Share

 4 ดัดนิสัย

last update publish date: 2026-09-23 13:46:07

 4

ดัดนิสัย

ซินเหยากัดริมฝีปากจนเจ็บแปลบ นางจำใจเดินก้มหน้าไปนั่งที่ปลายโต๊ะอันห่างไกลจากจากหลินฟูเหรินตามคำสั่งบิดา ส่วนซูซินขยับเข้าไปนั่งแทนที่ด้วยท่าทางไร้ความรู้สึกรู้สา  คีบอาหารเข้าปากไปคำหนึ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย  พอกลืนลงท้องแล้วมุมปากก็ยกยิ้มบางๆ

"อาหารมื้อนี้รสชาติดีทีเดียวเจ้าค่ะ  อ้าว…ทำไมทุกคนถึงทำสีหน้าเช่นนั้น  หรือว่าของดีแบบนี้กินกันจนเบื่อแล้วก็เลยไม่อยากกิน"

นางเอ่ยขึ้นหลังจากคีบผักเข้าปากคำแรกราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  หลินฟูเหรินโกรธจนกินข้าวไม่ลงจ้องมองซูซินด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูด

"เจ้าได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วยังจะพูดจาเหน็บแนมผู้อื่นอีกทำไม ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กที่เติบโตมาในชนบทจะมีนิสัยกระด้างกระเดื่องเช่นนี้"

"ท่านแม่เจ้าคะ เด็กที่อาศัยอยู่ในชนบทโดยไร้คนเหลียวจำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ในขณะที่ลูกรักของท่านแม่นั่งเสวยสุขในห้องหอ ข้าต้องต่อสู้กับคนโกงในตลาดเพื่อให้ได้เศษเงินมาประทังชีวิต ในหน้าหนาวก็ต้องแบกฟืนลงจากเขาในระยะทางหลายสิบลี้  ความอ่อนโยนของกุลสตรีที่ท่านเรียกร้องหาข้าได้ทิ้งมันไปพร้อมกับความอดอยากที่ชนบทนานแล้วเจ้าคะ"

ซูซินปรายตาไปทางซินเหยาที่กำลังก้มหน้ากินโจ๊กทั้งน้ำตา  เอ่ยต่อ "เจ้าไม่ต้องพยายามแสดงท่าทางน่าเวทนาให้ใครดูหรอก  ยิ่งทำแบบนั้นก็ยิ่งเหมือนจงใจทำให้ทุกคนมองว่าข้ากำลังข่มขู่เจ้าอยู่”

ซินเหยาสะดุ้งโหยง ความเย็นชาในน้ำเสียงของซูซินรุนแรงกว่าคำด่าทอใดๆ ที่นางเคยได้ยินมาเสียอีก

"พอเถิด กินข้าวกันได้แล้ว" ในที่สุดพี่ชายใหญ่ที่เงียบมานานก็เอ่ยปากขึ้นในที่สุด

"นั่นน่ะสินะ  กับข้าวในเมืองหลวงที่มันช่างอร่อยเหลือเกิน  ข้าต้องกินให้มากหน่อย"

ซูซินแย้มยิ้มก่อนจะคีบอาหารใส่ปากจนอิ่ม  ท่ามกลางสายตาของคนในครอบครัวที่แทบจะไม่มีใครยื่นตะเกียบออกมาคีบสิ่งใดเข้าปากเลย  สีหน้าของทุกคนบ่งบอกว่าไม่เจริญอาหาร  แต่นางไม่สนใจลุกขึ้นยืนโดยไม่รอให้ใครกินเสร็จ

“ข้าอิ่มแล้วเจ้าค่ะ  เชิญทุกคนกินข้าวกันต่อให้อร่อย”

เงาร่างของซูซินเดินลับหายไปจากโถงอาหาร  คนตระกูลหยางนั่งนิ่งราวกับถูกสาป หลินฟูเหรินมองแผ่นหลังของลูกสาวแท้ๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และสงสารในคราเดียวกัน

เสียงตะเกียบกระทบถ้วยกระเบื้องเคลือบดังเคร้ง  หลินฟูเหรินวางมันลงอย่างแรงจนน้ำแกงกระเด็นเปื้อนผ้าปูโต๊ะ นางหอบหายใจด้วยความอัดอั้น ตั้งแต่จดหมายฉบับนั้นมาถึงจวนชีวิตที่เคยสงบสุขของนางก็ราวกับถูกพายุใหญ่โหมกระหน่ำ

“ท่านพี่ดูนางสิเจ้าคะ! ดูท่าทางโอหังนั่น! เพิ่งก้าวเข้าจวนมาได้เพียงวันเดียวก็ทำตัวไม่เห็นหัวใคร พี่น้องก็ไม่นับญาติ กิริยาวาจาขวานผ่าซากไร้สิ้นความอ่อนน้อม นี่หรือคือลูกสาวที่เกิดจากครรภ์ของข้า ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!”

“ท่านแม่ใจเย็นก่อนเถิดเจ้าค่ะ น้องสี่คงยังปรับตัวไม่ได้” ซินเหยาเอ่ยเสียงแผ่วพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตา ท่าทางบอบบางน่าสงสารของนางยิ่งโหมไฟโทสะของหลินฟูเหรินให้ลุกโชน

“เจ้าไม่ต้องไปแก้ตัวแทนนาง!  เห็นชัดๆ ว่านางจงใจมารังแกเจ้า ทวงนั่นทวงนี่ราวกับผีทวงหนี้แค้น ไม่รู้ว่าอนุเหมยสั่งสอนนางมาอย่างไรถึงได้กลายเป็นเด็กใจคอคับแคบเห็นแก่ได้ถึงเพียงนี้ ไปอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อนมานานจนติดนิสัยชาวบ้านร้านตลาด  ป่าเถื่อนไร้การศึกษาที่สุด!”

คำว่าบ้านป่าเมืองเถื่อนถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์ หลินฟูเหรินไม่เคยคิดมองดูความจริงที่ซูซินเอ่ยว่าความลำบากที่นางได้รับนั้นแสนสาหัสเพียงใด นางมองเห็นเพียงเปลือกนอกที่แข็งกระด้างของลูกสาวในไส้ และเปรียบเทียบกับความอ่อนโยนในตัวลูกอนุที่นางเลี้ยงแบบประคบประหงมมาอย่างดี

“ข้าก็เห็นด้วยกับท่านแม่ ซูซินนางทำเกินไปจริงๆ เรื่องที่นั่งเพียงเท่านี้ถึงกับยกเอาเรื่องกฎระเบียบกองทัพมาข่มขู่ ข้าเป็นถึงพี่รองของนาง แต่นางกลับมองข้าด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า ซ้ำยังพูดจาห้วนๆ กับเหยาเอ๋อร์โดยไม่ให้เกียรติแม้แต่น้อย คนเช่นนี้หากปล่อยไว้ไม่ช้าจวนแม่ทัพหยางคงได้ลุกเป็นไฟ!”

แม่ทัพหยางที่นั่งเงียบมานานขมวดคิ้วแน่น เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง รู้สึกปวดหัวจนเส้นเลือดที่มับเต้นตุบๆ

“พวกเจ้าก็หยุดพูดเสียทีเถอะ”

“ท่านพี่  ท่านยังเข้าข้างนางอยู่อีกหรือ ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกผิดต่อนาง แต่ความรู้สึกผิดไม่ควรทำให้ท่านตามใจนางจนเสียคน ดูคำพูดคำจาที่นางใช้กับข้าสิเจ้าคะ นางตำหนิข้าต่อหน้าบ่าวไพร่ว่าลำเอียง ลูกสาวดูหมิ่นแม่ตัวเองมีที่ไหน นางเป็นลูกสาวแท้ๆ แต่กลับไม่มีความกตัญญูอยู่ในสำนึกเลยแม้แต่นิดเดียว!”

นางหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนจะร่ายยาวต่อด้วยความอัดอั้น “ข้ายังจำได้ วันที่ข้าคลอดนาง ข้าตั้งความหวังไว้เพียงใดว่านางจะเติบโตมาเป็นคุณหนูที่เพียบพร้อม สง่างาม และอ่อนหวานเหมือนหยาดน้ำค้าง แต่ดูสิ่งที่อนุเหมยส่งกลับมาให้ข้าสิ!  ปีกกล้าขาแข็งพร้อมจะตีทุกคนที่เข้าใกล้ ปากคอเราะร้ายไม่ต่างจากแม่ค้าในตลาด ข้าอับอายเหลือเกินหากต้องพานางออกไปพบปะผู้คนด้วยกิริยาเช่นนี้”

หยางหยุนที่วางตัวสงบเงียบมาตลอดจิบชาช้าๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ บางทีการที่นางเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะมีอคติเรื่องที่เหมยอี๋เหนียงสลับตัวนางไปเพื่อปกป้องลูกตัวเอง  ในตอนที่อยู่ชนบทอนุเหมยทารุณซูซินหรือเปล่าก็ไม่รู้  นางเติบโตมาเช่นไรเราไม่เคยรู้เลย"

“หากเป็นเช่นนั้นนางก็ควรจะซาบซึ้งที่ข้ารับนางกลับมาสิ! ข้าเห็นสายตาของนางที่มองเหยาเอ๋อร์แล้วใจสั่น นางไม่ได้มองเหมือนพี่น้อง  ข้าผิดอะไร…ข้าอยากให้ลูกๆ รักใคร่ปรองดองกันมันผิดด้วยหรือ"

หยางซินเหยาได้ยินดังนั้นก็เริ่มบีบน้ำตาหนักขึ้น “ท่านแม่ อย่าว่าน้องสี่เลยเจ้าค่ะ เป็นความผิดของเหยาเอ๋อร์เองที่เข้าไปวุ่นวายกับนางที่เรือนพักเมื่อเช้า เหยาเอ๋อร์เพียงแต่อยากให้นางรู้สึกอุ่นใจจึงเอาผ้าไหมไปมอบให้ แต่นางกลับหาว่าเหยาเอ๋อร์เอาของเหลือไปดูหมิ่นนาง”

“นั่นอย่างไรเล่า! น้ำใจของเจ้าถูกนางเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เด็กคนนี้ใจคอคับแคบเกินไปแล้ว กตัญญูไม่เป็น รู้จักแต่จะทวงสิทธิ์ของตนเอง”

ในขณะที่กำลังกวาดสายตามองลูกทุกคน  จู่ๆ หลินฟูเหรินก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้  นางตัดสินใจว่าจะต้องหาครูมาสอนมารยาทและจารีตให้ซูซินอย่างเข้มงวด นางต้องการดัดนิสัยที่ป่าเถื่อนของซูซิน เพื่อไม่ให้ไปสร้างความอับอายในงานสังคมที่ไหน

“ข้าจะดูสิว่าความหยิ่งผยองของนางจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน หากนางยังไม่รู้จักสัมมาคารวะ ข้าจะขังนางไว้ในเรือนพักให้เรียนรู้จารีตจนกว่าจะหัวอ่อนลงกว่านี้” 

“ท่านแม่ ลูกรู้จักอาจารย์หญิงผู้ประสาทวิชามีความรู้สูงส่งอยู่ท่านหนึ่ง  บางทีลูกอาจจะขอให้นางมาเป็นคนสอนน้องสี่ได้  ขอเพียงท่านแม่อนุญาต…”  ซินเหยารีบเสนอทันที

“แม่อนุญาต!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2สองเดือนก่อนหน้า ณ เมืองหลวงแห่งแคว้นฉี หยางหยุนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เขากวาดมองหามารดาไปทั่วห้อง จนเห็นว่ามารดากำลังอยู่ที่มุมหนึ่ง“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ!”หลินฟูเหรินที่กำลังนั่งปักผ้าอยู่วางของในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายคนโตด้วยความสงสัย“มีเรื่องอันใดกันหยางหยุน”“ข้าได้ข่าวว่าอีกสามวันข้างหน้าจะมีผู้ได้รับมอบหมายทำหน้าที่อัญเชิญราชโองการเดินทางไปยังชายแดนใต้เพื่อมอบให้แก่องค์ชายเจ็ดขอรับ”หยางหยุนรีบกล่าวด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ได้ยินว่าจะมีคนเดินทางไปชายแดนใต้ ภาพของซูซินก็ผุดขึ้นมาในหัว หลินฟูเหรินดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า นางเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตันใจ“จริงหรือ ดีเหลือเกิน เช่นนั้นแม่จะรีบเขียนจดหมายฝากไปให้เจ้าสี่”บนโต๊ะเขียนหนังสือ หลินฟูเหรินบรรจงจรดพู่กันลงบนกระดาษ หยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดหยดลงบนกระดาษจนหมึกซึมเลือนไปหลายตัวอักษร นางบรรยายความรู้สึกทั้งหมดลงในจดหมายด้วยมืออันสั่นเทา ภาพในอดีตที่ผ่านมาหวนกลับคืนเป็นฉากๆถึง...เจ้าสี่ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่เจ้าก้าวเท้าออกจากจวนตระกูลหยางไ

  • คุณหนูสี่   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เป็นช่วงสายของฤดูเหมันต์ ลมหนาวพัดเอาไอเย็นมาเยือนชายแดนใต้ ที่ลานหน้าจวนเด็กน้อยทั้งสามคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นลูกข่างอย่างเพลิดเพลิน มู่หรงและหมิงรุ่ยต่างแสดงฝีมือหมุนลูกข่างด้วยความคล่องแคล่ว ลูกข่างหมุนติ้วๆ ทรงตัวอยู่บนพื้นหินได้อย่างยาวนาน ส่วนหลิงหลิงเด็กหญิงตัวน้อยกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย ไม่ว่านางจะพยายามตวัดข้อมือปล่อยลูกข่างออกไปสักกี่รอบ เจ้าลูกข่างเจ้ากรรมก็หมุนเคว้งคว้างอยู่ได้เพียงครู่เดียว ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ แล้วแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับปลาตาย ภาพนั้นทำให้หมิงรุ่ยที่ยืนมองอยู่ชอบใจเป็นอย่างยิ่ง แถมยังไม่ลืมที่จะเอ่ยทับถมกันตามประสาเด็ก“ฮ่าๆ ฝีมือแค่นี้ยังกล้ามาแข่งกับพวกเราอีก พี่หลิงหลิงนี่ไม่เอาไหนเลยจริงๆ”“เชอะ! ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้าเลยนะ ข้าไม่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าขี้โกง”หลิงหลิงทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเข้าเรือนพักสาวใช้ไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในห้องที่เงียบและอบอุ่นกว่าด้านนอก นางก็ทิ้งตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มบนฝูกนอน ทว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้เพียงครู่เดียว ความซุกซนตามวัยก็เริ่มก็ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายเด็กหญิง

  • คุณหนูสี่   101 จางหายไปตามกาลเวลา

    101จางหายไปตามกาลเวลาเมื่อไม่มีตัวช่วยแล้ว ฉู่อี้ซินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเคาะประตู หลังจากได้ยินเสียงตอบรับของผู้ที่อยู่ข้างใน นางจึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ กู้หรานจือที่กำลังจดรายการผลประกอบการจากการค้าประจำปีอยู่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง พอผู้มาเยือนวางชามรังนกลง เขาก็ทิ้งสายตาไปที่ชามรังนกเพียงแวบเดียว ก่อนจะเบนสายตากลับไปให้ความสนใจกับเนื้อหาในสมุดบัญชีต่อ“ข้าเคยบอกว่าชอบกินแบบที่ยังอุ่นๆ ลั่วซีเจ้าช่วยเอาไปอุ่นใหม่ให้ข้าที”“ได้ ข้าจะเอาไปอุ่นให้ใหม่เดี๋ยวนี้”เมื่อได้ยินเสียงที่ต่างจากที่คิด เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง คนที่ยกรังนกมาให้ไม่ใช่ลั่วซีแต่เป็นฉู่อี้ซิน จึงทำให้กู้หรานจือประหลาดใจมากทีเดียว ดวงตาของเขาเผลอหรี่มองนางโดยไม่ตั้งใจ แต่เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจ้องมองนางเหมือนกำลังจับผิด ก็เลยเปลี่ยนเป็นก้มหน้ามองตัวอักษรในกระดาษแทน แล้วถามขึ้นโดยที่ไม่มองหน้า“ลั่วซีไปไหน นางกล้าใช้เจ้าให้ยกรังนกมาให้ข้าด้วยหรือ เดี๋ยววันหลังข้าจะอบรมนางใหม่”ฉู่อี้ซินกะพริบตาปริบๆ เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยบอก “เป็นข้าที่ตั้งใจจะใช้นาง แต่นางบอกว่ามีงานหลายอย่างต้องทำ ข้าก็เลยยกเข้ามาเ

  • คุณหนูสี่   100 ไม่เจอหน้ากันนาน

    100ไม่เจอหน้ากันนานเวลาผ่านไปได้เดือนเศษ ซูซินพอจะมีเวลาว่างจึงแวะไปเยี่ยมเยียนฉู่อี้ซินที่จวนตระกูลกู้อีกครั้ง จวนหลังใหญ่ดูเงียบสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่ากลับเงียบเหงาจนดูห่างเหิน ในครานี้ทั้งฉู่อี้ซินและกู้หรานจือต่างก็อยู่ในจวนด้วยกันทั้งคู่ แต่ทว่าการใช้ชีวิตของพวกเขาเหมือนคนแปลกหน้า กู้หรานจือมักจะอยู่แต่ภายในห้องหนังสือ ราวกับต้องการหลบเลี่ยงฉู่อี้ซินเพื่อทำให้นางสบายใจมากขึ้น ในขณะที่ฉู่อี้ซินก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในเรือนเช่นกัน น้อยครั้งนักที่นางจะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปใกล้บริเวณเรือนฝั่งที่กู้หรานจืออยู่ แม้ว่าทั้งสองคนจะมีสถานะเป็นสามีภรรยากันก็ตาม แต่ความสัมพันธ์กลับเหมือนคนแปลกหน้าเข้าไปทุกทีหลังจากที่ซูซินเข้ามาในจวน สาวใช้คนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับนางคราวก่อนก็เดินออกมานำทางพาไปหาฉู่อี้ซินเหมือนเคย หลังส่งเสร็จแล้วสาวใช้ก็เดินออกมาทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยไล่ เมื่อฉู่อี้ซินเห็นซูซินก็ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ“ไม่เจอหน้ากันนาน คิดว่าเจ้าโกรธข้าเรื่องนั้นแล้วเสียอีก ข้าดีใจนะที่เจ้ามาหา แต่ถึงไม่มาภายในวันสองวันนี้ข้าก็ตั้งใจจะไปหาเจ้าอยู่พอดี”ฉู่อี้ซินบอก ช่วงเด

  • คุณหนูสี่    99 คลาดกัน

    99คลาดกันในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เสี่ยวฉิงที่เต็มไปด้วยโกรธและคับแค้นใจได้แอบให้บ่าวรับใช้นำจดหมายไปส่งให้ซูซิน โดยอ้างเหตุผลว่าคิดถึงและอยากนัดมานั่งจิบชาพูดคุยที่จวนตระกูลกู้ พอเช้าวันต่อมา ฉู่อี้ซินซึ่งได้รับจดหมายก็เดินทางมาเยี่ยมเยียนเสี่ยวฉิงทันที ทว่าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวของเสี่ยวฉิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำน่ากลัว ภาพที่เห็นในตอนนั้นทำให้ฉู่อี้ซินเข้าใจว่านี่เป็นร่องรอยที่ถูกกู้หรานจือทุบตี นางคิดว่าเขาทำร้ายเสี่ยวฉิงอย่างเลือดเย็น ความรู้สึกระแวงและเคืองแค้นในตัวกู้หรานจือจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น เสี่ยวฉิงก็เริ่มใช้วิธีการนี้บีบบังคับเขา นางจงใจปล่อยข่าวลือออกไปว่าตนเองล้มป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว แต่ความเป็นจริงแล้วมันหาใช่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ ทุกครั้งที่กู้หรานจือแสดงท่าทีเย็นชา เมินเฉย หรือปฏิเสธที่จะใส่ใจนาง เสี่ยวฉิงก็จะใช้วิธีทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเรียกร้องความสนใจหนักขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเวลาผ่านไป กู้หรานจือที่ต้องทนกับพฤติกรรมอันวิปริตของนางมาโดยตลอดก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเลิกที่จะห้ามปราม เลิกใส่ใจ และไม่ยินยอมที่จะทำตามข้อ

  • คุณหนูสี่   98 สหายรักอย่างนั้นหรือ

    98สหายรักอย่างนั้นหรือกู้หรานจือกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง เขาจ้องมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งรังเกียจ ทั้งดูถูกดูแคลนว่านางช่างไร้ยางอายสิ้นดี“เจ้ากล้าทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้ลงได้อย่างไร อี้ซินนางเป็นสหายของเจ้านะ!”เมื่อได้ยินคำถามนี้ แววตาของเสี่ยวฉิงไม่สะทกสะท้านเลย นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างขมขื่น“สหายรักอย่างนั้นหรือ ทั้งข้าและอี้ซินต่างก็เป็นเพียงแค่บุตรอนุด้วยกันทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้น อี้ซินนางก็ยังเกิดมาในตระกูลขุนนางมีหน้ามีตาในสังคม เมื่อเทียบกับข้าแล้ว ตัวข้าดูต่ำต้อยกว่านางหลายเท่านัก! หากนางกับท่านคบหาดูใจกันไปถึงขั้นได้แต่งงานกันจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่านางอยู่คนระดับชั้นกับข้าแล้ว นางจะได้เป็นฮูหยินจวนกู้ ส่วนข้าก็ยังต้องเป็นบุตรสาวพ่อค้าที่ต่ำต้อยกว่านางไปอีก! เพราะฉะนั้นแล้วข้าจะไม่มีวันยอม ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็ถือเสียว่านางเสียสละท่านให้ข้าก็แล้วกัน! ในเมื่อเป็นสหายรักกันก็ให้กันได้อยู่แล้วมิใช่หรือ”เสี่ยวฉิงขยับกายเข้าไปใกล้ แววตาของนางคลั่งไคล้กู้หรานจือเป็นอย่างมาก“ตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status