مشاركة

ทางออก

مؤلف: Dogsmilea
last update تاريخ النشر: 2026-03-11 22:38:25

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี

“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”

เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน

“เราไหวไหม หืม?”

มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม

“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”

“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้ง

เจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวานของหญิงสาวก็ดังขึ้นตัดบทเสียก่อน

“ถ้าจะมาทะเลาะกันช่วยกันระเห็จออกจากหน้าห้องหนูด้วยนะคะ” เธอยืนกอดอก ส่งสายตาเบื่อหน่ายไปยังชายหนุ่มทั้งสองที่ทำเหมือนจะเปิดสังเวียนกันอยู่ตรงนี้

“แล้วทำไมถึงอยู่แบบมืด ๆ แบบนั้นล่ะ ชีวิตมันมืดมนขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่ ตั้งแต่ได้เจอพี่ชีวิตของฉันไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างเลย” พูดจบ มือเรียวก็กดเปิดไฟในห้องให้สว่างจ้า ราวกับต้องการสยบทุกคำพูด

เจษฎายืนนิ่งเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ ประโยคของหญิงสาวเหมือนกระแทกเข้าไปในใจจนเขาเผลอชะงัก

คณาภัทรเหลือบมองเพื่อนที่ยังไม่ยอมขยับตัว เดินตามเจ้าของห้องไปยังโซฟาก่อนเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่ประเด็นสำคัญที่มาในวันนี้

“คดีดอกเบี้ยนัด นัด 25 นี้ ส่วนฟอกเงินนัด 22 นี้ค่ะ”

“ก็เหลือเวลาไม่ถึงอาทิตย์แล้วสินะ”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วจะเอายังไง” เสียงของเจษฎาดึงเธอกลับมาจากความคิด เขาเพิ่งตั้งสติได้ รีบทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาใกล้ๆ หนูนาเลิกคิ้วมองก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ก็ต้องไปสิคะ ให้ทำยังไงได้ ถามแปลกๆ”

“เก่งแบบนี้คนช่วยไม่ต้องแล้วว่างั้น?”

“คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย พี่แดนช่วยก็พอ”

“มันน่ะ ทนายแผ่นดินจะมารับว่าความให้ประชาชนนอกรอบอย่างหนูได้ไงล่ะ”

“ขอคำปรึกษา ไม่ได้ให้มาช่วยว่าความ ส่วนทนายหาคนอื่นเอาได้ทนายมีให้เกลื่อน” หญิงสาวพูดพลางเอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาทอดมองไปยังแสงไฟในห้อง

“ไม่สนใจทำให้พี่เหรอ พี่ไม่คิดเงินนะ ขอค่าวิชาชีพเป็นหัวใจหนูก็พอ” หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนโน้มตัวเข้ามาใกล้เธอเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์ปนหยอกเย้า

“เข้าประเด็นได้ไหม เป็นทนายยังไงถึงไม่รู้ความแบบนี้”

“พี่ว่าเลิกทะเลาะกันเถอะ มาคุยเรื่องที่เป็นสาระสำคัญของวันนี้ดีกว่า พี่ได้ยินจากเจษมันแล้วว่า คิณณ์แนะนำแล้วใช่ไหมว่าให้ทำยังไง ส่วนคดีฟอกเงินนี่ก็เรื่องใหญ่อยู่ตอนนี้หนูมีรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรจะเล่าให้พี่ฟังไหม” แดนเอ่ยห้ามทัพศึกสองคนนี้เมื่อเห็นว่าจะไม่ได้อความอะไร จึงต้องเป็นคนกลางสงบศึก

“ตอนนี้หนูพอตั้งสติได้แล้ว นึกขึ้นได้ว่ามีอยู่คนคนหนึ่งใช้บัญชีของคนอื่นโอนเงินชำระหนี้มาให้หนู ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่าจ่ายเงินตรงตามกำหนด แต่ว่ามันก็อาจจะเกี่ยวกับกระบวนการฟอกเงิน โดยที่คนคนนั้นไม่น่าจะมีเจตนาร้ายกับหนู เพียงแต่เป็นเหยื่อเหมือนกันก็ได้นะคะ”

“คนสนิทสินะ ถึงพูดแบบนี้”

เจษฎาเอ่ยขึ้นเสียงขรึม เมื่อจับพิรุธในคำพูดของหญิงสาวได้ แน่นอนว่าเขาทำงานมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว ย่อมจับพิรุธของลูกความตัวเองได้เป็นอย่างดี ว่าคนไหนพูดความจริงหรือโกหกกันแน่ ไม่แปลกคนเราย่อมพูดในส่วนที่ตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่แล้ว คงไม่มีใครกล่าวโทษว่าตัวเองเป็นคนผิด จึงอาจใส่สีตีไข่บ้าง บางทีเล่าคนละมุมอาจหาความจริงที่แท้จริงไม่ได้ มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ ทุกคนล้วนมีเหตุผลในการปิดบังเพื่อตัวเองไม่ว่าเหตุผลนั้นจะฟังขึ้นหรือไม่ก็ตาม

“ชะ..ใช่ค่ะ” หนูนาหลบตาเจษฎาเมื่อรู้สึกว่าเขานั้นรู้ความลับของตน สายตาคมราวกับจ้องมองเธอจนทะลุปรุโปร่งจนลมหายใจเธอสะดุด พูดติดขัดทันที

“อืม พี่ว่านะก็ยังปักใจเชื่อไม่ได้ว่าเขาหรือเธอคนนั้นกระทำจริงหรือไม่ และในทางกลับกันหนูก็ยังคงเชื่อไม่ได้ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ พี่เตือนไว้เพื่อตัวหนูเอง”

คณาภัทรเองก็ดูเหมือนว่าจะจับสังเกตได้เช่นกันจึงเอ่ยปากเตือนหนูนาเช่นเดียวกันให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจไว้ จากประสบการณ์ของเขาชี้ชัดว่าคนที่หนูนาไม่ยอมพูดถึงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย

“ละ...แล้วหนูควรทำยังไงดีคะ”

“ทางที่ดี หนูควรมีทนายไปคุยด้วยเพราะเผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไร ทนายจะได้ช่วยได้ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพี่”

“พี่เห็นด้วยกับเจษมันนะ ดีกว่าไปตัวคนเดียวเผื่อไม่มีใครไปประกันตัว”

“แรงมากนะคะพี่แดน คนยิ่งกลัว ๆ อยู่” หนูนาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของแดน แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ด้วยความกังวลที่ยังคงเกาะกุมหัวใจ

“เราไม่ได้ทำผิดเราจะไปกลัวอะไร”

“เวลาเห็นตำรวจโบกให้ชะลอหนูก็กลัวแล้ว”

“เป็นวัวสันหลังหวะเหรอถึงได้กลัว?” เจษฎาไม่วายยังคงจิกกันหนูนาอย่างไม่ยอมกัน เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตลอด หลังจากเคร่งขรึมจริงจังกับงาน ในเวลายามทำงานเขาก็จริงจังไม่ติดเล่นดังเช่นปกติ

“ไม่พูดก็ไม่มีใครเขาว่าเป็นใบ้หรอกนะ”

“หรือให้พี่ไปเป็นเพื่อนหนูนาดีไหม พี่รู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่เยอะอาจจะช่วยหนูได้”

“หน่วยงานมึงอบรมมึงมายังไง จรรยาบรรณทางวิชาชีพในการเป็นอัยการกระเด็นหายไปหมดแล้วงั้นเหรอ”

“แล้วองค์กรมึงอบรมมึงมายังไงก่อน ถึงประพฤติผิดมรรยาททนายความหลอกล่อลูกความจะทำเมีย”

“งั้นก็เป็นเมียก่อนเป็นทนายความแก้ต่างให้เลย”

“กูจะร้องเรียนมึง”

“มึงก็ไปร้องเรียนสิที่สภาเลยสิ กูกลัวที่ไหน มึงเถอะระวังกูร้องเรียนบ้างจะหนาว”

“มึงมีปัญญา?” คณาภัทรพูดออกมาอย่างท้าทาย แต่เสียงที่ออกมานั้นก็เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน

“ทั้งสองคนหยุดกันได้แล้วค่ะ จะมาทะเลาะอะไรกันนักหนาคะ ถ้ายังทะเลาะกันไม่พอก็เชิญตัวเองออกจากห้องหนูไปทั้งสองคนค่ะ” หนูนาพูดขึ้นอย่างเด็ดขาด เสียงของเธอแสดงความไม่พอใจเต็มที่ เจษฎาและแดนหันมามองหน้ากัน ก่อนที่จะยิ้มเจื่อนๆ และค่อยๆ หยุดการทะเลาะกัน

“งั้นพี่กลับแล้วนะ เดี๋ยวพี่ช่วยอีกแรงเท่าที่ไม่กระทบต่องานพี่”

“ขอบพระคุณพี่แดนมากเลยนะคะที่คอยช่วยเหลือ”

“แล้วพี่ล่ะ ไปตามไอ้แดนมาให้เลยนะ” เจษฎาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ เขาก็ถูกเจ้าของห้องบีบบังคับดันหลังออกไป

“ขอบคุณค่ะ แต่ทีหลังไม่ต้อง”

“นะ...”

เจษฎาพยายามพูดต่อแต่ไม่ทัน ขณะที่ประตูปิดเสียงดังปัง และเขาก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องเพียงลำพัง ก่อนที่คณาภัทรจะเดินเข้ามากอดคอเขาแล้วลากเขาออกไปจากตรงนั้นด้วยอารมณ์ดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status