เข้าสู่ระบบท่ามกลางแสงไฟสลัวที่วูบวาบตามจังหวะบีทหนักๆ ในโซน VIP ร่างบางในชุดเดรสเกาะอกสีหวานโดดเด่น ชุดที่รัดร่วนเน้นส่วนเว้าโค้งของมนต์นภาตัดกับผิวขาวนวลที่ทอประกายออร่าภายใต้แสงไฟสลัว เธอไม่ได้สนใจสายตาหิวกระหายของผู้ชายรอบข้าง มือเรียวสวยยังคงคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นกระดกครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้ของเหลวรสร้อนแรงแผดเผาความเสียใจที่เกาะกินใจให้เจือจางลง
“เฮ้!!! ไอ้พีร์ทางนี้เพื่อน”
หัสวีร์ หนุ่มหล่อเจ้าของผับตะโกนเรียกฝ่าเสียงดนตรี เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของเพื่อนรักเดินเข้ามา พีรวิทย์ ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาดึงดูดสายตาสาวน้อยสาวใหญ่จนแทบจะเหลียวหลังมองกันทั้งแถว แต่สายตาคมกริบของเขากลับนิ่งสนิท จนกระทั่งหย่อนกายลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเพื่อนรัก สายตาของพีรวิทย์ปะทะเข้ากับร่างที่นั่งเอนกายอยู่มุมมืดของโซฟาโดยบังเอิญ
“เฮ้ยวีร์! วันนี้แกเรียกฉันมามีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าวะ?” พีรวิทย์เอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แต่ดวงตาจิ้งจอกของเขากลับจดจ้องไปยังสาวสวยที่นั่งดื่มอยู่ใกล้ๆ
เขารู้ทันทีว่านี่คือแผนการเดิมๆ ของเพื่อนรักที่มักจะหาสาวสวยมาเสนอ หรือท้าทายให้เขาเล่นเกมล่าแต้ม แต่ครั้งนี้ต่างออกไป... เพียงแค่เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดและท่าทางดื้อรั้นในการดื่มของเธอ หัวใจที่เคยนิ่งสงบของเขากลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“นั่นเพื่อนนีน่าเองค่ะ เธอกำลังอกหัก... ถ้าคุณพีร์อยากจะช่วยดามใจให้ ก็ลองเข้าไปคุยกับเธอสิคะ” นีน่า แฟนสาวของหัสวีร์เป็นคนตอบแทนด้วยรอยยิ้มอย่างรู้กัน
พีรวิทย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย สายตาเจ้าเล่ห์จดจ้องร่างบางในชุดแดงเพลิงนั้นไม่วางตา ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวเข้าไปหาเหยื่อสาวที่กำลังตกอยู่ในห้วงความเมามาย
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นวิสกี้จากตัวเธอโชยมาปะทะจมูก พีรวิทย์โน้มตัวลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากผิวเนื้อขาวผ่อง มนต์นภาเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาฉ่ำปรือ ความโศกเศร้าในแววตาของเธอถูกฉาบไว้ด้วยความท้าทายชั่ววูบ
“อกหักเรื่องเล็ก” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหูจนคนฟังขนลุกซู่
“แต่ถ้าอยากลืมเรื่องเศร้า... ผมมีวิธีที่ดีกว่าการนั่งดื่มคนเดียวแบบแบบนั้น”
มนต์นภาไม่ได้ผลักไส เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลจากชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความร้อนแรงจากสายตาของเขาดูจะแผดเผายิ่งกว่าวิสกี้ในมือเสียอีก และในวินาทีนั้นเองที่ความเศร้าถูกแทนที่ด้วยความต้องการประชดโชคชะตา นำพาไปสู่จุดเริ่มต้นของค่ำคืนที่เธอไม่มีวันลืม
“นั่งดื่มคนเดียวไม่เหงาแย่เหรอครับ?” น้ำหนักเสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ข้างหูทำให้มนต์นภาต้องปรือตาขึ้นมอง ใบหน้าคมสันที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรเดินดินปรากฏแก่สายตา ทว่าในวินาทีที่หัวใจบอบช้ำพังทลาย สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกคือความรำคาญใจ หญิงสาวนิ่งเงียบ แววตาว่างเปล่ามองผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ
“ผมขอนั่งด้วยคนนะครับ” ชายหนุ่มผู้เจนสนามอย่างพีรวิทย์ไม่รอคำอนุญาต เขาทรุดกายลงนั่งเคียงข้างบนโซฟาหนานุ่ม เสน่ห์ที่แสนเย้ายวนของเขาเริ่มแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของเธอ
“ผมพีร์ครับ”
ความเงียบยังคงเป็นคำตอบเดียวที่เขาได้รับ พีรวิทย์ยกยิ้มพึงพอใจในความเย่อหยิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติของเธอ เขามองสำรวจเสี้ยวหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก่อนจะโยนหินถามทางด้วยประโยคแทงใจดำ
“คุณดื่มเยอะซะขนาดนี้... กลุ้มใจเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ? ถ้าคุณจะดื่มให้เมาเพื่อลืมแฟนเก่าละก็ ผมบอกเลยครับ... คุณคิดผิดแล้ว”
“ถ้าคุณจะมาพล่ามให้ฉันฟังละก็ เชิญค่ะ! ดิฉันดื่มเองได้” มนต์นภาแหวขึ้นมาทันที ดวงตาคู่งามตวัดมองเขาด้วยความไม่พอใจ แต่นั่นกลับทำให้พีรวิทย์เห็นประกายไฟในดวงตาเธอที่น่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม
“เปล่าครับ ผมอยากจะเลี้ยงเหล้าคุณต่างหาก” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสั่งวิสกี้มาเพิ่ม พีรวิทย์ยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของเธอเบาๆ เสียงคริสตัลกระทบกันเบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ
“ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”
“ชื่อมนต์ค่ะ...” หญิงสาวตอบเสียงแผ่ว ความร้อนแรงของเหล้าประกอบกับความเหงาที่เกาะกินใจทำให้เธอเริ่มเปิดใจรับชายแปลกหน้าคนนี้เข้ามาในวงสนทนา พีรวิทย์ใช้ทักษะการพูดล่อหลอกให้เธอผ่อนคลาย จนกระทั่งเขาเห็นสบโอกาสเมื่อหัสวีร์ลุกไปทางห้องน้ำ เขาจึงขอตัวเดินตามไปทันที
“ถ้าสนใจเธอก็ลองดูสักคืนสิ แค่เล่นๆ ก็ได้นะเพื่อน” หัสวีร์เอ่ยกระเซ้าขณะยืนอยู่ที่อ่างล้างหน้า เขารู้นิสัยเพื่อนรักดีว่าถ้ามองขนาดนี้ คงไม่จบแค่การนั่งคุย
“ก็ดีเหมือนกันนะ” พีรวิทย์พึมพำ มุมปากหยักลึกยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ในหัวของเขาตีตรามนต์นภาไปแล้วว่าเป็นเพียงผู้หญิงใจแตกที่ประชดรักด้วยการมอมเหล้าตัวเอง ซึ่งนั่นก็เข้าทางเขาพอดี
“สวยดีว่ะ... แต่กินเหล้ายังกับน้ำ สงสัยคืนนี้คงได้แค่พาไปนอน”
“เฮ้ย! ชอบก็จัดสิวะ ทำไมต้องรอด้วยล่ะ”
“ฉันไม่ใช่แกนะโว้ยไอ้วีร์” พีรวิทย์สวนกลับพลางขยับปกเสื้อให้เข้าที่ แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่เขาก็ไม่เคยต้องบังคับใคร เพราะลำพังเพียงสายตาและสัมผัสปลายนิ้ว ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็พร้อมจะโอนอ่อนตามเขาไปถึงเตียง
เมื่อกลับมาที่โต๊ะ พีรวิทย์ก็สวมบทสุภาพบุรุษผู้แสนดีแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศ เขาชวนเธอดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า มือหนาเริ่มขยับเข้าไปวางบนพนักโซฟาเบื้องหลังเธอ สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผ่นหลังเนียนที่โผล่พ้นเกาะอกสีชมพูหวาน มนต์นภาที่กำลังล่องลอยอยู่บนวิมานน้ำเมาเริ่มพิงกายเข้าหาอกแกร่งอย่างไม่รู้ตัว
“เมาแล้วเหรอครับคุณมนต์...” เสียงทุ้มกระซิบชิดขมับ พร้อมกับริมฝีปากที่เฉียดใบหูเธอไปเพียงนิดเดียว
ในค่ำคืนที่ความเศร้าครอบงำ ความเร่าร้อนของชายแปลกหน้ากลับเป็นเหมือนยาแก้ปวดชั้นดีที่เธอกำลังโหยหา
พีรวิทย์ก้าวขึ้นจากอ่างอาบน้ำอย่างสง่างามหยาดน้ำเกาะพราวตามแผงอกกำยำ เขาเดินตรงเข้าไปหาภรรยาสาวก่อนจะวาดแขนโอบรัดเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกับกายผู้เป็นสามีร่งที่ยังคงร้อนผ่าว“ไปนั่งที่ขอบอ่างดีกว่าครับ เดี๋ยวพี่สระผมให้เอง”“สัญญานะคะว่าจะสระผมอย่างเดียว... จะไม่ทำอะไรมนต์ในห้องน้ำ” หญิงสาวเอ่ยดักคอพร้อมช้อนสายตาอ้อนวอน พีรวิทย์คลี่ยิ้มเอ็นดูพร้อมก้มลงจุมพิตหน้าผากมนเป็นการยืนยัน“สัญญาครับ”เมื่อจัดการชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้าน พีรวิทย์ก็อุ้มร่างนุ่มนิ่มมาวางลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ เขาหยิบไดร์เป่าผมมาบรรจงเป่าให้เธออย่างใจเย็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูผสมกับกลิ่นกายสาวทำเอาชายหนุ่มแทบเคลิ้ม“ถ้าผมยังไม่แห้งสนิทก็ห้ามนอนเด็ดขาดนะ เดี๋ยวที่นอนจะเปียกชื้นเอาได้”“แน่ะ! จะเอาคืนใช่ไหมคะ” มนต์นภาหันมาเลิกคิ้วถามอย่างรู้ทัน“เปล้า!!...” เขาตอบเสียงสูงพลางทำหน้าซื่อ“จริงเหร่ออออ!!...” หญิงสาวลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ“อื้อ... ก็คืนแรกที่เรานอนด้วยกัน มนต์ก็พูดกับพี่แบบนี้”“พี่รู้นะว่าตอนนั้นมนต์น่ะเป็นห่วงพี่ กลัวพี่จะเป็นหวัด”“เปล่าซะหน่อย มนต์กลัวหมอนเปียกต่างหากล่ะ” เธอเชิดหน้าตอบอย่า
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสะท้อนผนังห้องเช่าคับแคบ ผสานกับเสียงครวญครางที่แทบไม่เป็นภาษา พริมโรสถูกจองจำอยู่กลางสมรภูมิสวาทที่ร้อนแรงและป่าเถื่อนที่สุดในชีวิต กิตที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังอาศัยจังหวะที่เธออ้าปากครางกระเส่า ดันแท่งเนื้อร้อนผ่าวโถมเข้าสู่ช่องทางรักที่บอบบางอย่างหนักหน่วงในคราเดียว“โอ๊ยยย! พี่... เจ็บ! มันเข้าได้ยังไง... โอ้ยยย! อื๊ออออ!”หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนหน้าหงายส่ายไปมาด้วยความทรมานปนเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นสะท้านราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อความแข็งแกร่งมหาศาลจากชายสองคนสอดประสานเข้าหากันภายในร่างกายของเธอพร้อมกันจนอัดแน่นไปทุกอณูกิตใช้มือหนาขยุ้มเข้าที่กลุ่มผมสลวย กระชากร่างบางให้แอ่นรับแรงกระแทกจากด้านหลังอย่างดุดัน ในขณะที่ชัยซึ่งยืนค้ำอยู่ด้านหน้าก็โถมกายสวนกลับเข้ามาอย่างไม่ลดละ ทุกจังหวะที่พวกเขาสอดประสาน พริมโรสรู้สึกเหมือนร่างกายถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ ความรู้สึกคับแน่นจนแทบฉีกขาดในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความกระสันอยากที่รุนแรงอย่างไม่อาจต้านทาน“อาาา!!!...อร๊ายยย!”พริมโรสจำใจยอมรับพายุสวาทที่โหมกระหน่ำจากทั้งสองทางอย่างลืมอาย ผิวขาวเนียนละเอียดอาบไปด้วยห
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูยามค่ำคืนทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับกลองรบ ภายในห้องเช่าแคบๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและควันบุหรี่จางๆ หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง “หวังว่าคงไม่ใช่ตำรวจนะ” มือเรียวผลักประตูออกเพียงน้อยนิด แต่แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง“พี่กิต! พี่ชัย!!!...” พริมโรสพึมพำเสียงสั่น ภาพตรงหน้าคือชายฉกรรจ์ร่างกำยำสองคนที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่นเปรอะเปื้อนฝุ่นและหยาดเหงื่อ กลิ่นกายที่โชกไปด้วยเหงื่อปะทะเข้าจมูกเธออย่างจัง“เปิดประตูให้สิโรส! จะยืนเซ่ออยู่ทำไม เดี๋ยวตำรวจก็ได้แห่มาลากคอหรอก!” กิตพี่คนโตสบถด้วยความโมโหพลางใช้ร่างดันประตูแล้วแทรกกายเข้ามา ตามด้วยชัยที่หอบหายใจอย่างหนักจนต้องทรุดลงนั่งกับ“พวกพี่หนีตำรวจมาเหรอ” “ก็ใช่น่ะสิ” “เอาค่าจ้างที่เหลือมา” น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความอาฆาต “ค่าจ้างอะไร พวกพี่ทำงานไม่สำเร็จนะ” พริมโรสแย้ง ชัยเงยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น นัยน์ตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ค้างคาจากการหนีตาย“พวกพี่เกือบโดนเป่าหัวกระจุย! แต่เธอกลับหนีเอาตัวรอดคนเดียว แถมเงินก็ไม่จ่าย มันจะไม่เอาเปรียบกันหน่อยเหรอ” กิตก
พีรวิทย์โน้มกายลงทาบทับร่างอวบอิ่มของแฟนสาว ความปรารถนาที่กักขังไว้ภายในจวนจะระเบิดออกมาผ่านสายตาคมที่เต็มไปด้วยเพลิงราคะอันเร่าร้อน เขาจ้องมองใบหน้าหวานราวกับจะกลืนกินมนต์นภาเข้าไปทั้งตัว“เรามาซ้อมเข้าห้องหอกันมั้ยที่รัก... ” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด“มนต์ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะ... อย่ามาหลอกกันซะให้ยากเลย”“งั้นพี่บอกตรงๆ เลยก็ได้... คืนนี้พี่อดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอพี่สักครั้งเถอะนะ” เขาขยับกายเข้าหาจนสัมผัสได้ถึงไอออนร้อนระอุ มือน้อยที่ไร้เรี่ยวแรงพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันกลับเหมือนการเชื้อเชิญ เมื่อผิวเนื้อที่บดเบียดกันทำให้เธอกลับเป็นฝ่ายสั่นสะท้านเสียเอง พีรวิทย์ซุกไซ้จมูกโด่งลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมหวานยิ่งกว่ามวลบุปผชาติ“มนต์จ๋า... พี่ขอนะที่รัก น้องชายของพี่มันปวดไปหมดแล้ว”“พี่พีร์!!!!... แต่มนต์เพิ่งโดนต่อยท้องมานะคะ พี่ยังจะทำเรื่องอย่างว่ากับมนต์อีกแล้วเหรอ” เธอประท้วงเสียงแผ่ว พยายามยกความเจ็บป่วยมาอ้าง“มนต์ยังเจ็บอยู่เหรอ งั้นเดี๋ยวไปเอายามาทายาให้นะ” พีรวิทย์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นห่วงใย ก่อนจะลุกไปหยิบยาแก้ฟกช้ำ“ไหน....ให้พี่ดูหน
“มนต์ชอบที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ” พีรวิทย์เอ่ยถามพลางโอบร่างบางเข้าหาอ้อมอกกว้าง ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าชุดนอนเบาบางอย่างแสนรัก“ชอบสิคะ... แต่ชอบเจ้าของห้องมากกว่า” มนต์นภาช้อนสายตาขึ้นมองพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เลียนแบบมาจากคนตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน“อืม... พูดแบบนี้สงสัยพี่ต้องให้รางวัลสักหน่อยแล้ว” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะประทับจูบ ทว่าหญิงสาวกลับเบี่ยงหลบพร้อมทำท่าหาววอด“มนต์ยังไม่รับตอนนี้ได้ไหมคะ ขอนอนก่อน... ง้วงง่วง!!!”“จะรีบง่วงไปไหน... หืม?” พีรวิทย์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะหยิบรีโมตยื่นให้เธอ “ดูหนังกับพี่ก่อนไหม มนต์เลือกเลยว่าอยากดูเรื่องอะไร”หญิงสาวกดรีโมตไปที่ช่องภาพยนตร์รักโรแมนติก พีรวิทย์แสร้งทำเป็นเอนศีรษะลงบนบ่าเล็ก มือน้อยๆ ช่วยจัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้นจนเธอนึกขำในใจว่าคนชวนดูหนังกลับมาชิงหลับเสียเอง ภาพยนต์ดำเนินไปท่ามกลางความเงียบ ทว่าจังหวะที่หนังถึงฉากตื่นเต้น มนต์นภาก็อุทานลั่นด้วยความตกใจ“ว้าย!” ร่างหนาที่แกล้งหลับรวบกอดเธอไว้ในทันที แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมา “ตกใจเหรอที่รัก”“คนเจ้าเล่ห์! ปล่อยมนต์
บรรยากาศภายในบ้านของมนต์นภาเต็มไปด้วยความห่วงใย หลังจากที่คุณเพ็ญศรีได้รับฟังเรื่องราวอันตรายที่ลูกสาวเพิ่งเผชิญมา หัวใจของผู้เป็นแม่ก็สั่นระรัวด้วยความตระหนก เธอจ้องมองรอยฟกช้ำเล็กน้อยบนตัวลูกสาวด้วยความสงสาร ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง“คืนนี้มนต์ไปนอนบ้านพี่พีร์เลยก็ได้นะลูก แม่เป็นห่วง... พรุ่งนี้จะขับรถไปทำงานคนเดียวแม่คงไม่สบายใจ” คุณเพ็ญศรีเอ่ยปากอนุญาตด้วยความเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตลูกสาวเธอไว้“ดีเลยครับคุณน้า ผมเองก็เป็นห่วงมนต์จนแทบไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนกัน” พีรวิทย์รีบรับคำพลางฉีกยิ้มกว้าง แววตาคมกริบทอประกายวาววับขณะหันไปมองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆมนต์นภาหันมาค้อนขวับให้ชายหนุ่มทันที เธอรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าแสนดีที่แสดงต่อหน้าแม่เธอนั้น พีรวิทย์กำลังวางแผนรุกเธออย่างไรบ้างในค่ำคืนนี้ “น้าต้องขอบคุณที่พีร์ช่วยลูกสาวน้าไว้ได้ทันเวลาพอดี” คุณเพ็ญศรีกล่าวด้วยความซาบซึ้ง เธออาบน้ำร้อนมาก่อนทำไมจะดูไม่ออกว่าสายตาที่พีรวิทย์ใช้มองลูกสาวเธอนั้นมันเต็มไปด้วยความรักและเทิดทูนเพียงใดหลังมื้อค่ำจบลงระหว่างที่มนต์นภาเลี่ยงขึ้นไปจัดกระเป๋าด้านบน พีรวิทย์ก







