Share

ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

Penulis: Dogsmilea
last update Tanggal publikasi: 2026-05-14 17:44:44

“น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอ

เธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอ

เธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเอง

หลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้ว

อย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเจษฎาเท่านั้น กับเธอนั้นเขาเอ็นดูเธอเหมือนกับน้องสาวแท้ ๆ ของเขาคนหนึ่งด้วยซ้ำ ต่างจากอีกคนที่ทำตัวเป็นหมาหยอกไก่ไม่คิดจะจริงจังพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากกว่านี้

เกิดเหตุลำบากแบบนี้เธอจะไปรับความช่วยเหลือจากเขาให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานั้นให้ยุ่งเหยิงกว่าเดิมทำไม ในเมื่อเธอมีเงินสามารถยืนได้ด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งใครและผู้ชายหน้าไหน ขอมีความสุขกับการอยู่เป็นโสดแบบนี้คงอาจจะดีกว่า คนอาภัพรักเช่นเธอคงได้แต่นอนอยู่บนกองเงินกองทอง คงไม่มีใครสบายเท่าเธออีกแล้วล่ะจริงไหม

เธอถือคติว่าไม่มีผัวไม่ตาย แต่ไม่มีเงินชีวิตเธอได้จบลงตายเป็นที่แน่นอน

“มึงว่าไงแดน มึงคิดว่าเรื่องนี้อะไรผิดแปลกไหม”

เจษฎาเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ ขณะรถเคลื่อนตัวออกจากคอนโดของหญิงสาว แสงไฟริมทางสะท้อนวูบวาบบนกระจกหน้ารถ การจราจรเริ่มหนาแน่นขึ้นจากช่วงเวลาเลิกงาน แต่กระนั้นดวงตาคมกลับจ้องนิ่งอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยแน่น ขณะที่อีกข้างเคาะลงบนคอนโซลรถเป็นจังหวะคล้ายใช้ความคิด

“มึงโง่หรือมึงโง่ถึงดูไม่ออก มีพิรุธขนาดนี้มึงกลับถามกูด้วยคำถามโง่ ๆ นี่นะ” เสียงถอนหายใจหนัก ๆ ดังขึ้นจากคนที่นั่งข้าง ๆ ก่อนที่แดนจะหันมามองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเอือมระอา

“ไอ้เวรนี่ กูหมายถึงหนูนาต่างหาก ไอ้โง่เอ๊ย เป็นอัยการได้ยังไงก่อน”

“โถ ไอ้เจษถ้ามึงฉลาดป่านนี้มึงได้น้องทำเมียแล้ว อย่าปากดีใส่กูให้มากนัก” คณาภัทรหัวเราะหึ ๆ ก่อนเอนกายพิงเบาะ เท้าศอกกับขอบหน้าต่างรถอย่างสบายอารมณ์มองคนขับด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาท

“เรื่องคนละส่วน มึงก็เอามาปนได้เนอะ”

“แล้วสรุปมึงคิดว่ายังไง”

“กูว่าหนูนารู้ว่ะ ว่าใครทำ เพียงแต่ไม่บอกเราเท่านั้น” เจษฎาพูดเสียงเรียบ แววตาครุ่นคิด เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ ตั้งแต่เกิดเรื่องหนูนาก็ไม่เอ่ยปากสงสัยใครเป็นพิเศษ เหมือนเธอรู้แต่เลือกที่จะปิดปากเงียบ

“มึงก็คิดในแง่ร้ายไป น้องเขาก็ให้กู้กับคนสนิทเท่านั้น ถ้าเป็นพวกนั้นจริงน้องเขาก็คงไม่อยากคิดร้ายกับพวกนั้นหรอก ใช่ว่าเธอจะไม่มีศัตรูที่ไหน พ่อเธอทำธุรกิจใหญ่โตขนาดนั้นมาเล่นงานลูกก็ไม่แปลก”

“กูว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น”

“มึงจะบอกว่าคนรักเก่าน้องเป็นคนทำงี้เหรอ”

คณาภัทรพูดติดขำราวกับพูดไปเรื่อย แต่ผลลัพธ์นั้นกลับตรงกันข้าม เมื่อเพื่อนรักเขากลับนิ่งอึ้ง ดวงตาคมวาวโรจน์อย่างไม่พอใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขานั้นมั่นใจว่าคำพูดของเขานั้นแทงใจดำเจษฎานั่นก็คือ มันเร่งความเร็วรถจนความเร็วแตะที่หนึ่งร้อยสี่สิบจนเขานั้นต้องรีบเอ่ยเตือน

“เห้ย ๆ กูว่ามึงขับเร็วเกินไปแล้วนะไอ้เจษ” เสียงของคณาภัทรตอนท้ายเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเจษฎาขับรถปาดไปปาดมาอย่างไร้มารยาท ไม่รู้ว่าพี่ใครด่าพ่อล่อแม่มันไปรึยัง ขับได้ส้นตีนขนาดนี้

เสียงตะโกนของคณาภัทรดังลั่นห้องจนเจษฎานั้นได้สติจากความขุ่นเคืองใจที่กำลังครอบงำ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนคันเร่งลดความเร็วลงอย่างช้าๆ มือหนากุมพวงมาลัยแน่น ขณะหันหน้าไปด่าคณาภัทรที่แหกปากเสียจนเขาตกใจ

“มึงจะแหกปากทำซากอะไรวะ กูตกใจหมด เดี๋ยวได้แหกโค้งตายห่ากันพอดี”

“ไม่ดูตัวเองก่อนเลยนะ ไอ้เวรตะไลนี่ขับรถควาย ๆ ให้เขาด่าพ่อแม่เล่น”

“แล้วเมื่อกี้ มึงว่าอะไรนะ” เจษฎาถามเสียงต่ำ หลังจากที่ได้สติ เขาหันไปมองคณาภัทรเพื่อให้ทวนคำถามที่เพื่อนเพิ่งพูดออกไป

“กูถามว่ามึงคิดว่าใครทำ”

“กูก็ไม่รู้หรอก แค่เดา ๆ ไปเท่านั้น แต่กูมั่นใจว่าหนูนารู้ว่าใครเป็นคนทำ”

“หนูนาคิดจะปิดบังพวกเรา?” คณาภัทรเลิกคิ้วถามมองหน้าเจษฎาที่ใบหน้าเรียบเฉยขัดกับบุคลิกปกติของเขา แต่ทว่าแววตานั้นกลับสับสนที่ไม่อาจซ่อนได้มิด

“ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว อาการอึกอักแบบนี้มีคำอธิบายอื่นด้วยรึไง?” เสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปมองคณาภัทรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ

“ทำไม มึงหวงน้อง?” คณาภัทรถึงกับเลิกคิ้ว มุมปากกระตุกยิ้มที่เต็มไปด้วยการเย้าแหย่

“ไม่ว่าจะถามชู้สาว หรือเป็นห่วงตามประสาพี่น้อง มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ดีไม่ใช่หรือวะ”

เสียงทุ้มเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงคดีของหญิงสาว ต่อหน้าเธอเขาก็พูดทำนองว่าไม่ใช่คดีใหญ่โตอะไร สามารถจัดการได้ง่าย ได้แต่คิดในใจว่าฉิบหายแล้วจัดการได้ง่ายที่ไหนซะล่ะ

“ไม่ใช่ผัว แต่เสือกเสนอตัวออกหน้านี่นะ” คณาภัทรพูดขำๆ กระตุกยิ้มเล็กน้อย เขาแกล้งเหน็บเพื่อนรักที่ไม่เคยมีความคืบหน้าเรื่องความสัมพันธ์กับหญิงสาว แม้ว่าจะมีโอกาสมาแค่ไหนก็ยังคงกินแห้วอยู่ดี

“มึงก็เหมือนกันแหละวะ ไม่มีใครเอาเหมือนกู”

“กระผมไม่บังอาจไปเทียบชั้นกับปรมาจารย์ด้านผู้หญิงอย่างท่านเจษฎาหรอกครับ”

คณาภัทรตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสา ราวกับพยายามทำให้เพื่อนรักคลายความกังวลจากเรื่องที่เขากำลังคิดหนัก แต่ด้วยนิสัยของเขาที่ชอบแกล้งก็ยากที่จะปลอบใจแบบตรงไปตรงมา

“ท่านอัยการก็พูดไปนั่น กระผมเป็นเพียงทนายธรรมดาจนจนคนหนึ่ง พ่อแม่ก็เป็นชาวไร่ชาวสวนธรรมดา ไม่ได้มั่งมีแค่พออยู่พอกินจะมีสาวที่ไหนมาเหลียวแลผม สู้ท่านอัยการคณาภัทรไม่ได้หรอกมั้ง ไม่รู้ว่าไปลงอ่างกี่รอบต่อเดือน”

ชายหนุ่มยอกย้อนกลับอย่างไม่ยอม ไม่งั้นเขากับคณาภัทรจะคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อย่างไรถ้าไม่ปากหมาเหมือนกัน รวมไปถึงคิณณ์ณภัทรด้วยที่แม้จะพูดน้อยแต่คำพูดของชายหนุ่มแต่ละคำราวกับใบมีด บวกกับความเย็นชาไม่สนโลกของมันแล้วยิ่งทำให้มันน่ากลัวไปใหญ่ แต่คงมีข้อยกเว้นเดียวนั่นคือเมียมัน

“แรงนะไอเวรนี่”

“คนอย่างมึงสะทกสะท้านด้วยเหรอวะ” เจษฎาแค่นเสียงหัวเราะดูถูกเพื่อนที่หนังหน้ามันหนายิ่งกว่าฝ่าเท้าเสียอีก แค่นี้ทำอะไรมันไม่ได้หรอก

“กูล่ะเบื่อคนอย่างมึง”

“มึงก็เลิกคบกูไปสิ” เสียงเหนื่อยหน่ายของเจษฎาเอ่ยท้าคณาภัทรที่ชอบบ่นว่าเขาเสียนักหนา วันไหนไม่ต่อล้อต่อเถียงกับเขา ดูเหมือนมันจะนอนไม่หลับ

“มึงไม่เป็นคบกับกูแล้วใครจะเป็นเพื่อนกับมึง”

“มึงก็เหมือนกันนั่นแหละ ไม่มีกูก็ไม่มีใครคบกับมึง”

“งั้นมึงกับกูคงต้องอยู่ในภาระจำยอมซึ่งกันและกันแล้วล่ะ”

“สาระอยู่ที่ไหนวะ” หลังจากโต้เถียงมานานก็ไม่อาจถามหาสาระสำคัญของเรื่องได้

“มึงกับกูเคยมีสาระด้วยหรือวะ”

“มีดิ” คำตอบของเจษฎาทำเอาเขานั้นงุนงงว่าตั้งแต่เป็นเพื่อนกันไม่อาจหาสาระได้ ถ้าอยากถามหาสาระนั้นคงต้องไปคุยกับคิณณ์ณภัทรเท่านั้น

“สารเลวสิไม่ว่า”

“เปล่า สาระแนเสือกเรื่องชาวบ้าน”

เจษฎาตอบกลับอย่างไม่คิดมาก แต่ในใจของเขาก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องขำๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาของคนอื่นซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องไปเสือกทุกครั้ง อาจเป็นเพราะสายอาชีพเขาที่จำต้องรู้เรื่องชาวบ้านเพื่อนำข้อเท็จจริงไปต่อสู้คดี

“งั้นมึงก็ไปเสือกเรื่องของน้องมาด้วย”

“เออ มึงไสหัวลงจากรถกูได้แล้ว” เจษฎาพูดพร้อมกับเบรกสุดแรง ทำให้คณาภัทรหน้าทิ่มเกือบชนกับคอนโซลรถเพื่อเป็นการไล่ให้เขานั้นรีบลงจากรถ คงไม่อยากรอให้เพื่อนรักทำอะไรยืดยาวไปมากกว่านี้ เมื่อถึงคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองที่รถติดยิ่งกว่าอะไร เขาก็เริ่มเบื่อหน่ายกับการจราจรที่ทำให้เสียเวลาไปเปล่า ๆ

“ใช้กูเสร็จก็หมดประโยชน์เลยนะมึง ระวังเด็กมึงไว้ให้ดีกูจะจับทำเมีย” คณาภัทรรีบเอ่ยก่อนจะรีบลงจากรถก่อนจะฝ่าเท้าเพื่อนรักที่เตรียมจะยันข้ามฟากมายังคนนั่ง

เจษฎาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงเบาะและค่อยๆ หลับตาลง ความเหนื่อยล้าและความเครียดจากทั้งร่างกายและจิตใจบีบคั้นเขาอย่างหนัก เขาคิดถึงคำถามในใจที่วนเวียนซ้ำๆ

เมื่อไหร่นะที่หญิงสาวจะหันมามองเขาบ้าง เขาตามจีบเธอมาห้าปีแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววไปมากกว่าเดิมเลยสักนิด ปีแรกเป็นอย่างไรปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นไม่มีการพัฒนาเสียทีจนเขาแทบถอดใจ ครั้งนี้เขาเสนอตัวเพื่อจะช่วยเธอเป็นวีรบุรุษขี่ม้าขาวช่วยเธอในยามยาก แต่เธอนั้นก็กลับปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา

“พี่จะต้องทำยังไง หนูถึงจะชายตามามองพี่มากกว่าที่เป็นอยู่บ้าง”

หรือเขานั้นควรถอยเสียแต่ตอนนี้? เขาได้เพียงถามตัวเองในใจไม่อาจหาคำตอบจากคำถามนี้ได้ มือของเขายกขึ้นปิดหน้าผากอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะลืมตามองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิดลง ค่ำคืนมาถึงแล้ว แสงจากไฟบนถนนยามค่ำคืนดูเหมือนจะไม่ช่วยบรรเทาความเหงาและความอ้างว้างในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status