Share

เรื่องในคืนนั้น

Penulis: Dogsmilea
last update Tanggal publikasi: 2026-04-23 20:40:18

หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหล

เมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆ

สายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม

“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”

“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณผู้หญิงรับเป็นเหล้ายินนะครับ” บริกรเอ่ยทวนรายการที่หญิงสาวสั่งไป หนูนาไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ ตอบกลับไปเท่านั้น

ไม่นาน เครื่องดื่มที่เธอสั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟเรียงรายอยู่บนโต๊ะ หญิงสาวหยิบแก้วขึ้นมาจิบก่อนจะกระดกซดเข้าไปเต็มคำโดยไม่ลังเล รสขมฝาดและความร้อนวาบที่แล่นผ่านลำคอไม่ได้ทำให้เธอสะทกสะท้านแม้แต่น้อย วันนี้เธอมาปล่อยจอย ต้องเมาให้สุดเหวี่ยงเท่านั้น จะมาคนเดียวแล้วยังไงล่ะ?

“ผมขอนั่งด้วยได้ไหมครับคนสวย” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะปรือตามองบุคคลมาใหม่ทันที ว่าใครกล้าที่มาตอแยกับเธอ เธอเตรียมจะเอ่ยปฏิเสธ ไล่เขาไปให้พ้นทาง แต่เมื่อเพ่งมองดี ๆ กลับพบว่าเจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่นเป็นเจษฎาหัวหน้าสำนักงานของลัลน์นั่นเอง

“เชิญค่ะ” หญิงสาวยกยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“มาคนเดียวหรือครับ?”

“คุณเห็นใครไหมล่ะคะ”

“พี่เห็นมากันสองคนนะ”

“ไม่ตลกนะคะ” หนูนาถึงกับเลิกลักมองซ้ายทีขวาทีอย่างตกใจ ในเมื่อเธอมาคนเดียวเขาจะเห็นคนอื่นมาด้วยกับเธอได้อย่างไง เธอไม่ได้คิดเลยว่าเธอกำลังถูกแกล้ง แต่กลับนึกถึงสิ่งลี้ลับเป็นอันดับแรกเนื่องจากเป็นคนกลัวผีจนขึ้นสมอง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“พี่พูดหยอกเล่นทำเป็นจริงจังไปได้” เจษฎาหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ ก่อนรีบเฉลยเพื่อไม่ให้เธอฟุ้งซ่านไปไกลกว่านี้

“ดึกดื่นแบบนี้ตามเล่นเรื่องอย่างนี้ได้ยังไงคะ” หนูนาขมวดคิ้ว ทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที มาหลอกอะไรไม่หลอก มาหลอกเรื่องผีกันนี่นะ

“เรียกพี่ว่าพี่เจษก็ได้นะ เหมือนอย่างที่ลัลน์เรียกพี่” เจษฎาถึงกลับหัวเราะกลั้วในลำคอกับท่าทีของหญิงสาวที่ยังคงมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง

“ในอนาคตเราต้องรู้จักกันเหรอคะ ถึงให้เรียกพี่แบบนี้” เธอเลิกคิ้วถามกลับ เสียงเจือแววหยอกล้อแต่ก็ยังคงระแวงชายหนุ่มแปลกหน้าที่ถึงแม้จะรู้จักชื่อแต่ก็ไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย

“ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างหนึ่ง”

“งั้นพี่เจษมาที่นี่บ่อย ๆ ใช่ไหมคะ ดูจะชำนาญเหลือเกิน”

ถึงแม้จะพูดหยอกไปแบบนั้น แต่ในใจเธอกลับอดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้?เธอไม่ได้มีเจตนาดูถูก เพราะก็พอรู้มาบ้างว่าเขาเป็นคนมีฐานะ แต่ผับแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ใครจะเข้ามาง่าย ๆ มักเป็นแหล่งรวมตัวของผู้มีชื่อเสียง หรือพวกไฮโซกระเป๋าหนักเสียมากกว่า

“นาน ๆ ครั้ง แล้วเราล่ะ ไม่ค่อยเห็นจะเจอหนูเลย”

“นาน ๆ ครั้งเหมือนกันค่ะสงสัยจะคลาดกัน” หนูนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พลางยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก ราวกับคุยเรื่องฟ้าอากาศ

“เห็นซัดเหล้าเป็นน้ำแบบนี้ มีเรื่องเสียใจอย่างงั้นเหรอ”

“ชัดขนาดนั้นเลยเชียว”

“อืม ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น”

“เข้าหาแบบนี้หวังอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้า เสียงเพลงในผับยังคงดังกระหึ่ม แต่จังหวะหัวใจเธอกลับรู้สึกเหมือนถูกจ้องจับตา

“และถ้าหวังอยากได้ใจหนูล่ะ หนูจะยอมไหม”

“ครั้งคราวได้อยู่ แต่ถ้าให้ประจำแล้วคงต้องบาย”

หนูนาตอบกลับเสียงพร่า ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าคมคายแสนหล่อเหลาของชายหนุ่ม ไม่รู้ว่าเธอเอาความกล้าที่ไหนมาเหมือนกันถึงได้พูดไปเช่นนั้น คงเป็นไปด้วยฤทธิ์เหล้าทำให้เธอมีความกล้าบ้าบิ่น เช่นนี้กับคนไม่รู้จักมักจี่เป็นการส่วนตัว หรือเป็นเพราะความอยากเอาชนะของเธอกันแน่นะ

เจษฎาถึงกับผงะไปเล็กน้อยกับความใจกล้าของหญิงสาว ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนลมหายใจร้อนผ่าวของเธอแผ่วรดผิวเขา กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยปะปนมากับลมหายใจนั้น

“ที่พูดเล่นไปอย่างนั้น เราก็อย่าจริงจังสิ” คนอย่างเขาที่เคยผ่านผู้หญิงมานักต่อนัก กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญกับท่าทีร้อนแรงของเธอ

“หนูไม่ได้พูดเล่น แต่หนูเอาจริง”

พูดจบหญิงสาวกระตุกเนกไทของเขาเบา ๆ ราวกับเชื้อเชิญให้ก้าวตามไป เจษฎามองแววตาท้าทายของเธอ ก่อนจะยอมก้าวตามไปโดยไม่ขัดขืน เมื่อทั้งคู่หยุดอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ หนูนาก็วาดแขนโอบรอบคอเขา แกว่งสะโพกไปตามจังหวะเพลง ยั่วยวนอย่างท้าทาย

“เล่นกับไฟระวังเผาไหม้ตัวเองนะ”

เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู พร้อมกับมือหนาที่โอบรัดเอวขอด ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง เสียงเพลงดังกระหึ่มไปทั่วฟลอร์ ไม่มีใครได้ยินคำพูดของพวกเขา นอกจากคนที่อยู่ใกล้กันจนลมหายใจรินรด

“งั้นเราเหมาะกันเลยค่ะ เพราะหนูเป็นน้ำมัน” หนูนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงยั่วยวน สบตาเขาด้วยแววตาท้าทาย

“หืม ร้อนแรงจังเลยนะครับ ว่าแต่พี่ยังไม่รู้จักเราเลย ชื่ออะไรงั้นเหรอ”

“ชื่อหนูนาค่ะ แต่รู้ไปก็คงเท่านั้น”

“ทำไมล่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัยทันที

“เพราะหนูไม่อยากผูกมัดกับใคร” น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่ง ทว่าซ่อนความท้าทายบางอย่างไว้ในแววตา

“งั้นให้พี่ทดลองงานก่อนไหม เผื่อติดใจจะได้เรียกใช้งานต่อ” เจษฎาเห็นเช่นนั้นจึงยกยิ้มมุมปาก โน้มหน้าเข้าใกล้

“งั้นจะรออะไรล่ะคะ” หนูนาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่หยีระต่อสิ่งใด

“หนูคิดดีแล้วงั้นเหรอ” เจษฎามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างพินิจหาคำตอบที่แท้จริงของเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะเวียนหัวและเริ่มเมาแล้วก็ตาม

“ตอนนี้คิดดีแล้ว” หนูนายืนยันคำพูดของตัวเองด้วยความมั่นใจ แม้จะรู้ว่าเธออาจจะอยู่ในอาการเมา แต่ตอนนี้เธอก็รู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

“ไม่ใช่เพราะเมา?”

“เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่เป็นไร”

“ระวังจะเสียใจทีหลังนะ” เขากระซิบเตือน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็มีความอยากรู้แฝงอยู่

“ไม่มีคำว่าเสียใจ” เมื่อหญิงสาวยืนยำคำตอบเช่นนั้น มือหนาพลันโอบเอวหญิงสาวแล้วพาเธอเดินออกไปจากพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีและความเร้าใจนั้นเพื่อไปยังรถของตนที่จอดไว้ไม่ไกล

เจษฎาที่สนใจหญิงสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจดูเหมือนว่าเขานั้นไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอ แต่ทั้งเขาทั้งเธอนั้นก็ติดอยู่ในห้วงแห่งน้ำมึนเมาทั้งคู่ สติสัมปชัญญะที่มักคิดไตร่ตรองถูกผิดได้ กลับมลายหายไปสิ้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status