เข้าสู่ระบบEP5:อุบัติเหตุ
ร่างอรชรอ้อนแอ้นรีบวิ่งสุดชีวิตเพื่อที่จะไปเข้าลิฟท์ให้ทัน ถ้าเธอขึ้นลิฟท์ตัวนั้นไม่ทัน มีหวังคาบแรกของวิชานี้เธอสายแน่! โชคดีที่คนด้านในมองเห็นเธอรีบวิ่งมาอย่างรีบร้อน เขาเลยใจดีกดลิฟท์ค้างเอาไว้ให้ เมื่อเข้ามาถึงเอมิกาก็พบเข้ากับผู้ชายรูปร่างดีคนนึงใส่เสื้อช้อปสีแดง เขาคนนี้แหละที่กดลิฟท์ค้างเอาไว้ให้เธอ “ขอบคุณนะคะ” มีมี่หันไปกล่าวขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ครับ” ร่างสูงปรายตามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนจะหันไปยืนมองประตูลิฟท์ตามเดิม กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำหอมราคาแพงลอยเข้ามาแตะจมูกของเขาอย่างจัง มันน่าแปลก…ที่เขาไม่ได้รู้สึกเหม็นอย่างทุกครั้งที่เจอคนฉีดน้ำหอม “ไปชั้นไหนครับ” “ชั้นสามค่ะ” มือหนาเอื้อมไปกดให้เพราะเขาอยู่ใกล้ปุ่มมากกว่าเธอ เอมิกาหันมายิ้มเพื่อเป็นการขอบคุณเขาอีกครั้งและใช้เวลาไม่นานลิฟท์ก็เปิดออกเมื่อมาถึงชั้นสาม ธนามองตามหลังบางไปจนสุดสายตา เนื่องจากเขามีเรียนที่ชั้น 4 ก็เลยได้ลงทีหลังเธอ “น่ารักจัง” ร่างสูงเอ่ยพึมพัมคนเดียว ผู้หญิงคนเมื่อกี้ทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์เพราะความน่ารักของเธอ สองชั่วโมงต่อมา “โอ้ยยย….เปิดเทอมก็เจอโปรเจคใหญ่เลยจ้าแม่” ออมสินเอ่ยออกมาน้ำเสียงเครียด เนื่องจากพวกเธอเรียนอยู่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการโฆษณา ใครจะไปคิดว่าเปิดเทอมปี 2 มาคาบแรก ของวิชานี้อาจารย์ก็สั่งโปรเจคใหญ่ให้นักศึกษาเลย วิชาที่เรียนมันง่ายก็จริง ไม่มีสอบ มีแต่เนื้อหาในชีทที่อาจารย์สรุปมาให้แล้ว เพื่อให้นักศึกษาเอาไปอ่านเพื่อใช้ประกอบในการถ่ายทำโฆษณาสั้นสิบนาทีมาส่งอาจารย์ก่อนกลางภาค ภายใต้หัวข้อ โฆษณาเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม ซึ่งไอ้โฆษณาสิบนาทีเนี้ย…คือคะแนนของกลางภาคที่สามารถชี้ชะตาปลายภาคได้ด้วย “เออนั่นดิอาจารย์โหดชิบเลยว่ะ แถมให้แบ่งกลุ่มละสิบคนอีกต่างหาก งานนี้แม่ง ใหญ่ยักษ์เลยแหละ” กายเพื่อนหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์หัวเสียนิดๆเพราะตอนนี้เขากำลังคิดไม่ออกว่าจะทำโฆษณาไปในแนวทางไหนดี “บ่นเพื่อ สุดท้ายก็ต้องทำ” เมฆหนุ่มหล่อหน้าตาดีอีกคนเอ่ยขึ้นปรามเพื่อนทั้งสอง ถึงจะบ่นไปอย่างไรก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี สามคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง เมื่อวานเปิดเทอมวันแรก มีมี่ได้พบกับเข้าสาวน้อยอัธยาศัยดีอย่างออมสิน ออมสินก็เลยชวนให้เด็กเทียบโอนอย่างมีมี่ให้มาร่วมกลุ่มด้วยกัน ซึ่งสองหนุ่มก็ไม่คิดจะขัด เพราะพวเขาชอบใจเสียมากกว่าที่ในแก๊งค์ได้มีสาวสวยเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งคน “เฮ้อ…นั่นสินะ งั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปถามเพื่อนในห้องดูว่ามีใครอยากรวมกลุ่มกับเราบ้าง” ออมสินเริ่มปลงแล้ว เธอกำลังทำใจให้ชินกับโปรเจคมหาโหดของอาจารย์ “นั่งเงียบเลยนะเรา คิดอะไรอยู่” เมฆเอ่ยถามมีมี่ที่กำลังนั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว “อ๋อ พอดีเรามีแผนงานจะเสนออะ จริงๆโปรเจคนี้เราเคยคิดจะทำกับเพื่อน แต่เราไม่รู้ว่าพวกเเกจะสนใจไหม” เพราะปีที่แล้ว เธอเรียนอยู่ที่เชียงใหม่ มีหลายอย่างที่มีมี่อยากทำกับเพื่อนที่อยู่มหาลัยเก่าเเต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะเธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพกับพ่อแม่เสียก่อน “ลองพูดมาสิมีมี่ ฉันเชื่อว่าคนน่ารักอย่างเธอต้องคิดอะไรๆที่มันล้ำๆได้แน่นอน” กายเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเพื่อนสาวคนใหม่ของตนฉลาดไม่ใช่เล่น “อืม คือเราเคยอยากทำหนังสั้นเกี่ยวกับเด็กบนดอยอะ กิจกรรมหลักๆที่คิดเอาไว้กับเพื่อนตอนนั้นก็จะมีการแจกเสื้อผ้า ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ แล้วก็พาหมอไปแนะนำความรู้พื้นฐานให้กับชาวบ้าน” “ถ้าทำแบบนั้นเราว่ามันน่าจะตรงโจทย์ที่อาจารย์อยากได้นะ เเค่เราเปลี่ยนจากหนังสั้น มาตัดต่อแบบโฆษณาแทน ทำฉากและคิดบทให้มันน่าสนใจ” ทั้งสามนั่งฟังเพื่อนตัวเล็กนิ่ง รู้สึกคล้อยตามคำพูดนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะสิ่งที่เอมิกาเสนอออกมามันน่าสนใจมากๆ จนทุกคนพูดอะไรไม่ออก นี่สิ! แม่พระมาโปรดกลุ่มเราแล้ว “เงียบกันทำไมอ่าา ความคิดเรามันไม่โอเคใช่ไหม” เมื่อเห็นเพื่อนเงียบ มีมี่จึงรู้สึกกังวลในสิ่งที่ตัวเองเสนอไป “ไม่! มันดีสุดๆไปเลยมีมี่! โอ้ยย…เธอคิดอะไรที่มันบรรเจิดแบบนี้ได้ไงอะ” ออมสินตบโต๊ะเสียงดัง เธอคิดไม่ผิดจริงๆที่สามารถดึงมีมี่ให้มาอยู่กลุ่มเดียวกับตัวเองได้ “ใช่ เราเห็นด้วยนะ เราชอบไอเดียนี้” เมฆเอ่ยเสริม เขารู้สึกชอบจริงๆ ไม่ได้อวยเพื่อนตัวเล็กแต่อย่างใด “ฉันก็ชอบ…แต่เราจะไปหาหมอที่ไหนมาช่วยล่ะ ปกติคนเป็นหมอเขาไม่ค่อยว่างกันไม่ใช่เหรอ”กายตอบกลับ เขาเห็นอาที่เป็นหมอแทบไม่เคยมีเวลาหยุดพักเลย “เรื่องนั้นเดี๋ยวเราจะลองหาทางดูนะ” มีมี่ยิ้มให้เพื่อน ตอนนี้หมอเดียวที่เธอนึกถึงก็คือ….คู่หมั้นสุดหล่อของเธอนั่นเอง ถ้าไปขอให้ช่วย…เขาจะยอมช่วยไหมนะ “โอเค งั้นเราเริ่มทำกันเลยดีไหม มีเวลาไม่ถึงสองเดือนในการเตรียมทุกอย่าง ยิ่งออกกองเสร็จเร็วยิ่งดี เราจะได้มีเวลาตัดต่อและแก้งานมากขึ้น” ออมสินเอ่ยออกมาอย่างมีเหตุผล เนื่องจากระยะเวลาที่มีก็ไม่ได้มาก พวกเธอจึงต้องรีบวางเเผนให้ดีที่สุด “งั้นอย่างแรกเราไปหาอีก 6 คนมารวมกลุ่มให้ได้ก่อน แล้วค่อยเรียกทุกคนมาประชุมดีไหม” เมฆเสนอ “โอเค เอาแบบนั้นก่อน” ทั้งสี่คนพยักหน้าให้กันอย่างเห็นด้วยกับแผนในครั้งนี้ หลังจากนั้นทุกคนก็พากันไปเดินเล่นที่หาง P เพื่อรอเรียนวิชาถัดไปในอีก 1 ชั่วโมง หลายวันต่อมา มาร์โคเริ่มชินกับการที่ร่างบางทำข้าวกล่องมาส่งให้เขาทุกวัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมทานอยู่ดี คนที่ต้องลำบากใจรับอาหารนั้นไปกินทุกวันก็คือรดา จนถึงวันนี้ พยาบาลสาวก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมมาร์โคถึงไม่ยอมทานอาหารที่เอมิกาทำมาให้ “อะ วันนี้สเต็กปลา” รดาเดินเอาข้าวกล่องมาวางไว้บนเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่นุ่มนิ่มกับปลานั่งอยู่ เวลาที่ไม่มีคนไข้ทั้งสามชอบรวมตัวกันเม้าท์เป็นประจำ ซึ่งทุกวันนุ่มนิ่มกับปลาก็มักจะได้ช่วยรดาจัดการกับข้าวกล่องแสนอร่อยของ ผอ อยู่เสมอ “ผอ นี่ยังไงนะ คู่หมั้นอุส่าห์ทำอาหารมาส่งถึงที่ทุกวันแต่ไม่ยอมกินเลยส้ากกวัน” ปลาลากเสียงยาว ถึงจะสงสัยมากแค่ไหนแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปอยู่ดี นิชากรที่เดินมาอีกฟากหนึ่งได้ยินเข้า หมอสาวหยุดชะงักเมื่อได้ยินพยาบาลพูดถึงมาร์โค เธอจึงหยุดเดินเพราะอยากฟังต่อว่าทั้งสามกำลังจะคุยอะไรกัน “นั่นดิ ถ้าฉันเป็นคู่หมั้น ผอ คงถอนหมั้นไปนานละ คนอะไรใจร้ายชะมัด ใจเเข็งด้วยเหมือนหิน” นุ่มนิ่มเอ่ยสมทบ เธอรู้สึกสงสารคู่หมั้นของ ผอ จับใจ ได้ข่าวจากรดาว่าเป็นเด็กมหาลัยอยู่เลยด้วย ไม่รู้ว่าโชคร้ายมาหมั้นกับมาร์โคได้ยังไง “นั่นดิ รดาเธอบอกว่าน้องเขายังเด็กอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ว่าโดนบังคับให้หมั้นนะ” ปลาเอ่ยสมทบก่อนจะหันมาถามรดา “เห้อ…ฉันก็ไม่รู้อะ” คนที่หนักใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นรดานี่แหละ จะถามก็ไม่กล้าถาม จะบอกก็ไม่กล้าบอก เธอเลือกอะไรไม่ได้สักทาง นิชากรที่ยืนแอบฟังอยู่ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาเหมือนกัน คนที่รักใครไม่เป็นอย่างมาร์โคน่ะหรือจะมีคู่หมั้น เว้นเสียแต่ว่าเขาโดนบังคับ คิดได้ดังนั้นนิชากรก็เริ่มให้ความหวังกับตัวเองอีกครั้ง หากในอนาคตเขาได้ถอนหมั้นเร็วๆก็คงจะดี ตกเย็น ตรวจคนไข้รายสุดท้ายของวันนี้เสร็จมาร์โคก็ต้องชะงักเมื่อจู่ๆสายเรียกเข้าจากมารดาก็ดังขึ้นมาบนโทรศัพท์สีดำสุดหรู หมอหนุ่มกดรับสายทันทีที่เห็น หากเขาเดาไม่ผิดแม่คงโทรตามให้กลับไปทานข้าวที่บ้านแน่ๆ “ฮัลโหลครับแม่” ‘ตามารค์ลูก ยุ่งอยู่หรือเปล่า’ มาเรียมเอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงติดร้อนใจนิดๆ ทำเอาหนุ่มใหญ่เริ่มสงสัยว่าแม่เขาอาจจะไม่ได้โทรตามให้กลับไปทานข้าวอย่างที่ตัวเองคิด “ว่างครับ ผมกำลังจะออกเวร” ‘ลูกแวะไปดูน้องหน่อยสิ เมื่อกี้อัญโทรมาหาแม่ บอกว่าหนูมีมี่เจอรถเฉี่ยว ตอนนี้กำลังอยู่ที่โรงพยาบาลของเราพอดี ตอนนี้พ่อกับแม่ของน้องไม่ได้อยู่บ้านน่ะลูก มาร์คช่วยไปส่งน้องที่บ้านหน่อยได้ไหมจ๊ะ’ ในเมื่อมารดาพูดออกมาแบบนี้ เขาเองก็คงจะขัดอะไรไม่ได้ อีกอย่างเรื่องนี้มันเป็นเหตุฉุกเฉิน หากเขาจะปฎิเสธมันก็คงดูใจร้ายกับลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่จนเกินไป แถมเขายังบอกไปแล้วว่าว่าง เพราะงั้น…เขาก็คงต้องไปส่งเธออย่างเลี่ยงไม่ได้ “ครับแม่” ‘จ๊ะ ฝากน้องด้วยน๊ะจ๊ะ’ เมื่อได้ยินคำตอบที่พึงพอใจ มาเรียมก็วางสายไปอย่างอารมณ์ดี @ห้องฉุกเฉิน ท่ามกลางความวุ่นวายของพยาบาลกับคนไข้นับสิบคน มาร์โคเดินตรงดิ่งเข้ามาหาร่างบางที่คุ้นตาทันที ตอนนี้มีพยาบาลกำลังช่วยดูอาการของเอมิกาอยู่แล้ว พอเห็นว่าหมอมาร์คเดินเข้ามา เธอก็ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี “หมอออกเวรแล้วไม่ใช่เหรอคะ” พยาบาลสาวประจำห้องฉุกเฉินเอ่ยถาม “ไปดูคนอื่นเถอะ เคสนี้เดี๋ยวผมดูเอง” เขาหันไปสั่งโดยไม่ได้ตอบคำถาม “ค่ะ” เธอตอบกลับมาด้วยสีหน้างุนงง แต่จะงงนานก็ไม่ได้ เพราะมีเคสอื่นต้องไปดูต่อ เอมิกามองใบหน้าคมเข้มของคู่หมั้นหนุ่มด้วยหัวใจสั่นไหว พอได้มาเห็นเขาในมุมของการทำงานแบบนี้ เธอยิ่งหลงรักเขาเข้าไปใหญ่ แถมเมื่อกี้เธอก็ได้ยินเต็มสองหูว่าเขาออกเวรไปแล้ว แต่ยังใจดีกลับมาดูเธอให้ “เป็นอะไรมา” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ ในขณะที่กำลังก้มมองข้อเท้าที่บวมแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดของอีกคน “เอ่อ…คือมี่กำลังจะข้ามถนน แล้วมีรถจากไหนไม่รู้ขับมาค่ะ มี่เห็นพอดีก็เลยจะวิ่งหลบแต่ดันสะดุดขาตัวเองล้ม ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นค่ะ แหะๆ” มาร์โคแอบส่ายหน้าเบาๆ ตอนแรกเขาก็นึกว่าเธอโดนรถเฉี่ยวจริงๆ แต่สรุปแค่เกือบโดนรถเฉี่ยวเท่านั้นก็เลยขาแพลง ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว หากเอมิกาเป็นอะไรมากถึงขั้นได้นอนโรงบาล คงไม่พ้นเขาที่ต้องตามคอยดูแลเธอตามคำสั่งของเเม่แน่ๆ “อ๊ะ…จะ..เจ็บค่ะ” เอมิกาตั้งหลักไม่ทัน เมื่อจู่ๆนิ้วหนาของเขาที่สวมถุงมืออยู่ก็กดลงมาบนข้อเท้าที่บวมของเธอเบาๆ ถึงมันจะเบาแต่มันก็เจ็บอยู่นิดๆ “เจ็บมากไหม” “มะ…ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ค่ะ” “อืม…โชคดีที่ไม่มีอะไรหัก แค่ข้อเท้าอักเสบ เดี๋ยวจะเอาผ้าพันแผลให้ ช่วงนี้เดินเบาๆไปก่อน ถ้าจะให้ดีก็นอนพัก อย่าเดินเยอะ ไม่เกินอาทิตย์ก็หาย” “^-^” เอมิกาเผลอยิ้มออกมาอย่างลืมตัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ฟังเขาพูดยาวๆ ถึงแม้ว่าเขาจะทำไปตามหน้าที่ก็เถอะ “เดี๋ยวจะสั่งยานวดกับยาแก้อักเสบให้ด้วย” “ขอบคุณค่ะ ~”EP61.ปลดปล่อย NC ( จบบริบูรณ์ ) “อึก…จะเจ็บ…ฮื่ออ….พี่มาร์คมี่เจ็บ!” ร่องคับแคบที่เพิ่งผ่านการตัดเย็บมาใหม่ๆ ส่งผลให้คนตัวเล็กเจ็บปวดราวกับครั้งแรกที่เธอโดนเขาพรากพรหมจรรย์ไป ไม่ใช่แค่เอมิกาที่เจ็บปวด แต่มาร์โคเองก็รู้สึกคับแน่บริเวณหัวเห็ดของเขาไม่ต่างกัน ร่างสูงค่อยๆสอดแทรกท่อนรักอันใหญ่โตของตัวเองเข้าไปในร่องรักของเมียสาวอย่างเบามือที่สุด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลากัดกรามสู่กับความเสียวซ่านจนแทบใจขาดอยู่หลายนาทีจนในที่สุดเขาก็สามารถผ่านเข้าไปในกายสาวได้สำเร็จ “ซี๊ด….ตอดดีจัง” “อ๊ะ จะเจ็บจัง พี่มาร์คอย่างเพิ่งขยับนะคะ อ่าาา” มาร์โคแช่แก่นกายเอาไว้ในร่างของเมียสาวสักพัก เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มปรับตัวได้ ชายหนุ่มก็เริ่มขยับเอวสอบเบาๆ มือบางจับเตียงเอาไว้แน่น เพียงไม่นานความเสียวกระสันที่ห่างหายมานานก็เริ่มย่างกรายเข้ามาแทนที่ ตับ ตับ ตับ ตับ “ตื่นเต้นไหมครับที่รัก” เขาเอ่ยถามเสียงแหบพร่าใยขณะที่เอวของตัวเองยังคงขยับเข้าออกใส่รูรักอย่างเป็นจังหวะ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊าา มันแน่นไปหมดเลย จุกค่ะ” เอมิกาทำหน้าเหยเกขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงการกระแทกโดนมดลูกของเธอเข้าอ
EP60. หายดีแล้ว NC วันต่อมา….. @Must Hospital “นั่งรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่มา” วันนี้มาร์โคไม่ได้ทำงานเช่นเคย หมอหนุ่มลดเวลาการทำงานลงเพื่อที่จะได้มีเวลาไปดูแลเมียกับลูกน้อยมากขึ้น วันนี้ก็เหมือนกัน เขาหยุดงานเพื่อที่จะพาเมียมาตรวจแผลคลอดลูก “ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงบริเวณเก้าอี้หน้าห้องของหมอไอร่า ห้านาทีผ่านไป…. “คุณเอมิกาเชิญทางนี้ค่ะ” พยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกหญิงสาวก่อนจะผายมือให้เธอเดินไปอีกทาง ไม่ใช่เข้าไปในห้องของหมอไออย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก “คะ? เอ่อ ฉันต้องตรวจกับหมอไอไม่ใช่เหรอคะ” “พอดีหมอไอติดเคสด่วนค่ะ คนไข้ต้องไปตรวจอีกห้องนึงแทน” “อ่อ ค่ะ” เอมิกายอมเดินตามไปอย่างงงๆ ตรวจกับใครก็คงเหมือนกันหมดนั่นแหละ เธอไม่อยากเรื่องมากทเพราะอยากกลับไปหาอลิซไวๆ “เชิญห้องนี้เลยค่ะ” ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เอมิกาเดินเข้าไปในห้องตรวจอีกห้องตามที่พยาบาลบอก หญิงสาวชะงักไปครู่นึงเมื่อเห็นว่าพ่อของลูกของตัวเองทำลังสวมชุดกราวใส่แว่น รอตรวจแผลให้เธออยู่ “พี่มาร์ค!” หญิงสาวหน้ายู่ ไม่เข้าใจสิ่งที่แฟนหนุ่มกำลังทำอยู่ “เชิญนั่งครับคนไข้
EP59.เด็กหญิงอลิซ เอมิกาปรือตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดจากแผลของการคลอดลูก ภายหลังจากหมอเย็บแผลให้เสร็จสรรพเธอก็นอนหลับไปเสียนาน เพราะการคลอดลูกนั้นทำให้ผู้หญิงเสียเลือดมาก ไม่แปลกที่เอมิกาจะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ” มาเรียมเอ่ยทักลูกสะใภ้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คุณแม่ พี่มาร์คละคะ” “พี่เขากำลังไปเอาหนูอลิซมาจ้ะ ค่อยๆลุกนะลูก” “ขอบคุณค่ะ” “แล้วนี่อัญญาจะกลับบ้านเมื่อไหร่ละหนูมี่”มาเรียมเอ่ยถามเพราะเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าอัญญากับมานัสเดินทางไปร่วมงานแต่งที่เชียงใหม่ พอได้รู้ข่าวว่าลูกสาวคลอดลูกก่อนกำหนด ทั้งสองคนก็รีบซื้อต้๋วบินกลับมากรุงเทพทันที ตอนนี้น่าจะกำลังอยู่บนเครื่อง “น่าจะกำลังกลับค่ะ” “ขออนุญาตนะคะคุณแม่” เสียงพยาบาลสาวดังเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเด็กที่มีหนูอลิซน้อยนอนอยู่ในนั้น มาร์โคเดินมาตามห่างๆ หลังจากที่ได้รับรู้ผลตรวจของลูกสาวว่าเป็นเด็กที่แข็งแรงดี แม้จะคลอดก่อนกำหนด แต่อลิซน้อยก็มีน้ำหนักถึง 3,000 กรัม ซึ่งแปลว่าคุณแม่อย่างเอมิกาดูแลตอนอยู่ในท้องได้เป็นอย่างดี “โอ้ะ หลานน้อยของย่ามาแล้ว” ทุกคนหันไปให้ความสนใจอลิซ
EP58.หลานสาวคนแรก สองเดือนต่อมา….. “มี่~ถ้าฉันได้ลูกลูกชาย แกจะให้ลูกแกหมั้นกับลูกฉันปะ” ติน่าเอ่ยถามเพื่อนรักขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี วันนี้สองสาวนัดเจอกันที่คอนโดของเอมิกา ติน่าเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองท้องเมื่อสองเดือนก่อน วันนี้ธัญมีงานด่วนต้องลงมาทำที่กรุงเทพ ติน่าจึงงอแงอยากอยากมาหาเพื่อนสาว แฟนหนุ่มจึงจำต้องมาส่งเธอไว้กับมีมี่ก่อนจะรีบไปทำงาน เพื่อให้เสร็จเร็วๆจะได้กลับมารับเมียไปนอนกอดไวๆ “ไม่อะ! ฉันไม่อยากได้ลูกเขยนิสัยเหมือนผัวแกหรอกนะ” “โอ้ย! อะไรอะ ธัญออกจะนิสัยดี หล่อแถม…แซ่บด้วยนะเว้ย” “แหม๋….ยังจำได้นะ ตอนพามันไปง้ออะ ได้ข่าวว่ามันเลวมากเลยนี่ตอนนั้น แล้วตอนนี้เป็นไง คลั่งรักสุด” เจ้าของใบหน้าอวบอิ่มเอ่ยออกมาด้วยความหมั่นไส้ “ก็นั่นมันอดีตปะ ตอนนี้ผัวฉันนิสัยดีแล้วนะเว้ย” “เออ ให้มันจริงเหอะน่า” ติ๊งต่อง “สงสัยออมสินมาแล้ว” ว่าจบคุณแม่ท้องโตก็รีบเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนสาวอีกคน “ไงจ๊ะสาวๆ ขอโทษทีที่มาช้านะ” ออมสินเดินถือถุงอาหารพะรุงพะรังมาฝากคนท้องทั้งสองคน เพราะเหตุนั้นเองเธอถึงมาช้า “อื้อ กลิ่นนี้ พิซซ่า!!” ติน่ารีบวิ่งเข้ามาช่วยถือของเมื่อได้กล
EP57.หมดคราบจอมเย็นชา หนึ่งเดือนต่อมา….. @คอนโด ร่างอวบอิ่มของเอมิกากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาห้องรับแขก สองมือสไลด์โทรศัพท์ดูสิ่งที่น่าสนใจไปเรื่อยๆ ตอนนี้ว่าที่คุณแม่อย่างเธอนั้นว่างมาก หญิงสาวกำลังง่วนอยู่กับการข้อมูลเรื่องการจัดงานแต่งเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าต้องรอลูกสาวคลอดและเดินได้ก่อนค่อยจัดงาน แต่เธอก็อยากจะเตรียมพร้อมหาข้อมูลเอาไว้ ถึงเวลาจริงจะได้จัดการได้แบบไม่เสียเวลา แกร๊ก! “มาแล้วเหรอคะ!” คนตัวเล็กร้องถามพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้แฟนหนุ่มอย่างหวานชื่น ช่วงนี้มาร์โคชอบเอางานมาทำที่คอนโดบ่อยๆ เพราะท้องของเอมิกาเริ่มโตมากแล้ว เขาไม่อยากปล่อยให้เธออยู่คนเดียวตามลำพัง “อื้ม บานอฟฟี่ที่ร้านกาแฟหมด ก็เลยซื้อของมาทำให้กินแทน” ร่างสูงสวมแว่นชูถุงวัตถุดิบขึ้นมาให้เธอดู ก่อนหน้านี้เอมิกางอแงอยากกินบานอฟฟี่ของร้านคาเฟ่ข้างล่างนี้ เขาจึงทำหน้าที่เป็นแฟนที่ดีลงไปซื้อให้เธอ แต่ทว่าพอไปถึงสิ่งที่เธออยากกินมันกลับหมด ด้วยความที่เขากลัวว่าคนรักจะวีนเพราะช่วงนี้ฮอร์โมนของเธอกำลังพุ่งพล่าน ชายหนุ่มก็เลยแก้ปัญหาโดยการซื้อของมาทำให้เธอกินซะเลย “ทำเป็นเหรอคะ?” ร่างบางรีบลุกข
EP56.ปรับความเข้าใจกัน มาร์โคเงียบลงเมื่อได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่าย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกหึงหวงเธอนัก ทั้งๆที่ใจของเขานั้นรู้ดีกว่าใครว่าเอมิการักเขามากแค่ไหน ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เอาเป็นว่าเขาจะจัดการความรู้สึกของตัวเองให้มากขึ้น ต่อไปคงจะไปโกรธเรื่องอะไรแบบนี้มากไม่ได้แล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นตาแก่ขึ้โมโหในสายตาเมียไปซะก่อน “อืม ขอโทษ ก็คนมันหวงจะให้ทำไง” “อุบส์ ฮ่าๆๆ อย่าทำหน้าเซ็งแบบนั้นสิคะ ท้องมี่โตขนาดนี้ใครจะกล้ามาจีบ แถมแฟนก็หล่อสุดๆ หุ่นล่ำบึก ตรงน้้นก็ใหญ่ มี่ไม่ทิ้งพี่หรอกค่ะ” หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว คำพูดของเธอทำเอามาร์โคหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะเขาพอใจในคำเยินยอของเธอมากๆ “หึ ชอบใหญ่ๆสินะ” “มีใครไม่ชอบแบบใหญ่ๆด้วยเหรอคะ” เธอปั้นตาแป๋วเอ่ยถามออกไปอย่างใสซื่อ ทำเอาคนตัวโตอยากจับเมียขย้ำเสียตรงนี้จริงๆ “ถ้าชอบงั้นตอนนี้ขอลงโทษสักรอบได้ม้้ย โทษฐานที่แกล้งพี่เมื่อกี้ พี่โกรธจริงๆนะ” “ตรงนี้เหรอคะ” หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆตัว เมื่อพบว่าทางสะดวกจึงพยักหน้าให้เขาน้อย “อยากรู้เหมือนกันค่ะว่าในน้ำจะเป







