Mag-log inบทที่ 1 กฎของคี
สองเดือนผ่านมาแล้วที่สองแขนอุ่นๆ ได้จางหายไป ความเศร้า ความเสียใจวิ่งพล่านไปทั่ว รวมถึงก้อนเนื้อเล็กๆ ที่เต้นไหวก็ห่อเหี่ยวลงราวกับลูกโป่งอัดแก๊สที่หดลีบ แต่ในวันนี้สิ่งที่ตัดสินใจทำ ทำให้มีอาการกลับมาเต้นไวราวกับจะกระดอนหลุดออกมา
ประกอบกับเสียงเพลง EDM ยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับการเดินตามผู้ชายคนหนึ่ง สองเท้ารีบก้าวไปให้ทัน แล้วไปหยุดเท้าขวางหน้าเขา
การถูกหยุดการก้าวเท้านั้นทำให้เจ้าของกรอบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมอง พะวาไม่รอช้าปล่อยเสียงออกไปสู้กับจังหวะของเสียงเพลง
“พะวาอยากเป็นเด็กคุณคีค่ะ”
คำที่โพล่งบอกทำให้เธอดูบ้าบิ่นไม่น้อย ทว่ามันถูกไตร่ตรองมาหลายวันแล้ว
“ใครๆ เรียกฉันว่าเฮีย”
คีหรือว่าคิระที่ได้ฟังประโยคนั้นดูไม่ได้ตกใจ คงเพราะเขาเจอกับเรื่องพวกนี้เป็นประจำ แตกต่างไปก็ตรงสรรพนามที่หญิงสาวตรงหน้าเรียกขานเขา
“ค่ะ พะวารู้”
เธอรู้ว่าใครๆ ต่างเรียกเขาว่าเฮียคี ดวงหน้ายังจดจ้องมองหนุ่มฮอตสวมแว่นที่ดูเข้ากับเขาเป็นอย่างมาก ใจจดจ่อรอรับคำตอบที่จะหลุดพ้นริมฝีปากหนา
อากัปกิริยาของคิระยังนิ่งสงบท่ามกลางเสียงดัง สายตารอคำตอบ และการเดินไปมาของนักเที่ยว พะวาลุ้นเสียยิ่งกว่าตอนลุ้นผลการสมัครงาน กระทั่งได้ยินคำถาม
“รู้กฎของฉันไหมพะวา”
“พะวาอาจจะพอรู้ค่ะ”
“ฉันไม่ชอบคำว่าอาจจะ ฟังดูเหมือนรู้ แต่ไม่รู้” เสียงทุ้มๆ นั่นไม่ได้ตำหนิ แต่บอกว่าหญิงสาวสมควรจะรู้กฎของเขาให้ชัดเจน
พะวาส่งยิ้มแห้งๆ โต้กลับ แล้วตั้งใจฟังกฎ
“กฎการมีเซ็กซ์กับฉัน คือแตะต้องได้ทุกส่วนบนร่างกาย ยกเว้นหัวใจ” ท่าทางของคิระสบายๆ แต่น้ำเสียงจริงจัง กฎของเขาทำตามได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าหญิงสาวตรงหน้าเลือกจะทำหรือไม่ เว้นเวลาไว้ราวสองนาทีแล้วปล่อยไปอีกประโยค
“หากพะวาตกลง เราก็เอากันได้ทุกที่ตามใจพะวา”พะวาร้องอ้อกับกฎของเขา ก็ดูไม่ได้ยากเย็นอะไร ห้ามแตะต้องหัวใจ คิดว่าคงทำได้อย่างไม่มีปัญหา ปากนั้นปล่อยคำถามไปอีก
“พะวาเอาคุณคีหนึ่งปีได้ไหม...”
“หนึ่งปี?”
คิระถึงกับทวนคำ มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีดำขลับ เพราะค่อนข้างประหลาดใจในการมีระยะเวลากำหนด แล้วยังจดจ้องอยู่
ไม่นานก็ราวกับได้พบความเศร้าที่เจือจาง รวมถึงความต้องการบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนไว้
พะวาพยักหน้า เธอต้องการเขาหนึ่งปี ก่อนจะได้ยินคำสวนมาทำให้ยิ้มแห้งสวนกลับ
“ลองก่อนไหม เผื่อไม่ติดใจ”
“ละ...ลองก่อนก็ได้ค่ะ” พะวาตกลง แม้ว่าจะไม่ถูกใจอย่างไรเธอก็เลือกเขา
“ที่นี่หรือที่ไหน” หลังจากได้รับการตกลง คิระก็ปล่อยคำถามไปบ้าง
“ที่นี่ได้หรือคะ”
คำว่าที่นี่ทำให้พะวาตาโต ในผับของเขาน่ะหรือ ตรงไหนกันล่ะ สายตากวาดมองไปรอบๆ ห้องน้ำอย่างนั้นหรือ หรือจะเป็นตามมุมมืด หรือเขามีมุมลับ“ทุกที่” คิระย้ำในคำที่เขาเอ่ยไปเมื่อครู่ก่อน
“พะวาขอเลือกได้ไหมคะ” พะวาโยนคำถามกลับไปอีก
หนนี้คิระแค่มองนิ่งๆ ไม่อยากพูดซ้ำอีก
พะวาตีความความเงียบได้ว่า ทุกที่ตามที่เธอต้องการ จึงยื่นมือไปคว้าข้อมือใหญ่มากุมไว้แล้วเดินนำพาเขาออกจากผับ
พอพ้นจากสถานที่ที่มีเสียงดังครึกโครมก็รู้สึกโล่งหู ก่อนจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแล่นโลดโครมครามจนน่ารำคาญ ชั่วครู่บนใบหน้าก็มียิ้มผุดขึ้น
เพราะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ท่ามกลางเสียงดังเธอกับเขาจะพูดคุยข้อตกลงกันอย่างเข้าใจ แต่เวลานี้กลับมารู้สึกหงุดหงิดกับการตื่นเต้นของเจ้าหัวใจ
คิระยังนิ่ง แม้จะถูกพาออกจากสถานที่ของเขา อยากรู้เหมือนกันว่า ผู้หญิงคนนี้จะพาเขาไปสถานที่ใด... แต่หลังจากเห็นอีกฝ่ายมองหารถแท็กซี่จึงเอ่ยปาก
“ฉันมีรถ”
“งั้นเราไปรถคุณคีก็ได้ค่ะ”
คิระรู้สึกไม่คุ้นหูในสรรพนามที่หญิงสาวเรียก แต่ไม่คิดขัดอีก ทว่ายิ่งอยากรู้ว่าทำไม ก่อนจะเป็นฝ่ายกุมมือนุ่มพาไปยังรถเอสยูวีของตนเอง
“ตรงออกไปก่อนค่ะ เดี๋ยวพะวาจะคอยบอกทาง” เมื่อก้นกลมกลึงนั่งบนเบาะหนังอย่างดี พะวาก็เอ่ยบอก นิ้วชี้บอกทาง
คิระขับรถมุ่งออกห่างจากผับ รถเคลื่อนตัวไปได้ช้า เพราะช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ผู้คนออกท่องราตรี ส่วนพะวากำลังพยายามเก็บซ่อนอาการมือสั่นที่เป็นอยู่
รถเอสยูวีที่ราคาเฉียดห้าล้านบาทยังแล่นไปตามถนน จนเลี้ยวเข้าไปในซอยหนึ่งแล้วจอดสนิทยังหน้าบ้านไม้ขนาดสองชั้น
“บ้านพะวาเองค่ะ” พะวาลากสายตาจากบ้านไปมองคิระ ก่อนทั้งเธอและเขาจะเคลื่อนย้ายลงจากรถมาหยุดอยู่ด้านหน้าบ้านที่มีต้นไม้ขึ้นโดยรอบ และมีลานกว้างๆ เอาไว้ทำกิจกรรมครอบครัว
“อยู่คนเดียว”
คิระทอดตามองบ้านที่มีความร่มรื่น แม้จะเก่า แต่ยังมีความน่าอยู่ให้ได้สัมผัสถึง
“ไม่ค่ะ มีอีกคนอยู่ด้วย” พะวาเอ่ยบอก ไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าบ้าน ประตูก็ถูกเปิดออก
“นี่อาสร อาของพะวาค่ะ” พะวาแนะนำให้คิระได้รู้จักกับผู้อาศัยภายในบ้าน
“ใครกันพะวา” คนเป็นอาอย่างสรชัชเอ่ยถามทันที หลังเห็นว่าด้านหลังของหลานสาวมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ คำตอบที่ได้กลับเป็นความเงียบ
อาการเดือดเนื้อร้อนใจจึงเริ่มผุดขึ้น สายตามองไปยังชายแปลกหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ
“อากำลังจะออกไปทำงาน อาแนะนำให้รีบคุยรีบพาเขากลับ” คำพูดของสรชัชชัดเจน แต่คำที่สวนกลับมาทำให้สีหน้าเคร่งเครียด ไม่พึงพอใจ
“คุณอาไปทำงานเถอะค่ะ คุณคีจะอยู่กับพะวาจนถึงเช้าค่ะ” พะวาเอ่ยบอกอย่างชัดเจนเช่นกัน ก่อนหันหลังไปมองคิระ นิ้วชี้ไปยังห้องด้านบนชั้นสอง
“ข้างบนนั่นห้องของพะวาค่ะ” คิระพยักหน้ารับ ก่อนเจ้าของบ้านจะเริ่มขยับเท้าพาเขาไปยังห้องนอน จังหวะนั้นเสียงของสรชัชก็ดังแทรกขึ้น“อาจะโทร.ไปลางาน”
พะวาแค่กดหน้ารับ แล้วเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ
ประตูห้องนอนถูกผลักให้เปิดกว้าง ภายในห้องไม่เล็ก แต่ก็ไม่ได้กว้างขวาง เป็นพื้นที่ที่พอเหมาะสำหรับการอยู่คนเดียวอย่างพะวา และเป็นห้องที่เธอโตมา
สิ่งที่พะวาทำเป็นอย่างแรกหลังปิดประตูเพิ่มความเป็นส่วนตัว คือตรงไปเปิดพัดลมกับหน้าต่างให้ความเย็นพัดวนไปทั่วห้อง เกรงว่าจะทำให้คิระร้อน
หางตาเห็นว่าเขาเดินตรงไปยังเตียงนอนที่ทำจากไม้ของเธอ ก้นหย่อนลงนั่งบนฟูก แล้วกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมทั้งพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก
ส่วนตัวเธอวางกระเป๋าสะพายลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ลากสายตามองไปรอบๆ ห้องหนึ่งหน ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูสีเทามาไว้ในมือ
“พะวาขอลงไปอาบน้ำสักแป๊บ เดี๋ยวขึ้นมาค่ะ”
คิระพยักหน้า พะวาจึงก้าวเท้าออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง
“พะวา”
แค่ปลายเท้าแตะพื้น เสียงของสรชัชก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าคุณอามีธุระ เอาไว้คุยกันพรุ่งนี้นะคะ” พะวาไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นจึงเอ่ยบอกอย่างตัดบท
“ถ้าพี่ศินรู้ พี่ศินคงเสียใจ อาไม่คิดเลยว่าพอสิ้นพี่ศินแล้วพะวาจะใจแตก”
“นั่นเฮียลงมาแล้ว” ไม่ถึงอึดใจเสียงตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมการชี้นิ้ว พะวามองไปยังชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เธอเพิ่งจากมา ขณะที่คิระก็หันมองเธอเช่นกัน มองนิ่งๆ ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร “น้องเอา DRY MARTINI แก้วหนึ่ง” ปีย์วรายกมือเรียกบริกรแล้วสั่งค็อกเทลยอดฮิตที่มีดีกรีร้อนแรง เป็นเหล้าเพียวๆ ที่เธอชอบดื่มเช่นกัน เมื่อสั่งเสร็จก็หันไปเอ่ยบอกกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “คืนนี้ฉันต้องไม่พลาด เฮียต้องได้หิ้วฉันกลับบ้าน” ประโยคนี้ยิ่งทำให้พะวามองปีย์วราเขม็งอย่างเก็บอาการไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นถี่ยิบ “แกเพลาๆ ลงบ้าง พะวาจะตกใจเอา” จริยาปรามเพื่อนเล็กๆ “พี่ขอโทษนะน้องพะวา” ปีย์วราหันมาทำสีหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้พะวาตื่นกลัว พะวายิ้มกลับไม่ได้รู้สึกโกรธ แต่เกิดคลื่นบางอย่างในอก ก็อาการหวงนั่นแหละ แต่จะมีสิทธิ์หรือเปล่าค่อยว่ากันอีกที “เหล้าแกมาแล้วปี แสดงฝีมือสิ...ชักช้าอยู่ทำไม” เปลว ที่เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนของจริยาเอ่ยขึ้น ยกมือขึ้นกอดอกรอเฝ้าดูความกล้าของเพื่อน “ฉันตื่นเต้น มือสั่น” ปีย์วรายกสองม
“ใจร้าย งั้นพะวาไปก็ได้ค่ะ” พะวาทำหน้าบูดที่ถูกหาว่ารบกวน ไม่ทันได้ขยับเท้าไปไหน ก็ดูเหมือนว่าคิระจะมีแขกคนสำคัญมาขอพบ ก๊อกๆ หลังเสียงเคาะประตู ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า “กลับมาตั้งแต่เมื่อไร” คิระยกมือขึ้นมาเท้าคาง เอียงคอมองเพื่อนที่โผล่มาหา ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าตัวยุ่งกับธุรกิจที่กำลังขยายสาขา “สามวันที่แล้ว กูกะว่าจะเข้ามาคุยเรื่องบริษัทน่ะ” ชายที่ถูกเรียกว่า วิธ หรือนนท์ปวิธก้าวเท้ามาหยุดอยู่กลางห้อง สายตาไม่ได้จ้องมองทางเพื่อน เป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กตรงหน้าที่ดึงความสนใจ ริมฝีปากหนากล่าวคำแนะนำตัว “สวัสดีครับ ผมวิธนะครับ เป็นเพื่อนและหุ้นส่วนของไอ้คีครับ” “พะวาค่ะ” “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” พะวากดยิ้มรับก่อนหันหลังไปส่งสายตาบอกคิระ ว่าเธอจะลงไปสนุกด้านล่างแล้ว เป็นการเปิดทางให้เขาและเพื่อนพูดคุยกันอย่างสะดวกขึ้น คิระกดหน้ารับ แต่ก็ไม่ลืมใช้วิทยุสื่อสารติดต่อไปหากรวัฒน์ให้ช่วยดูแลหญิงสาว หลังภายในห้องหลงเหลือแค่คู่เพื่อน ชายหนุ่มก็บอกถึงค
“ร้านใครร้านมัน” คิระตอบสั้นๆ ไม่แปลกที่จะมีร้านใหม่มาเปิด บริเวณที่ผับของตนตั้งอยู่เป็นย่านดังของแหล่งเที่ยว นักธุรกิจย่อมอยากมาลงทุนอยู่แล้ว ฝ่ายพะวาหลังไปหยุดเท้าอยู่ด้านหน้าของคนเป็นอา เสียงของฝ่ายนั้นก็ดังขึ้น “อาไม่คิดว่าพะวาจะทำตัวเหลวไหลขนาดนี้ แค่คนเดียวอาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” น้ำเสียงมีความตำหนิติเตียนชัดเจน ไม่นึกเลยว่าหลานสาวจะใจกล้าถึงเพียงนี้ พะวายืนนิ่งแล้วได้ฟังประโยคที่เปิดทางให้ตัวเอง “รู้ไหมว่าเรื่องที่พะวาทำมันเสื่อมเสียแค่ไหน” รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ที่หลานสาวพาผู้ชายเข้าบ้านถึงสองคน “ถ้าคุณอาไม่สะดวกใจก็ย้ายออกไปจากที่นี่ได้นะคะ” “นี่พะวาจะไล่อาเหรอ” น้ำเสียงของสรชัชเพิ่มระดับผสมไปด้วยความขุ่นมัว ปากปล่อยประโยคสำคัญไปเตือนผู้เอ่ยปาก “จำสัญญาไม่ได้หรือไง...” สายตาของสรชัชหยุดนิ่งมองพะวา ตัวฝ่ายหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้น แล้วก็ได้ฟังประโยคร่ายยาวที่เคยฟังมาแล้วจากบิดา “อามีสิทธิ์อยู่ที่นี่ได้อีกหนึ่งปี ถ้าพะวาผิดสัญญา พะวาต้องจ่ายอามาสามเท่าจากที่พี่ศินยื
“ใช่ค่ะ เป็นร้านคาเฟ่แมวที่เขารับพวกแมวจรมาเลี้ยงแล้วเปิดให้เราสามารถอุปการะได้ เขาจะส่งภาพน่ารักๆ ของแมวมาให้เราดูทุกอาทิตย์ค่ะ ส่วนเจ้ามิลค์นี่เป็นลูกของแมวจร แต่ก่อนแม่ของเจ้ามิลค์ก็อยู่แถวๆ บริษัทของพะวา” หนนี้คิระพยักหน้าเบาๆ เพิ่งรู้ว่ามีเช่นนั้นด้วย “ไว้ว่างๆ พะวาจะพาไปเล่นด้วยค่ะ” อย่างไรเสียคิระก็ต้องได้เจอกับเจ้ามิลค์อย่างแน่นอน นัยน์ตาพราวระยับขึ้น แล้วก้าวเท้าเดินต่อไปจนขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์มุ่งหน้ากลับบ้าน เมื่อไปถึงพะวาก็พบผู้ชายคนหนึ่งยืนรออยู่ “พี่เก่งมาบ้านพะวาได้ยังไงคะ” “เฮียส่งที่อยู่มาให้ครับ พี่มาติดกล้องวงจรปิดให้น่ะ” “พี่เก่งทำได้หรือคะ” พะวามองอย่างใคร่รู้ “พี่เรียนจบด้านนี้มา เฮียก็ด้วย” “เก่งจังค่ะ” ข้อมูลนี้ของคิระเธอเพิ่งได้รู้ ถึงว่าทำไมชายหนุ่มถึงไม่ใช้บริการช่างที่ร้าน พลางมองทั้งสองอย่างชื่นชม แล้วเดินไวๆ ไปอาสาช่วยกรวัฒน์ถือกล่องเครื่องมือ ก่อนสองหนุ่มจะไปยืนดูจุดที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด ดวงตากลมโตเลื่อนมองคิระสลับกรวัฒน์ ทั้งสองดูคล่องแคล่ว ชำนาญ ใช้เ
พอเช้าวันใหม่มาถึง พะวากับคิระที่ตื่นนอนราวสิบเอ็ดโมงเช้าได้ฝากท้องไว้กับร้านอาหารเจ้าดังแถวบ้าน โดยใช้บริการแอปพลิเคชันดังในการสั่งอาหาร โชคดีที่อาการตัวร้อนและปวดหัวของพะวาดีขึ้นมาก คงเป็นเพราะยาดีทั้งในแบบเม็ดและในแบบความห่วงใยที่ได้รับ เมื่อเสร็จหญิงสาวก็ก้าวเท้าขึ้นรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เรียกมา มีชายหนุ่มนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อจะไปยังห้างสรรพสินค้า ที่ไม่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป คนตัวโตบอกว่าไม่อยากให้เธอตากแดด กลัวไข้จะกลับมาอีก หัวใจดวงน้อยจึงมีอาการสั่นรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดหลายริกเตอร์ “ผมอยากได้กล้องวงจรปิดสักสี่ตัวครับสำหรับบ้านหลังไม่ใหญ่มาก” หลังเดินเข้าไปในโซนเครื่องใช้ภายในและภายนอกบ้านที่จำเป็น คิระก็เอ่ยบอกกับพนักงานที่ยืนรอบริการลูกค้าอยู่ ส่วนพะวายกคิ้วสูง นาทีถัดมาหัวใจที่สั่นอยู่แล้วก็มีอาการสั่นมากขึ้นไปใหญ่ยามได้ฟังคำอธิบายของชายหนุ่ม “เป็นบ้านไม้สองชั้นครับ ผมอยากได้ชั้นล่างสองตัว ชั้นบนหนึ่งตัว และมีกล้องตัวไหนเหมาะสำหรับติดในห้องนอนบ้างไหมครับ” “ร้านเรามีหลายแบบเลยครับ เชิญเข้าไปดูด้านในก่อนนะคร
“ปกติของที่ฉันไม่เอา ไม่ต้องการแล้ว ฉันจะเผาทิ้ง” สิ้นวาจาจากคิระ พะวาเข้าใจได้ทันทีพร้อมรับไฟแช็กมาไว้ในมือ สายตากลมโตหันมองหรรษดล ทำให้เจ้าตัวต้องรีบก้าวไวๆ เข้าไปหา “เฮียจะไม่ยอมให้พะวาเผาทุกอย่างของเราทิ้ง” หรรษดลแย่งไฟเเช็กไปจากมือนุ่มพร้อมกำมือแน่น นัยน์ตาแสดงความกรุ่นโกรธที่ตัวสอดกำลังชักจูงให้พะวายิ่งห่างออกไป พะวามองอดีตคนรักด้วยสายตานิ่งๆ ไม่เห็นบ้างหรืออย่างไรว่าในแววตาของเธอไม่ได้หลงเหลือเยื่อใยใดๆ อีกแล้ว เธอน่ะมูฟออนไปไกลแล้ว ฝ่ายหรรษดลใช่ว่าจะไม่รับรู้ แต่ยังไม่อยากยอมรับ เพราะการมีพะวาอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าการที่ไม่เหลือใคร เมื่อในตอนนี้หันซ้ายหันขวาก็หลงเหลือคนข้างกายน้อยนิดนัก แต่ดูท่าวันนี้คงต้องถอย แล้ววันหน้าค่อยมารุกใหม่ “เดี๋ยวก่อนค่ะเฮีย” หรรษดลที่ถอยทัพก้าวเท้าจะออกจากห้องหยุดกึก ใบหน้ามีรอยยิ้ม หรือพะวาจะเปลี่ยนใจ อึดใจเดียวเท่านั้นสีหน้ากลับหงุดหงิดกว่าเดิม “คืนกุญแจบ้านพะวามาด้วยค่ะ และพะวาฝากเฮียไปบอกคุณอาด้วยว่า เขาไม่มีสิทธิ์ปั๊มกุญแจบ้านของพะวาให้ใคร และถ้ามีแบบนี้อีกพะวาจะแจ้งความ”



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



