Masuk“คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”
เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจ
แต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้
“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”
จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้
อย่าบอกนะ...
ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!
“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”
ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทัน
ชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง
“อั่ก!”
ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”
“ก็เอาร่างผมคืนมาสักทีสิ!”
เด็กหนุ่มสวนกลับทันควัน พร้อมในร่างเด็กหนุ่มกัดฟันกรอด ความอัดอั้นตันใจแล่นริ้วขึ้นมาจนตัวเขาแทบระเบิด
“แม่งเอ๊ย! คิดว่าฉันเลือกได้รึไงฮะ? ถ้าทำได้ฉันก็ทำไปนานแล้วเว้ย!”
ตัวพร้อมเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น รู้แค่ว่าพอฟื้นได้สติขึ้นมาหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเด็กวัยรุ่นอายุสิบเก้าปีที่เขาไม่รู้จักแม้แต่หัวนอนปลายเท้า!
พอสืบหาข่าวเรื่องการตายของตัวเองและไม่พบ พร้อมก็รู้ทันทีว่าร่างเดิมของเขายังมีลมหายใจถึงได้รีบพุ่งตัวมาที่นี่
แต่กลายเป็นว่าต้องมาเห็นวิญญาณสัมภเวสีที่ไหนก็ไม่รู้แย่งชิงร่างเขาไป แถมยังเอาไปทำเรื่องทุเรศลูกตา ทั้งพูดจาอวดดีและทำท่าทางบ้าบอแบบนั้น!
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก สะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ๆ จ้องมองร่างเดิมของตนด้วยความวิงวอน
“ผมขอร้องเถอะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นผีหรืออะไรก็ตาม ช่วยคืนร่างให้ผมเถอะ แล้วถ้าคุณอยากได้ส่วนบุญหรืออะไรก็ตามแต่ ผมจะจัดหามาให้ทุกอย่างที่คุณต้องการเลย”
“ก็บอกว่าทำไม่ได้ไง! เอ็งไม่ได้ฟังที่ข้าพูดไปรึ!” แล้วก็โดนปราจเถียงกลับทันควัน “แล้วอีกอย่าง ข้าไม่ใช่ผีสัมภเวสี! ข้าชื่อปราจ เป็นจอมขมังเวทย์ต่างหาก!”
“จะเป็นอะไรก็ช่างเถอะ ทำไมคุณถึงคืนร่างให้ผมไม่ได้กันครับ?!” ประธานหนุ่มตัวจริงแผดเสียงอย่างเหลืออด สองมือขยุ้มชายเสื้อยืดที่ตนสวมอยู่จนยับย่น “นั่นมันร่างของผมนะ มันเป็นชีวิตของผม!”
“คิดว่าข้าไม่รู้เรื่องนั้นหรือไงฮะไอ้เด็กบ้างาน! ข้าเองก็อยากจะกลับไปสะสางบัญชีแค้นใจจะขาดอยู่แล้วเหมือนกันนั่นแหละ!”
แม่งเอ๊ย...
ใครทนได้ก็ทนไปเถอะ แต่คนอย่างพชรทนไม่ได้ครับ!
ความอดทนเส้นสุดท้ายของพร้อมขาดผึงลงในพริบตา คิดเพียงเท่านั้น เจ้าตัวก็ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม โถมตัวกระโจนเข้าใส่ร่างเดิมของตัวเองบนเตียงทันที หวังจะกระทืบจนวิญญาณนี่มันหลุดออกไป
“เฮ้ย! บอกว่าให้หยุดไงวะ อั่ก!”
เด็กหนุ่มไม่สนเสียงประท้วง ทั้งสองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกระฟัดกระเฟียดใส่กันอยู่บนเตียงอย่างไม่มีใครยอมใคร
“เอาคืนมา! ผมบอกให้เอาคืนมา!”
“โอ๊ย! แม่งเอ๊ย! ไอ้เด็กฉิบหาย!”
ต่างคนต่างยื้อยุดฉุดกระชาก มือหนาของปราจก็ดันเข้าที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม ในขณะที่ขาของพร้อมก็ขัดแข้งขัดขาหวังจะสยบอีกฝ่ายให้ราบคาบ ความชุลมุนวายป่วงดำเนินไปอย่างดุเดือด
กระทั่ง...
ตื้ด ตื้ด ตื้ด!
เสียงกดรหัสประตูดังรัวขึ้นก่อนที่มันจะถูกผลักออกทันที พร้อมด้วยร่างของเลขาคนสวยที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าแตกตื่น
“นี่! ใครใช้ให้เธอเข้ามาฮะ?!”
“คุณลภัส ใครอนุญาตให้เข้ามาห้องนอนผมตามอำเภอใจครับ!”
เสียงทั้งสองตะโกนไปพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่ทั้งปราจและพร้อมจะชะงักงันไปในวินาทีนั้น... และหันมองหน้ากันเงียบกริบ
ทิ้งให้คนมาใหม่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกจ้องมองสภาพบนเตียงที่เจ้านายของตนกำลังนอนพัวพันนัวเนียอยู่กับเด็กหนุ่มแปลกหน้าในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ดวงตาคู่สวยสั่นเทาพลางชี้มือไปยังร่างทั้งสองด้วยความสับสนมึนงง
“ท่านประธาน... นั่นใครกันครับ?”
คิดอีกกี่ทีมันก็ยังฉิบหายเหมือนเดิมนั่นแหละ
จอมขมังเวทย์หนุ่มนึกกับตัวเองด้วยความขุ่นเคือง ขณะที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์อย่างหนัก เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง มือหนาก็ยกขึ้นลูบแก้มตนป้อย ๆ ที่ยังเจ็บแปลบเพราะน่าจะโดนฝ่าเท้าของไอ้เด็กตัวดีข้าง ๆ กระแทกเข้าให้สักจังหวะในช่วงชุลมุนก่อนหน้านี้เป็นแน่
แววตาคมกริบตวัดมองคนต้นเรื่องที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ไม่ไกลจากกันนัก แม้ใบหน้าของมันจะประดับด้วยรอยยิ้ม ทว่าตานี่กลับแข็งกร้าวจ้องเขม็งมาทางเขาประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อ
ปราจเห็นแล้วก็นึกหมั่นไส้ เพราะเพิ่งจะกระหยิ่มยิ้มย่องใจไปหยก ๆ ว่าการทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนรวยมันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่
ทว่าหนามยอกอกชิ้นเบ้อเริ่มก็ดันโผล่หัวมาถูกที่ถูกเวลาเสียเหลือเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งฉุน พ่อตัวดีเลยตัดสินใจแลบลิ้นใส่ใครอีกคนในร่างเด็กหนุ่มทันที
แบร่!
สมน้ำหน้า อยากได้ร่างคืนใจจะขาดเลยล่ะสิ ช่วยไม่ได้หรอกเว้ย ใช่ว่าฉันจะพิศวาสอยากมาสิงสู่ในร่างเด็กเมื่อวานซืนแบบแกนักนี่หว่า!
อีกฝั่งเห็นท่าทางนั้นก็หน้าตึงเปรี๊ยะ เด้งตัวขึ้น หมายจะเข้าไปกระชากลิ้นยาว ๆ ของผีที่มันสิงร่างเขาออกมาสับให้หายแค้น
ทว่า...
“ชาคาโมมายล์ครับ น้องไจแอนท์”
น้ำเสียงนุ่มนวลของคุณเลขาก็ดังขัดจังหวะศึกสงครามไว้ได้เสียก่อน
“ขอโทษด้วยนะครับที่บ้านท่านประธานไม่มีของที่เด็กวัยรุ่นน่าจะชอบเท่าไหร่ ดื่มระหว่างรออาหารมาส่งก่อนนะครับ”
พร้อมในร่างไจแอนท์ชะงักกิริยาป่าเถื่อน หันไปปั้นยิ้มเจื่อนรับแก้วชาด้วยท่าทีนอบน้อม
“ข-ขอบคุณครับ”
เขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างนี้มากหรอกเพราะพอได้สติก็รีบหนีออกมาทันที เลยทันแค่เห็นชื่อจริง อายุ แล้วก็ชื่อเล่นที่มันติดหราอยู่บนดอกไม้เป็นสิบ ๆ ช่อในห้องพักผู้ป่วยนั่น
“แล้วไหนของฉั-” ปราจเห็นภาพนั้นก็โพล่งขึ้นมาบ้างตามประสาคนขี้อิจฉา ก่อนจะชะงักงันไป เมื่อสบเข้ากับสายตาหมายหัวของคุณเลขาที่มองปรามมาอีกแล้ว ถึงต้องรีบเปลี่ยนคำพูดและลดระดับเสียงลงจนอ่อย “ข-ของผมล่ะครับ?”
“ท่านประธานอยากดื่มเหรอครับ ปกติท่านประธานไม่ค่อยชอบกลิ่นชาคาโมมายล์ เลยสั่งให้เก็บไว้รับรองแขกแทนน่ะครับ”
ได้ยินแบบนั้นหมอผีจอมเจ้าเล่ห์พลันกระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตารีบเหลือบไปมองพร้อมตัวจริงที่ถือแก้วชาด้วยสีหน้าพะอืดพะอม
หึ! ดูก็รู้ว่ามันเกลียดเข้าไส้ จะร้องอยู่แล้วนั่น!
พอเห็นแบบนั้นปราจก็นึกถึงความเจ็บแสบที่แก้มขึ้นมาทันที เพราะงั้น...
“อ้อ จริงสิ สงสัยผมคงต้องนั่งดูไจแอนท์ดื่มแทนล่ะมั้ง”
ขอเอาคืนสักทีเถอะ ไอ้เด็กเปรต!
เด็กหนุ่มเคราะห์ร้ายได้แต่นั่งยิ้มเจื่อน เงยหน้ามองปราจด้วยแววตาอาฆาต
“ผมไม่ดื่มหรอกครับ พี่พร้อม พอดีผม-”
“ชาคาโมมายล์รสชาติดีนะครับ น้องไจแอนท์”
ครั้นจะปฏิเสธ เลขาอย่างขนมก็ดันพูดขัดขึ้นมา
พร้อมเลยได้แต่อึกอักทำอะไรไม่ได้นอกจากฝืนยิ้มและยกแก้วชาขึ้นจิบเพียงนิด ซึ่งแน่นอนว่ารสชาติของมันแทบจะทำให้เขาสำลักพุ่งออกมาทันที!
ก็คนมันไม่ชอบ! หนำซ้ำพอจะวางแก้วลงยังโดนไอ้ผีในร่างเขาแกล้งซ้ำเติมอีก
“ดื่มน้อยจัง น้องไจแอนท์ดื่มเยอะ ๆ หมดแก้วไปเลยสิ”
แม่งเอ๊ย! ได้ร่างคืนเมื่อไหร่ เห็นดีกันแน่ไอ้ผีเฮงซวย!
ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่
พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที
ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ
“คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั
“ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื






![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
