LOGINกฤษณ์ซัดหมัดเข้าใส่ คราวนี้เอเดรียนหลบเอง เพราะบอดี้การ์ดตัวแสบอยากเห็นการต่อสู้ชิงหญิงของเจ้านาย ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน ซันนี่ตั้งท่าคอยช่วยเสริมถ้าเจ้านายเพลี่ยงพล้ำ
คนเมาเหวี่ยงหมัดไม่เข้าเป้า และถูกสวนกลับกำปั้นทรงพลังกระแทกเข้าตรงระหว่างจมูกกับมุมปาก ร่างหนาถลาเข้าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แว่นสายตาหล่นพื้นห้องน้ำ กระจกเลนส์ร้าวหนึ่งข้าง
"หยุดนะเอเดรียน! "
โรสเข้าไปดึงเสื้อคนชกต่อยไว้ ก่อนที่จะมีหมัดที่สอง
"พี่กฤษณ์เป็นยังไงบ้างคะ"
มุมปากแดงช้ำเลือดจมูกไหลออกมา คนเจ็บพ่นลมหายใจทางปาก ใช้หลังมือปาดผ่านจมูกจนเลือดเลอะแก้ม โรสมองอย่างห่วงใย ทำหน้าหยีราวกับเจ็บไปกับชายหนุ่มด้วย รีบดึงกระดาษชำระในห้องน้ำซับเลือดให้เขา เอเดรียนไม่พอใจ แต่เขาข่มอารมณ์โกรธ เดี๋ยวค่อยจัดการเธอทีหลัง
"ไม่จริงใช่ไหมโรส บอกพี่ใหม่อีกที ว่าโรสแค่แกล้งยอมรับ เพราะอยากประชดพี่"
น้ำเสียงสั่นเครือ เจ็บปวดใจมากกว่าถูกชกมุมปากเป็นร้อยเท่าพันเท่า หญิงสาวนิ่งไปกว่าสิบวินาที จ้องหน้าอดีตคนรักอย่างชั่งใจก่อนยอมรับ
"จริงค่ะพี่กฤษณ์ แม้พี่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นมันก็เป็นไปแล้ว เหมือนที่โรสไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ทิ้งโรสไปแต่งงานกับคนอื่น แต่มันก็เป็นความจริง"
โรสหยิบแว่นตามาให้ดอกเตอร์หนุ่ม เขาคว้ามันทั้งน้ำตา ได้ยินคำยืนยันจากเธอก็พูดอะไรไม่ออก ความเจ็บช้ำในใจของเขาตอนนี้ เหมือนเธอเคยรู้สึกอย่างนั้นหรือ มันแสนทรมานที่รู้ว่าคนรักกลายเป็นของคนอื่น เจ็บจี๊ด เหมือนใจแตกร้าวเช่นเดียวกับแว่นตาในมือ
เสียงเอะอะด้านในทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัย และคนในงานเดินมาดูเหตุการณ์ ทิพย์อาภามาพร้อมกับเมริกาด้วย
"พี่กฤษณ์" / "เอเดรียน"
ทิพย์อาภาไม่กล้าเข้าใกล้สามี เพราะมีโรสเช็ดเลือดให้เขา ต่างกับเมริกาคว้าแขนเอเดรียนมากอดเอาไว้ หนุ่มลูกครึ่งแกะมือน้อยออกอย่างไม่ไยดี เพราะแววตาเขียวปั๊ดของโรสมองมาที่เขา
"ริก้า ผมบอกได้บอกไปแล้ว ว่าระหว่างเราจบตั้งแต่คืนก่อนแล้ว จากนี้โรสคือผู้หญิงของผม"
พูดแล้วก็คว้าข้อมือโรส พาก้าวเดินแหวกผู้คนที่มามุงดูออกไป
"คุณจะพาฉันไปไหน"
เอเดรียนไม่ตอบแต่ก้าวเท้าไว จนคนใส่ส้นสูงต้องร้องห้าม เพราะเกรงจะหกล้มบาดเจ็บ เมริกาก้าวตามสองหนุ่มสาว แต่ถูกซันนี่ขวางไว้
"อะไรกัน! เอเดรียน ไม่จริงใช่ไหม! เอเดรียน! "
ร้องตามเสียงดังด้วยอารมณ์โกรธ อยากกรีดร้องแต่ในนี้เต็มไปด้วยพนักงานที่มามุงดูต่างหันหน้าหากันซุบซิบวิจารณ์ มีคนหยิบมือถือกดบันทึกภาพเหตุการณ์ จำเป็นเหลือเกินที่เมริกาต้องรักษาภาพลักษณ์ ได้แต่เม้มปากระงับอาการสติแตก
"พี่กฤษณ์คะ กลับบ้านเถอะค่ะ"
อยากสัมผัสรอยเจ็บช้ำบนใบหน้า ดูว่าเขาเจ็บแค่ไหน แต่แค่เอื้อมมือไปก็เจอสายตาตวัดใส่
"ทิพย์กลับไปกับเพื่อนทิพย์เลย ไม่ต้องมายุ่งกับพี่"
"พี่กฤษณ์นี่ยังไงกัน ยัยโรสจนตรอกจนขายตัวให้เอเดรียนไปแล้ว เลิกพร่ำเพ้อกลับมาดูเมียตัวเองดีกว่ามั้ย"
จบประโยคเสียงซุบซิบอื้ออึงดังขึ้นอีก ทำให้เมริการู้ว่าเธอต้องปั่นกระแสข่าวฉาวให้โรสซะเลย เริ่มสะอื้นเบะปากสั่งน้ำตามารยาให้ไหลอาบแก้ม
"ฮือๆ ริก้าว่าจะอดทนให้ได้ แต่... มัน... อึก ทนไม่ไหว คนสมัยนี้ช่างหน้าด้านซะเหลือเกิน แฟนเขาผัวใครก็ไม่เว้น"
มีคนถ่ายคลิป ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบว่าเห็นอกเห็นใจ ก็ยิ่งเล่นใหญ่บีบน้ำตาไหลพราก
"ไปกันเถอะทิพย์ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว อึก ปะเพื่อน"
กฤษณ์พูดไม่ออก เขาเห็นคนรุมถ่ายคลิปเต็มไปหมด ตัวเองก็เป็นถึงลูกนักการเมืองมีชื่อเสียง ต้องระงับความโกรธให้ได้ แม้เวลานี้อยากหักคอเมริกาจนมือไม้สั่น
"เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าคลิปมีหลุดออกไป พวกคุณเตรียมหาทนายได้เลย"
น้ำเสียงวางอำนาจทำให้ทุกคนที่ยกมือถือขึ้นถ่าย ลดมือต่ำแล้วกดปิด แล้วแยกย้ายกันไป ถึงไม่ทำอาชีพทนายแต่เขาจบกฎหมายมา และที่ปรึกษาให้กับวิโรจน์เจ้าของบริษัทแห่งนี้ ใครกล้าลองดีก็คอยดู กฤษณ์ส่งแววตาอำมหิตใส่ทุกคนที่ถ่ายภาพ ก่อนเดินจากไปโดย ไม่พูดกับหญิงทั้งสอง
โรสนั่งบีบเคล้นเท้าไล่อาการปวดเมื่อย และเป็นการเบี่ยงความสนใจจากเขา หลังถูกลากขึ้นมาบนรถตู้คันหรู ห้องโดยสารกว้างขวาง มีเบาะนั่งสองคู่หันหน้าเข้าหากัน เธอเลือกนั่งตรงข้ามเขาที่เบาะท้ายระหว่างนั้นเอเดรียนหยิบมือถือขึ้นมากด พลันจอแอลอีดีขนาดใหญ่ก็เลื่อนขึ้นมาปิดกั้นคนขับ โรสมองตามอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่พอมองหน้าคนกดระบบ ก็ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ประกายวาววับแบบนั้น
หวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอบนรถนี่นะ สักพักที่นั่งของเธอกับเบาะคู่กัน ก็ปรับเอนลงอย่างช้าๆ โรสตกใจหันซ้ายขวา พลันไฟข้างในรถก็ดับ เหลือเพียงแสงสลัว และเธอถูกคนตัวใหญ่โถมเข้าทาบทับ
"เอเดรียน ไม่นะ! ฉันโกรธคุณอยู่ อื้อ"
ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง เอเดรียนบดเบียดจุมพิตเข้าที่ปากเล็กอย่างเร่าร้อน เชื้อเชิญให้ตอบสนอง เธอจะโกรธอะไรไม่สนทั้งนั้น จะพยศไม่ยอมเป็นผู้หญิงของเขา ไม่รับเงินหรือข้อเสนอใดก็ไม่สำคัญ เมื่อเธอเองก็ต้องการสัมผัสนี้ มันชัดเจนตั้งแต่ตอนจูบกันในห้องน้ำ หนุ่มหล่อจุมพิตจาบจ้วง ใช้มือหนึ่งข้างครอบร่างหญิงสาวไว้กับเบาะรถ ส่วนอีกมือลูบคลำต้นขา เข้าไปในกระโปรงบาน เขี่ยสะกิดกลีบกายผ่านผ้าแพรนาโนเนื้อนิ่ม จนซึมเปียก
"อ่ะ เอเดรียน อา"
เธอครางกับปากของเขา เพราะมือร้ายกาจนั้นแทรกเข้าไปสัมผัสกดปุ่มกระสัน สองนิ้วบดบีบขยี้รัวๆ อีกทั้งส่วนบนก็ถูกแหวกคอเสื้อ ใบหน้าหล่อซุกไซ้ซอกคอสลับซ้ายขวา จมูกโด่งสูดดมกลิ่นหอมที่โหยหา แล้วเคลื่อนปากมาครอบครองสองเต้า ขบกับจุกชมพูด้วยฟันเพราะมันเขี้ยว สลับกับดูดเขี่ยปลายลิ้นวน
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







