공유

ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

작가: Dogsmilea
last update 게시일: 2026-04-16 11:53:29

นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง

5 ปีที่แล้ว...

หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

สายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอ

ก๊อก ๆ

เมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้น

ภายในห้องทำงานกลับไม่ได้มีใครอยู่เลย นอกจากเจษฎาเจ้าของสำนักงานที่ยังคงนั่งอยู่กับกองเอกสารตรงหน้าเพียงลำพัง หญิงสาวมองภาพนั้นอย่างงุนงง รู้สึกผิดคาดที่ไม่พบคนที่เธอกำลังตามหาอยู่ที่นี่

“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ?”

เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับสายตาคมกริบที่มองตรงมายังเธอ แววตาคู่นั้นบ่งบอกถึงความสงสัย ขณะเดียวกันก็ดูคล้ายจะจับสังเกตบางสิ่งในท่าทีลังเลของเธอ หัวหน้าของลัลน์ช่างดูแปลกเสียจริงแม้ปกติจะดูเป็นคนขี้เล่นและเป็นกันเองเมื่อทำงาน ทว่าขณะนี้สายตาที่จับจ้องเธอ กลับให้ความรู้สึกราวกับนักล่าที่กำลังเฝ้าสังเกตเหยื่อไม่มีผิด

“ขอโทษนะคะ ลัลน์กลับหอไปรึยังคะ?” เสียงหวานนุ่มของเธอดังขึ้นเอ่ยถามอย่างมีมารยาท

“กลับไปแล้วครับ หนูมีธุระอะไรกับลัลน์หรือเปล่าครับ?”

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่หนูเป็นเพื่อนกับลัลน์ แล้วเห็นลัลน์ไม่ตอบข้อความในกลุ่มเลยคิดว่ายังทำงานอยู่ค่ะ”

“อืม กลับไปกับท่านคิณณ์แล้ว พี่ก็ไม่รู้ว่ากลับหอพักใครกันแน่” คำตอบของเขาทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ คนมีคู่... ก็คงต้องไปด้วยกันสินะ ส่วนคนโสดที่หัวใจแหลกสลาย คงทำได้เพียงอยู่คนเดียวเท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย พลางส่งรอยยิ้มบาง ๆ ตามมารยาท เธอไม่อยากสาวความให้มากนักเพราะในตอนนี้เธอเองก็กำลังหมดแรงที่จะต้องปั้นหน้ายิ้มเช่นเดียวกัน

แล้วอย่างไรล่ะ... ชีวิตเป็นของเธอ รักเอง เจ็บเอง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง เธอไม่ใช่คนอ่อนแอจนต้องให้ใครมาช่วยประคับประคอง ขอเพียงแค่เวลาอีกสักนิด ขอเวลาทำใจยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วสักวัน... เธอจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่หันกลับมาอีก

เมื่อฝ่ารถติดมาถึงคอนโดก็เป็นเวลามืดค่ำพอดี แสงไฟใต้ลานจอดรถของคอนโดส่องสว่างเป็นแนวทางให้รถทุกคันเข้าจอดได้สะดวก รถหรูสีขาวเคลื่อนตัวเข้าประจำที่อย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท ใบหน้าหวานที่มักถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูเฉี่ยวคม บัดนี้ซบลงกับพวงมาลัยอย่างอ่อนแรง

หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเงียบ ๆ อย่างไม่อาจอดกลั้นได้นานกว่านี้อีก ความเสียใจที่เก็บสะสมมาตลอดทั้งวันปะทุขึ้นในทันทีเมื่อได้อยู่เพียงลำพัง เสียงสะอึกสะอื้นเล็ดลอดจากลำคอ แม้พยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ ทว่ามันก็ยังคงสั่นไหวและสั่นสะท้อนความอ่อนแอออกมาอย่างน่าสงสาร

เธอปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อย่างหมดแรง จนเมื่อความปวดหน่วงในอกเริ่มคลายลง จึงค่อย ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติ แล้วเปิดประตูลงจากรถ ก้าวเดินไปยังห้องของตัวเองอย่างเชื่องช้า

ภายในห้องยังคงมืดสนิทเมื่อเจ้าของห้องนั้นไม่เปิดไฟ อาจเป็นเพราะหัวใจที่มืดมนทำให้เธอไม่รู้สึกอยากสัมผัสแสงสว่าง ความเงียบงันและความมืดมิดโอบกอดเธอไว้ราวกับเข้าใจความเศร้าที่ถาโถม น้ำตายังคงไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ ผิวสีน้ำผึ้งที่เคยดูสดใส บัดนี้ซีดเซียวเพราะแรงสะอื้นของคนตัวเล็กที่พยายามฝืนทนความเสียใจ

ตอนที่ปลอบใจคนอื่น เธอกลับพูดได้อย่างง่ายดาย...

แต่พอถึงคราวตัวเอง กลับร้องไห้เหมือนหมาข้างถนน...

แต่ว่าเธอจะมีอะไรให้เสียใจอีกเล่า? ในเมื่อเธอกับเขาไม่เคยเป็นอะไรกัน ไม่ได้เป็นแฟน แม้แต่คนคุยก็ไม่ใช่ แล้วจะไปเรียกร้องอะไรได้อีก?

‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นขัดจังหวะความคิด มือไร้เรี่ยวแรงควานหาโทรศัพท์อย่างเงอะงะ จนเพลงดังเกือบแทบจบเมื่อเห็นเพื่อนรักอย่างลัลน์โทรมาจึงรีบรับสายพยายามทำให้เสียงปกติแล้วกรอกเสียงปลายสายทันที

“ว่ายังไงจ๊ะลัลน์ พอมีผัวนี่ลืมเพื่อนลืมฝูงไปตอบข้อความกันแล้วนะ” หนูนาเอ่ยอย่างกระแนะกระแหนเพื่อนสาวที่ตอนนี้กลายเป็นคนติดผู้ชายเสียผู้เสียคนจนลืมเธอแล้ว

“ใครผัวไม่มีนะ หนูนาก็พูดไปเรื่อย”

“แหมๆ แล้วแม่คุณกลับกับใครล่ะคะ ลุงข้างบ้านอย่างงั้นเหรอ” หญิงสาวพยายามทำตัวร่าเริงเพื่อไม่ให้มีพิรุธจนลัลน์นั้นจับสังเกตได้

“พี่เขาก็ไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย”

“แตะไม่ได้เลยเชียวผู้ชายคนนี้อ่ะ” หนูนาขยับโทรศัพท์ออกจากหู ก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะกลั้วหัวเราะอย่างล้อเลียน หัวใจที่หนักอึ้งเมื่อครู่ดูเหมือนจะเบาลงไปบ้าง เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนสนิท

“มัวแต่แซวคนอื่นว่าแต่หนูนาเถอะเป็นอะไรหรือเปล่าถึงส่งข้อความมาแปลกๆ” ลัลน์เอ่ยถาม ขณะวางศอกบนที่พักแขนรถ ดวงตากลมโตยังจ้องหน้าจอโทรศัพท์น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย

“เปล่าไม่มีอะไรหรอกจะชวนลัลน์ไปกินปิ้งย่างเกาหลีสักหน่อย แต่ได้ข่าวว่าท่านคิณณ์มารับไปแล้ว” น้ำเสียงร่าเริงตามสไตล์หนูนาแทบจะเหมือนเดิม ถ้าหากไม่ตั้งใจฟังดี ๆ แล้วคงไม่อาจจับผิดสังเกตได้

“งั้นเหรอ ลัลน์ขอโทษหนูนาด้วยนะพอดีแวะไปโรงพยาบาลมา” ลัลน์พึมพำเบา ๆ ก่อนจะรีบเสริมด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“อ้าวเป็นไรลัลน์” ความเสียใจที่สั่งสมมาทั้งวันเลือนหายไป ความเป็นห่วงเพื่อนรักเข้ามาแทนที่

“ข้อต่อกรามอักเสบน่ะ แต่ไม่เป็นไรมาก”

“ทีหลังก็เพลาๆ บ้าง อย่ารุนแรงให้มากนะ” หนูนาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ หรี่ตาเล็กน้อยราวกับประมวลผลคำพูดเพื่อนสาวในหัว ก่อนจะเอ่ยเตือนลัลน์ด้วยคำพูดกำกวมอย่างสื่อความหมาย

“บ้าพูดอะไรน่ะหนูนา!”

ลัลน์ใบหน้าแดงทันทีเมื่อเธอนั้นพูดเหมือนรู้ทันหญิงสาว จะมีอะไรคนกินข้าวเรียบร้อยอย่างลัลน์ ที่เรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้วจะมาข้อต่อกรามอักเสบได้ คนไม่มีใครเคียงคู่อย่างเธอคงทำได้เพียงนั่งกินน้ำตาใต้ศอกนี่แหละ

“หมายถึงว่าเคี้ยวข้าวให้เบาๆ อย่าไปกินของแข็งของร้อนให้มาก” หนูนาเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงทะเล้นหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจ

“เราไม่พูดกับหนูนาแล้ว เชอะ!” ลัลน์ทำหน้ามุ่ยทันที ย่นจมูกเล็กน้อยพลางสะบัดเสียงใส่

“งั้นแค่นี้แหละไม่รบกวนเวลาสวีทล่ะ” หนูนายังไม่แคล้วแซวเพื่อนจนนาทีสุดท้าย ก่อนจะเตรียมกดวางสาย แต่แล้วเสียงของลัลน์ก็ดังขึ้นมาขัด

“หนูนา” ลัลน์เงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเสียงจริงจังออกมา

“หือ?” เมื่อจู่ ๆ เพื่อนรักเอ่ยขึ้นมาก่อนวางสาย ทำเอาใจหญิงสาวกระตุกขึ้นมาทันที หรือว่าลัลน์นั้นจะระแคะระคายเรื่องของเธอแล้ว

“มีอะไรโทรมาหาลัลน์ได้เสมอนะ อย่าเก็บไว้คนเดียวลัลน์อยู่เคียงข้างหนูนาเสมอนะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนของเพื่อนสาว ส่งผ่านความห่วงใยมาอย่างชัดเจน จนทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยความเศร้าของหนูนาร้อนผ่าวขึ้นมา เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ตรงอก ก่อนจะบังคับตัวเองให้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“อื้อ พูดอะไรแปลกๆ แค่นี้แหละไปแล้วนะบาย อย่าไปกินของใหญ่ให้มากนะ” เธอหัวเราะแห้ง ๆ คลายบรรยากาศที่เริ่มหนักอึ้ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องหยอกเพื่อนสาวทิ้งท้ายแล้วรีบตัดสายไปก่อนที่เธอจะหูชา

“นั่นสิ ฉันมีคนที่คอยเคียงข้างขนาดนี้ กะอีแค่ผู้ชายตัวเดียวจะมาหยุดความแซ่บคนอย่างนันท์นพินได้เชียวหรือ”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status