LOGINรถม้าวิ่งมาไม่นานก้ถึงสกุลเจียง ความจริงเพียงแค่เดินมาใช้เวลาหนึ่งก้านธูปก็ถึงแต่เจียงเฟยเย่วไม่ทำเช่นนั้น นางใช้รถม้าคันใหญ่ที่สุดของจวนเว่ย กระทั่งรถม้าเลี้ยวเข้าประตูบ่าวก็ไปตามฮูหยินใหญ่ทันที
เจียงเฟยเย่วลงมาจากรถม้าไม่ได้เข้าไปคารวะมารดาแต่กลับไปยังเรือนตะวันออกที่ฮูหยินผู้เฒ่าพักอยู่ เมื่อมาถึงจางหมัวมัวก็ออกมาต้อนรับ
"คุณหนูท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ"
"ท่านย่าจาง สบายดีนะเจ้าคะ"
"บ่าวสบายดีเจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งเอนหลังไป"
"มิเป็นไรข้ารอได้ ให้นางพักผ่อนเถอะ"
เจียงเฟยเย่วนั่งอ่านหนังสือรอท่านย่าตื่น นางเอาของมามากมายเมื่อหญิงชราหลับอยู่จึงเลิกอ่านและลุกไปทำอาหารกับอบขนม กว่าชั่วยามผู้มีอำนาจแท้จริงในตระกูลก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับมื้อเที่ยงที่หลานสาวทำให้
"หลานคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ"
"ลำบากเจ้าแล้ว ได้ยินเจ้าเกิดเรื่องย่ายังคิดว่าจะไปเยี่ยมสักหน่อยอยู่เลย"
"หลานไม่เป็นอะไรแล้ว พระชายาเองพระนางก็มิได้ถือสา เราสองคนมิได้ทะเลาะกันแต่กลับมีคนผลักหลานจากด้านหลัง หลานตกใจเลยคว้าเอานางลงไปด้วยเจ้าค่ะ"
"มีคนผลัก!! ใครกันที่ทำเรื่องเช่นนี้ ย่าจะฟ้องร้องมัน"
เจียงเฟยเย่วเห็นหน้าคนที่กำลังเดินมา ใบหน้านางบูดเบี้ยวคงเพราะเจียงเฟยเย่วมานานแล้วแต่กลับไปไปหาคนเป็นมารดาเช่นนาง เสียงถอนหายใจพร้อมกับเอ่ยเรียบๆ
"หลานไม่รู้เจ้าค่ะ วันนั้นมีเพียงน้องรอง น้องสี่ คุณหนูฉิน องค์หญิงหก แต่พวกนางก็อยู่ไกลมีเพียงน้องรองที่อยู่ใกล้ๆ แต่ว่าใช่นางหรือไม่หลานไม่อาจคาดเดาเจ้าค่ะ แต่ข้างนอกร่ำลือกันว่าน้องรองหลงรักพี่เขยตนเอง หลานอยู่จวนเว่ยลำบากนัก สามีไม่ยอมพบหน้าเพราะชื่อเสียงของสตรีจวนเจียงเน่าเหม็นไปหมด"
เพียะ!! เสียงตบหน้าดังสนั่นห้อง เจียงฮูหยินตบลงมาบนใบหน้าบุตรสาวทันทีที่นางเอ่ยจบพร้อมกับตวาดแหว
"ใส่ร้ายน้องสาวเจ้าหรือนางงูพิษ เฟยเฟยของข้าหรือจะแย่งสามีพี่สาว ข้ากำลังคุยเรื่องแต่งงานของนางอยู่คนที่นางจะแต่งด้วยไม่ด้อยไปกว่าเว่ยจื่อชวน"
ปัง!! ปัง!! ปัง!! ไม้เท้าอันใหญ่กระแทกลงบนพื้นสามทีก่อนที่เสียงแหบพร่าของหญิงชราจะดังลั่น
"นางหลิน..ต่อหน้าข้าลงมือตบตีคนเจ้ายังเห็นยายแก่เช่นข้าอยู่ในสายตาอีกหรือไม่"
"ท่านแม่..นางใส่ร้ายน้องสาวตนเองเช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร เฟยเฟยเป็นหญิงงามมีบุรุษพัวพันก็ไม่แปลก บางทีตนเองควบคุมสามีไม่อยู่แล้วอิจฉาน้องสาวก็เป็นได้"
เจียงเฟยเย่วยิ้มก่อนจะเอ่ยกลับไป
"น้องรองงดงามจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ ข้าเหมือนท่านพ่อมากไปหน่อยจึงอัปลักษณ์เล็กน้อยในสายตาท่านแม่ แต่น้องชายกับน้องสาวกลับใบหน้าหมดจดไม่เหมือนท่านพ่อสักเท่าไหร่ ว่าไปก็แปลกเจียงเฟยหยางยิ่งโต กลับยิ่งเหมือนอารองบ้านสามยิ่งนัก ทั้งที่สายเลือดห่างกันเพียงนั้น ท่านย่าว่าไหมเจ้าคะ"
เจียงฮูหยินหน้าซีด นางเด็กนี่พูดอะไรกัน หรือว่านางไปรู้อะไรมา ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ทว่าเจียงเฟยเฟยที่เพิ่งมาถึงก็ชี้หน้าด่าพี่สาวทันที
"พี่หญิง ท่างกล่าววาจาเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านมันนางคนไร้ยางอายอย่ามากล่าวหาท่านแม่นะ ท่านแต่งออกไปแล้วมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวาย อ๊า"
เพียะ!! เจียงเฟยเย่วตบหน้าน้องสาวจบบวมก่อนจะเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่า
"ขออภัยเจ้าค่ะท่านย่า น้องรองมิสำรวมกลับตะโกนเสียงดัง เรื่อง
ในเรือนแม้พี่น้องจะไม่ลงรอยกันก็ไม่ควรให้คนนอกมาหัวเราะเยาะ ยิ่งเป็นเรื่องผิดใจกันเพราะบุรุษยิ่งน่าอาย"
"เจ้าๆๆ เจียงเฟยเย่วเจ้ากล้าตบข้า"
"พอแล้ว!! นางหลินพาลูกสาวที่เจ้ารักไปให้พ้นหน้าข้า เรื่องดีๆไม่ทำกลับทำแต่เรื่องงามหน้า"
หญิงชราแปลกใจหลานสาวที่เปลี่ยนไป ปกติจะเอาใจมารดาแม้จะถูกด่าทอดูถูกเพียงใด เจียงเฟยเย่วเอ่ยกับนาง
"บ้านใหญ่เรายังมีพี่ชายที่อยู่ชายแดน เมื่อไหร่ที่อารองมาเจ้ากี้เจ้าการจัดการเรื่องในจวนแทนท่านพ่อเจ้าคะ ข้าเห็นท่านแม่ให้น้องสามสนิทกับอารองเกินงาม ข้านึกว่าเข้าเสียอีกที่เป็นบิดาของน้องรองกับน้องสาม กับท่านพ่อไม่เห็นกตัญญูเช่นนี้ ข้าจึงทนไม่ได้"
เมื่อแพร่เชื้อความหวาดระแวงเสร็จเจียงเฟยเย่วก็ตักไก่ตุ๋นโสมให้นาง หญิงชรายิ้มให้หลานสาว ไม่นานอีกคนก็มา เมื่อมาถึงก็ร้องไห้กอดพี่สาวแน่น
"ฮือๆๆๆ พี่หญิงท่านมาแล้ว"
"ไม่ร้องๆดูสิหน้าตาเลอะหมดแล้ว"
"หลานคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ"
"เจ้าตัวดี ปายยามอู่แล้วเพิ่งจะมาหายายแก่อย่างข้า"
"หลานไปเก็บเงินให้แม่รองเจ้าค่ะ"
หลินอี้เหมี่ยนเป็นน้องสาวของหลินเว่ยฉี พี่สาวเป็นเมียเอก น้องสาวเป็นเมียรอง บ้านนี้หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยุติธรรมเกรงว่าอนุคนอื่นๆ คงไม่เหลือกระทั่งกระดูก เจียงเฟยเย่วสงสารคนตรงหน้า เพิ่งจะปักปิ่นแต่กลับไม่มีปิ่นดีๆสักอัน ท่านย่าเองจะไปจัดการก็น่าเกลียดนางจึงมอบปิ่นหยกของตนให้ไป
เจียงเฟยเย่วหยิบปิ่นหยกสีม่วงออกมา เว่ยจื่อชวนแม้จะเย็นชาแต่มิได้ห้ามนางออกนอกจวน ปิ่นนี้ร่างเดิมซื้อมาจากพ่อค้าเร่ หยกนี้หายากนัก
"ให้เจ้า มาพี่เสียบให้"
เจียงเฟยซินมองหน้าท่านย่า นางพยักหน้าให้ ยามนี้บนศีรษะมีปิ่นของท่านย่ากับพี่สาวเคียงคู่กัน เจียงเฟยซินคุกเข่ากราบนาง
"พี่ใหญ่ ท่านดีกับข้าจริงๆ"
"เจ้าต่อไปต้องหมั่นมาดูแลท่านย่ารู้หรือไม่ พี่ออกเรือนไปแล้วไม่สะดวกมาบ่อย"
"เจ้าค่ะ"
"ท่านย่าหลานแค่มาเยี่ยมท่านเท่านั้น หลานรู้ดีว่าท่านแม่ต้องการให้หลานนำทรัพย์สินที่พี่ใหญ่ส่งมาให้เอาไปเป็นสินเดิมน้องรอง แต่สมบัติเหล่านั้นพี่ใหญ่เสี่ยงตา่ยอยู่ชายแดนแลกมันมา จะให้บุตรสาวคนหนึ่งมีหน้ามีตาแลกกับชีวิตพี่ชายตนเองหลานยอมไม่ได้"
"เอาที่เจ้าคิดว่าทำถูกต้องเถอะ พี่ใหญ่เจ้ามารดาเขาอายุสั้นนัก ข้ายังนึกว่าแม่ของเจ้าจะโอบอ้อมอารีกับลูกเลี้ยงบ้างแต่ก็เปล่าเลย ซิ่วซิ่วเจ้าคอยดูแลคุณหนูให้ดีๆ ข้าเชื่อใจเจ้า"
"เจ้าค่ะเหล่าไท่ไท่บ่าวจะตั้งใจดูแลคุณหนูให้ดีตามที่ท่านสั่งเจ้าค่ะ"
ตราคำสั่งและคำสั่งถูกเขารวบเอาไว้หมด แล้วองค์ชายสามล่ะ เวินอี้โหรวหันไปหน้าประตูก็เห็นฉลองพระองค์สีทองยืนสง่ากลางลาน มีองค์ชายสามที่ถูกจับกดเอาไว้พร้อมกับทหารอีกเกือบร้อยคน ทุกคนถูกมัดมือไพล่หลัง เวินอี้โหรวหันกลับมา เฉินหลงเทียนเอ่ยกับนาง"เจ้าทำร้ายน้องสาวข้าจนนางเกือบตาย หากไม่ใช่แม่ทัพเจียงผ่านมาเจอแล้วช่วยเอาไว้เสี่ยวโหรวคงไม่รอด จากนี้ไปเจ้าต้องใช้ความผิดที่ทำกับนาง""มะ ไม่จริง ข้าผลักนางลงมาสูงขนาดนั้น นางจะไม่ตายได้ยังไง ไม่จริง ไม่จริ๊งงงง""เจ้าไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร ส่วนองค์ชายสามคงช่วยเจ้าไม่ได้หรอก เฮ้อ จะว่าไปข้าก็เหนือยจริงๆ เนื่องจากพวกเจ้าไม่ยอมลงมือสักที ข้าเองก็ต้องไปหาเมียกับลูกที่เพิ่งคลอด จึงต้องเล่นละครนิดหน่อยให้พวกเจ้ายอมลงมือสักทีจะได้เก็บกวาดหมดจด"มู่ชิงเฟิงที่ได้ยินถึงกับหันไปมองหน้ามู่หรงเยี่ยน ส่วนมู่หรงอวี้ที่ถูกเสียงดังรบกวนจนนอนไม่หลับก็ออกมาจากนั้นจึงประสานมือทำความเคารพฮ่องเต้"เสด็จพ่อ ดึกแล้วมิทรงพักผ่อนเล่าพ่ะย่ะค่ะ เรื่องพวกนี้มีขุนนางทำอยู่แล้ว""พี่ชายเจ้าเตรียมสังหารเจ้าในวันพรุ่งนี้เจ้ายังใจเย็น!!?..."มู่หรงอวี้พยักห
มู่ชิงเฟิงจะอาศัยการล่าสัตว์พรุ่งนี้กำจัดไอ้คนไม่เอาไหนแต่ปากดีเนี่ยเสียเลย เมื่อฮ่องเต้อิ่มแล้วก็เข้าพัก ขุนนางอายุมากต่างก็ไปพักผ่อนเช่นกัน มีเพียงกลุ่มองค์ชายบางกลุ่มที่ยังนั่งดื่มและพูดคุยยามโฉ่วมู่หรงเยี่ยนที่นัดแนะกับเฉินหลงเทียนเอาไว้ก็เดินออกมาด้านนอก เสียงของเฉินหลงเทียนปลุกเอาคนทั้งตำหนักต้องตื่นขึ้นมา"ท่านอ๋อง องค์ชายห้าทรงประทับอยู่เรือนพระองค์หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"มู่หรงเยี่ยนแสร้งหาวก่อนจะเอ่ย"มีอะไรหรือ ท่านหาองค์ชายห้าทำไมกัน"โหรวโหรว นาง นางหายไปกระหม่อมหาไม่เจอเลยพ่ะย่ะค่ะ ท่านปู่อาการกำเริบ นางบอกว่าตามมาเพื่อดูแลท่านปู่แต่ตอนนี้ต้องการตัวนางแต่คนกลับไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน"มู่หรงเยี่ยนเข้าใจจึงเรียกหาฮั่วหย่งฉี"หย่งฉีไปเรียกองค์ชายห้ามาหน่อย""พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"ฮั่วหยงฉีนหายไปไม่ถึงครึ่งถ้วยชาก็พามู่หรงอวี้มา ขุนนางและองครักษ์ต่างตกใจ ส่วนเสนาบดีเฉินนอนกุมหน้าอกอยู่ในห้อง ทำท่าราวกับคนที่ไม่ไหวหายใจไม่ออกจนไปได้ทุกเมื่อ "คุณหนูเฉินไปที่ไหนกัน นี่มันยามโฉ่วแล้วนะ""องค์ชายห้าจะช่วยอะไรได้หรือคุณชายเฉิน""องค์ชายห้าจมูกไวอาจได้กลิ่นนาง องค์ชายช่วย
ยามเว่ยเป็นเวลาที่กำหนดส่งมอบและตรวจนับ มู่ชิงเฟิงได้สัตว์ป่ามาเป็นลูกหมูป่าหนึ่งตัว กระต่ายเจ็ดตัวและไก่ป่าแปดตัวนับว่าเยอะกว่าบรรดาองค์ชายทุกคน ส่วนองค์ชายห้าได้กวางมาหนึ่งตัว เขาอุ้มมันกลับเอามาทั้งเป็น มู่ชิงเฟิงเยาะเย้ยถากถางทันที"น้องห้า เจ้าไม่ใช่มีฝีมือหรอกหรือ เหตุใดได้กวางมาเพียงตัวเดียวกันเล่า""ได้ยินว่าเจ้าเจอเสือขาวแล้วเหตุใดถึงไม่ได้มันมา"ฮ่องเต้ตรัสถามมู่หรงอวี้ เพราะมีคนแจ้งว่าองค์ชายห้าพบเจอเสือขาว แต่มู่หรงอวี้กลับไม่ได้มา ชายหนุ่มประสานมือก่อนจะเอ่ย"ทูลเสด็จพ่อ เดิมทีลูกเจอเสือขาวได้ก็จริง แต่ลูกมีเหตุผลปล่อยมันไปพ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ก่อนจะตรัสถาม"เสือขาวนั้นหายากเหตุใดเจ้าถึงปล่อยไป ล่าได้มาเพียงแค่ตัวเดียวเจ้าก็ชนะแล้วมิใช่หรือ"มู่หรงอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบา"ตอนที่ลูกกำลังจะยิงมันปรากฏว่าลูกของมันสองตัววิ่งมาหาแม่เสือ มันไม่ได้ระวังภัยและนอนลงให้นมลูก ฉะนั้นลูกจึงไม่อาจพรากแม่พวกมันมาได้พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อหากพระองค์จะทรงเมตตาได้โปรดออกคำสั่งห้ามใครล่าเสือขาวตัวนั้นได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ลูกเกรงว่าคนที่อยากชนะจะไม่เลือกวิธีการ"มู่
เฉินหลงเทียนไปแล้วมู่หรงเยี่ยนหัวเราะเบาๆ ฮั่วหย่งฉีส่ายหน้าให้กับความเจ้าเล่ห์ของฉินอ๋อง นี่หากเจอพระชายาจริงๆจะเป็นเช่นไรหนอ พระนางหรือจะยอมอยู่นิ่งๆให้ท่านอ๋องชี้นกเป็นไม้ฝ่ายเฉินหลงเทียนที่เดินออกจากห้องมาก็เจอเข้ากับเจียงเฟยหรงที่เพิ่งไปตรวจเวรยาม ร่างสูงสง่าเดินมาตรงหน้าเขาแต่เฉินหลงเทียนกลับสะบัดหน้าเดินหนีไม่ทักทายสักคำ เขาได้แต่คำนวณต่อไปจะลำดับญาติอย่างไร เขาแต่งงานกับเจียงเฟยซินก็จะกลายเป็นน้องเขยของเจียงเฟยหรง ส่วนเจียงเฟยหรงแต่งงานกับโหรวเอ๋อร์ก็กลายมาเป็นเป็นน้องเขยของเขา มันช่างวุ่นวายแท้ๆ ส่วนเจียงเฟยหรงก็งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกเมิน ไอ้หมอนี่เป็นอะไรไปอีกล่ะ คนสกุลเฉินนี่แปลกประหลาดเสียจริง นอกจากเมียเขาแล้วที่เหลือมีคนปกติบ้างไหม ตาเฒ่าเสนาบดีเฉินก็ปลูกดอกหลันฮวาที่ต้องเลี้ยงด้วยยาพิษถึงจะงดงาม หลานชายก็เป็นพวกผีเข้าผีออก เฮ้อเหนื่อยใจแทนเมียจริงๆที่มีญาติเช่นนี้ เว่ยจื่อชวนที่เดินผ่านมาและได้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็เอ่ยถามคนข้างๆ"อาไช่พวกเขาดูแปลกๆนะ"คนที่กำลังงอนอยู่ก็เอ่ยกลับแบบขอไปที"ไม่มีใครแปลกเท่าท่านแล้วล่ะ"เว่ยจื่อชวน"..............
มู่หรงเยี่ยนเอ่ยจบก็เดินจากไป คำพูดเขาฟังเหมือนกำลังเป็นห่วงแต่หากฟังแล้วคิดตามเขากำลังบอกว่านางร้อนตัวเป็นจริงอย่างคำพูดขององครักษ์ของเขา มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อก่อนหยางหมิงจูและเจียงเฟยเย่วอยู่เมืองหลวงนางรู้สึกว่าควบคุมบุรุษสองคนนี้ได้ แต่เพราะเหตุใดหลังจากทั้งสองคนหายไปแทนที่สถาณการณ์จะดีกว่าเดิมกลับกลายเป็นว่าสองคนนี้ควบคุมยากขึ้นกว่าเดิม อาจถึงขั้นควบคุมไม่ได้แล้ว ปกติเรียกนางโหรวโหรวตอนนี้ทุกคำมีแต่คำว่าคุณหนูเฉินมู่หรงอวี้องค์ชายห้านั่งอยู่ในห้อง เขาก้มหน้าไม่กล้าสบตากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้เท่าไหร่นัก มู่หรงเยี่ยนเอ่ยถามเสียงเย็น"ก่อนหน้าเจ้าชอบดูถูกเมียข้าตลอดเวลา ด้วยนิสัยเจ้าแม้จะปากมากแต่ก็ไม่ชอบออกหน้า ไหนบอกมาสิเจ้าทำไปเพื่ออะไร""ก็มิใช่พระองค์มิชอบนางหรอกหรือ""เจ้าอยากเอาใจข้าจึงทำเช่นนั้นหรือ""ข้าชอบนางต่างหากใครใช้ให้นางตาถั่วไปชอบท่านกันเล่า""หืมมมมมมมมมมมม"เสียงลากยาวทำเอามู่หรงอวี้หน้าซีด เขาเผลอเอ่ยออกไปได้ยังไง เดิมเขาชอบหยางหมิงจูจริงๆ แต่ใครใช้ให้นางปีนเตียงฉินอ๋องเล่า เขาก็เลยดูถูกนางเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อระบายแค้น แล้วนี่เสด็จพี่จะมาคาดคั้
หลังจากหยุดพักสองคืนยามเฉินก็ออกเดินทางต่อไปยังตำหนักฤดูร้อน ลานล่าสัตว์อยู่ไม่ไกล ฮ่องเต้แค่เพียงแปลกพระทัยที่หลานชายจัดการให้เข้าพักที่ตำหนัก ปกติจะตั้งกระโจมเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ ขบวนเคลื่อนไปเรื่อยๆ มู่ชิงเฟิงได้ลอบไปพบกับเวินอี้โหรวเรียบร้อยแล้ว นางติดต่อกับคนของทางราชวงศ์เก่าเพื่อเตรียมการใช้กองทัพเพื่อล้อมฮ่องเต้และขุนนางติดตามเอาไว้ รถม้าของเวินอี้โหรวอยู่ๆก็มีผ้าสีชมพูผืนเล็กๆเพิ่มมามันถูกผูกเอาไว้ที่ด้านหน้า มู่หรงเยี่ยนยกยิ้มมุมปาก ช่างเป็นคู่รักที่น่าสงเคราะห์ให้ลงไปนอนกอดกันในหลุมเสียจริงๆทั้งสองทำเรื่องบัดสีที่ห้องเมื่อคืนคงคิดไม่ถึงว่าเขากับเว่ยจื่อชวนจะพบเจอ คงต้องดูแล้วว่าจะอดทนรอจนถึงลานล่าสัตว์หรือไม่ เจียงเฟยฟรงเตะม้ามาทางเขาเพื่อพูดคุยแผนการที่วางไว้"ท่านอ๋อง...องครักษ์ที่จัดเตรียมเอาไว้เดิมองค์ชายสามเอาคนของตนเข้ามาปะปน แต่ตอนนี้ถูกกำจัดแล้วสับเปลี่ยนออกไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ""เช่นนั้นก็ดี.....ท่านทำตามแผนเถอะ ปกป้องฝ่าบาทให้ดี""เอ่อ..แล้วคุณหนูเฉินคนนั้น...""ช่างเถอะ ท่านยังมีอะไรอีกไหม ถ้าไม่มีก็กลับไปประจำตำแหน่งเถอะ วุ่นวายมาก
เจียงเฟยเย่วกำลังหลับไปก็รู้สึกมีไอร้อนมาอยู่ข้างๆ ซิ่วซิ่วนอนอยู่ข้างล่างไม่ใช่หรือ ยายกระต่ายน้อยจะขึ้นมาบนเตียงนางทำไม ร่างบางที่หันหลังกำลังจะหันกลับมาอยู่ๆวงแขนแข็งแรงก็กอดเอวบางนางเอาไว้ เจียงเฟยเย่วดีดผึงทันที เมื่อสายตาเห็นชัดว่าเป็นใครก็หันไปคว้าหมอนมาทุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย"เว่ยจื่อ
ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปในเรือนทิ้งซิ่วซิ่วเอาไว้กับองครักษ์ของตน หวังเสี่ยวไช่ที่ปกติไม่เคยสนใจสตรีก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ส่วนซิ่วซิ่วที่กำลังถูกหิ้วก็เอ่ยออกมา เพราะนางถูกคอเสื้อรัดลำคอเอาไว้"ท่าน...จะให้ข้าขาดใจตายหรือไง แค่กๆๆ""อ้อ แม่นางน้อยซิ่วซิ่วข้าขออภัยด้วย"หวังเสี่ยวไช่ปล่อยคอเสื้อทันที
เอมี่พยายามหยีตาก่อนจะปรับโฟกัส ทำไมมีแต่คนสวมชุดจีนถ่ายละครเหรอ ไม่สิเธออยู่ในสนามทดสอบรถและกำลังไลฟ์สดไปด้วย ก่อนจะหันซ้ายหันขวาหาเพื่อนสาว "มินนี่อยู่ไหนอ่ะ แค่กๆๆ เฮ้ย...ทำไมฉันพูดภาษาจีนล่ะ เดี๋ยวนะ"สายตามองไปรอบๆ ยกมือตัวเองขึ้นมาดู เอมี่ลุกไปหาที่ส่องดูตนเอง กระทั่งชักเอากระบี่
บรื้นนนนนน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มท้องถนน เอมี่สาวไทยใจเกินร้อยกับมินนี่สาวจีนเพื่อนเลิฟที่เรียนมาด้วยกันเพราะเอมี่ไปเรียนที่จีนตั้งแต่จบมัธยมต้น ตอนนี้ทั้งสองเป็นวิศกรของบริษัทรถยนต์แบรนด์ดังแบรนหนึ่ง วันนี้ทั้งคู่ต้องมาทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดเอมี่เป็นคนขับส่วนมินนี่นั่งข้







