เข้าสู่ระบบรถคันหรูอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งเฉิน เสวียนอู่พ่อค้าขายเหล้าและรถนำเข้าจากจีนนั่งพิงเบาะหลังด้วยท่าทางหงุดหงิด เลือดสีแดงสดไหลซึมจากแผลที่หัวลงมาอาบแก้มขาวจัดจนดูน่ากลัว ทั้งที่เป็นคนมีตังจะนั่งชี้นิ้วสั่งลูกน้องก็ยังได้แต่ความเลือดร้อนที่ชอบลงมือจัดการกับคู่อริด้วยตัวเองยังคงเดิมไม่ว่าจะตอนอายุยี่สิบหรือตอนนี้ชาวจีนหัวร้อนที่ชื่อ"เฉิน เสวียนอู่" ก็ยังคงนำหน้าลูกน้องเสมอ "เฮียเสวียนขาเจ็บมากไหมเนี่ยดูสิหน้าหล่อๆ แหกหมดเลย ให้หนูช่วยไหมคะ" "หน้าอย่างลื้อเนี่ยนะทำอะไรเป็นนอกจากร่อนใส่คนนั้นทีคนนี้ทีออกไปห่างๆ เลยไป!" หญิงสาวข้างกายพยายามเบียดกายเข้าหาพลางซบหน้าลงบนลาดไหล่กว้าง มือเรียวเอื้อมลงต่ำไล้ไปมาบนท่อนขาแกร่งใต้เนื้อผ้ายีนส์ราคาแพงหมายจะปลดกางเกงของชายหนุ่มเพื่อปรนเปรอให้ ปึ้กกก! "ออกไป!" เสวียนอู่ยกกำปั้นทุบหน้าคอนโซลรถเสียงดังลั่นตวาดเสียงกร้าวแววตาดุจเสือร้ายตวัดมองจนหญิงสาวเธอสะดุ้งสุดตัว "บอกให้ออกไปไงวะ! กูกำลังหงุดหงิดอยากตายมั้ยห๊า!" เธอรีบคว้ากระเป๋าแล้วก้าวลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว มาเฟียสบถเบาๆ ในลำคอพลางหลับตาลงนิ่งเพื่อระงับอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นตรงหน้าต่างรถฉุดให้เขาลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้าอีกครั้งด้วยความรำคาญใจ ปากหยักกระตุกอ้าออกเตรียมพ่นมลพิษใส่เต็มที่ “กูบอกว่า..” ด้านนอกรถปรากฏร่างเล็กยืนตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ แผ่นหลังค่อมลงพลางก้มหน้ามองพื้นจนคางชิดอก ในมือข้างหนึ่งกำกล่องปฐมพยาบาลขนาดพกพาเอาไว้แน่น ดูจากสภาพแล้วคงเพิ่งรีบวิ่งไปคว้ามาจากร้านสะดวกซื้อแถวนั้นมาหมาดๆ พรื้ดดด เสวียนอู่กดปุ่มลดกระจกลงช้าๆ อย่างใจเย็น สายตาคมกริบดุจใบมีดจ้องเขม็งไปยังคนใสซื่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความกดดันระดับที่ทำให้คนมองแทบจะหยุดหายใจ โดยที่เขายังคงปิดปากเงียบไม่ยอมเอ่ยคำพูดออกมาแม้แต่คำเดียว "คือ คือว่า...ขอบคุณที่เมื่อกี้ช่วยกันนักเลงให้นะครับ" ผมพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น พลางช้อนสายตาขึ้นมองคนในรถเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบหลบวูบลงต่ำตามเดิม ด้วยความรู้สึกเกรงกลัวและซาบซึ้งใจผสมปนเปกันไปหมด "..." เขายังคงนิ่งงันดุจรูปปั้น มีเพียงจังหวะการหายใจเข้าออกหนัก ๆ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาจนผมเริ่มทำตัวไม่ถูก "คุณ เลือด...เลือดคุณออกเยอะมากหัวน่าจะแตกไม่ไปหาหมอหน่อยเหรอครับ?" ผมละล่ำละลักถามพลางชี้มือสั่น ๆ ไปที่บาดแผลบนขมับของเขา สีหน้าของผมตอนนี้คงดูตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด "เสือกเหี้ยไรคนจะนอน" เสียงทุ้มตวาดสวนกลับมาทันควันพร้อมกับใบหน้าคมที่บิดเบี้ยวด้วยความรำคาญใจ เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางขยับตัวพิงเบาะด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น (เอ๊า..กูผิดอะไร?) ผมยืนอึ้ง กะพริบตาปริบ ๆ มองคนพาลด้วยความรู้สึกหน้าร้อนวูบที่อุตส่าห์หวังดีปากสุนัขไม่รับประทานจริงๆ "คุณจอดรถหน้าบ้านผม.." ผมพึมพำบอกพลางบุ้ยหน้าไปทางประตูเหล็กที่ถูกรถคันหรูจอดเกยจนแทบไม่เหลือทางเข้าออก "กูจะจอดใครจะทำไมกูก็จอดที่นี่ประจำ" เขาตอบกลับเสียงเรียบพลางพิงหลังกับเบาะรถด้วยท่าทางสบายๆ สายตาคมกริบมองเจ้าของบ้านด้วยหางตา เหมือนมองจิ้งจกเกาะประตูรถ ตรรกะบ้าบออะไรของเฮียแกวะเนี่ย "แต่..นี่บ้าน.." ผมขมวดคิ้วพยายามจะอธิบายต่อ แต่พอเจอสายตาดุๆ ที่มองสบมาก็ทำเอาผมเริ่มจะพูดไม่ออก "มึงมีปัญหาเหรอไอ้้หน้าเซ่อหรือมึงอยากจะโดนอีกคน" เขาขยับกายเข้ามาใกล้ขอบกระจกพลางเลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย น้ำเสียงที่กดต่ำลงทำเอาบรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดขึ้นมาทันที "ไม่ๆๆๆ ไม่อยาก คือถ้าคุณตายหน้าบ้านผมล่ะ.." ผมรีบละล่ำละลักปฏิเสธก่อนจะหลุดปากพูดสิ่งที่กังวลออกไป จนคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึง "ควย!" เขาสบถออกมาเสียงดังพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโมโห สายตาที่มองมาดูอยากจะพุ่งออกมาขย้ำคอผมเสียให้รู้แล้วรู้รอด "เอ่อ.. บางทีคุณอาจจะเข้าใจผิดว่าคำนี้คือคำชมที่คนไทยใช้กันแต่ผมจะบอกอะไรคุณอย่างหนึ่งนะครับไอ้คำว่าคว..เอ่อกล้วยที่คุณชอบพูดใส่ผมแบบไม่มีเสียงนั่นเขาเอาไว้ใช้ด่ากันนะครับไม่ได้เอาไว้ผูกมิตร…แหะ แหะ" ผมพยายามทำใจดีสู้เสือร่ายยาวออกไปรวดเดียวด้วยสีหน้าจริงจัง หวังจะสั่งสอนคนไร้มารยาทให้เข้าใจขนบธรรมเนียมภาษาไทยเสียใหม่ "แล้วไงวะไอ้หน้าหมา" เขาไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังจ้องหน้าผมกลับ ด้วยสายตายียวนกวนบาทาคล้ายจะบอกว่ากูรู้แต่กูจะด่า มีอะไรไหม (..เอ่อะ..สถุนจริงๆ ไม่ติงนัง) ผมได้แต่ยืนใบ้รับประทาน มองค้อนคนตรงหน้าด้วยความเอือมระอาในใจกับนิสัยป่าเถื่อนที่กู้ไม่กลับของเขา "งั้นขยับรถหน่อยได้มั้ยครับ คุณจอดปิดหน้าบ้านผมมิดเลย" ผมขยับเข้าไปใกล้กระจกอีกนิดพลางส่งสายตาขอร้องพร้อมกับบุ้ยปากไปทางประตูบ้านที่โดนรถของเขาเบียดจนแทบไม่มีทางออก "ปกติก็ไม่ออกไปไหนจะเดือดร้อนอะไร" เขาพูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ พลางปรายตามองสภาพผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูแคลน "คุณรู้ได้ไงครับ!" ผมสะดุ้งสุดตัวพลางถลึงตาใส่ด้วยความตกใจ แผ่นหลังเย็นวาบขึ้นมาทันทีเมื่อความลับเรื่องการเก็บตัวของผมถูกคนแปลกหน้าฉีกกระจุย “รู้ก็แล้วกัน” เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปจ้องมองถนนเบื้องหน้าอย่างเย็นชาเหมือนเดิม ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคนในรถเพียงครู่เดียว ก่อนจะรีบหลบสายตาหนีเพราะความดุดันที่แผ่ออกมา จนต้องหดคอกลับมามองพื้นอย่างเดิมเพราะสู้รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาไม่ไหว (ด้าย~จะเอาอย่างนี้ใช่ไหมเฮีย)
บรรยากาศในช่วงบ่ายคล้อยดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อเช้ามาก แสงแดดสีทองอ่อนๆ เริ่มทอดเงายาวผ่านกระจกหน้ารถสปอร์ตคู่ใจ เสวียนอู่ที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเป็นพิเศษตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วจูงมือผมออกจากบ้าน ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ไร้รังสีอำมหิต ไร้ลูกน้องเดินตามเป็นพรวนเหมือนทุกที วันนี้มีแค่เราสองคนกับพื้นที่ส่วนตัวที่เขาตั้งใจมอบให้"อยากดูเรื่องอะไร เลือกเอา"คุณมาเฟียเอ่ยสั้นๆ ขณะหักพวงมาลัยวนรถเข้ามาจอดในที่จอดรถระดับวีไอพีของห้างเราเลือกดูหนังตลกเรียบง่ายเรื่องหนึ่งที่ผมอยากดูมานาน เสวียนอู่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ บนเบาะหนังนุ่มของโรงหนัง เขายอมให้ผมซบพิงไหล่กว้างตลอดสองชั่วโมงโดยไม่บ่นสักคำ แถมยังคอยหยิบป๊อปคอร์นป้อนใส่ปากผมประหนึ่งจะไถ่โทษเรื่องที่รุนแรงไปเมื่อคืน แม้เขาจะทำหน้านิ่งขรึมเหมือนคนไม่ค่อยอินกับเนื้อหาในจอเท่าไหร่ แต่แรงบีบเบาๆ ที่มือซึ่งกุมประสานกันไว้แน่นตลอดเวลาก็บอกให้ผมรู้ว่าเขาเต็มใจมานั่งตรงนี้ด้วยกันหลังหนังจบ เขาก็พาผมขับรถเลี่ยงความวุ่นวายออกไปแถบชานเมือง ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าผ่านกระจกรถที่ลดลงครึ่งหนึ่งจนกระทั่งรถสปอร์ตชะลอตัวจอดที่ร้านอาหารลับๆ ริมแม่น้ำ บรรยากา
ผมแทบจะสำลักเมื่อเขาส่งแรงเข้ามาเน้นหนัก แต่ผมก็ยังไม่ยอมถอย ผมยิ่งโหมกระหน่ำความร่านใส่เขาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างกายแกร่งเริ่มสั่นเทา เสวียนอู่คำรามออกมาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะคลั่ง เขากระแทกสวนเข้ามาเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ความร้อนระอุจะพุ่งพรวดล้นปรี่อยู่ในปากของผม ผมไม่ได้รังเกียจ แต่กลับกลืนกินทุกหยาดหยดของเขาลงไปราวกับมันคือยาชุบชีวิต ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในสภาพที่มุมปากเปื้อนเปรอะ แววตาของผมมันฟ้องชัดเจนว่าผมพร้อมจะให้เขาตักตวงมากกว่านี้อีกกี่รอบก็ได้ เสวียนอู่จ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความกระหายที่ดูเหมือนจะยิ่งลุกโชนขึ้นกว่าเดิม เขาเอื้อมมือมากระชากตัวผมขึ้นไปหา ก่อนจะบดจูบที่ร้อนแรงกว่าเดิม จ๊วบบบ "หิวขนาดนี้.. คืนนี้จะป้อนให้จุก มึงไม่ได้นอนแน่อีติ๋ม" เขากระซิบชิดริมฝีปากผม ก่อนจะเริ่มบทเพลงรักบทใหม่ที่รุนแรงและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม "ใครบอกว่ากลัวผมเมียมาเฟียนะ รู้ยัง~" ผมกระซิบตอบยั่วเสียงพร่า เสวียนอู่ไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขาเปลี่ยนมาเป็น ท่าคลานเข่า แต่กดตัวผมให้ ซบหน้าลงกับฟูกนอน จนจมมิด มือหนาขยำสะโพกผมให้สูงขึ้น จนก้นงอนงา
ในขณะที่ผมกำลังถูกเขาเล่นงานทางด้านหลัง ความโหยหาก็ทำให้ผมอ้าปากงับรับแก่นกายใหญ่โตของเขาเข้าสู่ลำคอทันที ผม ดูดควย ของเขาอย่างแรงจนแก้มตอบ ลิ้นของผมตวัดเลียรอบส่วนหัวที่บวมเป่งสลับกับการรูดรั้งด้วยปากอย่างหนักหน่วง "อ่าาา... ฟาง แบบนั้นแหละดูดแรง ๆ!" เสวียนอู่ครางกระเส่าพลางกดสะโพกเบียดใส่ปากผมเน้นๆ ผมเร่งจังหวะการ ดูดและรูด ให้เร็วขึ้น กลิ่นคาวกามและความร้อนระอุในปากมันทำให้ผมยิ่งมีอารมณ์พุ่งพล่าน ผมใช้มือทั้งสองข้างช่วยรูดรั้งโคนหนาในขณะที่ปากยังทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายผสมกับเสียงดูดจ๊วบดังก้องห้องนอนที่มืดสลัว เสวียนอู่ไม่ปล่อยให้ผมได้พักนานนัก เขาขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงผนังห้องพลางรั้งเอวผมให้ขึ้นไป นั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง ในท่าหันหน้าเข้าหากัน ขาของผมถูกแยกออกกว้างจนเกือบขนานไปกับพื้นฟูก โดยมีแก่นกายใหญ่โตของเขาสอดลึกค้างคาอยู่ในตัวผมจนคับแน่นไปหมด "ขย่มควยผัวให้หน่อย" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นสะโพกผมจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว ผมซบหน้าลงกับไหล่กว้าง กลิ่นเหงื่อและบุหรี่มอมเมาจนผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย ผมเริ่มพยุงตัวขึ้นแล้
ผมประท้วงเสียงแผ่ว พลางเบือนหน้าหนีจูบที่เกือบจะปลิดวิญญาณ ร่างกายบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกจุดสัมผัส"ขะ... ขอเอาหน่อย..."เสวียนอู่พึมพำชิดซอกคอขาว น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็น เขาซุกหน้าลงดมเม้มผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดงจางๆ มือหนาลูบไล้ไปตามสีข้างและสะโพกมนอย่างถนุถนอมแต่แฝงด้วยความต้องการที่รุนแรง"เสวียนอู่...""ได้ไหม? จะไม่บังคับถ้ามึงไม่ให้"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอ่อนโยนที่แฝงมากับคำขอทำเอาหัวใจที่เคยเปราะบางละลายลงทันที"ฮึ่ก... ทำได้เหรอ?""ได้... ตอบมาสิ" เขาเอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วโป้งคลึงวนที่ยอดอกผ่านเนื้อผ้าที่ขาดวิ่น สร้างความกระสันอยากจนเผลอแอ่นกายเข้าหา"กูตามใจมึง... ครั้งนี้กูตามใจมึงทุกอย่าง""ไม่เอา..." ผมพึมพำตอบออกมาแผ่วเบา"...เหรอ" เสวียนอู่ชะงักค้าง แววตาคมกริบฉายแววผิดหวังและเจ็บปวดวูบหนึ่ง เขาเตรียมจะขยับกายออก"ไม่เอาแบบเมื่อก่อน...อยากให้ทำแบบที่มีสถานะ... ฮึ่ก" ผมรีบคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น รั้งร่างสูงใหญ่ไม่ให้จากไปไหนอีกเสวียนอู่หรี่ตาลง มองคนใต้ร่างที่หน้าแดงก่ำไปด้วยความขัดเ
รถสีดำสนิทจอดนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดอยู่ที่หัวมุมถนนไม่ไกลจากบ้านหลังเล็กนั่นนัก เสวียนอู่นั่งอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับไปนานแล้ว รอบกายเต็มไปด้วยขวดเหล้าที่ว่างเปล่าล้มระเนระนาด แววตาที่เคยดุดันบัดนี้แดงก่ำจากการดื่มหนักและไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความหม่นหมองจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารยอมถอนหุ้นร้านเหล้าและสัญญาขายอสังหาย่านนี้ถูกทิ้งขว้างปลิวว่อนเต็มเบาะราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าคำพูดที่ว่า "การมีคุณอยู่ข้าง ๆ มันทำให้ผมรู้สึกตายทั้งเป็น" ยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกซ้ำ ๆ เหมือนแผลสดที่ถูกราดด้วยเกลือตลอดหลายวันที่ไม่มีที่จอดรถสุดแสนจะวีไอพีอย่างบ้านหลังนั้นให้เขาได้พักพิงอีกแล้วเขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยทุกอย่าง... เพราะมันเจ็บ เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว"อาเสวียน ลื้อจะถอนหุ้นทำไม!"เสียงเคาะกระจกดังปังพร้อมกับการปรากฏตัวของ องเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันเฉิงและหวายแฟนเก่าที่ตอนนี้เลิกโกรธเคืองกันแล้ว ทั้งคู่เปิดประตูรถเข้ามานั่งประกบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ถ้าลื้อไม่อยู่กับพวกอั้วแล้วลื้อจะไปอยู่ไหน ลื้อไม่
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...สองชั่วโมงผ่านไป...เข็มนาฬิกาบนผนังเดินไปอย่างเชื่องช้าในความสลัว แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างหนักอึ้งและยาวนานเหลือเกิน ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมบ้านหลังเล็กจนใจคอไม่ดีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของมาเฟียที่เคยติดอยู่ตามโซฟาและปลอกหมอนเริ่มเจือจางลงไปพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดของผม ผมเดินวนไปวนมาในห้อง สายตาคอยแต่จะเหลือบมองไปที่บานหน้าต่างนึกว่าจะเห็นแสงไฟหน้ารถส่องพาดผ่านประตูเหล็กเข้ามาเหมือนทุกที หรืออย่างน้อยเขาก็ควรจะกลับมาวนรถประชดประชันส่งเสียงเครื่องยนต์กวนประสาทตามนิสัยเดิมที่ชอบทำแต่นี่กลับเงียบกริบ...เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ รถสปอร์ตคันนั้นไม่กลับมาจอดที่เดิมอีกผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเก่าที่เพิ่งถูกเขาถีบจนเบี้ยวเอียงระหว่างการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ ความเครียดเริ่มกัดกินหัวใจจนรู้สึกคลื่นไส้ผมเพิ่งไล่เขาไป...กล้าไล่มาเฟียขี้โมโหผู้ทรงอิทธิพลไปอย่างไม่ไว้หน้าเพียงเพราะอารมณ์โกรธที่ระเบิดออกมา แต่พอเขาหายไปจริงๆ โดยไม่แม้แต่จะปริปากด่ากลับสักคำ แววตาเจ็บปวดสุดท้ายของเสวียนอู่มันกลับฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ มันทำให้ผมรู้สึกเคว้งคว้างจนทำ
ร่างสูงใหญ่จู่โจมจับผมอัดเข้ากับเบาะรถเย็นเยียบเพราะเปิดแอร์เร่งสุดขีด เสวียนอู่ใช้ร่างกายหนาบดเบียดจนผมแทบจะจมหายไปกับเบาะหนังแท้เนื้อเนียนนุ่ม เขาเป็นคนปากหมาและลงมือทำอะไรตรงไปตรงมาว่องไวเสมอ มือข้างหนึ่งล็อคท้ายทอยของผมไว้แน่นจนหนีไปไหนไม่ได้ ส่วนอีกข้างตะปบเข้าที่ยอดอกแบน ๆ ภายใต้เสื้อยื้ดคอย้
วันหยุดที่แสนมีค่าของผมควรจะเป็นการได้นอนอืดเป็นผัก ดูซีรีส์ยาว ๆ พร้อมกองขนมที่กะว่าจะไปกวาดซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อให้หนำใจ แต่ความฝันพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าพ้นทรณีประตูบ้าน"เฮีย! เมียเฮียออกมาแล้ว!"เสียงตะโกนลั่นซอยทำเอาผมสะดุ้งโหยง มองไปที่หน้าบ้านตัวเองด้วยความตกใจใครอีกวะเนี่ย!กลุ่มชายฉกร
"เฮียเสวียน คิดถึงจังเลยค่ะ... อุ๊ย พาใครมาด้วย น่ารักเชียว หลานเหรอคะแต่ตาโตจัง"สาวสวยในชุดรัดรูปเดินนวยนาดเข้ามาทักทายด้วยจริตจะก้าน แววตาที่เธอมองผมมันเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนสงสัย ซึ่งผมก็ได้แต่ทำหน้าไม่ถูกเพราะสถานะตอนนี้มันน่าปวดหัว แต่คนข้างตัวกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิททว่าชัดเจน"เมีย"
ทันทีที่คำถามหลุดปาก บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไปทันที เพื่อนสนิทของคุณนักเลงหันมามองผมทำหน้าตาประหลาดใส่ ส่วนแฟนเก่ามาเฟียที่ยืนนิ่งอยู่ก็ขมวดคิ้วมองเหมือนเห็นตัวประหลาดกว่าเดิม "นี่เป็นแฟนมันจริงเหรอ ทำไมถึงไม่รู้ว่ามันอายุยี่สิบหก" เพื่อนมาเฟียไมได้ตอบแค่คำถามแต่ย้อนถามกลับมาทำเอาผมชะงักกึกจ



![What is a divorce? [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


