เข้าสู่ระบบเธอหันหน้ามาสบตาเขาช้า ๆ แล้วถามกลับเสียงเบา“แล้วที่ผ่านมา…พี่แน่ใจหรือยังคะ ว่าใจพี่…ไม่ได้ล่องลอยไปหาคนอื่น”ณภัทรขยับเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขานิ่งแน่วจนเธอรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงหน้าความจริงทั้งมวล“พี่เคยสับสน ใช่พี่ไม่ปฏิเสธ แต่วันนี้พี่รู้แล้ว ว่าสิ่งที่พี่ต้องการไม่ใช่แค่ใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ พี่เวลาเหงา” เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “แต่คือคนที่พี่ไม่อยากให้หายไปจากชีวิต ไม่ว่าจะมีใครผ่านเข้ามา หรือพี่จะต้องผ่านเรื่องอะไรไปก็ตาม”เขาหยิบบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อออกมา แผ่นกระดาษเก่าที่พับไว้อย่างดี เป็นภาพวาดดินสอของนับดาวในวันที่เขาเคยแอบมองเธอวาดรูปอยู่“พี่เก็บไว้ตั้งแต่วันนั้น” เขายื่นให้เธอ “วันที่รู้ตัวว่าพี่หลงรักผู้หญิง คนหนึ่ง ที่มองโลกด้วยสายตาอ่อนโยนกว่าใคร”นับดาวรับกระดาษนั้นไว้ มือของเธอสั่นนิด ๆ ดวงตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว“แต่พี่ก็ทำให้เธอเสียใจ” เขาพูดเสียงแผ่ว “และถ้าคำว่าขอโทษยังมีค่ามากพอ พี่อยากใช้มันเพื่อเริ่มต้นใหม่กับนับอีกครั้งไม่ใช่ในฐานะพี่ชายของเพื่อน หรือคนรู้จัก แต่ในฐานะคนรัก ที่พร้อมจะรักนับไปทุกวัน”ความเงียบไหลผ่านระหว่างเขาและเธออีกครั้งหนึ่งแต
วันเสาร์เช้า ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างน่าประหลาด ราวกับรู้ว่ามีบางอย่างกำลังจะเริ่มต้นใหม่ณภัทรขับรถลัดเลาะออกนอกตัวเมือง ฝ่าทางคดเคี้ยวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งเขียวขจี ไร่ผลไม้และเนินเขาไกล ๆ ที่โอบล้อมอยู่รอบทิศม่านมุกนั่งเงียบอยู่ข้างเขา สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเงียบๆ“ที่นี่สวยกว่าที่คิดนะคะพี่เสือบรรยากาศดีมาก” เธอพูดขึ้นเบา ๆ ขณะรถแล่นผ่านป้ายไม้เก่า ๆ ที่เขียนว่า “ไร่นับดาว”ณภัทรเหลือบมองป้ายแล้วถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรถแล่นเข้าเขตไร่ พวกเขาเห็นบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านสวนตั้งอยู่ไม่ไกลนัก มีต้นองุ่นปลูกเรียงเป็นแนวยาวทอดตัวลงไปตามเนินดิน เสียงลมพัดแผ่วเบาทำให้ใบไม้สั่นไหวราวกับทักทายผู้มาเยือนเขาจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวังม่านมุกเดินตามหลังมาเงียบ ๆ เธอหันมามองพี่ชาย แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเป็นกำลังใจให้ณภัทรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าบ้านเขาไม่รู้ว่าตัวเองตื่นเต้นเพราะอะไร อาจเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะออกมาหรือเปล่าหรือกลัวว่าเขาจะต้องกลับไปโดยไม่ได้พูดอะไรเลยเขาเคาะประตูเบา ๆเงียบเขาเคาะอีกครั้ง แล้วถอยออกม
ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก แต่ความเงียบนั้นกลับไม่อึดอัดเลยสักนิด มันเป็นความเงียบที่สบายเหมือนต่างฝ่ายต่างก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างเมื่อถึงหน้าบ้านของนับดาว เธอหันมายิ้มให้เขาอีกครั้ง“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”“ไม่เป็นไรครับ ผมชวนคุณนับคุยจนมืดค่ำต้องเป็นคนเดินมาส่งอยู่แล้วครับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความห่วงใยอยู่ในนั้นเธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ“วันนี้สนุกดีนะคะนับโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณธาร”“ผมก็เหมือนกันครับ โชคดีที่ได้รู้จักคนน่ารักอย่างคุณนับ” เขายิ้มมุมปาก ขณะมองเธอด้วยสายตาที่ต่างจากเมื่อตอนแรกที่พบกันนับดาวพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แต่ก่อนที่เธอจะปิดประตูรั้ว เธอก็หันกลับมา“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นยังจับจ้องเธอไม่วาง“ครับคุณนับดาว”ชื่อของเธอจากริมฝีปากเขา ทำเอาเธอเผลอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดประตูรั้วลงอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงแสงไฟที่ยังเปิดค้างอยู่... และหัวใจสองดวงที่เหมือนจะเริ่มเดินทางไปในทิศทางเดียวกันอย่างช้า ๆ.ส่วนณภัทรหลังเลิกงานในวันนั้น เขาตรงมายังที่บริษัททันทีโดยไม่แวะที่ไหน ด้วยตั้งใจจะม
ท้องฟ้ายามเย็นโรยแสงสีทองอ่อนลงเหนือแนวเขาสูงที่โอบล้อมไร่องุ่นเอาไว้ราวกับอ้อมกอดที่ไม่มีคำพูด ริมรั้วไม้เก่า ๆ หญิงสาวยืนนิ่ง ปล่อยให้สายลมเย็นพลิ้วผ่านผิวแก้ม เส้นผมของเธอปลิวไหวอย่างเชื่องช้า เธอปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความเงียบที่อบอวลอยู่รอบตัว เธอหลับตาลงเล็กน้อยเหมือนอยากให้ลมพัดพาความคิดถึงไปไกล ๆ คิดถึงเขามากแต่เขาจะคิดถึงเราหรือเปล่านะ นับดาวได้แต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าสายตาเธอทอดยาวไปยังไร่องุ่นที่ทอดตัวเป็นแถวยาว เขียวชอุ่มอยู่ใต้แสงสุดท้ายของวัน แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าท้องไร่หลังฤดูเก็บเกี่ยวเสียงลมหายใจของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้ตัวเองได้ยินว่ากำลังยัง "อยู่ตรงนี้"เธอหนีมาไกลจากความวุ่นวาย หนีจากรอยยิ้มของเขาที่ไม่เคยเป็นของเธอเลยจริง ๆ"สุดท้ายก็เหลือแค่เราสินะ" เธอพึมพำกับตัวเอง ขณะมือค่อย ๆ เอื้อมไปสัมผัสใบองุ่นที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมความเงียบรอบตัวไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่กลับกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งเดียวที่เธอต้องการเย็นวันนั้น เธอยืนอยู่ริมรั้วไม้ มองแถวองุ่นที่ปลิวไหวตามแรงลม สายตาเลื่อนล
หยดน้ำตาแรกหล่นลงที่หลังมือตามมาด้วยอีกหยดและอีกหยดเธอยกมือขึ้นปาดเร็ว ๆ แต่ยิ่งปาดมันก็ยิ่งไหลไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงร้อง มีเพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาในลำคอความเงียบโดยรอบยิ่งขยายความเจ็บให้ชัดเจนมากขึ้นไปอีก“เราคงไม่ควรคาดหวังอะไรจากคนที่ยังไม่เลือกเราสินะ”เธอคิดในใจก่อนจะนั่งลงที่ม้านั่งเล็ก ๆ ตรงมุมเงา หยิบทิชชูจากกระเป๋าออกมาเช็ดน้ำตาช้า ๆภาพของณภัทรที่นั่งอยู่กับมายด์ยังวนเวียนในหัวทั้งรอยยิ้ม รอยตา และระยะห่างที่ดูไม่ห่างกันเลยนับดาวสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพยายามกดความรู้สึกให้กลับลงไปแต่ความจริงคือเธอทำไม่ได้เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของการแค่ “เข้าใจผิด”มันคือความรู้สึกที่เธอ “ค่อย ๆ ผูกพัน” กับเขาทุกวันโดยไม่รู้ตัวหลังจากวันนั้นที่นับดาวบังเอิญเห็นเขากับมายด์นั่งกินข้าวด้วยกันณภัทรก็เงียบหายไปอย่างน่าใจหายข้อความที่เคยทักมาทุกเช้า กลับกลายเป็นเพียง "วันนี้มีเคสเยอะนะ เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ"สายที่เคยโทรมาตอนเลิกงาน กลับกลายเป็น "ขอโทษนะ ช่วงนี้พี่งานเยอะมากเอาไว้พี่ว่างแล้วเราไปหาของอร่อยๆกินกันนะครับคนดี"ทุกวันเหมือนมี "ข้ออ้าง" ใหม่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเคสด่วน
กลับกันมันมั่นคง ราวกับบอกเธอว่าไม่ว่ายังไง เขาก็เลือกเธออยู่ดีหมอกานต์ยิ้มขำ“พาแฟนมาบ่อย ๆ นะครับหมอเสือ แบบนี้พวกผมก็สดชื่นไปด้วยเลย”หมอเบียร์รีบเสริมทันที“นั่นสิ! เห็นแล้วมันดีต่อใจ”เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็นกันเองณภัทรหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่ตอนนี้ซุกหน้าลงกับต้นแขนเขาอย่างเขิน ๆเขายกมือขึ้นลูบผมนับดาวเบา ๆ พร้อมเอ่ยเสียงทุ้มติดกลั้วหัวเราะ“เขินใหญ่เลย”เขาก้มลงกระซิบอีกรอบ“เขินแล้วน่ารักชะมัดเลย”เธอหันมามองเขาแล้วตอบเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย“จะไม่ให้นับเขินได้ไงคะเพื่อนพี่เสือแซวซะนับไปไม่เป็นเลย”และในวินาทีนั้นณภัทรก็รู้ว่าไม่ว่าจะมีใครมอง ไม่ว่าจะมีกี่เสียงแซวแต่เขาจะจับมือผู้หญิงคนนี้ไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่หัวใจของหมอคนหนึ่งจะทำได้เธอกลั้นหัวเราะ หันมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน“เพื่อนพี่เสือมีแต่คนน่ารักนะคะแต่พี่เสือน่ารักกว่า”ประโยคสั้น ๆ แต่ทำให้หัวใจของณภัทรอุ่นวาบเขาหันไปยกมือลาเพื่อนร่วมงาน“งั้นผมพานับกลับก่อนนะครับ”เสียงแซวยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม แต่ณภัทรไม่แคร์อะไรอีกแล้ว เข







