Beranda / โรแมนติก / คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง / การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

Share

การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

Penulis: Dogsmilea
last update Tanggal publikasi: 2026-05-21 21:12:14

ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้

“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”

เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี

“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”

“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”

เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยรู้ก็เท่านั้น!

“คุณอาพูดแบบนี้หนูก็สบายใจค่ะ” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยเสียงสดใส ใบหน้าของเธอเปล่งปลั่งขึ้นทันทีเมื่อความกังวลที่เคยเกาะกุมใจเริ่มคลายหายไป เห็นไหมล่ะ ไม่มีหมอนั่นเธอก็สามารถหาทนายคนอื่นได้ เธอจำเป็นต้องพึ่งพาเขาเสียเมื่อไหร่

ความสุขที่มีอยู่ชั่วครู่ที่เปื้อนรอยยิ้มชะงักค้าง ต้องสะดุดหยุดลงเมื่อสายตาของเธอเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่คุ้นเคย ร่างนั้นปรากฏขึ้นต่อหน้าด้วยความคมชัด สวมชุดสูทสีควันบุหรี่ทั้งชุดที่เข้ารูปได้อย่างลงตัว พร้อมเสื้อกั๊กซับในด้านในที่เพิ่มความเรียบร้อยและสุภาพตามมาตรฐานสากล

ท่ามกลางชุดที่ดูดีนั้น ผมของเขาที่เคยยุ่งเหยิงกลับถูกจัดทรงเรียบร้อยและปัดเสยขึ้นอย่างมีระเบียบ ขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูดียิ่งขึ้นไปอีก จนทำให้หญิงสาวรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เลย แต่ถึงกระนั้นในใจของเธอเฝ้าภาวนาอย่างเงียบๆ ว่าทนายที่อากำลังพูดถึงนั้น… ขอให้ไม่ใช่เขาคนนี้เลย!

“สวัสดีครับคุณอาดนัย”

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกับชายสูงวัยซึ่งอยู่ตรงข้ามเธอ ใบหน้าหล่อเหลาประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ซึ่งแสดงถึงความเคารพและความเป็นมิตร ท่าทีทะเล้นที่เธอมักเห็นปกตินั้นกลับหายไปหมดสิ้น คงเหลือไว้แต่เพียงความน่านับถือสมกับการเป็นทนายความมานาน ภาพนั้นทำให้เธอเหมือนกับเขาเป็นคนละคนในยามปกติที่อยู่กับเธอ

คงเหลือไว้เพียงแต่ความสงบและท่าทีที่เต็มไปด้วยความน่านับถืออย่างสุภาพชน ซึ่งสมกับการที่เขาเป็นทนายความผู้มากประสบการณ์มานานหลายปี ภาพลักษณ์ในตอนนี้ของเขาแตกต่างจากภาพที่เธอเคยเห็นทุกครั้งเมื่ออยู่ด้วยกันในเวลาปกติ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเขาคือคนละคนกับเจษฎาคนที่เธอรู้จัก

แต่ว่า...เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้เขาทักทายใคร? คุณอาดนัยงั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าทนายคนที่คุณอาจะแนะนำให้เธอคือตาบ้าน่ะเหรอ?!

ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตที่กรีดอายไลเนอร์เฉียบคมถึงกับเบิกกว้างแทบถลนออกมา เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าแทบไม่ จ้องมองผู้มาใหม่ที่บัดนี้ทรุดตัวลงนั่งที่นั่งข้างเธอเป็นที่เรียบร้อย ที่มีตั้งเยอะตั้งแยะกลับมานั่งเบียดเธอนี่นะ คิดว่าตัวเองตัวเล็กว่างั้น!

ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา ดนัยจึงเอ่ยปากถามเมื่อเห็นหลานสาวจ้องมองถลึงตาใส่ชายหนุ่มรุ่นน้องในวงการกฎหมายอย่างไม่มีท่าทีว่าจะยอมราวกับรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่างไรอย่างนั้น

“เอ้า รู้จักกันเรอะ ถ้าอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ งั้นอาฝากน้องด้วยนะเจษ อามีธุระเดี๋ยวอาไปก่อนนะหนูนา เชื่อมือเจษมันนะ มันไว้ใจได้”

ดนัยพูดจบก็ไม่เปิดโอกาสให้คนอายุน้อยกว่าได้ขัด รีบผละออกจากโต๊ะไปโดยไม่รอฟังเสียงทักท้วง ทิ้งไว้เพียงความฉงนในดวงตาของหญิงสาวที่ทำได้เพียงแต่อ้าปากพะงาบ ๆ มองตามแผ่นหลังของชายสูงวัยไปจนลับสายตา

นี่คุณอาจะไม่ฟังเธอเลยหรือว่าอย่างไง? ทำไมถึงได้ยัดเยียดเจษฎามาให้เธอแบบนี้? ถึงแม้ในทีแรกเธอจะให้ความสนใจกับทนายที่ดนัยว่ามาก็ตาม แต่ก็ควรให้เธอเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ใช่โยนเธอให้แก่ทนายคนไหนก็ไม่รู้ แล้วคดีความเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างทนายกับลูกความ ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาตัดสินใจแทนกันได้ง่าย ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ดนัยเป็นถึงผู้คร่ำหวอดในวงการกฎหมาย ผ่านคดีความมานับไม่ถ้วน ประสบการณ์โชกโชนเกินครึ่งชีวิต เขาควรเข้าใจดีว่าการเลือกทนายไม่ใช่แค่เรื่องฝีมือ แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัยของลูกความด้วย แล้วเพราะเหตุใดกัน...ทำไมพอเป็นกรณีของเธอ เขาถึงดูเหมือนอยากปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัวราวกับรีบร้อนตัดสินใจแทนเธอเสียอย่างนั้น?

หรือทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นแผนการที่ถูกวางไว้อย่างแนบเนียน เพื่อให้เจษฎาเป็นคนที่ดูแลคดีของเธอ โดยไม่มีทางเลือกอื่น...

“หึ ว่าไงคนเก่ง เรียนกฎหมายมายังไงให้ตัวเองถูกดำเนินคดี”

เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ผู้ใหญ่ซึ่งเขาให้ความเคารพเดินจากไป ราวกับภาพลักษณ์สุขุม มาดนิ่งเมื่อครู่เป็นเพียงฉากหน้าชั่วคราว และยามนี้มันได้จางหายไปในพริบตา รวดเร็วจนหญิงสาวนั้นแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นทนายความเสียด้วยซ้ำ หากเขาหันไปเอาดีทางด้านการแสดง เชื่อว่าอนาคตเขาคงรุ่งกวาดรางวัลไปได้ไม่ยาก

“นั่นปากเหรอ”

หญิงสาวชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนดวงตาคู่งามจะฉายแววขุ่นเคืองขึ้นมาแทบจะทันที เสียงหวานเอ่ยอย่างประชดประชัน ขณะที่ในใจอยากจะพูดออกไปให้เขาได้ยินไปเลยด้วยซ้ำว่าเลี้ยงหมาไว้ในปากหรือไง ทำไมคำพูดถึงได้ขวานผ่าซาก ไร้ความสร้างสรรค์ ดีแต่เหน็บแนมประชดประชันไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่คิดบ้างหรือว่าเธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำเล่นสนุกกับเขาหรือไม่

ใบหน้าสวยคมเหยเกอย่างอดไม่อยู่ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบส่งให้ชายหนุ่มอย่างอาฆาตสุดใจ แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก หญิงสาวสะบัดหน้าหนีก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง หรือรอฟังคำพูดจากเขาให้ระคายหูไปมากกว่านี้

เจษฎาเห็นท่าทีปั้นปึ่งไม่ไยดีของเธอ ราวกับไม่อยากเสวนากับเขาให้มากความไปมากกว่านี้ ก็รีบคว้าข้อมือบางเอาไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ปล่อยให้เธอเดินหนีไปง่าย ๆ

“หาอะไรกินกันก่อนไหม นี่ก็เที่ยงแล้วนะ”

เสียงทุ้มติดอ้อนของชายหนุ่มราวกับกำลังง้อหญิงสาว น้ำเสียงนั้นฟังดูอ่อนลงกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด จนคนถูกรั้งไว้ต้องหันมามองเขา ดวงตาคมลึกของเจษฎาส่งสายตาเว้าวอนคล้ายกำลังอ้อนวอนให้เธออยู่กินข้าวกับเขาสักมื้อ

หนูนาเลิกคิ้วมองชายหนุ่มทำท่าทีราวกับสงสัยนักหนาว่าเขานั้นกำลังสื่ออะไร ทั้งที่คำพูดของเขานั้นสามารถเข้าใจได้ง่าย แล้วอย่างไรล่ะทำไมเธอต้องสนใจคนปากหมาแบบเขาด้วย

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่ายังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยคำตอบใดออกมา ทำเพียงเลิกคิ้วมองเขาเป็นเชิงสงสัยเท่านั้นหากแต่มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาดำขลับที่ส่องประกายแวววาวอย่างชอบอกชอบใจทำให้เขานั้นรู้ได้ทันทีว่าโดนเด็กน้อยนั้นแกล้งทำเป็นไขสือแล้ว

“กินข้าวเป็นเพื่อนหน่อย เดี๋ยวจะไม่มาให้คุณหนูตะเภาเจอหน้าอีก” เจษฎายื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แสร้งทำเป็นจริงจัง แต่แววตากลับฉายแววหยอกเย้า

หนูนาได้ฟังแล้วก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าเขาพูดจริงหรือแค่ล้อเล่นกันแน่ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมพยักหน้าตอบตกลง เพราะไม่ว่าเขาจะไปหรือไม่ไป... มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธออยู่ดี เพราะทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่ที่ใจเธอเท่านั้น

“ชวนแล้วเลี้ยงไหม?” หญิงสาวทิ้งตัวนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่ม มือเรียวยาวขีดเส้นใต้คำถามนั้นด้วยสายตาคมกริบที่จับจ้องไปที่เขา เหมือนจะบอกว่าเธอจะยอมอยู่หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคำตอบจากเขาในตอนนี้

เจษฎามองเธอด้วยแววตาฉายแสงขบขัน ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงความขี้เล่น

“ระดับคุณหนูเศรษฐีหมื่นล้านมาขอให้คนบ้านนอกอย่างกระผมเลี้ยงนี่นะครับ”

พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้พนักงานเดินมารับออร์เดอร์ ท่าทางเขายังคงนิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้จะเป็นการหยอกล้อ แต่ก็แฝงไปด้วยความเคารพและยอมรับในสถานะของเธอ

“หรือจะไม่เลี้ยง?”

“เลี้ยงได้ตลอดชีวิตนั่นแหละ”

“มื้อเดียวพอ มื้อหน้าไม่หวัง”

หนูนาเอ่ยจบก้มหน้าลงมองเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะ ตาเรียวคมกริบจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่กำลังขะมักขะเม้นในการหาของกิน จนเขานั้นกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดู หญิงสาวหารู้ไม่ว่าถูกจับจ้องจากสายตาชายหนุ่มตรงข้ามเพราะมัวให้ความสนใจกับอาหารนานาชนิด

เขาชอบมองเธอในยามที่เธอลืมตัวไปกับความสนใจในสิ่งที่เธอรัก ราวกับว่าโลกทั้งใบเหลือเพียงแค่เธอกับสิ่งนั้น มันทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติในตัวเธอและความอ่อนโยนที่แอบแฝงอยู่ในสายตาที่ไม่ค่อยมีใครเห็น

“สเต๊กเนื้อริบอายส์ เอาความสุกระดับมิเดียมแรร์หนึ่ง และก็สลัดแซลมอนรมควันหนึ่ง แล้วก็เอาเป็นพิซซ่ามาร์เกริต้าหนึ่งค่ะ”

“กินหมด?”

“หรือเปลี่ยนใจ” เธอหันมองเขาด้วยท่าทางท้าทายเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูยั่ว ๆ ว่าตัวเองอาจจะสั่งมากเกินไปจนเปลี่ยนใจไม่ได้ในตอนนี้

“ตามใจครับ”

“คุณผู้ชายจะรับอะไรดีนะคะ”

“ผมขอสเต๊กเนื้อเหมือนเธอครับ ส่วนน้ำขอเป็นน้ำเปล่าสองแก้วกับมัจฉะและอเมริกาโนเย็นแก้วหนึ่งครับ”

พนักงานรับคำและทวนรายการอาหารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินจากไป หนูนาเงียบไปสักพักใหญ่ ขณะที่สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสงสัย เหมือนเขารู้จักเธอมากเกินไปจนทำให้เธอเริ่มรู้สึกแปลกใจก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป

“รู้ได้ไงว่าชอบกินมัจฉะ” คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก รู้ทันทีว่าเธอกำลังสงสัยอะไร และยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจังพลางสบตาหญิงสาว

“แล้วมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเธอที่พี่ไม่รู้บ้างล่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   การเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก

    ดนัยมองใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า ที่ถึงแม้จะแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนดูโฉบเฉี่ยวและคมสวย แต่ก็ไม่อาจปกปิดความกังวลที่ฉายชัดออกมาได้ หน้าผากเนียนขมวดเป็นรอย คิ้วเรียวสลวยชนกันแน่นราวกับผูกเป็นโบ ริมฝีปากอวบอิ่มขบกันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด จนคนแก่กว่าเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เห็นเธอตั้งแต่อ้อนแต่ออกเสมือนหลานคนหนึ่งของเขาก็ไม่ปาน อดเอ่ยปลอบหญิงสาวเพื่อคลายความกังวลไม่ได้“อามีทนายเก่ง ๆ คนหนึ่งช่วยหลานได้นะ อาก็นัดเจอเขาวันนี้ อีกสักพักก็คงมาแล้ว เราจะรอเจอเขาไหม”เหมือนเสียงสวรรค์ฉายแววความหวัง ราวกับสวรรค์ได้ชี้นำทางให้เธอ ดวงตากลมโตเปล่งประกายอย่างยินดี เหลืออีกไม่กี่วันแล้วเธอก็ต้องไปตามหมายเรียกแล้วเธอก็ต้องการทนายเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจ ถึงแม้คิณณ์ณภัทรจะชี้แนะแนวทางเธอแล้วก็ตาม แต่เธอถือคติคนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตายสบายใจดี“คงไม่ใช่แบบที่หนูเจอมานะคะ”“คนนี้มีความสามารถ หนูไว้ใจได้ อาเคยหลอกหนูด้วยเหรอ?”เสียงแหบพร่าตามอายุเอ่ยอย่างนุ่มนวลพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับเธอไม่ต้องกังวลนัก แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นใช่ว่าตัวเขานั้นจะไม่เคยโกหกสาวน้อยคนนี้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่เธอไม่เคยร

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   คำสั่งจากเบื้องบน

    แสงแดดจ้าส่องสว่างลงท่ามกลางกระหม่อมบ่งบอกเป็นเวลาเที่ยงวันแล้วนั้น แต่ทว่าภายในห้องสีขาวม่านหนาสีดำบดบังแสงจากภายนอกจนกลับมืดสนิทไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ เสียงลมหายใจแผ่วเบาของใครบางคนผสานเข้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังสม่ำเสมอ อุณหภูมิที่เย็นเฉียบทำให้ห้องนี้เป็นดั่งโลกอีกใบที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก บนเตียงกว้างคิงไซซ์ร่างเล็กยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนุ่ม ดวงหน้าผุดผ่องแนบลงกับหมอน เส้นผมสีน้ำตาลกระจายอยู่บนผ้าปูเตียงอย่างไร้ระเบียบความเงียบและความเย็นสบายขับกล่อมหญิงสาวเจ้าของห้องให้ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา ‘โอ้ ใจเอ๋ยทำไมรักใครช่างง่ายดาย ใจง่ายเกินไปไหมเธอ โอ้ ใจเอ๋ย โอ้ ใจเอ๋ย ทำไมเจ็บไม่จำ’ เสียงริงโทนดังขึ้นจนหญิงสาวที่หลับอุตุนั้นสะดุ้งเฮือกตื่นด้วยความตกใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ มือเรียวควานหาโทรศัพท์ใต้กองหมอนอย่างลวก ๆ ดวงตายังคงปิดสนิท ริมฝีปากอิ่มพึมพำเสียงเบา คล้ายคนยังไม่ตื่นดี ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสหน้าจอเย็นเฉียบแล้วกดรับสาย “ทำอะไรอยู่หา ยัยนา! กว่าจะรับสายพ่อ” เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ต้องทำยังไงเธอถึงจะรัก

    “น่าสมเพชตัวเองชะมัด” ทำไมนะถึงได้หลงรักกับคนอย่างเขากันนะ คนอย่างเขามีอะไรดีกัน เทียวไล้เทียวขื่อมาหาเธออยู่เป็นหลายปี แต่ไม่เคยกลับพิสูจน์ให้เธอเห็นหรือมั่นใจได้เลยว่าเขาจะจริงจังกับเธอเธอคิดว่าเธอใจแข็งมากพอ คิดว่าหัวใจของเธอไม่อ่อนไหวไปกับผู้ชายแบบนั้น แต่สุดท้ายก็แพ้...แพ้ให้กับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของเขา แพ้ให้กับแววตาที่ทำให้เธอสั่นไหวอยู่เสมอเธอกลัวเพียงว่าการที่เขายังตามตอแยเธอจนถึงทุกวันนี้เพราะว่าอยากเอาชนะเธอหรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ บางที...ที่เขายังตามตอแยเธออยู่อาจเป็นเพียงเพราะว่าเขาไม่เคยถูกเธอปฏิเสธจริง ๆ จัง ๆ มาก่อนเธอคงไม่ใช่คนพิเศษสำหรับเขา เธออาจเป็นเพียงแค่ของเล่นที่เขาอยากเอาชนะก็เป็นได้ ไม่มีใครสามารถรู้ถึงความคิดเขาได้นอกจากตัวของชายหนุ่มเองหลังจากคืนนั้นเธอก็หลบหน้าเขาตลอด แต่เมื่อจำเป็นต้องเจอหน้ากันเธอก็บอกให้เขาลืมไปซะ ถึงเธอเคยพูดกับเขาแบบนั้น แต่เขากลับแค่ยกยิ้มบาง ๆ ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างจากเธอ แต่เธอไม่มีอะไรจะให้เขาอีกแล้วอย่างคณาภัทรนั้นเธอรู้ว่าเขานั้นไม่ได้จริงจังที่จะจีบเธอเพียงแต่จะแกล้งเพื่อนรักของเขาอย่างเ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   เรื่องในคืนนั้น

    หญิงสาวรูปร่างบอบบางตัวเล็กสเป็คชายไทย แม้จะไม่ได้ผิวขาวตามพิมพ์นิยม แต่เมื่อเธอสวมเดรสกำมะหยี่สีดำเปิดไหล่ เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ธรรมชาติรังสรรค์มาอย่างงดงาม ความโฉบเฉี่ยวของเมกอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้าช่วยขับเน้นให้เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งขึ้น เส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ถูกจัดแต่งเป็นลอนคลื่นดูพลิ้วไหว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหลเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินเข้ามาในผับหรู เสียงเบสหนัก ๆ กระแทกเข้าโสตประสาท ร่างกายของผู้คนโยกไหวไปตามจังหวะเพลงที่กึกก้อง แสงไฟสีแดง น้ำเงิน ม่วงวูบวาบสลับกันไปสาดกระทบสะท้อนบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า น้ำหอม และควันบุหรี่จาง ๆสายตาของชายหนุ่มนับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว ทว่าเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนกลับหาได้สนใจไม่ เธอเดินต่อไปยังห้อง VIP อย่างมั่นใจ มุมเงียบสงบที่ถูกแยกออกจากความวุ่นวาย ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา โซฟานุ่มสบาย และเครื่องดื่มระดับพรีเมียมที่มีราคาแพงกว่าด้านนอกหลายเท่า ถึงแม้เดรสตัวสั้นที่เธอสวมจะเผยเรียวขาเหนือหัวเข่าขึ้นมาหลายคืบก็ตาม“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ”“เอาเป็นเหล้ายินแล้วกันค่ะ” หญิงส

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ถึงเธอเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

    นี่มันผ่านมานานเท่าไหร่แล้วนะ… ตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก ความหวั่นไหวที่ก่อตัวขึ้นในใจไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอได้แต่นั่งเหม่อลอย จ้องมองเพดานห้องอันมืดมิด ปล่อยให้ความทรงจำในวันแรกที่พบกันย้อนกลับมาอีกครั้ง5 ปีที่แล้ว...หญิงสาวหยุดยืนอยู่หน้าอาคารสีขาวสะอาดตา ดวงตาเฉี่ยวคมราวกับเหยี่ยวที่มักแต่แต้มด้วยเครื่องสำอาง กลับเปลือยเปล่าไร้การตกแต่งใด ๆ มีเพียงร่องรอยจาง ๆ บริเวณหางตาที่บ่งบอกว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักสายตาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าดูเลื่อนลอย คล้ายจะมองอาคารตรงหน้าทว่ากลับไม่ได้สังเกตจริง ๆ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจแผ่วเบา แล้วตัดสินใจก้าวเข้าไปในสำนักงานเพื่อตามหาเพื่อนรักอย่างลัลน์ที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เธอก๊อก ๆเมื่อหยุดอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเป็นเชิงบอกกล่าวให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึงของตน ก่อนเสียงตอบรับจากภายในดังขึ้น เธอจึงผลักบานประตูเข้าไป สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือแสงสีขาวสว่างเจิดจ้าแตกต่างจากด้านนอกที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเป็นเวลาเพียงห้าโมงเย็นเท่านั้นภายในห้องทำ

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ทางออก

    ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังวุ่นวายอยู่ในหัว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับความวุ่นวายในวันนี้เหลือเกิน ราวกับโลกไม่ยอมให้เธอได้อยู่เงียบๆ กับตัวเองแม้สักนาที แต่ถึงจะบ่นในใจ เธอก็ยอมลุกขึ้นไปเปิดประตูโดยดี“ว่าไงครับหนูตะเภา ยังอยู่ดีใช่ไหม”เสียงกวนอารมณ์พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าของคำพูด ทำให้เธอแทบอยากปิดประตูใส่หน้า ปากแบบนี้มีอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่ามาเพื่อกวนโมโหอะไรอีก ทั้งที่เธอเครียดจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว แต่เขายังมีหน้ามายืนลอยหน้าลอยตาอยู่อีก ก่อนที่เธอจะได้เปิดปากไล่ กลับเป็นเสียงทุ้มอ่อนโยนของใครอีกคนที่ดังขึ้นเสียก่อน“เราไหวไหม หืม?”มือหนาแตะลงบนศีรษะของเธอ ลูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน แตกต่างจากท่าทางเถื่อนๆ ของเพื่อนเขาลิบลับ เจษฎาเห็นเพื่อนตัวดีถึงเนื้อถึงตัวกับคนที่เขาชอบก็แทบเดือดพล่าน ควันออกหู ก่อนตะโกนเสียงเข้ม“มึงเอามือออกไปไอ้แดน!”“ก็ไม่เห็นน้องว่ายังไงนี่ มึงเสือกอะไร ผัวก็ไม่ใช่” คณาภัทรปล่อยหมัดฮุคเข้ากลางใจเจษฎาเต็มแรง เรียกได้ว่าชนะน็อกไปแบบไร้ข้อโต้แย้งเจษฎากำหมัดแน่น หงุดหงิดจนแทบระเบิด แต่ยังไม่ทันได้โต้กลับ เสียงหวา

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   หมายเรียก!?

    ‘หมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ ๑ คดีระหว่าง พ.ต.ต. ภีมพัฒน์ จรัญศิริ ผู้กล่าวหา กับ นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่า “คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ฉะนั้นให้นางสาวนันท์นพิน เศรษฐกุล ผู้ต้องหา ไป ณ ที่ห้องพนักงานสอบสวน พบ พ.ต.ต.ทศพล ทรัพย์เจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าข

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   อารัมภบท

    ภายในห้องรับรองสีขาวกว้างขวาง ตกแต่งอย่างเรียบหรู แสงไฟสีอุ่นช่วยขับเน้นบรรยากาศให้อบอุ่น หญิงสาววัยแรกแย้มสองคนนั่งพับเพียบอยู่กลางห้อง รายล้อมด้วยของเล่นสีสันสดใสที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเรียวสวย ร่างเล็กบอบบางถูกขับเน้นด้วยเสื้อปาดไหล่สีขาวประดับโบใหญ่พาดแขนขวา ตัด

  • คุณทนายขา ช่วยด้วยหนูถูกฟ้อง   ใครกันแน่... ที่เป็นคนทรยศ 💀

    “ห่ะ!!!” เสียงของรินทร์และลัลน์ดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจขีดสุด ทั้งสองคนอ้าปากค้างแทบจะทันที ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรัก “นะ...นี่แกร้อนเงินถึงขนาดต้องไปทำกิจการดำมืดเชียวหรือยัยหนูนา แค่เงินที่แกได้จากดอกแสนแพงนั่น ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง” รินทร์อุทานเสียงสูง ไม่อาจปกปิดความตกใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status