Share

บทที่ 3

Penulis: หรงหรงจื่ออี
เสิ่นชิงซูสูดลมหายใจเข้าลึก ฝืนทำเป็นใจเย็น

เธอมองไปที่โจวอวี๋ชู “คุณโจว คุณเป็นแม่แท้ ๆ ของซืออวี่จริงเหรอคะ?”

โจวอวี๋ชูสบตากับเสิ่นชิงซู ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “เนื่องจากหน้าที่การงานของฉันกับสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท เมื่อห้าปีก่อนฉันก็เลยต้องปกปิดความสัมพันธ์แม่ลูกกับซืออวี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้น่ะค่ะ”

เสิ่นชิงซูลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ “ถ้างั้นพ่อของซืออวี่…”

“ซืออวี่เป็นลูกของฉันกับซือเหยียนค่ะ”

น้ำเสียงของโจวอวี๋ชูแผ่วเบาและอ่อนโยน ทว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นกลับแปรสภาพเป็นมีดคมแล้วปักลงกลางใจเสิ่นชิงซูอย่างจัง!

เสิ่นชิงซูหายใจติดขัด ความเจ็บปวดที่หน้าอกราวกับหายใจไม่ออก ทำให้เธอสีหน้าซีดเผือดในชั่วพริบตา

เด็กที่เธอเห็นเหมือนเป็นลูกในไส้และพยายามเลี้ยงดูอย่างใส่ใจมาตลอดห้าปีนี้ กลับเป็นลูกที่เกิดจากฟู่ซือเหยียนกับโจวอวี๋ชู!

ดังนั้น ฟู่ซือเหยียนโกหกเธอมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

เขาไม่ได้นอกใจหลังแต่งงาน แต่โกหกและหลอกใช้เธอตั้งแต่แรกมาโดยตลอด!

“คุณเสิ่น ต้องขอโทษด้วยที่ปิดบังคุณมานานจนป่านนี้ ความจริงฉันเองก็แนะนำกับซือเหยียนตั้งแต่แรกแล้วว่าให้บอกคุณไปตามตรง แต่ซือเหยียนรู้สึกว่ายิ่งมีคนนอกที่รู้เรื่องนี้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดีน่ะค่ะ”

คำพูดทุกคำของโจวอวี๋ชูล้วนเป็นเหมือนเสียงปีศาจที่ดังก้องซ้ำ ๆ อยู่ในหัวเธอไม่หยุด

ที่แท้เธอก็เป็นคนนอกในสายตาของฟู่ซือเหยียน

เธอนึกว่าระหว่างพวกเขาที่อยู่ร่วมกันมาห้าปี ทั้งยังช่วยกันดูแลลูกชายด้วยกัน นอกจากจะไม่มีความรัก ก็พอนับได้ว่าเป็นคนในครอบครัวที่เชื่อใจกันและกันแล้ว

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนเคียงหมอนของเธอจะเอาแต่ระวังเธอเพราะเห็นเป็นคนนอกมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้

เธอคิดไม่ตก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฟู่ซือเหยียนต้องโกหกเธอด้วย?

หากฟู่ซือเหยียนบอกความจริงกับเธอตั้งแต่ต้น แล้วเธอจะปล่อยให้ตัวเองถลำลึกเข้าไปได้อย่างไร...

“คุณเสิ่น ห้าปีมานี้ลำบากคุณแล้ว ฉันกับซือเหยียนต่างก็ซาบซึ้งใจกับความทุ่มเทที่คุณมีให้ซืออวี่มาก”

โจวอวี๋ชูมองเสิ่นชิงซู “คุณอบรมสั่งสอนซืออวี่มาดีมาก ในฐานะแม่แท้ ๆ ของซืออวี่ ฉันรู้สึกขอบคุณคุณจากใจจริงเลยละค่ะ”

เสิ่นชิงซูจ้องโจวอวี๋ชูนิ่ง

ริมฝีปากซีดเซียวเม้มไว้แน่นมาก ภายนอกเธอดูสงบนิ่ง ทว่ามือข้างนั้นที่โอบฟู่ซืออวี่อยู่กลับสั่นเทาเล็กน้อย

“ไม่จริง! คุณโกหก ผมมีแม่คนเดียว ผมต้องการแม่ของผมเท่านั้น!”

ฟู่ซืออวี่ตวาดใส่โจวอวี๋ชูด้วยความโกรธ “คุณมันเป็นนางมารร้าย! คุณมีสิทธิ์อะไรมาเป็นแม่ผม! ผมไม่ต้องการให้คุณเป็นแม่ผม!”

โจวอวี๋ชูตะลึงงัน

จากนั้นเธอที่ดวงตาแดงก่ำก็เอามือปิดปากไว้ ท่าทางที่กำลังอดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจนั้นทำให้แค่มองก็รู้สึกปวดใจ

ฉินฟางสีหน้าเย็นเยียบทันควัน ก่อนจะลุกขึ้นมาดุด่าว่ากล่าวเสิ่นชิงซู “เธอสั่งสอนเด็กแบบนี้เหรอ? ไม่เห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่ซะบ้างเลย!”

ตอนนี้เสิ่นชิงซูความคิดฟุ้งซ่านเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีแรงเหลือสำหรับใช้โต้เถียงกับฉินฟางแล้วจริง ๆ

แต่เป็นเพราะนึกถึงจิตใจของเด็กน้อย ในท้ายที่สุดแล้วเธอจึงพูดออกไปคำหนึ่ง “ซืออวี่ยังเด็ก พวกคุณควรให้เวลาเขาได้ทำความเข้าใจหน่อยนะคะ”

“เชอะ นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอคิดอะไรอยู่?” ฉินฟางแค่นเสียงเย็นก่อนกล่าว “เสิ่นชิงซู เราต่างก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน อย่าได้คิดว่าฉันมองลูกไม้ตื้น ๆ พวกนั้นของเธอ ไม่ออก!”

“เหล่าฟู่!"

ลุงฟู่ที่เป็นพ่อบ้านได้ยินก็รีบเดินปรี่เข้ามา “คุณผู้หญิง มีอะไรเหรอครับ?”

“ลากตัวคุณชายน้อยกลับมาซะ อย่าให้ผู้หญิงที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงคนนี้หลอกใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลฟู่ได้!”

ลุงฟู่ได้ฟังดังนั้น แม้จะเผยสีหน้าย่ำแย่ แต่ก็ไม่ยังเดินมาดึงตัวฟู่ซืออวี่ออกจากอ้อมอกของเสิ่นชิงซูไป

“ไม่เอา! ปล่อยผมนะ! แม่ครับ ผมจะกลับบ้านกับแม่…”

เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว ทำใจทนดูฟู่ซืออวี่ร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ไม่ได้

“ซืออวี่เป็นโรคหอบหืด พวกคุณอย่าใช้วิธีรุนแรงแบบนี้บีบเขาจะได้ไหมคะ?”

พอได้ยินดังนั้น ฉินฟางพลันสีหน้าชะงักค้าง

โจวอวี๋ชูลุกขึ้นเดินไปจับแขนของฉินฟาง พลางพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก “น้าคะ รีบบอกให้ลุงฟู่ปล่อยซืออวี่เถอะค่ะ หนูไม่เป็นไร เป็นหนูเองที่ไม่ได้ทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่ ก็สมควรแล้วที่ลูกจะไม่ยอมรับในตัวหนู”

ฉินฟางได้ฟังก็ถอนหายใจหนึ่งที ด้วยกลัวว่าโรคหอบหืดของฟู่ซืออวี่จะกำเริบขึ้นมาอีก จึงโบกมือไปทางลุงฟู่

ลุงฟู่ปล่อยตัวฟู่ซืออวี่ออก

“แม่!”

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้พลางกระโจนไปทางเสิ่นชิงซู

เสิ่นชิงซูถูกเขากระโจนใส่จนร่นถอยหลังไปก้าวหนึ่งจึงค่อยประคองร่างให้มั่นคงได้อย่างทุลักทุเล

ในตอนที่ฟู่ซืออวี่พุ่งตัวเข้ามาเมื่อครู่นี้ได้กระแทกเข้าที่ท้องของเธอ

พอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นในบริเวณท้อง เสิ่นชิงซูก็ถึงกับต้องหน้าซีดลงไปอีกหลายส่วน

“แม่ ย่าโกหกใช่หรือเปล่า แม่ของผมคือแม่ต่างหาก! ผมไม่ต้องการแม่คนอื่น ผมจะให้แม่เป็นแม่ของผมคนเดียว!”

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

เสิ่นชิงซูลูบศีรษะของเขาอย่างปวดใจ

เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอแต่เล็ก ซ้ำยังเป็นโรคหอบหืดแต่กำเนิด จะร้องไห้อาละวาดหนักไม่ได้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นเด็กที่เธอเลี้ยงมาเองกับมือ สุดท้ายก็ยังทำใจทิ้งเขา ไม่สนใจเขาไม่ได้

“ซืออวี่เป็นเด็กดีนะ แม่ไม่ได้จะทิ้งลูกไปไหน ไม่ร้องแล้วนะ โอเคไหม?”

เสิ่นชิงซูคิดเพียงแค่ว่าอยากจะปลอบใจให้ฟู่ซืออวี่สงบสติลงเท่านั้น

แต่พอฉินฟางได้ยินแล้ว กลับมองว่ามีเจตนาอื่นแอบแฝง

“เสิ่นชิงซู นี่เธอยังมียางอายอยู่ไหม? ฟู่ซืออวี่ไม่ใช่ลูกที่เธอคลอดออกมาด้วยซ้ำ! เธอกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้ยังไง?”

ฉินฟางที่เคยชินกับการวางมาดเป็นผู้ดีสูงส่ง ยามนี้กลับไม่ปกปิดความชิงชังที่มีต่อเสิ่นชิงซูแม้แต่นิดเดียว เผยความหยาบคายออกมาเต็มประดา

“ฉันก็ว่าทำไมหลายปีมานี้ซืออวี่ถึงไม่ใกล้ชิดกับฉันสักที ยังไงก็จะให้เธอเป็นแม่ให้ได้ ตอนนี้ฉันเข้าใจสักที เธอคงแอบล้างสมองเขาแน่!”

ปรักปรำกันด้วยข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงขนาดนี้ ต่อให้เสิ่นชิงซูจะนึกถึงใจเด็กแค่ไหนก็สีตึงในพริบตาอยู่ดี

“คุณหญิงฟู่ ตอนนั้นฉันกับฟู่ซือเหยียนแต่งงานกันโดยไม่ได้ขอความเห็นชอบจากคุณก่อน ดังนั้นถึงคุณจะไม่รับลูกสะใภ้อย่างฉันคนนี้ ฉันก็ไม่บังคับฝืนใจ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าเด็กห้าขวบ คุณคิดทบทวนดูหน่อยดีไหมว่าตัวเองเป็นแบบอย่างที่ดีหรือเปล่า? เป็นฉันที่ไม่เคารพผู้ใหญ่ หรือว่าคุณที่ทำตัวไม่น่าเคารพ?”

“แก!” ฉินฟางคาดไม่ถึงว่าเสิ่นชิงซูจะเถียงเธอต่อหน้าทุกคน จึงโกรธจัด “นี่แกกำลังท้าทายฉันอยู่เหรอ?”

“ฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกค่ะ”

เสิ่นชิงซูมองตรงเข้าไปในแววตาของฉินฟาง ท่าทางวางตัวเหมาะสม “จะหย่าหรือไม่หย่ามันก็เป็นเรื่องของฉันกับฟู่ซือเหยียน พวกคุณจะเก็บซืออวี่ไว้ก็ได้ ฉันไม่แย่งกับพวกคุณหรอก”

“ไม่เอา ๆ!” พอฟู่ซืออวี่ได้ยินว่าตัวเองจะถูกทอดทิ้งก็กอดเสิ่นชิงซูแน่นขึ้นไปอีก พร้อมกับปล่อยโฮเสียงดังกว่าเดิม

“แม่อย่าทิ้งผมไป! ผมไม่ชอบบ้านย่า! และผมก็ไม่ชอบนางมารร้ายคนนั้นด้วย! ผมจะกลับบ้านกับแม่ แม่พาผมกลับบ้านเถอะนะครับ?”

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง

เธอเลี้ยงฟู่ซืออวี่มาห้าปี ไม่เคยทำให้เขาต้องร้องไห้หนักแบบนี้มาก่อน

เสิ่นชิงซูถอนหายใจ แล้วมองฉินฟาง “ตอนนี้เขาสะเทือนใจจนไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ฉันจะพาเขากลับไปก่อน พอเขาอารมณ์นิ่งแล้ว ฉันจะอธิบายให้เขาเข้าใจเองค่ะ”

พูดจบ เสิ่นชิงซูก็จูงมือฟู่ซืออวี่แล้วหมุนกายเดินออกไปด้านนอก

ฟู่ซืออวี่อยากจะรีบไปให้พ้นจากที่นี่ จึงเดินซอยเท้าฉับ ๆ กลัวว่าถ้าช้าไปแค่นิดเดียวจะถูกเสิ่นชิงซูทิ้งไว้ตรงนี้

“ซืออวี่!”

โจวอวี๋ชูตะโกนออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามออกมา

ภายในลานบ้าน โจวอวี๋ชูคว้าแขนของฟู่ซืออวี่ไว้ได้

“ซืออวี่ ลูกอย่าไป แม่ผิดไปแล้ว ตอนนั้นแม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น แต่ว่าแม่รักลูกนะ!”

“นางมารร้าย! ปล่อยผมนะ!” ฟู่ซืออวี่ดิ้นรนอยากจะสะบัดมือของโจวอวี๋ชูออก ทว่าโจวอวี๋ชูจับแน่นมาก

จนทำเอาเขารู้สึกเจ็บแขนขึ้นมาแล้ว

“แม่ครับ! แม่รีบช่วยผมที นางมารร้ายคนนี้จะจับตัวผมไปแล้ว!”

เสิ่นชิงซูมองโจวอวี๋ชูที่จับแขนฟู่ซืออวี่ไว้ไม่ยอมปล่อยมือ สีหน้าพลันดูซับซ้อนเล็กน้อย

โจวอวี๋ชูดึงรั้งตัวฟู่ซืออวี่ไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเสิ่นชิงซู

เธอมองเสิ่นชิงซู ใบหน้างดงามอันน่าชื่นชมนั้นถูกอาบด้วยน้ำตา ดูแล้วช่างน่าสงสารจับใจ

“คุณเสิ่น ฉันขอร้องละ ซืออวี่เป็นลูกที่ฉันอุ้มท้องสิบเดือนเสี่ยงตายคลอดออกมา ฉันรู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาคุณมีบุณคุณที่เลี้ยงดูเขามา แต่เขาไม่ใช่เครื่องมือที่คุณจะใช้พันธนาการ ฉันขอร้องละนะ อย่าหลอกใช้เขาแบบนี้เลยได้ไหม?”

เสิ่นชิงซูมองโจวอวี๋ชูอย่างเหลือเชื่อ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรถึงฉินฟางกับโจวอวี๋ชูถึงเอาแต่หาว่าเธอหลอกใช้เด็ก

เวลานี้ฉินฟางก็ตามออกมาแล้ว เห็นว่าเสิ่นชิงซูจับฟู่ซืออวี่ไว้ไม่ปล่อย จึงตะโกนเรียกคนรับใช้ให้มาผลักตัวเสิ่นชิงซูออกทันที

เสิ่นชิงซูถูกแรงผลักทำให้โซซัดโซเซจนเกือบจะล้มลง

เธอกุมท้องที่ปวดหน่วงรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไว้ ขมวดคิ้วพลางมองฟู่ซืออวี่ที่ถูกพวกสาวใช้ลากตัวกลับไปยังข้างกายของโจวอวี๋ชูกับฉินฟาง

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้แทบขาดใจ “ปล่อยผมนะ! ผมจะกลับบ้านกับแม่ผม! แม่…”

เสิ่นชิงซูมองเหตุการณ์ตรงหน้า ทันใดนั้นก็รู้สึกมีใจแต่ไร้กำลังขึ้นมา

คนหนึ่งคือย่าแท้ ๆ ของเด็ก ส่วนอีกคนเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

เมื่อเทียบกันแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่กำลังจะหย่ากับฟู่ซือเหยียน ก็เป็นคนนอกจริงนั่น ๆ แหละ

ทันใดนั้น รถเบนท์ลีย์สีดำแล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้าน

เมื่อได้ยินเสียงรถ เสิ่นชิงซูจึงหันศีรษะไป

ประตูรถด้านหลังเปิดออก ฟู่ซือเหยียนลงมาจากภายในตัวรถ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
wjnterzer0
ชีวิตนางเอกชีช้ำเว่อ ถ้าได้เอาคือ ขอเอาคืนแรง ๆ เลยนะ ...
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 736

    เสิ่นชิงซูกลับจากโรงพยาบาลตรงดิ่งมาที่วิลล่าหลีเจียงที่ลานจอดรถมีรถของหานหมิงอวี่จอดอยู่เสิ่นชิงซูเดินเข้าบ้านป้าอวิ๋นรีบเดินมาต้อนรับ“ท่านประธานหานกำลังกล่อมเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนนอนอยู่ชั้นสองค่ะ!”เสิ่นชิงซูชะงัก “เขามาเมื่อไหร่คะ?”“มาตั้งแต่เที่ยงแล้วค่ะ”“อยู่ตลอดบ่ายเลยเหรอคะ?”“ใช่ค่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 728

    เสิ่นชิงซูถึงกับไปไม่เป็นลีลาของคุณย่าหานช่างดุดันเหลือเกิน จนเธอไปไม่เป็น ได้แต่หันหน้าไปมองหานหมิงอวี่หานหมิงอวี่ยกมือนวดหว่างคิ้ว เอ่ยกับคุณย่าว่า “คุณย่าครับ ใจเย็น ๆ ก่อน สถานการณ์ระหว่างเราซับซ้อนนิดหน่อย คุณย่าทำแบบนี้ ชิงซูจะลำบากใจเอานะครับ”“อะไรคือสถานการณ์ซับซ้อน?” คุณย่าหานขมวดคิ้ว

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 690

    เสิ่นชิงซูนับตั้งแต่วันนั้นที่ถูกส่งไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยชีวิต ก็ถูกวินิจฉัยว่าอาการป่วยทรุดลงอีกครั้งหลังจากผ่านการรักษาและช่วยชีวิตอย่างเสี่ยงอันตรายมาหนึ่งสัปดาห์ ชีวิตนี้ก็ถูกกระชากกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้อย่างหวุดหวิดเพียงแต่อาการป่วยของเสิ่นชิงซูนี้แปลกไปจากกรณีทั่วไปอย่างมากก่อนหน้า

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 710

    การกระทำนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าผู้ถือหุ้นอาวุโสของบริษัทเป็นอย่างมากปลายเดือนมีนาคม ลุงใหญ่และอาสามตระกูลชีร่วมมือกับผู้ถือหุ้นอาวุโสอีกหลายคนจัดการประชุมผู้ถือหุ้นขึ้นพวกเขาต้องการใช้ข้ออ้างว่า ‘ชีหมิงเสวียนแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้ เข้าข้างฟู่ซือเหยียน’ เพื่อบีบให้ชีหมิงเสวี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status