แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: หรงหรงจื่ออี
ฟู่ซือเหยียนอยู่ในชุดสูทสีดำ ดูหล่อเหลาเย็นชา สูงส่งและทะนงตน

เขากวาดสายตามองผ่านดวงหน้าของเสิ่นชิงซูไปอย่างเรียบเฉย ก่อนที่สายตาจะไปตกอยู่บนใบหน้าของฟู่ซืออวี่ที่ร้องไห้อาละวาดไม่หยุด

“ซืออวี่มานี่” เขาโบกมือเรียกฟู่ซืออวี่

เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรดาสาวใช้ต่างหน้าเปลี่ยนสี รีบพากันคลายมือออกอย่างลนลาน

ฟู่ซืออวี่วิ่งปรี่เข้าไปหาฟู่ซือเหยียนทันที

“พ่อ! ฮือ ๆ ๆ… ในที่สุดพ่อก็มาสักที!”

ฟู่ซือเหยียนลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล “บอกพ่อมา เกิดอะไรขึ้น?”

ฟู่ซืออวี่ยังไม่ทันได้พูดอะไร โจวอวี๋ชูก็เดินเข้ามาแล้ว

เธอปาดน้ำตาบนใบหน้า น้ำเสียงอ่อนโยนระคนด้วยความตำหนิตัวเองอยู่หลายส่วน

“ต้องโทษฉัน โผล่มากะทันหันโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน ซืออวี่ยังยอมรับเรื่องที่ฉันเป็นแม่เขาไม่ได้ ก็เลยสะเทือนใจหน่อยน่ะค่ะ”

“คุณไม่ใช่แม่ของผมอยู่แล้ว!” ฟู่ซืออวี่ยกมือขึ้นมาผลักโจวอวี๋ชูออกไปอย่างแรง “คุณเป็นนางมารร้าย! คุณไม่ใช่แม่ของผมสักหน่อย!”

โจวอวี๋ชูร้องอุทานออกมา รองเท้าส้นสูงที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเกิดพลิกขึ้นมา เธอกำลังจะล้มลงอยู่รอมร่อแล้ว

ในช่วงเวลาคับขัน ฟู่ซือเหยียนเข้าไปช้อนร่างโจวอวี๋ชูมาแนบไว้ในอก

“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

โจวอวี๋ชูออกแรงที่ขาข้างหนึ่งไม่ได้ “เหมือนจะข้อเท้าพลิกแล้วละ แต่ฉันไม่เป็นไรค่ะ ความรู้สึกของซืออวี่สำคัญที่สุด”

ฟู่ซือเหยียนวางมาดขึงขัง โน้มตัวไปอุ้มโจวอวี๋ชูขึ้นมา “ผมพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อย”

พอหมุนตัวกลับ เขากับเสิ่นชิงซูก็สบตากัน

เสิ่นชิงซูดวงตาแดงระเรื่อ จ้องเขานิ่ง “เธอเป็นแม่แท้ ๆ ของซืออวี่จริงเหรอคะ?”

“เสี่ยวชูเป็นแม่ของซืออวี่จริง ๆ”

ฟู่ซือเหยียนมองหน้าเสิ่นชิงซูตรง ๆ แววตาลุ่มลึกเย็นชาราบเรียบ

เสิ่นชิงซูมองไม่เห็นถึงความรู้สึกผิดของคนโกหกจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

หัวใจที่ถูกทิ่มแทงด้วยความเย็นยะเยือกค่อย ๆ จมดิ่งลงไปช้า ๆ

“ซืออวี่ค่อนข้างเชื่อฟังคุณ คุณพาเขากลับไปก่อน และพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมเขาให้เข้าใจที”

ฟู่ซือเหยียนพูดทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้แล้วอุ้มโจวอวี๋ชูขึ้นรถไป

รถเมย์บัคสีดำแล่นออกไปจากตระกูลฟู่

เสิ่นชิงซูก้มหน้าลง ดวงตาบวมเป่ง ริมฝีปากที่ซีดเผือดเผยอออกเล็กน้อย พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หลายทีถึงค่อยกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

“แม่”

มือเล็ก ๆ ของฟู่ซืออวี่จับมือเสิ่นชิงซูไว้ “แม่ แม่ตาแดงจัง แม่ร้องไห้แล้วใช่ไหม?”

เสิ่นชิงซูย่อตัวนั่งลง ลูบดวงหน้าของฟู่ซืออวี่เบา ๆ ก่อนจะส่งรอยยิ้มอันไร้สีสันที่ฝืนเค้นออกมาไปให้เขา

“แม่ไม่ได้ร้องจ้ะ แม่จะพาลูกกลับบ้านก่อนนะ” เสิ่นชิงซูลุกขึ้น มองไปยังฉินฟาง “คุณเองก็ได้ยินที่ฟู่ซือเหยียนพูดแล้วนะคะ”

ฉินฟางโกรธขึ้งจ้องเธอตาเขม็ง

แม้จะเจ็บใจ แต่ฟู่ซือเหยียนพูดมาแบบนั้นแล้ว เธอจะรั้งตัวฟู่ซืออวี่ให้อยู่ต่อก็ไม่ได้

อย่างไรตอนนี้โจวอวี๋ชูก็กลับมาแล้ว ฟู่ซือเหยียนจะต้องหย่ากับเสิ่นชิงซูทันทีแน่ ถึงตอนนั้นเสิ่นชิงซูก็อย่าหวังว่าจะใช้ฟู่ซืออวี่เป็นข้ออ้างอยู่ที่ตระกูลฟู่ต่อได้อีก!

เมื่อนึกได้อย่างนี้ ฉินฟางก็อารมณ์ดีขึ้นมาก

……

เสิ่นชิงซูลองพยายามอธิบายฐานะของโจวอวี๋ชูให้ฟู่ซืออวี่ฟังระหว่างทางกลับบ้าน

แต่ฟู่ซืออวี่ต่อต้านมาก พูดได้ไม่กี่คำก็ร้องไห้ขึ้นมาอีก

เสิ่นชิงซูทั้งจนปัญญาทั้งปวดใจ จึงได้แต่ปลอบใจเขาไปก่อน

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้จนหมดแรง จึงผล็อยหลับไปก่อนจะถึงบ้านเสียอีก

เสิ่นชิงซูเพิ่งจะวางตัวฟู่ซืออวี่ที่หลับสนิทลงบนเตียงในห้องนอนเด็ก ก็มีเสียงรถยนต์ดังแว่วขึ้นมาจากชั้นล่าง

เธอช่วยห่มผ้าให้ฟู่ซืออวี่

ขณะลงมาชั้นล่าง ฟู่ซือเหยียนก็ผลักประตูเดินเข้ามาพอดี

คนทั้งสองประสานสายตากัน บรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อย

“ซืออวี่ล่ะ?” ฟู่ซือเหยียนถาม

“นอนอยู่ข้างบนค่ะ”

ฟู่ซือเหยียนตอบรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านเสิ่นชิงซูแล้วมุ่งหน้าตรงขึ้นไปยังชั้นสอง

เสิ่นชิงซูหมุนตัวกลับ ขณะมองแผ่นหลังของเขา มือที่แนบอยู่ข้างกายพลันกำหมัดแน่น

เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายยังสาวเท้าเดินตามขึ้นไป

อยู่เคียงข้างกันฉันสามีภรรยามาห้าปี มีความพัวพันกันหลายค่ำคืน เธอจึงคิดว่าตนก็น่าจะมีสิทธิ์ขอคำอธิบายจากเขาสักคำ

ชั้นสอง ฟู่ซือเหยียนผลักประตูห้องนอนเด็กออกแล้วเดินเข้าไป

ก่อนจะอุ้มฟู่ซืออวี่ที่กำลังหลับลึกขึ้น แล้วหมุนกายเดินกลับออกมา

เสิ่นชิงซูยืนมองเขาจากด้านนอก “คุณจะพาซืออวี่ไปไหนคะ?”

“เสี่ยวชูเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนี้เธอต้องการซืออวี่”

ฟู่ซือเหยียนทิ้งท้ายไว้ด้วยคำอธิบายสั้น ๆ แล้วอุ้มร่างฟู่ซืออวี่เดินจากไป

เสิ่นชิงซูยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น

จนกระทั่งเสียงรถยนต์ห่างออกไปไกลแล้ว เธอค่อยดึงสติกลับมาได้

เขาจะไปจะมาก็ทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ถึงขั้นไม่แม้แต่จะให้เธอมีโอกาสได้ทวงถามสักคำ

เสิ่นชิงซูกวาดตามองบ้านที่ว่างเปล่า

หัวเราะ

หัวเราะไปหัวเราะมา น้ำตาพลันไหลล้นออกมาจากเบ้าตา

..….

เขตโครงการบ้านหรูกลางเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องบริการระบบรักษาความปลอดภัย บนที่ดินราคาแพงหูฉี่ในเมืองเป่ย

รถเมย์บัคสีดำไต่เขาขึ้นมาจอดลงใน ‘คฤหาสน์เหยาเยว่’ ซึ่งบ้านหลังใหญ่สุดของโครงการ

ภายในรถ ฟู่ซืออวี่ตื่นขึ้นมาแล้ว

ฟู่ซือเหยียนกอดเขาพลางพูดอธิบายกับเขาว่าโจวอวี๋ชูเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ส่วนเสิ่นชิงซูเป็นแค่แม่เลี้ยงที่ดูแลเขามาห้าปีเท่านั้น

ฟู่ซืออวี่ครั้นฟังแล้วก็ไม่ได้อาละวาดอีก ถามเพียงคำเดียวว่า “งั้นต่อไปผมจะมีแม่สองคนใช่ไหมครับ?”

ฟู่ซือเหยียนตอบ ‘อืม’ ด้วยเสียงเรียบ ตามด้วยการพูดเน้นย้ำอีกว่า “แม่เสี่ยวชูลำบากมากกว่าจะคลอดลูกออกมาได้ เธอรักลูกมากนะ ดังนั้นลูกต้องไปขอโทษเธอ และเรียกเธอว่าแม่ด้วย จำได้หรือยัง?”

ฟู่ซืออวี่พยักหน้าอย่างว่าง่าย

พอเข้าบ้านมาแล้ว โจวอวี๋ชูนั่งอยู่บนโซฟา คลุมผ้าห่มไว้บนท่อนขา เท้าสองข้างที่โผล่ออกมาข้างนอก มีข้างหนึ่งที่ข้อเท้าพลิกถูกผ้าก๊อซพันไว้จนหนาเตอะ

เมื่อเห็นพวกเขา ดวงหน้างดงามประณีตของโจวอวี๋ชูประดับรอยยิ้มหวานในชั่วพริบตาเดียว

“ซือเหยียน ซืออวี่ มากันแล้วเหรอ”

ฟู่ซืออวี่ที่จูงมือฟู่ซือเหยียนอยู่แหงนหน้ามองฟู่ซือเหยียน

“ไปเถอะ” ฟู่ซือเหยียนลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่เบา ๆ

ฟู่ซืออวี่ได้รับกำลังใจแล้ว จึงเดินเข้าไปหาโจวอวี๋ชู

โจวอวี๋ชูยื่นมือมาหาเขา “ซืออวี่ มาให้แม่กอดหน่อยได้ไหม?”

ฟู่ซืออวี่ลังเลเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็เดินเข้าไปอยู่ดี

โจวอวี๋ชูกอดเขาไว้ พลางน้ำตาโรยริน

“ลูกรัก ขอโทษนะ แม่ไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่รับลูกเป็นลูก ห้าปีมานี้แม่คิดถึงลูกทุกวันเลยนะ…”

ร่างเล็กของฟู่ซืออวี่ที่โดนเธอกอดดูแข็งทื่อเล็กน้อย

เขาได้กลิ่นหอมของดอกไม้จากน้ำหอมบนตัวโจวอวี๋ชู

แตกต่างจากกลิ่นหวานสดชื่นจาง ๆ บนตัวเสิ่นชิงซูโดยสิ้นเชิง…
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 803

    เสิ่นชิงซูเม้มริมฝีปากฟู่ซือเหยียนเห็นเธอไม่โต้แย้ง ก็รู้ว่าตัวเองพูดถูกแล้วเขาจูบแก้มเธอเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า“สถานะท่านเจ็ดซับซ้อนและพิเศษมาก ก่อนที่ปฏิบัติการสีเทาจะจบลง จะเปิดเผยง่าย ๆ ไม่ได้”เสิ่นชิงซูลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “งั้นเงินที่คุณเอามาลงทุนพวกนั้น จริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกกฎหมายด้วยเหรอคะ?”“วางใจเถอะ ถ้าผิดกฎหมาย ผมจะให้คุณได้ยังไง? ตามข่าวลือเลย ช่วงแรกเริ่มจากตลาดมืดในประเทศเอจริง ๆ ก็คือค้าอาวุธนั่นแหละ เพราะตอนนั้นปฏิบัติการสีเทาดำเนินการยากลำบากมาก จำเป็นต้องใช้ช่องทางความร่วมมือพิเศษ อย่างเช่นทหารรับจ้างแบบซ่งหลานอินที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ชัดเจน หวังแต่เงิน สถานะ ‘ท่านเจ็ด’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อติดต่อกับคนพวกนี้โดยเฉพาะ แน่นอนว่าต่อมาพอสถานการณ์เริ่มนิ่ง เงินทุนผ่านการหมุนเวียนหลายรอบ จนกลายเป็นเงินถูกกฎหมายแล้วถึงเริ่มนำมาลงทุนในแวดวงธุรกิจภายในประเทศ เพราะงั้นถูกกฎหมายทั้งหมด”เสิ่นชิงซูฟังแล้วยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่ดีนั่นเป็นโลกที่เธอจินตนาการไม่ออกเลยสักนิดจะบอกว่าเธอเปรียบเสมือนผ้าขาวสำหรับฟู่ซือเหยียนก็ไม่เกินจริงเลย“อาซู จริง ๆ แล้วตอนแรกที่ผมลงสน

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 802

    เสิ่นชิงซูชะงัก หันไปมองเขาชายหนุ่มปัดเส้นผมข้างแก้มเธอออก ก้มหน้าจูบมุมปากเธอเบา ๆ“คุณรับปากผมก่อน ว่าจะไม่โกรธ ตกลงไหม?”เสิ่นชิงซูเลิกคิ้ว “งั้นก็ต้องดูว่าคุณทำเรื่องอะไร ถ้าคุณทำเรื่องผิดต่อฉัน แล้วยังจะให้ฉันไม่โกรธ คุณว่ามันยุติธรรมเหรอคะ?”“ไม่ใช่ความหมายนั้น ผมหมายถึง...” ฟู่ซือเหยียนเม้มปาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงพูดต่อว่า “ก็คือเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวนิดหน่อย”พอได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเรื่องที่เขาจะพูดก็คือเรื่องนั้นแต่เธอรู้สึกว่าฟู่ซือเหยียนปิดบังเธอมานานขนาดนี้ ในใจก็ยังขุ่นเคืองอยู่บ้าง เลยคิดจะถือโอกาสแกล้งเขาเล่น“ทรัพย์สินส่วนตัว? มีอะไรเหรอคะ? ขอแค่คุณไม่ได้มาบอกฉันว่าคุณซุกซ่อนลูกนอกสมรสไว้ข้างนอกก็พอ”ฟู่ซือเหยียนยิ่งร้อนรน “อาซู ผมเคยแตะต้องแค่คุณ ลูกของผมมีแค่เสี่ยวอันหนิงกับเนี่ยนอันเท่านั้น”เสิ่นชิงซูจงใจกลั่นแกล้ง “ชีหมิงเสวียนคลอดชีเยว่ออกมาได้ยังไงคุณลืมไปแล้วเหรอคะ?”ฟู่ซือเหยียน “...”ผู้ชายที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจและวงการกฎหมายได้อย่างรุ่งโรจน์ แต่ต่อหน้าคนรัก กลับอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่สุดฟู่ซือเหยียนเดาใจเธอ

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 801

    ซือฟู่เหยียนขัดเธอไม่ได้ จึงเดินไปตรงหน้าเธอแล้วย่อตัวลงเสิ่นชิงซูมองเขาอย่างสงสัย “คุณทำอะไรคะ?”“ขี่หลังผมสิ”เสิ่นชิงซูมองฉือกั่วเอ๋อร์กับเจ้าของโฮมสเตย์แวบหนึ่ง รอบ ๆ ยังมีนักท่องเที่ยวประปราย...“ไม่เอาค่ะ ฉันโตป่านนี้แล้ว มันดูแปลก ๆ นะคะ”“คุณดูข้างหน้าสิ”เสิ่นชิงซูมองไปข้างหน้าคุณลุงคนหนึ่งกำลังแบกคุณป้าอยู่เสิ่นชิงซู “...”ฉือกั่วเอ๋อร์ช่วยเชียร์อยู่ข้าง ๆ “ประธานเสิ่นคะ คนที่มาที่นี่แล้วไม่สบายมีเยอะแยะไปค่ะ คุณฟู่ตัวสูงใหญ่แข็งแรง เขาแบกคุณก็สมควรแล้ว ดูคุณลุงคนนั้นยังแบกคุณป้าเลย จริง ๆ แล้วทุกคนเข้าใจได้ค่ะ สุขภาพร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่น่าอายหรอกค่ะ”“นี่มัน... ฟู่ซือเหยียน!”เสิ่นชิงซูยังลังเลอยู่ ข้อมือก็ถูกฟู่ซือเหยียนกระตุก ตัวเธอก็ถลาไปเกาะอยู่บนหลังฟู่ซือเหยียนทันทีฝ่ามือใหญ่ของชายหนุ่มประคองบั้นท้ายเธอไว้ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขัดขืนแล้วลุกขึ้นยืนทันทีเสิ่นชิงซูทั้งร้อนรนทั้งเขินอาย ซุกหน้าต่ำลงตามสัญชาตญาณ กดเสียงต่ำบอกให้เขารีบปล่อยเธอลง“อาซู ใจเย็น ๆ หน่อย ยิ่งตื่นเต้นอาการแพ้ความสูงจะยิ่งกำเริบหนักนะ”เสิ่นชิงซู “...คุณปล่อยฉันลงฉันก็ไม่

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 800

    ประมาณสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดออกฟู่ซือเหยียนสวมชุดนอนผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มเดินออกมาชายหนุ่มถือผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้นบนเตียง เสิ่นชิงซูพิงหัวเตียง ในมือถือบทละครอ่านอยู่ฟู่ซือเหยียนมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นเปิดไดร์เป่าผมเป่าผมในห้องนอนที่เงียบสงบมีเพียงเสียงไดร์เป่าผมทำงานผ่านไปครู่หนึ่ง ไดร์เป่าผมหยุดลง เสิ่นชิงซูวางบทละครลง แล้วนอนตะแคงข้างฟู่ซือเหยียนเก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ ปิดไฟแล้วขึ้นเตียงชายหนุ่มโอบกอดเธอจากด้านหลังเสิ่นชิงซูรู้สึกเพียงความเย็นเยียบเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมคุณอาบน้ำเย็นคะ?”“ดับร้อนน่ะ” ฟู่ซือเหยียนกอดเธอ ความรุ่มร้อนในร่างกายที่เพิ่งสงบลงพลันหวนกลับมาอีกครั้งในชั่วพริบตาแต่เขาไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่หลับตาลง น้ำเสียงทุ้มต่ำ “ดึกมากแล้ว นอนเถอะ”จะตีสองแล้ว ดึกมากจริง ๆเสิ่นชิงซูขานรับ แล้วหลับตาลงแม้ฟู่ซือเหยียนจะมีถ้อยคำนับพันหมื่นอยากจะพูดกับเสิ่นชิงซู แต่พอนึกถึงว่าพรุ่งนี้ต้องปีนภูเขาหิมะ เขาเกรงว่าเสิ่นชิงซูจะนอนไม่พอจนส่งผลต่อสภาพร่างกาย จึงเลือกที่จะไม่พูดก่อน......ยามเช้า แสงแดดสดใสเสิ่นชิงซูที่กำลังหลับสนิทขมวดคิ้วเล็ก

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 799

    มิหนำซ้ำ ตอนนั้นเพราะยังมีเฉียวซิงเจียและเวินจิ่งซีคอยอยู่เป็นเพื่อน นอกจากต้องคอยดูแลฟู่ซืออวี่ที่เปลืองแรงไปบ้างแล้ว ที่เหลือก็ถือซะว่ามาเที่ยวพักผ่อนเสิ่นชิงซูพิมพ์ข้อความตอบกลับ [มันผ่านไปหมดแล้วค่ะ]ภายในวิลล่าหลีเจียง ฟู่ซือเหยียนจ้องมองข้อความนี้ คิ้วขมวดมุ่นเด็กสองคนกำลังเล่นเป็นเพื่อนเสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนอยู่ข้าง ๆภายในบ้านตลบอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆทว่าจิตใจของฟู่ซือเหยียนกลับร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูกเขาลุกขึ้นยืน กดโทรศัพท์หาเส้าชิง “ยื่นเรื่องขอเส้นทางบินเดี๋ยวนี้ ผมจะไปเมืองอวิ๋น”......เสิ่นชิงซูและฉือกั่วเอ๋อร์ทานข้าวเสร็จ เดินเล่นละแวกนั้นสักพัก ก็กลับมาที่โฮมสเตย์พรุ่งนี้ต้องขึ้นภูเขาหิมะ เจ้าของโฮมสเตย์เตือนพวกเธอว่านักท่องเที่ยวต่างถิ่นบางคนขึ้นภูเขาหิมะแล้วจะเกิดอาการแพ้ความสูง จึงให้พวกเธอรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ เก็บแรงไว้ให้เต็มที่ พรุ่งนี้ขึ้นเขาจะได้ไม่เกิดอาการแพ้ความสูงได้ง่าย ๆทั้งสองคนจึงรีบแยกย้ายกันกลับห้องเสิ่นชิงซูกลับมาถึงห้อง หยิบมือถือขึ้นมาดูฟู่ซือเหยียนไม่ได้ตอบข้อความกลับมาอีกเธอวางโทรศัพท์ลง หยิบชุดนอนเดินเข้าไปในห

  • คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ   บทที่ 798

    “ฉันเหรอคะ...” ชีหมิงเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “ก็คงเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ แหละค่ะ ไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษ”“ไปพักผ่อนหย่อนใจมันก็ดีค่ะ แต่คุณจะร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอกตลอดไปไม่ได้ ถึงชีเยว่จะกลับตระกูลหานไปแล้ว แต่คุณก็ยังเป็นแม่ของเขา คุณตัดใจไม่สนใจแกเลยได้จริง ๆ เหรอคะ?”“ฉันกับคุณไม่เหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ชีเยว่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เวลาที่ฉันเลี้ยงแกมากับมือมีน้อยมาก จริง ๆ แล้วฉันกับเขาไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกัน ยิ่งบวกกับความสัมพันธ์ของฉันกับหานหมิงอวี่ที่เข้าขั้นน้ำกับไฟด้วยแล้ว คนเป็นแม่อย่างฉันทำตัวไร้ตัวตนหน่อยจะดีกว่าค่ะ”ชีหมิงเสวียนพูดออกมาอย่างปลอดโปร่งแต่เสิ่นชิงซูฟังแล้วกลับรู้สึกเศร้าใจ“ชีหมิงเสวียน ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยเกินไปจริง ๆ อยากจะวางทุกอย่างลงชั่วคราวแล้วออกไปพักผ่อนหย่อนใจ ฉันสนับสนุนคุณนะคะ ชีเยว่เป็นเด็กรู้ความ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณคุยกับเขาดี ๆ เขาต้องเข้าใจคุณแน่ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณจะใช้วิธีตัดรอนแบบนี้มาจัดการความสัมพันธ์ของพวกคุณสามคน ถึงคุณกับหานหมิงอวี่จะไร้วาสนาต่อกัน แต่คุณกับชีเยว่ยังไงก็เป็นแม่ลูกกัน คุณไม่จำเป็นต้องตัดขาดการติ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status