Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-07-23 22:57:44

“ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”

จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด

“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”

หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดี

ปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อน

หลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้าง

แม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ

“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”

เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่น

เรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าขนาดมหึมาออก ตาก็กวาดมองเสื้อผ้าที่ส่วนมากเป็นสูทแขวนเรียงรายเป็นระเบียบอย่างน่าอึดอัด

“ทั้งหน้า ทั้งหุ่นของไอ้เด็กนี่… ไม่อยากจะใส่เสื้อผ้าปิดบังความสง่าเลยเว้ย”

จากที่ได้อ่านประวัติที่ผ่านมา สำหรับชีวิตของเจ้าเด็กคนนี้ ปราจบอกได้แค่ว่า...

จืดชืดไม่ต่างจากน้ำเปล่า!

ไม่มีชื่อเพื่อนสนิท ไม่มีชื่อคนรัก มีเพียงตารางงานและการเรียนพ่วงท้ายมาเป็นพรวน

แต่ก็นั่นแหละ อย่างไรเสียเขาก็คงต้องขอบคุณเจ้าของร่างคนเดิมอยู่บ้างที่เป็นพวกบ้าเรียนเพราะผลพลอยได้มันช่างมหาศาลเกินคาดเหลือเกิน

อย่างไอ้การที่หน้ากระดาษหลายแผ่นมีแต่ตัวอักษรหยัก ๆ ของพวกฝรั่งมังค่า แต่ปราจก็สามารถอ่านและเข้าใจทุกอย่างได้หมดในทันที

สงสัยสมองที่แสนชาญฉลาดของเด็กคนนี้ จะอัดแน่นไปด้วยความรู้จนมันซึมลึกเข้ามาถึงจิตวิญญาณที่สวมรอยอยู่

แม้จะไม่ใช่ตลอดเวลา อย่างเช่นเมื่อกี้ที่หน้าแตกอยู่หน้าประตู แต่ก็มีช่วงที่ปราจนึกว่าตนเองเพี้ยนไปแล้ว ถึงได้รู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้ได้ทันท่วงที

เช่นตอนแปรงฟันที่ร่างกายขยับไปเองอย่างคล่องแคล่ว หรือเห็นกางเกงชิ้นเล็กที่สุดในบรรดาเสื้อผ้าที่ขนมเอามาให้เขาสวมใส่ก่อนออกจากโรงพยาบาล จิตใต้สำนึกมันก็บอกหน้าที่ของของสิ่งนั้นให้เขาทราบทันที

กระทั่งห้องน้ำเมื่อกี้ที่หรูหรา เขาก็ยังใช้หยิบจับเครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่แท้มันก็เป็นเพราะความฉลาดล้ำของสมองนี่เองสินะ...

ถือว่าเจ้าหนุ่มนี่ก็ยังพอจะมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะ

จอมขมังเวทย์หนุ่มเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี ไปหยุดยืนตระหง่านอยู่หน้าบานกระจกเงาที่กว้างยาวเต็มผนังห้อง

“ฮึบ!”

ก่อนจะยืดอกเบ่งกล้ามแขนอยู่หน้ากระจกด้วยความลำพองใจ

ใช่ว่าร่างเดิมเขาจะไม่หล่อเหลา แต่ร่างของเด็กคนนี้นี่สิ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ต่อให้เป็นผู้ชายด้วยกันก็ต้องยอมรับว่าหล่อลากดินเสียจริง ๆ

ไม่รู้ว่าเพราะความเคยชินของสมองเดิม เจ้าพร้อมมันเป็นพวกหลงตัวเองอยู่แล้วหรือเปล่า แต่ถ้าเอาไปเทียบกับตัวเขาคนเก่าก็นับว่าพอไปวัดไปวาเคียงคู่กันได้ไม่น้อยหน้า

“ทั้งที่มีพร้อมทุกอย่างขนาดนี้ ดันเป็นพวกไก่อ่อนเรื่องรักเสียได้”

เจ้าตัวพึมพำกับเงาในกระจก มือหนาก็บีบเค้นคลำกล้ามแขนที่เกร็งแน่นเป็นมัด ๆ อย่างนึกสนุก ถ้าในอดีตเขากลับไปเป็นหนุ่มวัยเท่านี้ มีหน้าตาและรูปร่างเช่นนี้ เห็นทีคงไม่วายมีเมียเล็กเมียน้อยอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองเป็นแน่

“จริงสิ... ตอนนี้มันก็ถือเป็นร่างของฉันแล้วนี่หว่า”

คิดได้ดังนั้น มุมปากหยักก็ยกยิ้มแสยะ

เห็นว่ายุคสมัยนี้กาลเวลาเปลี่ยนไปจนความรักระหว่างชายด้วยกันไม่ใช่เรื่องอัปยศอีกต่อไปแล้วด้วย ถ้าอย่างนั้นต่อให้เขาจะมีหนุ่มน้อยหน้ามนมาคอยปรนนิบัติสักสิบยี่สิบคน ก็คงไม่ต้องกลัวจะโดนชาวบ้านไล่ตะเพิดเหมือนเมื่อก่อนแล้วมั้ง

แต่แล้ว...

“หือ?”

ในขณะที่ปราจกำลังย่ามใจอยู่นั้น สายตาก็พลันไปสะดุดเข้ากับบางอย่างที่สะท้อนวูบผ่านเงากระจก ตรงมุมหน้าต่างด้านล่างเบื้องหลังเขา

ปรากฏเป็นรอยฝ่ามือของใครบางคนแปะเข้ากับบานกระจกอย่างถนัดตา!

“เฮ้ย! อะไรวะ?!”

ร่างล่ำสันสะดุ้งโหยง รีบหันขวับกลับไปมองที่ต้นทางทันที แต่ก็พบว่าทุกอย่างมันว่างเปล่า...

ตลกน่า ในเมื่อเขาใช้อาคมไม่ได้ ก็แปลว่าเรื่องผีสางเทวดามันย่อมไม่มีจริงในโลกนี้ไม่ใช่หรือไงเล่า?!

แล้วไอ้ที่แปะอยู่เมื่อกี้มันคืออะไร!

ถึงจะเคยเป็นจอมขมังเวทย์ผู้เกรียงไกรมาก่อน แต่ยามนี้เขาไม่มีอาคมแก่กล้าไว้ต่อกรกับภูตผีแล้วนะเว้ย! ใจคอก็รักตัวกลัวตายไม่ต่างจากคนทั่วไปหรอกนะเฮ้ย!

แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแพราะทิฐิหมอผีเก่ามันค้ำคอขึ้นมา

“ไม่ได้ ๆ จะกลัวแค่ผีสางอวดดีไม่ได้ ไอ้ปราจ!”

เขาเคยปราบภูตผีสะกดวิญญาณมานักต่อนัก ต่อให้ยามนี้จะไร้ซึ่งอาคมคู่กาย แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจอมขมังเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่จะต้องมานั่งขดตัวหงอให้พวกสัมภเวสีหน้าไหนทั้งนั้น!

“ร้ายนักนะกล้ามาหลอกข้า ประเดี๋ยวเอ็งได้รู้เลยว่าสมัยข้าเขาจัดการผีกันยังไง!”

ไม่ว่าเปล่า พ่อตัวดียังก้าวขาฉับ ๆ ตรงดิ่งไปยังหน้าต่างบานนั้นด้วยท่าทีฮึกเหิม หมายจะตบกบาลสั่งสอนไอ้ผีไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเข้าให้สักที ฝ่ามือหนาเอื้อมไปกระชากบานกระจกให้เปิดออกอย่างรวดเร็ว

ทว่า...

“ไหน? ผีตัวไหนมันกล้ามาหลอกข้-”

ความเก่งกาจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ทันทีที่ใบหน้าหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาท่ามกลางความมืด!

“อ๊ากกก! สาธุผีบ้านผีเรือน ผีป่าผีเขาช่วยลูกช้างด้วย! ลูกช้างตายไปแล้วทีนึงแล้ว ลูกช้างไม่อยากตายอีกหากไม่จำเป็น! ลูกช้างยังไม่เคยมีเมียเลยก่อนตาย ได้โปรดช่วยลูกช้างด้วยเถิด!”

จอมขมังเวทย์หนุ่มตกใจจนหงายหลังล้มตึงลงไปนั่งกองกับพื้น สองมือพนมเข้าหากัน สวดมนต์ปนคำวิงวอนออกมาไม่ขาดสาย นึกก่นด่าตัวเองในใจว่าอยู่ดีไม่ว่าดีแท้ ๆ ไม่น่าไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย!

“อั่ก!”

ครู่เดียวเท่านั้นที่ความสยองขวัญกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมึนตับ เมื่อสัมผัสที่ได้รับไม่ใช่ความเย็นยะเยียบเหมือนที่เคยชินจากพวกภูตผี

แต่เป็นน้ำหนักของเนื้อหนังที่พุ่งเข้ามาใส่ตัวเขาอย่างจัง!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 12

    ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 11

    พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 10

    ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 9

    บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 8

    “คุณเป็นใคร! ออกไปจากร่างผมเดี๋ยวนี้!”เสียงนั้นแผดร้องด้วยความโกรธจัดดังก้องอยู่ข้างหู ครั้นเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ปราจถึงได้พบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่วิญญาณร้ายเหมือนที่ตนเข้าใจแต่กลับเป็นร่างล่ำสันของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีใบหน้าดูดีมีสไตล์ตามสมัยนิยมนั่งอยู่บนตัวเขา ทั้งยังเอื้อมมือมาเขย่าเขาไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะเอาวิญญาณเขาให้หลุดออกจากร่างให้ได้“แม่งเอ๊ย! บอกว่าให้เอาร่างผมคืนมาไง!”จอมขมังเวทย์หนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะคิดได้อย่าบอกนะ...ว่าไอ้เด็กคนนี้คือเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อพชรอะไรนั่นน่ะ!“พร้อม! เอ็งชื่อพร้อมใช่ไหม?!”ปราจกลั้นใจตะโกนก้องออกไปเสียงหลง ฝ่ายที่กำลังคลั่งพลันหยุดนิ่งไปในทันชายโตกว่าไม่ปล่อยให้จังหวะทองหลุดลอย อาศัยช่วงวินาทีที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงเอื้อมมือไปจิ้มเข้าที่ลูกกระเดือกเข้าอย่างจัง“อั่ก!”ก่อนร่างสูงโปร่งจะรีบผละตัวหนีออกมาอย่างรวดเร็ว วิ่งสับไปกระโดดขึ้นยืนชี้นิ้วสั่งจากบนเตียงกว้าง“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเฮ้ย! ถ้าเอ็งเข้ามาอีก ข้าจะไม่ยอมจริง ๆ ด้วย!”“ก็เอาร่างผมคืนมาสั

  • จอมขมังเวทย์ตัวร้ายคือประธานบริษัทคนนั้นน่ะเหรอ!   บทที่ 7

    “ฮึ ก็แค่ทะลุมิติมา ไม่คณามือคนอย่างไอ้ปราจหรอกเว้ย!”จอมขมังเวทย์ในร่างประธานบริษัทตะโกนก้องอย่างลำพองใจ เขาหยัดกายยืนเต็มความสูงพลางชูแผ่นกระดาษในมือขึ้นเหนือศีรษะ ริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด“เฮลโล่ มาย เนม อีส ปราจ~”หยาดน้ำแพรวพราวจากไรผมที่ยังเปียกชื้นอยู่หมาด ๆ หยดลงบนแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพอดิบพอดีปราจในยามนี้สวมเพียงกางเกงขายาวสีกรมท่าที่รั้งต่ำจนเห็นขอบชั้นในแบรนด์หรูโผล่พ้นออกมา เขาโยนปึกกระดาษขึ้นไปในอากาศจนมันปลิวว่อนหลังจากได้กินจนอิ่มท้อง เขาก็กลับมาจัดการชำระล้างร่างกายเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน พอเดินออกมาถึงพบว่าแม่คนงามหรือคุณเลขาขนมได้จัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับร่างนี้เอาไว้ให้ละเอียดยิบเป็นปึก ๆ วางทิ้งไว้ให้บนเตียงกว้างแม้เจ้าตัวจะแค่ทำตามคำแนะนำของหมอเพราะเข้าใจว่าเขาความจำเสื่อมก็เถอะ“พร้อม พชร เตวัฒนากุล อายุยี่สิบหกปี การศึกษากำลังจะจบปริญญาเอกในไม่ช้า... น่าเบื่อซะไม่มี”เสียงทุ้มพึมพำทวนประวัติที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบ้ปากอย่างนึกหมั่นไส้ในความสมบูรณ์แบบที่ไร้รสชาตินั่นเรียวขายาวขยับพากายสูงโปร่งเดินไปเปิดตู้เสื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status