Mag-log in“ถ้าพี่ศินรู้ พี่ศินคงเสียใจ อาไม่คิดเลยว่าพอสิ้นพี่ศินแล้วพะวาจะใจแตก”
สรชัชไม่สนใจในความต้องการของหลาน ริมฝีปากปล่อยวาจาตามความคิดออกไป หมายจะให้กระเด็นกระดอนไปถูกใจดวงบาง กลับไม่ได้ผลเมื่อพะวาเดินหนีเข้าห้องน้ำไปเสียแล้วสรชัชหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันตา เกิดอาการงุ่นง่านในสิ่งที่หลานทำ
พะวาล็อกประตูห้องน้ำอย่างแน่นหนา สายตามองสอดส่องไปรอบๆ เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย
หลังจากนั้นถึงยื่นมือไปเปิดก๊อกฝักบัวให้สายน้ำรินไหล ความเย็นช่วยให้กายรู้สึกสบาย
สิบนาทีต่อมาผ้าขนหนูนุ่มๆ ก็เช็ดไปทั่วร่างนวลสวย ชุดนอนลายผลส้มถูกสวมใส่หลังจากนั้น ทันทีที่เท้าก้าวพ้นห้องน้ำมา พะวาก็ได้พบกับคนหนึ่ง
หัวคิ้วเหนือดวงตากลมโตเลิกขึ้นและมองตรงไปยังเขา
“ฉันหิวน้ำ” เจ้าของเสียงทุ้มบอกไขความสงสัยของหญิงสาว มือยกน้ำขวดหนึ่งที่หยิบจากตู้เย็นขึ้น
“ขวดนี้คงไม่มีเจ้าของหวง”“น้ำพะวาเป็นคนซื้อ กินได้เลยค่ะ”
พะวาคลี่ยิ้มไปประกอบด้วย เห็นคิระยกน้ำขวดนั้นขึ้นดื่ม ไม่วายมองหาอีกคนที่เคยยืนอยู่แถวนี้ด้วย ก่อนได้คำตอบว่าอีกฝ่ายกลับเข้าห้องนอนที่อยู่ขวาสุดไปแล้ว หลังความพยายามไม่ประสบผลสำเร็จ
“เดี๋ยวพะวาขอไปปิดบ้านแป๊บนะคะ”
เท้าเรียวเล็กก้าวไวๆ ไปปิดประตูหน้าบ้าน และวนไปดูด้านหลังบ้านด้วย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เราขึ้นห้องกันเถอะค่ะ”
สิ้นวาจาพะวาเป็นฝ่ายเดินนำหน้าคิระขึ้นห้อง นาทีนั้นจังหวะการเต้นของหัวใจก็กลับมาโครมครามบ่งบอกถึงอาการหวั่นประหม่าและตื่นเต้นหางตาเหลือบมองชายด้านหลังอยู่เป็นระยะ พอเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้วเรียวปากอิ่มขบเม้มแน่น เริ่มทำตัวไม่ถูก ฝ่ายคิระเดินต่อไปหยุดพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างไม้ ผ้าม่านปลิวขึ้นเล็กน้อยตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามา ทำให้รู้สึกสบาย และเขาชอบบรรยากาศแบบนี้
ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผม ผมที่ถูกจัดเป็นทรงจึงยุ่งเล็กน้อย ตามมาด้วยการถอดแว่นแล้วนำไปถือไว้ สายตาเคลื่อนย้ายไปมองเจ้าของบ้าน
“ชุดนอนน่ารักดี”
“พะวาก็ว่ามันน่ารักค่ะ”
ม่านตาของพะวาขยายหลังได้รับคำชม ดวงหน้าก้มลงมองชุดนอนของตัวเองแล้วอมยิ้มจากนั้นความเงียบก็กลืนกินไปทั่วห้อง เพราะคิระทำแค่มองตาคนที่กำลังตื่นเต้น พะวาทำตัวไม่ถูก วางมือไม้สะเปะสะปะ เธอควรทำอย่างไรดี รู้สึกเก้ๆ กังๆ ไปหมด ก่อนจะได้คำตอบ
“เราเริ่มเด็ดกันเลยไหมคะ” ถ้าไม่เริ่มก็คงเอาแต่ตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก
คิระกลั้วยิ้มราวกับเขาตลกในวาจาที่พ้นปากนุ่ม แล้วโคลงศีรษะลงเป็นการตอบตกลง มีสายตากลมโตจดจ้องอยู่ตลอด
ลำตัวแกร่งหยัดขึ้นเต็มความสูง มือยื่นไปปิดหน้าต่าง แล้วก้าวเท้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้หญิงรูปร่างเล็ก
“พะวาไม่เคยนะคะ แต่พะวาอยากเคยค่ะ” ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่ม พะวาคิดว่าคิระสมควรได้รู้ สีหน้าแสดงถึงความจริงจังกับคำยืนยันของตัวเอง
“เคยไม่เคยไม่ใช่ปัญหา มันอยู่ที่ความเต็มใจ”
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนสองคนและข้อตกลงที่เกิดขึ้น คิระก้มหน้าไปสบตากลมใสที่เป็นประกาย
พะวาสูดอากาศลึกสุดปอดรวบรวมความกล้า เห็นดวงตาคมกล้าเลื่อนมาใกล้ ชั่วอึดใจฝ่ามือใหญ่ก็เลื่อนมารวบเอวคอดให้ลำตัวขยับไปใกล้ชิดกับหน้าท้องแข็งแกร่ง
แม้ยังไม่เห็นเธอก็มั่นใจได้เลยว่าร่างกายของคิระต้องสมบูรณ์แบบและคงเย้ายวนสายตาไม่น้อย ช่องท้องแขม่วเกร็งโดยทันทีกับความรู้สึกที่กำลังตีวนขึ้นมา
พะวาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่ผุดขึ้นจากลำตัว พริบตาต่อมาร่างของเธอก็ถูกอุ้มขึ้น จึงต้องใช้สองแขนคล้องลำคอแกร่งเอาไว้
“ครั้งแรกของพะวาควรเริ่มที่เตียง” น้ำเสียงบอกนุ่มๆ หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วย
ศีรษะเล็กถูกวางลงบนหมอนใบนุ่ม หัวใจดวงน้อยยิ่งเต้นไว แล้วร่างกำยำก็คร่อมทับเธอไว้อยู่ตรงช่วงสะโพก มือค้ำอยู่ระหว่างหัวไหล่ซ้ายขวา
คิระใช้สายตากวาดมองไปทั่วร่างนุ่มเล็กที่เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ และเป็นอีกครั้งที่เขากลั้วยิ้มเพราะเห็นหญิงสาวหอบถี่ลึกด้วยความตื่นเต้น
เจ้าของร่างบางพยายามกลืนน้ำลายก้อนหนืดลงคอ ตื่นเต้นจนไม่รู้ว่าเธอสมควรจะหายใจอย่างไรดี กลิ่นบุรุษเพศจากเรือนกายกำยำนั้นกำลังกระตุ้นหัวใจให้ยิ่งทำงาน ยิ่งตอนทิ้งน้ำหนักลงบนสะโพกเล็ก ยิ่งทำให้คนไร้ประสบการณ์กลั้นหายใจไปเลยคิระยิ้มเอ็นดูก่อนจะขยับเอวแกร่งเบาๆ ความร้อนจึงแผ่กระจาย ขณะดวงตาเฝ้ามองคนที่กำลังขบปากแน่น และเมื่อความเร็วเริ่มเพิ่มขึ้น เธอก็ต้องเปิดปากเพราะมีบางความรู้สึกก่อเกิด
ความรู้สึกที่เหมือนกับหิวกระหายในสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัส ทั้งที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทุกชิ้นเธอกลับรู้สึกเจียนจะบ้า แล้วก็มีอีกหนึ่งความรู้สึกเกิดขึ้นมา
“จูบพะวาได้ไหมคะ”
จู่ๆ เธอก็อยากให้เขาจูบ
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”







