ครั้นพอพยายามถามไถ่จากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ทุกคนก็กลับเมินเฉย ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครได้ยินเขาสักคน
ตอนนั้นเขาแทบคลั่ง วนเวียนเค้นหาคำตอบซ้ำ ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความจริงหรือความฝัน กว่าจะทำใจให้ยอมรับและอยู่กับความรู้สึกเคว้งคว้างไร้จุดหมายนี้ได้ก็ใช้เวลาเป็นวัน ๆ
กระทั่งวินาทีที่ถูกเธอสัมผัส วินาทีที่เราโต้ตอบสื่อสารกัน คล้ายว่าโลกที่มืดมิดพลันมีแสงสว่างขึ้นมา
"คุณไม่ใช่แค่ช่วยให้ผมเปลี่ยนใจนะ แต่คุณยังเปลี่ยนชีวิตผมไปเลยล่ะ"
"หมายถึงเปลี่ยนไปในทางที่ดีใช่ไหมคะ?"
พอเห็นหญิงสาวทำหน้าคล้ายระแวง วิญญาณหนุ่มก็เปล่งเสียงหัวเราะ ส่งให้อีกคนพลอยหัวเราะตามไปด้วย
"ดีสิครับ ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย"
"โล่งอก ว่านก็นึกว่าจะโดนหลอกด่าว่าขี้เผือกซะอีก"
รอยยิ้มบนใบหน้าหวานกว้างขึ้นหลายส่วน อาจเพราะสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตร อีกทั้งแววตาคู่นั้นยังให้ความคุ้นเคยอย่างประหลาด สองเท้าจึงก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว
"ถ้าเขาอยู่แถว ๆ นี้ก็คงดี เผื่อได้เจอกันอีก"
“เจอสิ ผมก็อยู่แถวนี้”
ได้ยินเสียงโพล่งตอบคนเผลอหลุดปากรำพึงรำพังความหวังในใจออกเบา ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทำตาโตทันควัน หลงลืมว่าตัวเองกำลังฝันไปชั่วขณะ
"เอ้า แล้วทำไมคุณไม่บอกตั้งแต่เมื่อเย็น จะได้กลับมาพร้อมกัน"
"จะให้กลับยังไงล่ะครับ คุณไม่ได้เรียกให้ผมกลับด้วยนี่"
“ก็จริงแฮะ ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักกันเลยเนอะ แถมคุณยังทำตัวแปลก ๆ ใส่ว่านด้วย”
“แต่ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วเนอะ”
“ยังสิคะ พี่ชื่ออะไรว่านยังไม่รู้เลย จะรู้จักกันยังไงก่อน”
นั่นสิวะ ลืมคิดไปเลย!
แล้ววิญญาณหนุ่มก็เริ่มเลิ่กลัก เพราะไม่รู้ว่าจะให้ตัวเองชื่ออะไรดี พลันคำตอบก็ผุดขึ้นในหัวเมื่อเหลือบไปเห็นซองขนมเก่า ๆ ซีด ๆ บนพื้น
"เลย์! พี่ชื่อเลย์ครับ"
แถมนามสกุลมันฝรั่งทอดกรอบด้วย!
ถึงจะรู้ว่าเขาแค่ต้องการปลอบโยน ทว่าทุกคำพูด ทุกสัมผัสก็ส่งผลให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าวรัชญา เธอพยักหน้าหงึกหงักแล้วแนบพวงแก้มแดงระเรื่อลงบนแผงอกกว้าง หัวใจพองโตคับอกเพิ่งรู้ว่าการมีใครให้อ้อน มีใครให้บ่นให้แชร์สิ่งที่อยู่ในใจนี่ มันทำให้มีความสุขและรู้สึกอบอุ่นหัวใจได้ถึงขนาดนี้อิงแอบรับกำลังใจจนเต็มหลอดแล้ววรัชญาก็ตัดสินใจจะลองเสี่ยงดวงกับเขาดูอีกสักหน เธอกดเปิดจดหมายแนะนำตัวของตนขึ้นมาใหม่ เอียงคอมองมันอย่างครุ่นคิดหรือบางทีที่ยังไม่มีใครเรียกเธอไปสัมภาษณ์ มันจะเป็นเพราะเจ้านี่ยังไม่ดึงดูดใจมากพอ ถ้าอย่างนั้น ... ลองจัดหน้าใหม่ดูแล้วกัน“ว่านมีแค่เวอร์ชันภาษาไทยเหรอครับ?”“อ้อ มีสองเวอร์ชันค่ะ ไทยกับอิ้ง”วรัชญาเอ่ยตอบทั้งที่สายตายังจ้องหน้าจอ ง่วนอยู่กับการขยับ ย้ายกรอบข้อความตรงนั้นตรงนี้ไปเรื่อย กระทั่งพอใจแล้วจึงเลื่อนลงไปยังหน้าด้านล่าง“นี่ค่ะ ว่านไม่ค่อยเก่งอิ้งเท่าไรเลยให้เพื่อนช่วยทำให้ พี่เลย์ว่าว่านควรปรับอะไรเพิ่มดีไหมอะ มันดูสั้น ๆ เรียบ ๆ ยังไงก็ไม่รู้เนอะ”“อืม ตรงทักษะกับประสบการณ์ที่เคยทำพี่ว่าเพิ่มได้ก็ควรเพิ่ม เพราะสิ่งแรกที่พวกเขาอยากรู้คือคนคนนี้ทำอะไรเป็น
“คิดมากเหรอครับ?”เห็นหญิงสาวหวนกลับมาทำหน้ายุ่งเหยิงอีกครั้งวิญญาณหนุ่มก็อดห่วงไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็พานหงุดหงิดตัวเองที่เป็นแค่พลังงานไร้ประโยชน์ วัน ๆ ทำได้เพียงแค่ลอยไปลอยมา ไม่อาจช่วยเหลืออะไรเธอได้มากไปกว่างานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ“ไม่เชิงค่ะ ว่านแค่กำลังคำนวณว่าตังที่มี มันจะทำให้ว่านอยู่รอดไปได้ถึงเดือนไหน”วรัชญาตอบตามตรง มือก็เอื้อมไปขยับเม้าส์เก่า ๆ ซึ่งพ่วงต่อกับคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเดอะเพื่อเปิดหาตำแหน่งงานที่ตนสนใจไปด้วยอยากรีบส่งรีบได้งาน เพราะกว่าจะถูกเรียกสัมภาษณ์ กว่าจะได้เริ่มงาน ไปจนถึงวันที่ได้เงินเดือนเดือนแรกคงใช้ระยะเวลานานโข ตีต่ำก็สักสองเดือนได้พลันมือเรียวก็ชะงัก ดวงตาทอประกายระยิบระยับในตอนสะดุดเข้ากับกรอบเล็ก ๆ ที่ระบุชื่อบริษัทและตำแหน่งงานที่ต้องการ แต่เพียงครู่เดียวมันก็มอดดับ หม่นแสงเศร้าสร้อย‘Tour Operation จำนวน 1 ตำแหน่ง - N. Worldwide travel’วรัชญายังจดจำได้แม่นยำ เธออยู่สาขาธุรกิจทั่วไป แต่เพราะมีนัดไปทำธุระด้วยกันในช่วงบ่ายจึงถูกนลินี เพื่อนสนิทจากต่างสาขาลากให้เข้าไปนั่งเรียนด้วยกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เชิญคนจากที่นี่มาเป็นวิทยากรพิเศษในคลาสเรียนวันน
เพราะไม่ต้องการให้หัวใจทำงานหนักไปกว่าที่เป็นอยู่ วรัชญาจึงปล่อยให้ผีหนุ่มจัดการเคลียร์เรื่องจานชามคนเดียว ส่วนเธอก็ปลีกตัวมาเปิดเจ้าแก่ คอมพิวเตอร์คู่ใจที่อยู่กันมานานระหว่างรอตัวเครื่องรัน ปลายนิ้วก็จรดเข้าไปดูช่องแชทของพี่ชายแล้วพิมพ์ข้อความส่งไปให้อย่างที่มักทำในทุกวัน แม้สุดท้ายแล้วปลายทางจะต้องเจอกับผลลัพธ์เดิม ๆไม่อ่าน ไม่ตอบ และโทรไม่ติด จนถึงตอนนี้เธอก็ยังนึกไม่ออกว่าพี่ชายหลบไปอยู่ที่ไหน หนีเจ้าหนี้หรืออย่างไรถึงได้หายเข้ากลีบเมฆไปเฉย ๆไปตามเรื่องกับทางหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่มีข่าวความคืบหน้าใด ๆหรือแม้กระทั่งโลกโซเซียลที่หวังจะให้มันเป็นที่พึ่งทางสุดท้าย มันก็ยังไร้วี่แววของเบาะแสเฮ้อ พี่วุฒิ พี่ไปอยู่ที่ไหนของพี่กัน รู้ไหมว่าว่านเป็นห่วง อย่างน้อย ๆ ช่วยอ่านแล้วตอบกันสั้น ๆ ก็ได้ แค่คำว่า อืม ก็ยังดีรำพึงรำพันในใจ จมอยู่กับความคิดถึงที่ส่งไปไม่ถึงพี่ชายเพียงคนเดียวครู่หนึ่งวรัชญาก็ตัดใจกดปิดโปรแกรมแชท หันไปดึงกระดาษใบหนึ่งมาวางใกล้ ๆ คอมพิวเตอร์ใช่แล้ว มันคือรหัส Wi-Fi ที่เพิ่งค้นเจอจากลิ้นชักหัวเตียงตอนจัดของเมื่อวันก่อนซึ่งนี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเธ
ไม่นานกลิ่นหอมของไข่ตุ๋นทรงเครื่องก็ลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ดึงดูดให้วิญญาณหนุ่มลอยกลับเข้ามาเสนอหน้าในครัวอีกครั้ง“ฮึ”วรัชญาเหล่ตาไปมองเพียงนิดก็ดึงสายตากลับ ซ้ำยังจงใจแค่นเสียงในลำคอ สะบัดหน้าใส่ให้เขารู้ชัด ๆ ไปเลยว่าเธองอน แต่แล้ววินาทีต่อมาเธอก็สะดุ้งตาโต เมื่อมีสัมผัสเย็น ๆ กดเข้าที่พวงแก้ม“ง้อนะครับ”จากนั้นผีซึ่งทั้งหื่น ทั้งเจ้าเล่ห์ แถมด้วยความหน้ามึนก็ฉวยเอาจานข้าวในมือเธอไปถือไว้ ก่อนเดินลอยหน้าลอยตากลับไปที่โซฟาตัวเดิมทำเอาคนโดนง้ออ้าปากค้าง กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ความยียวนกวนโอ๊ยของเขามันส่งผลต่อหัวใจอย่างมหาศาล จนในหัวดันมีความคิดบ้าบอผุดขึ้นมาเธออยากโดนเขาง้อแบบนี้ไปทุกวันเลยอะ“โอ๊ย พอ ๆ ตั้งสติ”วรัชญาพึมพำตำหนิตัวเองเสียงแผ่ว ครั้นพอรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้เข้าที่ได้แล้วก็เดินถือชามไข่ตุ๋นตามไปสมทบ โดยไม่ลืมหยิบเอาน้ำพริกกากหมูของโปรดที่แม่โชว์ฝีมือทำเพื่อเธอโดยเฉพาะติดมือมาด้วยหลังจัดแจงตักอาหารใส่จาน ปักธูปหนึ่งดอกลงกลางข้าวสวยร้อน ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว ผีหื่นก็อุ้มจานข้าวมานั่งเบียดกระแซะใกล้ ๆ มือตักข้าวเข้าปากอย่างสุขอุรา ตาเหล่มองเธอสลับกับส่งยิ้มหวานเชื่อมทำเอ
เพี้ยะ!“ซนอีกแล้วนะคะ”วรัชญามีแถมสายตาดุ ๆ ไปให้ด้วยในตอนพูดจบ แต่แทนที่อีกคนจะสลดหรือสำนึก กลับอาศัยจังหวะที่เธอเอี้ยวหน้ามาหมายจะบ่นต่อ เคลื่อนมายืนซ้อนหลังก่อนโน้มลงมาบดจูบเธอหนัก ๆ พลางใช้ลำตัวกดเธอเข้ากับเคาน์เตอร์ ในขณะที่สองมือบีบขยำบั้นเอวเธอย้ำ ๆ ราวกับมันเขี้ยวกันนักหนา“อื้อ”ด้วยท่วงท่าทำให้วรัชญาไม่สามารถผลักไสเขาออกได้ดั่งใจคิด แถมริมฝีปากยังถูกครอบครองอย่างเร่าร้อนหลังส่งเสียงครางประท้วงในลำคอครู่หนึ่งเธอก็ตัวอ่อนระทดระทวย พ่ายแพ้ให้กับเรียวลิ้นพลิ้วไหวที่สอดเข้าล่อลวง ทำเธอหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสหวามหวานอีกตามเคยเสียงครางพร่าเคล้าคลอไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าดังก้อง กว่าชายหนุ่มจะอิ่มเอมแล้วคืนอิสระให้อีกที ริมฝีปากของเธอก็บวมเจ่อ รู้สึกเมื่อยคอไปทั้งแถบ“หื่น!”คำแรกที่หลุดมาจากปากคนหน้าง้ำงอทำเอาวิญญาณหนุ่มหัวเราะร่า สองแขนเปลี่ยนมาเป็นประคองกอดเธอไว้หลวม ๆ แล้วกดปลายจมูกเข้าที่พวงแก้มแดงก่ำ“ยอมรับ แต่พี่ก็หื่นแค่กับว่านนะครับ”วรัชญามุ่ยหน้าให้กับข้ออ้างแสนหวานหูทันควัน "ใช่สิ ก็ตอนนี้มันมีแค่ว่านคนเดียวหนิคะที่มองเห็นพี่ แตะตัวพี่ได้น่ะ"“ใครว่า ต่อให้คนอื่นจะแตะ
“ตื่นเช้าจัง”คำทักทายที่มาพร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ ในทุกเช้าที่ลืมตาตื่น ส่งผลให้คนเพิ่งตื่นสะดุ้งน้อย ๆ ครั้นพอตั้งสติได้วรัชญาก็ลนลานดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมครึ่งใบหน้าด้านล่าง แม้มันจะไม่สามารถปกปิดพวงแก้มแดงระเรื่อได้มิด“เช้าแค่ไหนว่านก็ยังช้ากว่าพี่เลย์อยู่ดีเถอะ”ส่งเสียงประท้วงจากใต้ผ้าห่มแล้วกระถดกายออกให้ห่างจากใบหน้าทะเล้นที่วางคางเกยบนเตียงในขณะที่ลำตัวของเขานั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นห้อง พร้อมกันนั้นก็แอบเช็กลมหายใจของตัวเองอื้อหื้อ นึกว่ามีรถขยะเปียกมาคว่ำในปาก!คนมีกลิ่นปากในตอนเช้าเบ้หน้า ยิ่งสบสายตายิ้ม ๆ คล้ายรู้ทันของเขาเธอก็ยิ่งรู้สึกอยากร้องไห้ อุตส่าห์ตั้งใจจะรีบตื่นเพราะไม่อยากให้เขาได้เห็นเธอในสภาพหัวยุ่งเหยิง หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปรง แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทัน ตื่นมาทีไรได้เจอเขานั่งมองเธออยู่ก่อนตลอดเสียงหัวเราะทุ้มห้าวดังขึ้นในลำคอของวิญญาณหนุ่ม มือหนาวางทาบบนศีรษะที่โผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมาแล้วลูบเบา ๆ ทอดมองคนเขินจนหน้าแดงหูแดงด้วยแววตาเอ็นดูครู่หนึ่งก็ตัดใจผละจาก“พี่ปรับน้ำอุ่นไว้ให้แล้วนะ เช้านี้ทำไข่ตุ๋นแล้วกันเนอะ เดี๋ยวพี่ไปเตรียมของรอ”พูดจบวิญญาณหนุ่มก็เดินตรงไปยังโซน







