LOGINบรรยากาศในช่วงบ่ายคล้อยดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อเช้ามาก แสงแดดสีทองอ่อนๆ เริ่มทอดเงายาวผ่านกระจกหน้ารถสปอร์ตคู่ใจ เสวียนอู่ที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเป็นพิเศษตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วจูงมือผมออกจากบ้าน ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด ไร้รังสีอำมหิต ไร้ลูกน้องเดินตามเป็นพรวนเหมือนทุกที วันนี้มีแค่เราสองคนกับพื้นที่ส่วนตัวที่เขาตั้งใจมอบให้"อยากดูเรื่องอะไร เลือกเอา"คุณมาเฟียเอ่ยสั้นๆ ขณะหักพวงมาลัยวนรถเข้ามาจอดในที่จอดรถระดับวีไอพีของห้างเราเลือกดูหนังตลกเรียบง่ายเรื่องหนึ่งที่ผมอยากดูมานาน เสวียนอู่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ บนเบาะหนังนุ่มของโรงหนัง เขายอมให้ผมซบพิงไหล่กว้างตลอดสองชั่วโมงโดยไม่บ่นสักคำ แถมยังคอยหยิบป๊อปคอร์นป้อนใส่ปากผมประหนึ่งจะไถ่โทษเรื่องที่รุนแรงไปเมื่อคืน แม้เขาจะทำหน้านิ่งขรึมเหมือนคนไม่ค่อยอินกับเนื้อหาในจอเท่าไหร่ แต่แรงบีบเบาๆ ที่มือซึ่งกุมประสานกันไว้แน่นตลอดเวลาก็บอกให้ผมรู้ว่าเขาเต็มใจมานั่งตรงนี้ด้วยกันหลังหนังจบ เขาก็พาผมขับรถเลี่ยงความวุ่นวายออกไปแถบชานเมือง ลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าผ่านกระจกรถที่ลดลงครึ่งหนึ่งจนกระทั่งรถสปอร์ตชะลอตัวจอดที่ร้านอาหารลับๆ ริมแม่น้ำ บรรยากา
ผมแทบจะสำลักเมื่อเขาส่งแรงเข้ามาเน้นหนัก แต่ผมก็ยังไม่ยอมถอย ผมยิ่งโหมกระหน่ำความร่านใส่เขาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างกายแกร่งเริ่มสั่นเทา เสวียนอู่คำรามออกมาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจะคลั่ง เขากระแทกสวนเข้ามาเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่ความร้อนระอุจะพุ่งพรวดล้นปรี่อยู่ในปากของผม ผมไม่ได้รังเกียจ แต่กลับกลืนกินทุกหยาดหยดของเขาลงไปราวกับมันคือยาชุบชีวิต ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในสภาพที่มุมปากเปื้อนเปรอะ แววตาของผมมันฟ้องชัดเจนว่าผมพร้อมจะให้เขาตักตวงมากกว่านี้อีกกี่รอบก็ได้ เสวียนอู่จ้องมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความกระหายที่ดูเหมือนจะยิ่งลุกโชนขึ้นกว่าเดิม เขาเอื้อมมือมากระชากตัวผมขึ้นไปหา ก่อนจะบดจูบที่ร้อนแรงกว่าเดิม จ๊วบบบ "หิวขนาดนี้.. คืนนี้จะป้อนให้จุก มึงไม่ได้นอนแน่อีติ๋ม" เขากระซิบชิดริมฝีปากผม ก่อนจะเริ่มบทเพลงรักบทใหม่ที่รุนแรงและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม "ใครบอกว่ากลัวผมเมียมาเฟียนะ รู้ยัง~" ผมกระซิบตอบยั่วเสียงพร่า เสวียนอู่ไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขาเปลี่ยนมาเป็น ท่าคลานเข่า แต่กดตัวผมให้ ซบหน้าลงกับฟูกนอน จนจมมิด มือหนาขยำสะโพกผมให้สูงขึ้น จนก้นงอนงา
ในขณะที่ผมกำลังถูกเขาเล่นงานทางด้านหลัง ความโหยหาก็ทำให้ผมอ้าปากงับรับแก่นกายใหญ่โตของเขาเข้าสู่ลำคอทันที ผม ดูดควย ของเขาอย่างแรงจนแก้มตอบ ลิ้นของผมตวัดเลียรอบส่วนหัวที่บวมเป่งสลับกับการรูดรั้งด้วยปากอย่างหนักหน่วง "อ่าาา... ฟาง แบบนั้นแหละดูดแรง ๆ!" เสวียนอู่ครางกระเส่าพลางกดสะโพกเบียดใส่ปากผมเน้นๆ ผมเร่งจังหวะการ ดูดและรูด ให้เร็วขึ้น กลิ่นคาวกามและความร้อนระอุในปากมันทำให้ผมยิ่งมีอารมณ์พุ่งพล่าน ผมใช้มือทั้งสองข้างช่วยรูดรั้งโคนหนาในขณะที่ปากยังทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสียงเฉอะแฉะของน้ำลายผสมกับเสียงดูดจ๊วบดังก้องห้องนอนที่มืดสลัว เสวียนอู่ไม่ปล่อยให้ผมได้พักนานนัก เขาขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงผนังห้องพลางรั้งเอวผมให้ขึ้นไป นั่งคร่อมทับบนตักแกร่ง ในท่าหันหน้าเข้าหากัน ขาของผมถูกแยกออกกว้างจนเกือบขนานไปกับพื้นฟูก โดยมีแก่นกายใหญ่โตของเขาสอดลึกค้างคาอยู่ในตัวผมจนคับแน่นไปหมด "ขย่มควยผัวให้หน่อย" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก มือหนาทั้งสองข้างบีบเค้นสะโพกผมจนเนื้อปลิ้นตามง่ามนิ้ว ผมซบหน้าลงกับไหล่กว้าง กลิ่นเหงื่อและบุหรี่มอมเมาจนผมยอมทำตามอย่างว่าง่าย ผมเริ่มพยุงตัวขึ้นแล้
ผมประท้วงเสียงแผ่ว พลางเบือนหน้าหนีจูบที่เกือบจะปลิดวิญญาณ ร่างกายบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทุกจุดสัมผัส"ขะ... ขอเอาหน่อย..."เสวียนอู่พึมพำชิดซอกคอขาว น้ำเสียงทุ้มพร่าสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็น เขาซุกหน้าลงดมเม้มผิวเนื้ออ่อนจนขึ้นรอยแดงจางๆ มือหนาลูบไล้ไปตามสีข้างและสะโพกมนอย่างถนุถนอมแต่แฝงด้วยความต้องการที่รุนแรง"เสวียนอู่...""ได้ไหม? จะไม่บังคับถ้ามึงไม่ให้"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความอ่อนโยนที่แฝงมากับคำขอทำเอาหัวใจที่เคยเปราะบางละลายลงทันที"ฮึ่ก... ทำได้เหรอ?""ได้... ตอบมาสิ" เขาเอ่ยพร้อมกับใช้นิ้วโป้งคลึงวนที่ยอดอกผ่านเนื้อผ้าที่ขาดวิ่น สร้างความกระสันอยากจนเผลอแอ่นกายเข้าหา"กูตามใจมึง... ครั้งนี้กูตามใจมึงทุกอย่าง""ไม่เอา..." ผมพึมพำตอบออกมาแผ่วเบา"...เหรอ" เสวียนอู่ชะงักค้าง แววตาคมกริบฉายแววผิดหวังและเจ็บปวดวูบหนึ่ง เขาเตรียมจะขยับกายออก"ไม่เอาแบบเมื่อก่อน...อยากให้ทำแบบที่มีสถานะ... ฮึ่ก" ผมรีบคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น รั้งร่างสูงใหญ่ไม่ให้จากไปไหนอีกเสวียนอู่หรี่ตาลง มองคนใต้ร่างที่หน้าแดงก่ำไปด้วยความขัดเ
รถสีดำสนิทจอดนิ่งราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดอยู่ที่หัวมุมถนนไม่ไกลจากบ้านหลังเล็กนั่นนัก เสวียนอู่นั่งอยู่ในนั้นเพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับไปนานแล้ว รอบกายเต็มไปด้วยขวดเหล้าที่ว่างเปล่าล้มระเนระนาด แววตาที่เคยดุดันบัดนี้แดงก่ำจากการดื่มหนักและไม่ได้พักผ่อนมาหลายวัน บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความหม่นหมองจนแทบหายใจไม่ออก เอกสารยอมถอนหุ้นร้านเหล้าและสัญญาขายอสังหาย่านนี้ถูกทิ้งขว้างปลิวว่อนเต็มเบาะราวกับมันเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าคำพูดที่ว่า "การมีคุณอยู่ข้าง ๆ มันทำให้ผมรู้สึกตายทั้งเป็น" ยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกซ้ำ ๆ เหมือนแผลสดที่ถูกราดด้วยเกลือตลอดหลายวันที่ไม่มีที่จอดรถสุดแสนจะวีไอพีอย่างบ้านหลังนั้นให้เขาได้พักพิงอีกแล้วเขาตัดสินใจแล้วว่าจะปล่อยทุกอย่าง... เพราะมันเจ็บ เจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว"อาเสวียน ลื้อจะถอนหุ้นทำไม!"เสียงเคาะกระจกดังปังพร้อมกับการปรากฏตัวของ องเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันเฉิงและหวายแฟนเก่าที่ตอนนี้เลิกโกรธเคืองกันแล้ว ทั้งคู่เปิดประตูรถเข้ามานั่งประกบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ถ้าลื้อไม่อยู่กับพวกอั้วแล้วลื้อจะไปอยู่ไหน ลื้อไม่
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...สองชั่วโมงผ่านไป...เข็มนาฬิกาบนผนังเดินไปอย่างเชื่องช้าในความสลัว แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างหนักอึ้งและยาวนานเหลือเกิน ความเงียบเชียบเข้าปกคลุมบ้านหลังเล็กจนใจคอไม่ดีกลิ่นน้ำหอมจางๆ ของมาเฟียที่เคยติดอยู่ตามโซฟาและปลอกหมอนเริ่มเจือจางลงไปพร้อมกับลมหายใจที่เริ่มติดขัดของผม ผมเดินวนไปวนมาในห้อง สายตาคอยแต่จะเหลือบมองไปที่บานหน้าต่างนึกว่าจะเห็นแสงไฟหน้ารถส่องพาดผ่านประตูเหล็กเข้ามาเหมือนทุกที หรืออย่างน้อยเขาก็ควรจะกลับมาวนรถประชดประชันส่งเสียงเครื่องยนต์กวนประสาทตามนิสัยเดิมที่ชอบทำแต่นี่กลับเงียบกริบ...เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ รถสปอร์ตคันนั้นไม่กลับมาจอดที่เดิมอีกผมทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเก่าที่เพิ่งถูกเขาถีบจนเบี้ยวเอียงระหว่างการปะทะอารมณ์เมื่อครู่ ความเครียดเริ่มกัดกินหัวใจจนรู้สึกคลื่นไส้ผมเพิ่งไล่เขาไป...กล้าไล่มาเฟียขี้โมโหผู้ทรงอิทธิพลไปอย่างไม่ไว้หน้าเพียงเพราะอารมณ์โกรธที่ระเบิดออกมา แต่พอเขาหายไปจริงๆ โดยไม่แม้แต่จะปริปากด่ากลับสักคำ แววตาเจ็บปวดสุดท้ายของเสวียนอู่มันกลับฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ มันทำให้ผมรู้สึกเคว้งคว้างจนทำ
ร่างสูงใหญ่จู่โจมจับผมอัดเข้ากับเบาะรถเย็นเยียบเพราะเปิดแอร์เร่งสุดขีด เสวียนอู่ใช้ร่างกายหนาบดเบียดจนผมแทบจะจมหายไปกับเบาะหนังแท้เนื้อเนียนนุ่ม เขาเป็นคนปากหมาและลงมือทำอะไรตรงไปตรงมาว่องไวเสมอ มือข้างหนึ่งล็อคท้ายทอยของผมไว้แน่นจนหนีไปไหนไม่ได้ ส่วนอีกข้างตะปบเข้าที่ยอดอกแบน ๆ ภายใต้เสื้อยื้ดคอย้
วันหยุดที่แสนมีค่าของผมควรจะเป็นการได้นอนอืดเป็นผัก ดูซีรีส์ยาว ๆ พร้อมกองขนมที่กะว่าจะไปกวาดซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อให้หนำใจ แต่ความฝันพังทลายลงทันทีที่ก้าวเท้าพ้นทรณีประตูบ้าน"เฮีย! เมียเฮียออกมาแล้ว!"เสียงตะโกนลั่นซอยทำเอาผมสะดุ้งโหยง มองไปที่หน้าบ้านตัวเองด้วยความตกใจใครอีกวะเนี่ย!กลุ่มชายฉกร
"เฮียเสวียน คิดถึงจังเลยค่ะ... อุ๊ย พาใครมาด้วย น่ารักเชียว หลานเหรอคะแต่ตาโตจัง"สาวสวยในชุดรัดรูปเดินนวยนาดเข้ามาทักทายด้วยจริตจะก้าน แววตาที่เธอมองผมมันเต็มไปด้วยความเอ็นดูปนสงสัย ซึ่งผมก็ได้แต่ทำหน้าไม่ถูกเพราะสถานะตอนนี้มันน่าปวดหัว แต่คนข้างตัวกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิททว่าชัดเจน"เมีย"
ทันทีที่คำถามหลุดปาก บรรยากาศรอบโต๊ะก็เปลี่ยนไปทันที เพื่อนสนิทของคุณนักเลงหันมามองผมทำหน้าตาประหลาดใส่ ส่วนแฟนเก่ามาเฟียที่ยืนนิ่งอยู่ก็ขมวดคิ้วมองเหมือนเห็นตัวประหลาดกว่าเดิม "นี่เป็นแฟนมันจริงเหรอ ทำไมถึงไม่รู้ว่ามันอายุยี่สิบหก" เพื่อนมาเฟียไมได้ตอบแค่คำถามแต่ย้อนถามกลับมาทำเอาผมชะงักกึกจ

![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





