Masukรถม้าวิ่งมาไม่นานก้ถึงสกุลเจียง ความจริงเพียงแค่เดินมาใช้เวลาหนึ่งก้านธูปก็ถึงแต่เจียงเฟยเย่วไม่ทำเช่นนั้น นางใช้รถม้าคันใหญ่ที่สุดของจวนเว่ย กระทั่งรถม้าเลี้ยวเข้าประตูบ่าวก็ไปตามฮูหยินใหญ่ทันที
เจียงเฟยเย่วลงมาจากรถม้าไม่ได้เข้าไปคารวะมารดาแต่กลับไปยังเรือนตะวันออกที่ฮูหยินผู้เฒ่าพักอยู่ เมื่อมาถึงจางหมัวมัวก็ออกมาต้อนรับ
"คุณหนูท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ"
"ท่านย่าจาง สบายดีนะเจ้าคะ"
"บ่าวสบายดีเจ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งเอนหลังไป"
"มิเป็นไรข้ารอได้ ให้นางพักผ่อนเถอะ"
เจียงเฟยเย่วนั่งอ่านหนังสือรอท่านย่าตื่น นางเอาของมามากมายเมื่อหญิงชราหลับอยู่จึงเลิกอ่านและลุกไปทำอาหารกับอบขนม กว่าชั่วยามผู้มีอำนาจแท้จริงในตระกูลก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับมื้อเที่ยงที่หลานสาวทำให้
"หลานคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ"
"ลำบากเจ้าแล้ว ได้ยินเจ้าเกิดเรื่องย่ายังคิดว่าจะไปเยี่ยมสักหน่อยอยู่เลย"
"หลานไม่เป็นอะไรแล้ว พระชายาเองพระนางก็มิได้ถือสา เราสองคนมิได้ทะเลาะกันแต่กลับมีคนผลักหลานจากด้านหลัง หลานตกใจเลยคว้าเอานางลงไปด้วยเจ้าค่ะ"
"มีคนผลัก!! ใครกันที่ทำเรื่องเช่นนี้ ย่าจะฟ้องร้องมัน"
เจียงเฟยเย่วเห็นหน้าคนที่กำลังเดินมา ใบหน้านางบูดเบี้ยวคงเพราะเจียงเฟยเย่วมานานแล้วแต่กลับไปไปหาคนเป็นมารดาเช่นนาง เสียงถอนหายใจพร้อมกับเอ่ยเรียบๆ
"หลานไม่รู้เจ้าค่ะ วันนั้นมีเพียงน้องรอง น้องสี่ คุณหนูฉิน องค์หญิงหก แต่พวกนางก็อยู่ไกลมีเพียงน้องรองที่อยู่ใกล้ๆ แต่ว่าใช่นางหรือไม่หลานไม่อาจคาดเดาเจ้าค่ะ แต่ข้างนอกร่ำลือกันว่าน้องรองหลงรักพี่เขยตนเอง หลานอยู่จวนเว่ยลำบากนัก สามีไม่ยอมพบหน้าเพราะชื่อเสียงของสตรีจวนเจียงเน่าเหม็นไปหมด"
เพียะ!! เสียงตบหน้าดังสนั่นห้อง เจียงฮูหยินตบลงมาบนใบหน้าบุตรสาวทันทีที่นางเอ่ยจบพร้อมกับตวาดแหว
"ใส่ร้ายน้องสาวเจ้าหรือนางงูพิษ เฟยเฟยของข้าหรือจะแย่งสามีพี่สาว ข้ากำลังคุยเรื่องแต่งงานของนางอยู่คนที่นางจะแต่งด้วยไม่ด้อยไปกว่าเว่ยจื่อชวน"
ปัง!! ปัง!! ปัง!! ไม้เท้าอันใหญ่กระแทกลงบนพื้นสามทีก่อนที่เสียงแหบพร่าของหญิงชราจะดังลั่น
"นางหลิน..ต่อหน้าข้าลงมือตบตีคนเจ้ายังเห็นยายแก่เช่นข้าอยู่ในสายตาอีกหรือไม่"
"ท่านแม่..นางใส่ร้ายน้องสาวตนเองเช่นนี้จะปล่อยไปได้อย่างไร เฟยเฟยเป็นหญิงงามมีบุรุษพัวพันก็ไม่แปลก บางทีตนเองควบคุมสามีไม่อยู่แล้วอิจฉาน้องสาวก็เป็นได้"
เจียงเฟยเย่วยิ้มก่อนจะเอ่ยกลับไป
"น้องรองงดงามจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ ข้าเหมือนท่านพ่อมากไปหน่อยจึงอัปลักษณ์เล็กน้อยในสายตาท่านแม่ แต่น้องชายกับน้องสาวกลับใบหน้าหมดจดไม่เหมือนท่านพ่อสักเท่าไหร่ ว่าไปก็แปลกเจียงเฟยหยางยิ่งโต กลับยิ่งเหมือนอารองบ้านสามยิ่งนัก ทั้งที่สายเลือดห่างกันเพียงนั้น ท่านย่าว่าไหมเจ้าคะ"
เจียงฮูหยินหน้าซีด นางเด็กนี่พูดอะไรกัน หรือว่านางไปรู้อะไรมา ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ทว่าเจียงเฟยเฟยที่เพิ่งมาถึงก็ชี้หน้าด่าพี่สาวทันที
"พี่หญิง ท่างกล่าววาจาเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านมันนางคนไร้ยางอายอย่ามากล่าวหาท่านแม่นะ ท่านแต่งออกไปแล้วมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวาย อ๊า"
เพียะ!! เจียงเฟยเย่วตบหน้าน้องสาวจบบวมก่อนจะเอ่ยกับฮูหยินผู้เฒ่า
"ขออภัยเจ้าค่ะท่านย่า น้องรองมิสำรวมกลับตะโกนเสียงดัง เรื่อง
ในเรือนแม้พี่น้องจะไม่ลงรอยกันก็ไม่ควรให้คนนอกมาหัวเราะเยาะ ยิ่งเป็นเรื่องผิดใจกันเพราะบุรุษยิ่งน่าอาย"
"เจ้าๆๆ เจียงเฟยเย่วเจ้ากล้าตบข้า"
"พอแล้ว!! นางหลินพาลูกสาวที่เจ้ารักไปให้พ้นหน้าข้า เรื่องดีๆไม่ทำกลับทำแต่เรื่องงามหน้า"
หญิงชราแปลกใจหลานสาวที่เปลี่ยนไป ปกติจะเอาใจมารดาแม้จะถูกด่าทอดูถูกเพียงใด เจียงเฟยเย่วเอ่ยกับนาง
"บ้านใหญ่เรายังมีพี่ชายที่อยู่ชายแดน เมื่อไหร่ที่อารองมาเจ้ากี้เจ้าการจัดการเรื่องในจวนแทนท่านพ่อเจ้าคะ ข้าเห็นท่านแม่ให้น้องสามสนิทกับอารองเกินงาม ข้านึกว่าเข้าเสียอีกที่เป็นบิดาของน้องรองกับน้องสาม กับท่านพ่อไม่เห็นกตัญญูเช่นนี้ ข้าจึงทนไม่ได้"
เมื่อแพร่เชื้อความหวาดระแวงเสร็จเจียงเฟยเย่วก็ตักไก่ตุ๋นโสมให้นาง หญิงชรายิ้มให้หลานสาว ไม่นานอีกคนก็มา เมื่อมาถึงก็ร้องไห้กอดพี่สาวแน่น
"ฮือๆๆๆ พี่หญิงท่านมาแล้ว"
"ไม่ร้องๆดูสิหน้าตาเลอะหมดแล้ว"
"หลานคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ"
"เจ้าตัวดี ปายยามอู่แล้วเพิ่งจะมาหายายแก่อย่างข้า"
"หลานไปเก็บเงินให้แม่รองเจ้าค่ะ"
หลินอี้เหมี่ยนเป็นน้องสาวของหลินเว่ยฉี พี่สาวเป็นเมียเอก น้องสาวเป็นเมียรอง บ้านนี้หากฮูหยินผู้เฒ่าไม่ยุติธรรมเกรงว่าอนุคนอื่นๆ คงไม่เหลือกระทั่งกระดูก เจียงเฟยเย่วสงสารคนตรงหน้า เพิ่งจะปักปิ่นแต่กลับไม่มีปิ่นดีๆสักอัน ท่านย่าเองจะไปจัดการก็น่าเกลียดนางจึงมอบปิ่นหยกของตนให้ไป
เจียงเฟยเย่วหยิบปิ่นหยกสีม่วงออกมา เว่ยจื่อชวนแม้จะเย็นชาแต่มิได้ห้ามนางออกนอกจวน ปิ่นนี้ร่างเดิมซื้อมาจากพ่อค้าเร่ หยกนี้หายากนัก
"ให้เจ้า มาพี่เสียบให้"
เจียงเฟยซินมองหน้าท่านย่า นางพยักหน้าให้ ยามนี้บนศีรษะมีปิ่นของท่านย่ากับพี่สาวเคียงคู่กัน เจียงเฟยซินคุกเข่ากราบนาง
"พี่ใหญ่ ท่านดีกับข้าจริงๆ"
"เจ้าต่อไปต้องหมั่นมาดูแลท่านย่ารู้หรือไม่ พี่ออกเรือนไปแล้วไม่สะดวกมาบ่อย"
"เจ้าค่ะ"
"ท่านย่าหลานแค่มาเยี่ยมท่านเท่านั้น หลานรู้ดีว่าท่านแม่ต้องการให้หลานนำทรัพย์สินที่พี่ใหญ่ส่งมาให้เอาไปเป็นสินเดิมน้องรอง แต่สมบัติเหล่านั้นพี่ใหญ่เสี่ยงตา่ยอยู่ชายแดนแลกมันมา จะให้บุตรสาวคนหนึ่งมีหน้ามีตาแลกกับชีวิตพี่ชายตนเองหลานยอมไม่ได้"
"เอาที่เจ้าคิดว่าทำถูกต้องเถอะ พี่ใหญ่เจ้ามารดาเขาอายุสั้นนัก ข้ายังนึกว่าแม่ของเจ้าจะโอบอ้อมอารีกับลูกเลี้ยงบ้างแต่ก็เปล่าเลย ซิ่วซิ่วเจ้าคอยดูแลคุณหนูให้ดีๆ ข้าเชื่อใจเจ้า"
"เจ้าค่ะเหล่าไท่ไท่บ่าวจะตั้งใจดูแลคุณหนูให้ดีตามที่ท่านสั่งเจ้าค่ะ"
มู่ชิงเฟิงควบม้าออกไปด้วยอารมณ์คุกรุ่น เขาเกลียดมู่หรงเยี่ยนก็แค่ซื่อจื่อจวนอ๋องคนหนึ่งกลับถูกเสด็จพ่อแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ฉินอ๋องให้ เดิมตำแหน่งฉินอ๋องควรเป็นของโอรสสายตรงแต่กลับยกให้หลานชาย ทำให้องค์ชายเช่นเขาต้องคุกเข่าให้น่ารังเกียจจริงๆ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าความสัมพันธ์ของเขากับจวนเสนาบดีนั้นเปราะบางไม่ได้แน่นแฟ้นเช่นแต่ก่อน เรื่องที่เวินอี้โหรวดึงดันจะตามมาและทำให้คนเคร่งครัดระเบียบอย่างมู่หรงเยี่ยนและเว่ยจื่อชวนไม่ชอบนั้นทำให้เขาไม่พอใจจวนเสนาบดีไปด้วย หึ!...รอให้ถึงลานล่าสัตว์ก่อนเถอะ ข้าจะให้ฉินอ๋องแห่งต้าฉู่หายไปจากแผ่นดิน ส่วนเว่ยจื่อชวนที่เงียบมาตลอดเมื่อมู่ชิงเฟิงจากไปไกลแล้วก็เอ่ยกับมู่หรงเยี่ยน้ำเสียงแผ่วเบา"ดูท่าเขาคิดจะลงมือกับพระองค์เช่นกัน""ข้าเป็นเพียงอ๋องคนหนึ่งที่ฝ่าบาทพระราชทานตำแหน่งเพื่อสะดวกในการตรวจสอบทุจริตขุนนางเท่านั้น""พวกเขารู้ว่าเจียงเฟยหรงและเฉินหลงเทียนมีฝีมือ แต่กลับไม่เคยเห็นพระองค์ชักกระบี่ นี่คือข้อได้เปรียบหากปะทะกัน""เจ้าเล่าอาชวน กระบี่ขึ้นสนิมหรือยัง ไม่ได้ออกจากฝักมานานแล้วนี่""ดูเหมือนครั้งนี้จะได้ทดลองว่ายังคมพอตัดหัวค
กระทั่งยามโฉ่วคนของมู่หรงเยี่ยนก็กลับมา พร้อมกับจดหมายที่คัดลอกมาจากฉบับจริง มู่หรงเยี่ยนอ่านอย่างตั้งใจ มีกระดาษสองแผน กระดาษแผ่นแรกคือหนังสือตัดความสัมพันธ์ที่สกุลหยางเขียนให้หยางหมิงลงนามโดยผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลสิบเจ็ดคน อีกฉบับเป็นจดหมายจากบิดาของเขา "อาหมิง..ที่ข้าเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นฉบับเดียวและจะฉบับสุดท้าย ก่อนที่เจ้าจะเข้าเมืองหลวงมาเรียนต่อเพื่อสอบขุนนาง ข้าขายที่นาดีจนหมด เจ้าสองผัวเมียบอกว่าหากเอาเสี่ยวจูไปด้วยเกรงว่านางจะลำบาก พอจะใช้ประโยชน์จากการแต่งงานของนางก็มารับนางไปบอกจะให้ชีวิตที่สุขสบาย แต่เจ้ากลับทำตรงกันข้ามกับที่พูด ชีวิตตาแก่ยายแก่อย่างข้าสองคนผัวเมียไม่มีบุตรชายอย่างเจ้า คนที่ผลักไสบุตรสาวตนเองให้ตกนรก เสี่ยวจูของข้ากลับมาพร้อมบุตรในครรภ์ นางต้องกล้ำกลืนเพียงใดกับสายตาชาวบ้านที่มองมา ข้าไม่อับอายใดๆหลานข้ากับลูกของนางข้ากับเมียข้าเต็มใจเลี้ยง ส่วนเจ้าในเมื่อรับคนอื่นเป็นพ่อแม่แล้วก็อย่าได้หวนกลับมาเหอซานอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า บอกเมียเจ้าด้วยท่านยายของเสี่ยวจูนางกตัญญูต่อท่านยายนางและเลี้ยงดูอย่างดี มารดากับบิดาหลานสาว
มู่หรงเยี่ยนวางแผนการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทางด้านเว่ยจื่อชวนเองก็แสดงท่าทีเอาแต่สอนหนังสือให้กับบัณฑิตรุ่นใหม่ๆเพื่อเตรียมสอบคัดเลือกในปีหน้า ด้วยฐานะราชครูของเขาคนมองเพียงว่าเขาเป็นคนคร่ำครึวันๆเอาแต่ตำรา ในสายตาคนอื่นที่ทองเห็นนอกจากคุณหนูเฉินโหรวโหรวก็ไม่มีเรื่องใดมาสั่นคลอนเขาได้อีก หวังเสี่ยวไช่เข้ามาหาเขาใบหน้างอเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแง่งอน"ใต้เท้า...ข้าต้องลางานสักพักขอรับ""ลางาน!!...เจ้าจะไปไหนอีกเจ็ดวันต้องออกเดินทางไปลานล่าสัตว์แล้ว""ทางบ้านให้ไปจัดการเรื่องเงินปันผลของปีนี้ เดิมไม่อยากไปแต่ท่านพ่อบอกว่าหากไม่ไปอีกท่านปู่และเขาจะไม่ยอมรับเมียที่ข้าหาเอง""เจ้าหมายความว่าตาแก่หวังท่านปู่ของเจ้ารู้แล้วหรือว่าเจ้าได้เมียแล้วน่ะ""พวกเขาไม่ได้โง่เหมือนพวกขุนนางเมืองหลวง ไม่ว่าข้าจะทำอะไรพวกเขาก็รู้""รู้ถึงขั้นไหนเล่า""รู้ว่าข้ากับซิ่วซิ่วเป็นผัวเมียกันแล้วขอรับ""อ้อ...งั้นเจ้ก็ไปเถอะรีบไปรีบมา ดูท่าเงินปันผลคงจะเยอะสินะ ใครใช้ให้บ้านเจ้าร่ำรวยเสียกว่าท้องพระคลังสามแคว้นกันล่ะ คนนอกไม่รู้แต่ฝ่าบาททรงรู้ มิใช่ว่ารีดไถบ้านเจ้าประจำหรอกหรือ""จะว่าไปข้าน้อยก็ไ
หลินอี้เหมี่ยนเอ่ยอย่างเจ็บแค้น ความเคียดแค้นนี้นางเก็บมานานถึงเจ็ดปีหลังจากที่หมอตำแยมาสารภาพก่อนตาย ก่อนจะเอ่ยต่อ"หลินเว่ยฉี เพราะมารดาข้างดงามจนทำให้มารดาเจ้าอิจฉาที่ท่านพ่อโปรดปรานนาง เจ้าเกรงว่าเพราะหน้าตาของข้าที่คล้ายท่านแม่จะได้การแต่งงานที่ดีกว่าเจ้ารับไม่ได้ที่ท่านพ่อจะส่งข้าเข้าวัง เจ้าอาศัยความเป็นบุตรภรรยาเอกบังคับแต่งข้ามาเป็นสินเดิมเพื่อเหยียบย่ำข้าใต้ฝ่าเท้าเจ้า เจ้ากับมารดาเจ้ามันไม่ใช่คน นางงูพิษ"หลินอี้เหมี่ยบนหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยต่อด้วยอารมณ์ที่ต้องการระบาย "เจ้ารู้หรือไม่เจียงเฟยซินทำไมถึงได้เกิดมา ก็เพราะยาแท้งบุตรที่เจ้าให้มาข้าเปลี่ยนเป็นยาบำรุงให้อนุสวี ฮูหยินผู้เฒ่ารู้มานานแล้วว่าเจ้ามันอำมหิตนางถึงไม่ยอมให้เจ้าดูแลอนุสวี นางเป็นสาวใช้ขั้นหนึ่งของฮูหยินผู้เฒ่า ในเมื่อไม่อาจจัดการสันดานเจ้าชู้ของบุตรชายได้ แต่ปกป้องนางกับเด็กในท้องมิใช่ไม่ได้"หลินเว่ยฉีหน้ายิ่งซีด เจียงเฉิงโยนกระดาษลงไปให้ ในนั้นคือปลดนางออกจากภรรยาและขับไล่ออกจากตระกูล ส่วนเจียงเฟยเฟยและเจียงเฟยหยางถูกถอดออกจากผังตระกูล เจียงปู่หยวนเอ่ยกับน้องชายที่นั่งหน้าแดงสลับเขียวมอ
ภายในห้องที่เงียบสงบ มู่หรงเยี่ยน เว่ยจื่อชวน เจียงเฟยหรงและเฉินหลงเทียนนั่งปรึกษากันด้านใน ทั้งสี่รับรู้ว่าสองคนชั่วนั้นวางแผนอะไรแต่ตอนนี้ไม่อาจบอกกับฮ่องเต้ได้ทุกอย่าง เพื่อให้พระองค์ช่วยเล่นละครจนสุดทางบางอย่างจำเป็นต้องปิดบังไว้ก่อน เฉินหลงเทียนบอกทั้งสามคนว่าป้ายปลอมหายไปแล้ว"นางขโมยป้ายไปแล้ว แต่จะทำอะไรได้ คนที่เหลือรอดจากราชวงศ์เก่ายามนี้ไม่มีเหลือแล้ว ท่านทวดของยายทวดนางเป็นเพียงสาวใช้ที่อดีตฮ่องเต้องค์สุดท้ายของแคว้นเซี่ยมีสัมพันธ์จนมีท่านยายทวดนางออกมา หากนับไปเกินสามร้อยปีแล้วกระมัง คนเก่าแก่ไหนเลยจะหลงเหลือ มีเพียงนางที่ยังทะเยอทะยานคิดว่าตนเองเป็นองค์หญิงสูงส่ง""นางอาจรวบรวมได้สักพันสักหมื่นกระมัง"เว่ยจื่อชวนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ มู่หรงเยี่ยนยกชาขึ้นจิบก่อนจะเอ่ย"ที่ห่วงคือกองกำลังมู่ชิงเฟิง ไม่รู้เขามีเท่าไหร่ ที่ข้าตรวจสอบได้เหมือนจะมีประมาณแปดหมื่นคน""ท่านอ๋อง..กระหม่อมจะเอาคนมาซุ่มที่ลานล่าสัตว์ไว้ก่อนสักสามหมื่นคน"เจียงเฟยหรงเอ่ยขึ้นมา แต่มู่หรงเยียนยกมือขึ้นห้ามก่อนจะเอ่ยกับเขา"สามหมื่นคนไม่ใช่น้อย ยามที่ต้องเคลื่อนไหวไม่อาจปกปิดได้แนบเนียน
เมืองหลวงจวนสกุลเฉินเฉินโหรวโหรวยกถ้วยยาเข้ามาด้านในตามเช่นเคย เฉินหลงกำลังนั่งอ่านหนังสือราชการอยู่ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหลานสาว ทว่ากลับส่งเสียงไอออกมาหนักๆ"แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ชายชรายกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเองด้วยสีหน้าทรมานเฉินโหรวโหรวเดินตรงเข้ามาหา วางถ้วยยาลงด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวาน"ท่านปู่ สุขภาพท่านไม่ค่อยดี หลานต้มยาบำรุงมาให้... ท่านดื่มยาสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ"เฉินหลงเงยหน้าขึ้น ที่มุมปากมีหยาดเลือดสีเข้มซึมออกมาเล็กน้อย เฉินโหรวโหรวทำท่าทางตกใจตระหนกตกใจ ก่อนจะเอ่ยกับชายชราเสียงลนลาน"ท่านปู่!! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ เหตุใดจึงไอจนมีเลือดออกเช่นนี้ เดี๋ยวหลานจะรีบไปตามหมอประจำจวนมาตรวจอาการท่านนะเจ้าคะ"เฉินโหรวโหรวแสร้งทำท่าทางตกใจก่อนจะตะโกนเรียกคนรับใช้ด้านนอกให้ไปตามหมอ ทว่าเฉินหลงเทียนกลับเดินเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับชายชราในชุดสีเทาผู้หนึ่ง ชายชราผู้นั้นสะพายล่วมยาเดินตามเข้ามาติดๆ ก่อนที่เฉินหลงเทียนจะเอ่ยขึ้น"ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอกโหรวเอ๋อร์ ข้าบังเอิญพบกับหมอเทวดาเสิ่นพอดีช่วงนี้อาการของท่านปู่ไม่ค่อยดี นอนหลับยากและไม่เจริญอาหาร ข้าจึงขอร้
เจียงเฟยเย่วมองหน้าเขาก่อนจะนึกได้ว่ายายนี่ชอบฉินอ๋องคนนี้ แต่ในความทรงจำยายนี่ไม่เคยเจอหน้าฉินอ๋องมาก่อนแล้วจะชอบได้อย่างไร ดูเหมือนข่าวลือคุณหนูใหญ่เจียงคลั่งไคล้ฉินอ๋องคงมีคนจงใจปล่อยข่าวสินะ จากนั้นก็ยิ้มแล้วทำความเคารพแบบซีรีส์ตั้งที่เคยดู"หม่อมฉันถวายพระพรฉินอ๋องเพคะ""เว่ยฮูหยินตามสบาย ว่าแ
ปลายยามเว่ย เจียงเฟยเย่วได้รับข้อความจากสาวใช้ส่งตรงมาจากจวนสกุลเจียง ว่าพรุ่งนี้เจียงฮูหยินมีคำสั่งให้นางกลับบ้านเดิมด่วนเพื่อพูดคุยธุระสำคัญ ครั้นเมื่อคนส่งสารจากจวนเจียงคล้อยหลังไป ซิ่วซิ่ว ก็ยืนหน้างอ เอ่ยปากอย่างไม่พอใจทันที"ให้ฮูหยินน้อยกลับไปบ้านเดิมงั้นหรือ หึ คุณหนูรองคงต้องการจะแย่งชิงอะ
จวนสกุลเว่ยหลังจากปีนลงมาจากต้นไม้ เจียงเฟยเย่ว ก็ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที ในใจยังคงนึกถึงภาพสตรีที่สบตากันเมื่อครู่... นางรู้สึกคุ้นเคยกับหยางหมิงจูคนนั้นอย่างประหลาด ช่างเถอะ! กะอีแค่ไปเจอหน้าสักครั้งจะกลัวอะไร อย่างมากหากพูดไม่เข้าหูก็ตบกันอีกรอบ ตบมาตบกลับไม่โกง ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ชายาอ๋องแล้
กระทั่งยามเฉินชุ่ยชุ่ยมาปลุกนาง เช้านี้มีอาหารดีๆสามอย่างจากห้องครัวชุ่ยชุ่ยดีใจยิ่งนัก นางไม่รู้ว่าเมื่อคืนมู่หรงเยี่ยนมาค้างที่เรือนทรุดโทรมแห่งนี้ หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จหยางหมิงจูไม่มีอะไรทำ ต้นหลิวข้างกำแพงนั้นสูงใหญ่หากปีนขึ้นไปอาจได้เห็นนอกกำแพง ไวเท่าความคิดเมื่อกินข้าวเสร็จนางก็เอ







