공유

คุณหนูสี่
คุณหนูสี่
작가: ประตูฟ้ายั่งยืน

1 หวนคืน

last update 게시일: 2026-09-23 13:45:23

1

หวนคืน

“ถึงจวนแม่ทัพแล้ว”

รถม้าไม้เก่าๆ แล่นมาหยุดอยู่หน้าจวนแม่ทัพหยาง หยางซูซินเลิกม่านที่ทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบขึ้นมอง ดวงตาของนางสงบราบเรียบ  แต่ในใจกลับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครั้งยังเยาว์วัย  นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ย่างกายเข้ามาเหยียบจวนนี้  หากจะนับจริงๆ  ก็น่าจะสิบปีเห็นจะได้

สิบห้าปีก่อน  ในคืนที่นางและหยางซินเหยาลืมตาดูโลก ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำจวนแม่ทัพ เหมยอี๋เหนียงผู้เป็นอนุภรรยาได้อาศัยจังหวะชุลมุนสลับทารกในห่อผ้าไหม นำบุตรสาวตนเองไปวางไว้บนฟูกหนานุ่มของหลินฟูเหริน แล้วชิงเอาทารกที่ควรจะเป็นคุณหนูสายเลือดเอกมาไว้ในอ้อมอก 

ห้าปีต่อมานางกลับหวาดกลัวว่าความลับจะรั่วไหล  เพราะหยางซูซินได้เติบโตขึ้นมาและมีเค้าโครงหน้าเหมือนมารดาผู้ให้กำเนิด เหมยอี๋เหนียงจึงยอมวางอุบายให้ตนเองถูกขับไล่ไปอยู่ชนบทที่ห่างไกล เพื่อจะกันซูซินออกไปให้พ้นจากสายตาของผู้คนในตระกูลหยาง

"คุณหนูสี่เชิญข้างในเจ้าค่ะ ฮูหยินและทุกคนรออยู่ที่โถงรับรองแล้ว" 

สาวใช้คนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความประหม่าที่ปนมากับความขัดตาเมื่อเห็นสภาพของคุณหนูคนใหม่  นางมองหยางซูซินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า  ไม่รู้ว่าสายตาที่มองมานั้นในใจคิดอะไรอยู่  อาจจะเต็มไปด้วยความเวทนาหรือสมเพชก็เป็นได้  เพราะสภาพของหยางซูซินนั้นดูเหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ที่เสียที่ไหนกัน

หยางซูซินเดินผ่านซุ้มประตู สวนดอกไม้ในจวนถูกจัดแต่งอย่างประณีต มีม้านั่งหินอ่อนและศาลาแปดเหลี่ยมริมสระบัวที่ดูร่มรื่น ทว่านางกลับไม่ได้หยุดมองความงามเหล่านั้นแม้แต่น้อย

นางเดินเข้ามาถึงโถงรับรองหลัก  ความเงียบงันทำให้รู้สึกได้ถึงความกดดัน บนเก้าอี้ไม้สลักลายหลินฟูเหรินที่นั่งอยู่มีสีหน้าซีดเผือด ในอ้อมแขนของนางยังมีหยางซินเหยาซบหน้าสะอื้นไห้อยู่ไม่ห่าง ส่วนข้างกายมีชายหนุ่มสองคนยืนขนาบข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ซูซินคารวะท่านแม่ พี่ใหญ่ และพี่รองเจ้าค่ะ" 

หยางซูซินย่อกายทำความเคารพอย่างพองาม  กิริยามารยาทที่นางแอบฝึกฝนมาในระหว่างเดินทางจากชนบทนั้นไร้ที่ติ

"ซูซินเจ้ามาถึงแล้วหรือ" 

หลินฟูเหรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  มองดูลูกสาวในไส้ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองในวัยเยาว์ราวกับถอดแบบมา ทว่าแววตาที่แข็งกร้าวของซูซินกลับทำให้นางรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก 

"ลำบากเจ้าแล้วจริงๆ ที่ต้องไปตกระกำลำบากอยู่ชนบทเนิ่นนานเพียงนั้น"

"ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ ที่นั่นอากาศดี งานในไร่นาสอนให้ข้าต้องอดทนและตื่นรู้เสมอ" 

ซูซินตอบเสียงเรียบพลางปรายตามองซินเหยาที่เงยหน้าขึ้นจากอกของหลินฟูเหริน ดวงตาของซินเหยาแดงก่ำดูน่าสงสารยิ่งนัก  กิริยาแบบนี้ช่างอ่อนแอสมกับเป็นคุณหนูที่ถูกเลี้ยงในห้องหอมานานถึงสิบห้าปีเสียจริง

"น้องสี่ข้าต้องขอโทษแทนแม่ของข้าด้วยที่ทำเรื่องไร้ความระอายใจเช่นนั้นกับเจ้า  ตำแหน่งคุณหนูสามที่ข้าครองอยู่สิบห้าปีความจริงมันควรเป็นของเจ้า ข้ายินดีจะคืนทุกอย่างให้เจ้า"  ซินเหยาเอ่ยเสียงสั่นและกำลังจะเดินเข้ามากุมมือซูซิน

"เหยาเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น!" 

คุณชายรองหยางเฟิงเอ่ยขัดขึ้นทันที เขาขยับเข้ามาขวางระหว่างพี่สาวน้องสาว นิสัยของหยางเฟิงนั้นมุทะลุและรักครอบครัวมาก โดยเฉพาะซินเหยาที่เขาปกป้องมาตั้งแต่เล็ก 

"ท่านแม่ ซูซินกลับมาก็เป็นเรื่องดีแต่เหยาเอ๋อร์ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด นางเองก็เป็นเหยื่อของการสลับตัวเหมือนกัน…พี่ใหญ่ท่านว่าจริงไหม"  ประโยคสุดท้ายหยางเฟิงหันไปถามพี่ชายคนโต

“ที่เจ้าว่ามาก็ถูก”

หยางหยุนพี่ชายคนโตผู้สุขุมเยือกเย็น มองดูภาพตรงหน้าแล้วเห็นด้วย เขาเดินเข้าหาซูซินแล้ววางมือลงบนบ่าของนางเบาๆ 

"เจ้าสี่ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นตราบาปของตระกูลเราจะชดเชยให้เจ้าอย่างดีที่สุด เพียงแต่ตอนนี้เหยาเอ๋อร์เองก็ได้รับความสะเทือนใจไม่แพ้กัน ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วก็ขอให้เราเริ่มกันใหม่ในฐานะพี่น้องเถิด"

ซูซินมองมือของพี่ใหญ่ที่วางบนบ่าก่อนจะเบี่ยงกายออกอย่างสุภาพ นางไม่ได้โกรธเคืองพี่ชายทั้งสอง เพราะนางรู้ว่าความผูกพันสิบห้าปีเทียบไม่ได้กับจดหมายแค่ฉบับเดียว แต่สิ่งที่นางยอมรับไม่ได้คือความลำเอียงที่ฉายชัดในแววตาของมารดาต่างหาก

"พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าขอบคุณในความเมตตา  ข้าไม่ได้ต้องการมาแย่งชิงความสุขของใคร และไม่ได้ต้องการให้ใครมาสงสาร แต่ความจริงก็คือความจริง ข้าจำเป็นต้องถามถึงความถูกต้องในฐานะบุตรสาวของฮูหยินเอกตระกูลหยาง ส่วนใครจะได้รับผลกระทบจากการที่ความจริงถูกเปิดเผย ข้าเกรงว่านั่นไม่ใช่หน้าที่ของข้าที่ต้องรับผิดชอบเจ้าค่ะ"

หลินฟูเหรินหน้าถอดสีเมื่อได้ยินประโยคนั้น นางเปลี่ยนจากท่านั่งสบายๆ เป็นยืดตัวมองลูกสาวในไส้ด้วยแววตาจริงจัง

"ซูซินเจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร เหยาเอ๋อร์เปราะบางนัก นางไม่เคยออกไปเผชิญโลกภายนอกเหมือนเจ้า เจ้าจะให้นางไปอยู่ที่ไหนได้"

"ข้าไม่ได้บอกให้นางไปที่ไหนเจ้าค่ะ  เพียงแต่สถานะในจวนต้องชัดเจน  ว่ากันตามความถูกต้องข้าคือคุณหนูสามผู้เป็นบุตรสาวที่เกิดจากครรภ์ของภรรยาเอก  ข้าเกิดก่อนนางสมควรเป็นพี่สาว ส่วนซินเหยานางคือบุตรสาวของอนุเหมย แม้ท่านแม่จะรักนางมากเพียงใด แต่ตำแหน่งและลำดับอาวุโสในงานสังคมหรืองานสมรสในอนาคตจะปล่อยให้คลุมเครือไม่ได้ หรือท่านแม่จะให้ข้าที่ลำบากมาสิบปีต้องมายืนก้มหัวให้นางที่เป็นลูกของคนที่ทำให้ข้าต้องพลัดพรากจากบ้านไป"

คำพูดของซูซินเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในใจของทุกคนในโถง หยางหยุนและหยางเฟิงต่างก้มหน้านิ่ง พวกเขาไม่มีเหตุผลใดมาหักล้างความชอบธรรมของนางได้เลย  จึงทำได้แค่อ้าปากส่งเสียงอึกอักคล้ายอยากพูดแต่สรรหาคำพูดดีๆ มาแก้ต่างให้ซินเหยาไม่ได้

"ข้าเข้าใจน้องสี่ ข้าจะย้ายไปอยู่เรือนเล็กท้ายจวน ข้าจะยอมรับฐานะลูกอนุ"  พอได้ยินแบบนั้นซินเหยาร้องไห้หนักกว่าเดิม

"ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก  จวนแม่ทัพออกจะใหญ่โตเพียงนี้  ท่านแม่อยากจะเลี้ยงดูใครไว้ก็สุดแล้วแต่เถิด เพียงแต่ข้าวของเครื่องใช้หรือแม้แต่ชื่อเสียงที่ข้าควรได้รับคืนมา ข้าขอให้ท่านแม่จัดการให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมด้วยเจ้าค่ะ"

ทุกคนต่างพูดไม่ออกไปตามๆ กัน ผ่านไปครู่ใหญ่หลินฟูเหรินจึงพูดทำลายความเงียบ  นางหันไปทางสาวใช้แล้วบอก  ในน้ำเสียงนั้นมีความอัดอั้นตันใจไม่น้อย

"นำทางคุณหนูสี่ไปที่เรือนพักเถิด"

“เจ้าค่ะฮูหยิน”

เมื่อเงาร่างของซูซินเดินพ้นประตูโถงรับรองไป หลินฟูเหรินทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรง ดูเหมือนว่าบุตรสาวในไส้คนนี้ฉลาดเป็นกรดและทันคนยิ่งกว่าใคร ความแข็งกระด้างที่ได้มาจากชนบทนั้นทำให้นางกลายเป็นคนที่ควบคุมได้ยากยิ่ง  อนาคตจะต้องมีเรื่องวุ่นวายกว่านี้แน่

"ท่านแม่  ข้าว่าเจ้าสี่นางไม่ได้ประสงค์ร้ายเพียงแต่นางยึดมั่นในเหตุผล  เราควรให้นางได้พักผ่อนและค่อยๆ ปรับตัว  นางอยู่ในชนบทมานานเกินไปยังไม่เข้าใจกฎระเบียบของจวน"  

หยางหยุนเอ่ยขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ  ส่วนหยางเฟิงเดินเข้าไปปลอบซินเหยาที่ยังคงสะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นแววตาของซินเหยาที่เปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นแค้นเคืองเพียงชั่วพริบตา

ในขณะเดียวกัน ที่เรือนพักหลังเล็กที่เพิ่งถูกจัดเตรียมไว้อย่างเร่งด่วน ซูซินนั่งลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยฟูกนุ่มๆ  สถานที่นี้ดีกว่าที่นางเคยอยู่มาตลอดสิบปี แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับเรือนที่ซินเหยาและพี่ชายทั้งสองอาศัยอยู่  นางมองดูปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักของตนเองแล้วได้แต่ทอดถอนใจ

ความรักที่ท่านแม่มีให้ซินเหยาคือความผูกพัน แต่ความแค้นที่นางมีต่อโชคชะตาคือความจริง นางใช้ชีวิตในชนบทมาสิบปี  ผ่านความลำบากมามากมายจนฝ่ามือสากหยาบกระด้าง  ช่างน่าขันนัก…พอความจริงปรากฎกลับไม่มีผู้ใดเห็นใจในความลำบากเลยสักคน  เอาแต่ประคบประหงมตัวปลอมจนออกนอกหน้า

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status