Share

บทที่ 11

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-27 23:39:10

พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…

“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้าม

จ๋อม!

“อะไรครับ?”

นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!

“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”

พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วย

เป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน

“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”

แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง

“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”

ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ

“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”

“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที่บอกแต่คราวหลังไม่ต้อง”

ทั้งสองยังคงต่อปากต่อคำกันไปมาตามปกติ โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับยายแก่คนนั้นมากนัก

จนกระทั่งแกเดินผ่านโต๊ะของพวกเขาไปและเอ่ยพูดเสียงแผ่ว ๆ

“พ่อปราจไม่กินเสียหน่อยรึ? ขนมต้มน่ะ...”

เจ้าของชื่อกระตุกยิ้ม ก่อนรีบพูดอวดแบบไม่ทันคิด

“เฮ้ย เอ็งได้ยินไหม ยายเขาเรียกชื่อฉั-”

ทว่าทุกอย่างพลันชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น เมื่อตระหนักได้ถึงความผิดปกติอันใหญ่หลวง สองหนุ่มต่างวัยเงยหน้ามองหน้ากัน เย็นวาบไปถึงสันหลัง

ยายแกรู้ชื่อฉันได้ไงวะ?!

ปราจไม่รอช้า โผตัวตะโกนเรียกหญิงชราเสียงลั่นร้านจนเหล่าลูกค้าที่กำลังก้มหน้าโซ้ยก๋วยเตี๋ยวสะดุ้งสุดตัว

“ยาย! ฉันเหมาหมด เหมา!”

ฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าของหญิงชราพลันหยุดกึกลงทันที

แกค่อย ๆ เอี้ยวลำตัวที่ซูบเหี่ยวตามกาลเวลาหันกลับมา ตาฝ้าฟางจ้องมาที่เขา พลางขยับยิ้มพรายจนเห็นรอยเหี่ยวย่นลึกรอบดวงตา

“ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะ ว่าพ่อหนุ่มต้องเรียก”

สิ้นคำนั้น ร่างล่ำสันก็รีบถลันกายเข้าไปช่วยเธอประคองตะกร้าหวายใบเก่ากลับมายังโต๊ะไม้ตัวเตี้ย

“หน้าตาเหมือนมีอะไรอยากถามนะ พ่อหนุ่ม”

เธอทักขึ้นทันทีที่หย่อนกายลงนั่ง โดยมีพร้อมในร่างไจแอนท์ยืนคุมเชิงอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าเคร่งเครียด

“ยายรู้ด้วยหรือว่าฉันเป็นใคร?” ปราจถามเสียงอ่อน

“เอ็งน่ะ... ไม่ใช่คนหรอก”

ทว่าคำตอบที่ได้ก็ทำเอาพวกเขานิ่ง

“เอ็งไม่ใช่คนมาตั้งแต่แรกแล้วพ่อปราจ เอ็งเป็นตัวละคร... ในหนังสือนิยายที่ดันเกิดมีจิตสำนึกขึ้นมาเอง”

ทางพร้อมก็ทวนคำอย่างนึกสับสน

“นิยายเหรอครับ?”

ตรรกะและเหตุผลที่เขายึดถือมาทั้งชีวิตกำลังพังทลายลงเพราะคำพูดของหญิงชราที่เป็นใครก็ไม่รู้

“อย่าพยายามหาวิธีกลับร่างให้วุ่นวายไปเลย คิดเสียว่าพ่อปราจเขาแค่กลับมาทวงคืนร่างที่ควรจะได้สถิตอยู่แต่แรก ส่วนพ่อหนุ่มเองก็ได้กลับไปอยู่ในร่างที่ควรอยู่มาตั้งนานแล้วเหมือนกัน …ไม่มีหนทางให้หวนคืนหรอก ลูกเอ๊ย”

เรื่องสลับร่างว่าเหลือเชื่อจนยากจะทำใจแล้ว แต่นี่...

วิญญาณที่อยู่ในร่างเขา เป็นเพียงตัวละครที่หลุดออกมาจากหน้ากระดาษ? หนำซ้ำยังไม่มีทางกลับร่างได้?

หมายความว่าเขาต้องติดแหง็กอยู่ในร่างเด็กหนุ่มนี่และปล่อยให้ปราจอยู่ในฐานะพร้อม พชรไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ?

“นิยายงั้นรึ? ยายรู้ได้ยังไง ยายมีญาณทิพย์บอกรึ?!”

ชายโตกว่าที่แน่นิ่งอยู่นานโพล่งออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ตลอดชีวิตจอมขมังเวทย์ปราจเจอเรื่องเหนือธรรมชาติมาหมด แต่นี่อะไร...

มาบอกว่าเขาเป็นเพียงตัวอักษรที่โลดแล่นอยู่ในกระดาษน่ะหรือ?

“ฉันไม่ได้พูดเล่นหรอกพ่อหนุ่ม ทุกอย่างถูกขีดเขียนไว้หมดแล้ว ทั้งโชคชะตาที่พาให้มาเจอกันและร่างที่พวกเจ้าสวมอยู่ยามนี้” หญิงชราเอ่ย “ความทรงจำที่พวกเจ้ามี ความรู้สึกที่ว่านี่คือร่างของฉัน... บางทีมันอาจจะเป็นเพียงบทบาทที่ถูกยัดเยียดมาให้ตั้งแต่ต้นก็ได้”

ถ้าสิ่งที่ยายคนนี้พูดเป็นความจริงหมายความว่าพร้อม พชรคนที่เขาเป็นมาตลอดยี่สิบสี่ปี คือชีวิตที่ปราจควรจะได้ใช้งั้นหรือ?

แล้วไจแอนท์ เด็กหนุ่มคนนี้ล่ะ... คือที่ที่เขาควรจะอยู่มาแต่แรกอย่างนั้นหรือ?

“ไม่มีทางกลับร่างได้จริงหรือยาย-”

ครั้นพร้อมจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง

“ยายบอกได้แค่นี้จ้า สองพันจ๊ะ พ่อหนุ่ม”

หญิงชราก็ดันพูดตัดบทขึ้นมาดื้อ ๆ บ่งบอกว่าหน้าที่ของผู้หยั่งรู้หมดลงเพียงเท่านี้

“เงิน...”

ปราจลุกลี้ลุกลนคลำหาเบี้ยอัฐตามกระเป๋ากางเกง แต่แล้วก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่มีเศษเงินติดตัวเลยสักแดงเดียว จึงต้องช้อนตาขึ้นสบกับพร้อมที่ยังคงขมวดคิ้วมุ่นจนใบหน้าหล่อยับเยิน

“ขอเงินด้วยครับ... น้องไจแอนท์”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 12

    ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 11

    พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 10

    ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 9

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 8

    “คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 7

    “ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status