Home / โรแมนติก / คุณคี / บทที่ 1 กฎของคี

Share

บทที่ 1 กฎของคี

last update publish date: 2026-08-30 20:51:59

บทที่ 1 กฎของคี

          สองเดือนผ่านมาแล้วที่สองแขนอุ่นๆ ได้จางหายไป ความเศร้า ความเสียใจวิ่งพล่านไปทั่ว รวมถึงก้อนเนื้อเล็กๆ ที่เต้นไหวก็ห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งอัดแก๊สที่หดลีบ แต่ในวันนี้สิ่งที่ตัดสินใจทำ ทำให้มีอาการกลับมาเต้นไวราวกับจะกระดอนหลุดออกมา

          ประกอบกับเสียงเพลง EDM ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินตามผู้ชายคนหนึ่ง สองเท้ารีบก้าวไปให้ทัน แล้วไปหยุดเท้าขวางหน้าเขา

          การถูกหยุดการก้าวเท้านั้นทำให้เจ้าของกรอบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมอง พะวาไม่รอช้าปล่อยเสียงออกไปสู้กับจังหวะของเสียงเพลง

          “พะวาอยากเป็นเด็กคุณคีค่ะ”

          คำที่โพล่งบอกทำให้เธอดูบ้าบิ่นไม่น้อย ทว่ามันถูกไตร่ตรองมาหลายวันแล้ว

          “ใครๆ เรียกฉันว่าเฮีย”

          คีหรือว่าคิระที่ได้ฟังประโยคนั้นดูไม่ได้ตกใจ คงเพราะเขาเจอกับเรื่องพวกนี้เป็นประจำ แตกต่างไปก็ตรงสรรพนามที่หญิงสาวตรงหน้าเรียกขานเขา

          “ค่ะ พะวารู้”     

          เธอรู้ว่าใครๆ ต่างเรียกเขาว่าเฮียคี ดวงหน้ายังจดจ้องมองหนุ่มฮอตสวมแว่นที่ดูเข้ากับเขาเป็นอย่างมาก ใจจดจ่อรอรับคำตอบที่จะหลุดพ้นริมฝีปากหนา

          อากัปกิริยาของคิระยังนิ่งสงบท่ามกลางเสียงดัง สายตารอคำตอบ และการเดินไปมาของนักเที่ยว พะวาลุ้นเสียยิ่งกว่าตอนลุ้นผลการสมัครงาน กระทั่งได้ยินคำถาม

          “รู้กฎของฉันไหมพะวา”

          “พะวาอาจจะพอรู้ค่ะ”

          “ฉันไม่ชอบคำว่าอาจจะ ฟังดูเหมือนรู้ แต่ไม่รู้” เสียงทุ้มๆ นั่นไม่ได้ตำหนิ แต่บอกว่าหญิงสาวสมควรจะรู้กฎของเขาให้ชัดเจน

          พะวาส่งยิ้มแห้งๆ โต้กลับ แล้วตั้งใจฟังกฎ

          “กฎการมีเซ็กซ์กับฉัน คือแตะต้องได้ทุกส่วนบนร่างกาย ยกเว้นหัวใจ” ท่าทางของคิระสบายๆ แต่น้ำเสียงจริงจัง กฎของเขาทำตามได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าหญิงสาวตรงหน้าเลือกจะทำหรือไม่ เว้นเวลาไว้ราวสองนาทีแล้วปล่อยไปอีกประโยค            

          “หากพะวาตกลง เราก็เอากันได้ทุกที่ตามใจพะวา”

          พะวาร้องอ้อกับกฎของเขา ก็ดูไม่ได้ยากเย็นอะไร ห้ามแตะต้องหัวใจ คิดว่าคงทำได้อย่างไม่มีปัญหา ปากนั้นปล่อยคำถามไปอีก

          “พะวาเอาคุณคีหนึ่งปีได้ไหม...”

          “หนึ่งปี?”

          คิระถึงกับทวนคำ มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีดำขลับ เพราะค่อนข้างประหลาดใจในการมีระยะเวลากำหนด แล้วยังจดจ้องอยู่       

          ไม่นานก็ราวกับได้พบความเศร้าที่เจือจาง รวมถึงความต้องการบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้

          พะวาพยักหน้า เธอต้องการเขาหนึ่งปี ก่อนจะได้ยินคำสวนมาทำให้ยิ้มแห้งสวนกลับ

          “ลองก่อนไหม เผื่อไม่ติดใจ”

          “ละ...ลองก่อนก็ได้ค่ะ” พะวาตกลง แม้ว่าจะไม่ถูกใจอย่างไรเธอก็เลือกเขา

          “ที่นี่หรือที่ไหน” หลังจากได้รับการตกลง คิระก็ปล่อยคำถามไปบ้าง

          “ที่นี่ได้หรือคะ”  

          คำว่าที่นี่ทำให้พะวาตาโต ในผับของเขาน่ะหรือ ตรงไหนกันล่ะ สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องน้ำอย่างนั้นหรือ หรือจะเป็นตามมุมมืด หรือเขามีมุมลับ

          “ทุกที่” คิระย้ำในคำที่เขาเอ่ยไปเมื่อครู่ก่อน

          “พะวาขอเลือกได้ไหมคะ” พะวาโยนคำถามกลับไปอีก

          หนนี้คิระแค่มองนิ่งๆ ไม่อยากพูดซ้ำอีก

          พะวาตีความความเงียบได้ว่า ทุกที่ตามที่เธอต้องการ จึงยื่นมือไปคว้าข้อมือใหญ่มากุมไว้แล้วเดินนำพาเขาออกจากผับ

          พอพ้นจากสถานที่ที่มีเสียงดังครึกโครมก็รู้สึกโล่งหู ก่อนจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแล่นโลดโครมครามจนน่ารำคาญ ชั่วครู่บนใบหน้าก็มียิ้มผุดขึ้น

          เพราะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ท่ามกลางเสียงดังเธอกับเขาจะพูดคุยข้อตกลงกันอย่างเข้าใจ แต่เวลานี้กลับมารู้สึกหงุดหงิดกับการตื่นเต้นของเจ้าหัวใจ

          คิระยังนิ่ง แม้จะถูกพาออกจากสถานที่ของเขา อยากรู้เหมือนกันว่า ผู้หญิงคนนี้จะพาเขาไปสถานที่ใด... แต่หลังจากเห็นอีกฝ่ายมองหารถแท็กซี่จึงเอ่ยปาก

          “ฉันมีรถ”

          “งั้นเราไปรถคุณคีก็ได้ค่ะ”

          คิระรู้สึกไม่คุ้นหูในสรรพนามที่หญิงสาวเรียก แต่ไม่คิดขัดอีก ทว่ายิ่งอยากรู้ว่าทำไม ก่อนจะเป็นฝ่ายกุมมือนุ่มพาไปยังรถเอสยูวีของตนเอง

          “ตรงออกไปก่อนค่ะ เดี๋ยวพะวาจะคอยบอกทาง” เมื่อก้นกลมกลึงนั่งบนเบาะหนังอย่างดี พะวาก็เอ่ยบอก นิ้วชี้บอกทาง

          คิระขับรถมุ่งออกห่างจากผับ รถเคลื่อนตัวไปได้ช้า เพราะช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ผู้คนออกท่องราตรี ส่วนพะวากำลังพยายามเก็บซ่อนอาการมือสั่นที่เป็นอยู่

          รถเอสยูวีที่ราคาเฉียดห้าล้านบาทยังแล่นไปตามถนน จนเลี้ยวเข้าไปในซอยหนึ่งแล้วจอดสนิทยังหน้าบ้านไม้ขนาดสองชั้น

          “บ้านพะวาเองค่ะ” พะวาลากสายตาจากบ้านไปมองคิระ ก่อนทั้งเธอและเขาจะเคลื่อนย้ายลงจากรถมาหยุดอยู่ด้านหน้าบ้านที่มีต้นไม้ขึ้นโดยรอบ และมีลานกว้างๆ เอาไว้ทำกิจกรรมครอบครัว

          “อยู่คนเดียว”

          คิระทอดตามองบ้านที่มีความร่มรื่น แม้จะเก่า แต่ยังมีความน่าอยู่ให้ได้สัมผัสถึง

          “ไม่ค่ะ มีอีกคนอยู่ด้วย” พะวาเอ่ยบอก ไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าบ้าน ประตูก็ถูกเปิดออก

          “นี่อาสร อาของพะวาค่ะ” พะวาแนะนำให้คิระได้รู้จักกับผู้อาศัยภายในบ้าน

          “ใครกันพะวา” คนเป็นอาอย่างสรชัชเอ่ยถามทันที หลังเห็นว่าด้านหลังของหลานสาวมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ คำตอบที่ได้กลับเป็นความเงียบ

          อาการเดือดเนื้อร้อนใจจึงเริ่มผุดขึ้น สายตามองไปยังชายแปลกหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ

          “อากำลังจะออกไปทำงาน อาแนะนำให้รีบคุยรีบพาเขากลับ” คำพูดของสรชัชชัดเจน แต่คำที่สวนกลับมาทำให้สีหน้าเคร่งเครียด ไม่พึงพอใจ

          “คุณอาไปทำงานเถอะค่ะ คุณคีจะอยู่กับพะวาจนถึงเช้าค่ะ” พะวาเอ่ยบอกอย่างชัดเจนเช่นกัน ก่อนหันหลังไปมองคิระ นิ้วชี้ไปยังห้องด้านบนชั้นสอง     

          “ข้างบนนั่นห้องของพะวาค่ะ” คิระพยักหน้ารับ ก่อนเจ้าของบ้านจะเริ่มขยับเท้าพาเขาไปยังห้องนอน จังหวะนั้นเสียงของสรชัชก็ดังแทรกขึ้น

          “อาจะโทร.ไปลางาน”

          พะวาแค่กดหน้ารับ แล้วเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ

          ประตูห้องนอนถูกผลักให้เปิดกว้าง ภายในห้องไม่เล็ก แต่ก็ไม่ได้กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่พอเหมาะสำหรับการอยู่คนเดียวอย่างพะวา และเป็นห้องที่เธอโตมา

          สิ่งที่พะวาทำเป็นอย่างแรกหลังปิดประตูเพิ่มความเป็นส่วนตัว คือตรงไปเปิดพัดลมกับหน้าต่างให้ความเย็นพัดวนไปทั่วห้อง เกรงว่าจะทำให้คิระร้อน

          หางตาเห็นว่าเขาเดินตรงไปยังเตียงนอนที่ทำจากไม้ของเธอ ก้นหย่อนลงนั่งบนฟูก แล้วกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมทั้งพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก

          ส่วนตัวเธอวางกระเป๋าสะพายลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ลากสายตามองไปรอบๆ ห้องหนึ่งหน ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูสีเทามาไว้ในมือ

          “พะวาขอลงไปอาบน้ำสักแป๊บ เดี๋ยวขึ้นมาค่ะ”

          คิระพยักหน้า พะวาจึงก้าวเท้าออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง

          “พะวา”

          แค่ปลายเท้าแตะพื้น เสียงของสรชัชก็เอ่ยขึ้น

          “ถ้าคุณอามีธุระ เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้นะคะ” พะวาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นจึงเอ่ยบอกอย่างตัดบท

          “ถ้าพี่ศินรู้ พี่ศินคงเสียใจ อาไม่คิดเลยว่าพอสิ้นพี่ศินแล้วพะวาจะใจแตก”   

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (04)

    ส่วนคิระตรงดิ่งไปยังร้าน หลังโยนงานให้คนสนิทดูแลมาสองวัน ไม่ทันไปถึงก็ได้รับสายจากเจ้าตัว “เฮียครับ นักสืบติดต่อกลับมาว่าอยากพบเฮียครับ เห็นว่าโทร.ไปหาเฮียแล้วแต่เฮียไม่รับ” กรวัฒน์แจ้งถึงธุระสำคัญ เสียงนั้นยังติดง่วงอยู่นิดๆ ก็เวลานี้ไม่ใช่เวลาตื่นของเขา ต่างจากเสียงของรุ่นพี่ที่ดูเหมือนไม่มีอาการง่วงเลยสักนิด “ฉันลืมหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นมาด้วย บอกให้เขาเข้ามาเจอที่ร้านได้เลย” คิระมองหารอบรถก่อนถึงตอบ แล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงร้าน เดินตรงขึ้นไปยังห้องทำงานเพื่อรอนักสืบที่ว่าจ้าง คิดว่าฝ่ายนั้นคงมีความคืบหน้ามารายงาน ประมาณสองชั่วโมงต่อมาผู้ชายรูปร่างสันทัด ผิวขาว แต่งตัวดูสุภาพก็ก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล “สวัสดีครับคุณคี” “เชิญนั่งครับคุณประสิทธิ์” คิระขยับตัวลุกขึ้น มือผายเชิญนักสืบที่เขาว่าจ้างให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า ประสิทธิ์กดศีรษะลงเป็นมารยาท พอแผ่นหลังตั้งตรงก็ยื่นซองเอกสารไปให้แก่ลูกค้า “นี่เป็นประวัติที่คุณคีอยากได้ครับ และเดี๋ยวผมจะส่งสำเนาทั้งหมดเข้าเมลให้ด้ว

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (03)

    “เช้าแล้วค่ะ” พะวาทำตามที่รับปากไว้ว่าพอเธอตื่นจะปลุกคนตัวโต สายตากลมโตจ้องมองคนที่ค่อยๆ ลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง คิระบิดศีรษะไปทางซ้ายและขวาขับไล่ความง่วง แล้วได้ยินคำถามที่ทำให้ส่ายหน้า “ธุระที่ไปทำเป็นทางการไหมคะ พะวาจะได้รีดชุดให้” “ไม่ต้องหรอก ฉันแค่จะไปส่งพะวา” คนตัวโตเฉลยพร้อมรอยยิ้ม “พะวาคือธุระของคุณคีหรือคะ” นิ้วเรียวสวยชี้เข้าหาตัวเอง คิระจึงพยักหน้าบอกซ้ำ เสียงใสๆ จึงร้องค้านโต้ตอบไป “คุณคีนอนต่อไปเถอะค่ะ พะวานั่งรถแท็กซี่ไปเองได้” คิดว่าชายหนุ่มคงกลัวเธอจะลำบาก และไม่วายยังห่วงอยู่เล็กๆ จึงตั้งใจจะพาเธอไปส่งยังที่ทำงาน “ฉันอยากไปเห็นว่าพะวาทำงานที่ไหน พะวาไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวสาย” คิระมองเด็กดื้อที่ไม่ยอมให้เขาไปส่ง แม้ให้เหตุผลนั้นไปก็ยังไม่ได้ผล จึงมัดมือชกด้วยการดันร่างเล็กให้รีบไปชำระร่างกาย พะวาทำสีหน้าอ่อนใจ สุดท้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนให้ ส่วนชายหนุ่มขยับตัวลุกหลังพะวาเดินหายไปอาบน้ำ ไปยืนทอดตามองยามเช้าที่ไม่ค่อยได้สัมผัส มันไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเด่อะไรสักนิดกับบรร

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน (02)

    เธอก็คือเธอ ไม่มีทางแทนใครได้ และเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีส่วนที่คล้าย แต่ส่วนต่างก็มีมาก “บางอย่างที่ไม่สำคัญพี่ก็ทิ้ง แต่บางอย่างที่มีประโยชน์ พี่ก็เลือกจะเก็บไว้ ไม่ใช่เพราะปอหรอก” คิระจัดแจงแถลงไขให้ปาฏลีได้กระจ่างใจ ปาฏลีรู้สึกเหมือนโดนปิดประตูใส่หน้า น้ำตาเม็ดกลมและเสียงสะอื้นไห้ก็ดังขึ้นอีก หนนี้หนักกว่าเดิม... “ฮือ” “เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้หรือคะ ปอผิดไปแล้วค่ะพี่คี” แม้จะร้องไห้แทบขาดใจ ปาฏลียังพยายามปล่อยถ้อยคำออกมาด้วยเสียงกระท่อนกระแท่นขาดหาย “พี่ว่าปอสมควรกลับไปพักผ่อน พี่จะโทร.ให้ไอ้ปิงมารับ” คิระตัดบท หากจะมองว่าตนใจร้ายก็ยอมรับ ดีกว่าไปให้ความหวัง ทั้งที่ไม่มีให้ “ปออยากอยู่กับพี่คี อยากอยู่ห้องของเรา” ปาฏลีส่ายหน้าระรัว เธอไม่อยากกลับไป คนที่ต้องการอยู่ตรงหน้าแล้ว นั่นทำให้ได้ยินคำร้องถามที่รู้สึกว่าหัวใจถูกเหวี่ยงไปไกลลิบ “แล้วพี่กับพะวาจะต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่นหรือปอ ทำไมพี่กับพะวาต้องลำบากด้วย” น้ำเสียงของคิระมีความติเตียน เขาสงสารปาฏลี แต่ก็ใช่ว่าต้องเสียสละไปทุกอย่าง ปาฏลี

  • คุณคี   บทที่ 10 ชัดเจน

    “คุณคีมีธุระหรือคะ” พะวาเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความสงสัย “อื้ม” คิระกดหน้ารับ มือข้างหนึ่งลูบหลังนวลสวยเล่นไปมา ไม่ทันไรกลับต้องขยับตัวออกห่างเพราะมีสายเรียกเข้าจากกรวัฒน์ “เดี๋ยวฉันไปคุยงานกับเก่งแป๊บนะ” หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินแยกตัวไปคุยงานที่ระเบียงห้อง ส่วนพะวาขยับตัวลุกเพราะรู้สึกหิวน้ำ เดินไปยังไม่ถึงตู้เย็นขนาดเจ็ดจุดสี่คิวสีเทาเข้ม ฝีเท้าก็ต้องเปลี่ยนทิศทางเมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก๊อกๆ พะวาหยุดเท้าหันมองคิระ ชายหนุ่มยังคุยโทรศัพท์จึงถือวิสาสะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับ อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันมาเวลาดึกดื่นแบบนี้ พอเปิดประตูออกพะวาก็ได้พบกับผู้หญิงรูปร่างเล็กคนหนึ่งที่ทำให้เธอชะงักตัวอย่างแรง ปากนั้นค่อยๆ เอ่ยถามออกไป “มาหาใครหรือคะ” ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูชะงักกึกไปไม่ต่างกันราวกับผิดหวัง เพราะคนที่เปิดประตูไม่ใช่คนที่ต้องการ แล้วสองสาวก็จดจ้องมองกัน นาทีต่อมาพะวาก็เริ่มกัดปาก ใช่...ใช่ไหม พะวาเอ่ยคำฮิตติดปากอยู่ในใจเมื่อมองดวงหน้าของผู้หญิงตรงหน้าให้ดี ก่อนหันหลังไปมองเสียงฝีเ

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน (02)

    “หรือต้องให้ฉันป้อน” คิระเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม สีหน้าของเขาเวลานี้น้อยนักที่หลายคนจะได้เห็น สีหน้าของปีศาจ แถมยังเป็นเวลาที่กรุ่นโกรธอีกด้วย “หนูไม่กิน...” คนทำผิดส่ายหน้า ไม่มีทางดื่มมันแน่ๆ หากมียาพิษขึ้นมาจะทำอย่างไร แล้วมองไปยังคนที่เธอหมายตา อยากได้ความช่วยเหลือ กรวัฒน์นิ่งมอง เขาไม่อาจช่วยคนที่ทำผิดไว้ได้ ก่อนเจ้าตัวจะได้รับคำสั่งที่ให้ปฏิบัติตาม “จับหน้าไว้เก่ง ฉันจะป้อนน้ำเด็กคนนี้” น้ำเสียงของคิระดูเลือดเย็น ไม่มีแววอบอุ่นเหมือนอย่างเคย เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นโดยพลัน “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย...ปล่อยฉันไปนะ” คนที่อยากได้จนยินยอมทำผิดโวยวาย ดีดตัวจะลุกหนีจากเก้าอี้ ไม่ทันได้ไปไหน กรวัฒน์ก็ปรี่เข้ามาประชิดกดหัวไหล่ให้ไม่สามารถขยับไปไหนได้ คิระขยับตัวอย่างเชื่องช้า มือใหญ่ยกแก้วขึ้นมองความใสของน้ำ แล้วเขย่าไปมาเล็กน้อยราวกับอยากให้ส่วนผสมเข้ากันเป็นสีเดียวกับน้ำ คนทำผิดที่กลัวจับใจ ปากสั่นจนฟันกระทบกัน สติหลุดกระเจิงเพราะความกลัวมากระชากให้ลอยหวือออกจากสมอง น้ำตาร่วงเผาะลงไม่ขาดสาย มือนั้นพยายา

  • คุณคี   บทที่ 9 คนของฉัน

    บทที่ 9 คนของฉัน “ขอบคุณคุณคีนะคะที่พาพะวามาหาหมอ” คำขอบคุณพ้นปากนุ่มที่มีอาการบวม นัยน์ตากลมโตมองคิระอย่างขอบคุณ โชคดีที่ไม่ถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็แค่งดใช้ส่วนบอบบางไปสักระยะหนึ่ง และต้องพักผ่อนให้เพียงพอให้ร่างกายฟื้นตัวกลับมา ห้ามทำอะไรเกินพิกัดและหักโหมไปสักสองสามวัน “ฉันดูแลพะวาได้ไม่ดี ฉันไม่ควรได้รับคำนั้น และฉันต้องขอโทษพะวาด้วยนะที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” คิระยื่นมือไปลูบมือนุ่ม นัยน์ตาฉายชัดถึงคำขอโทษ “คุณคีจะขอโทษทำไมคะ คุณคีไม่ได้เป็นคนวางยาพะวาเสียหน่อย” เธอไม่ได้รู้สึกโกรธชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ต้องโกรธคนที่คิดทำเรื่องบ้าๆ นี่ต่างหาก “ฉั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status