Share

ต่างก็ไม่ยอมกัน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-01 11:10:36

“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”

นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!

“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”

จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวน

ช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!

สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกาย

ทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด

“ลงมือคืนนี้เลย”

“งานเร่งเช่นนี้ต้องจ่ายเพิ่มนะคุณหนู”

ชายคนหนึ่งตะโกนด้วยความคึกคะนอง เพราะสุราพร่องไปหลายไห

“เพิ่มคนละหนึ่งพันตำลึงทอง พอใจหรือไม่”

“ตกลงขอรับ เฮ้ย! พวกเรารีบไปทำงานกันได้แล้ว”

“จัดการสติให้ดีก่อนออกไป”

เมื่อเห็นท่าทีเมามายไม่น่าไว้ใจ เจ้าของตำลึงค่าจ้างจึงเอ่ยเตือนด้วยเกรงว่างานจะล้มเหลวไม่เป็นท่า

“ไม่ต้องห่วงขอรับ พวกเรามียาแก้เมาที่เห็นผลดียิ่งนัก”

ชายผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มรีบแจ้งให้นายจ้างรับรู้

หลังจากกินยาแก้ฤทธิ์สุราเสร็จสิ้น บุรุษชุดดำทั้งสิบคนจึงพุ่งทะยานขึ้นที่สูง เพื่อมุ่งหน้าไปยังจวนตระกูลลู่ ทว่ามีสองคนที่ร่วงลงพื้นแล้วหมดสติทันที!

“ใครกัน!”

หัวหน้าพวกซยงหนูตะโกนเสียงดัง สายตากราดมองไปทั่วทุกทิศทาง

คนของมันเคยหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อครั้งรับงานสังหารคุณชายตระกูลลู่ มันเลยรู้สึกหวาดระแวงเป็นทุนเดิม

ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ

เสียงร่วงหล่นลงมาจากที่สูง ถึงแม้จะระมัดระวังมากเพียงไร แต่เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยามนี้เหลือเพียงบุรุษผู้เป็นหัวหน้า ที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่ท่ามกลางความมืดมิด

ตึง!!

เสียงเงาสายหนึ่งฟาดเข้ากลางหลังหัวหน้ากลุ่มซยงหนู ร่างสูงใหญ่เอนไปมาคล้ายกำลังมึนงง ไม่นานก็หมดสติไม่ต่างจากคนอื่น ๆ

ลู่เจี้ยนหงแอบหลบอยู่ในมุมมืด เพื่อรอจังหวะเร้นกายถอยห่าง เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เงียบสงบ และไม่มีผู้ใดเดินออกมาเก็บร่างคนหมดสติ จึงรีบทะยานขึ้นที่สูงเพื่อหลบหนีไปตั้งหลัก

พวกซยงหนูพลาดพลั้งให้คนในเงามืดย่อมไม่เกี่ยวข้องกับนาง แต่ต้นคอเรียวเล็กกลับถูกใครบางคนบีบจนแน่น แล้วลากกลับมายืนที่เดิม

“กรี๊ด ปล่อยนะ ฉันไม่เกี่ยวกับพวกนั้นนะแค่ผ่านทางมาเท่านั้น”

“เจ้ากับเจียงซูหลิงเคยสู้กันซึ่ง ๆ หน้าบ้างหรือยัง”

นอกจากไม่ปล่อย น้ำเสียงเย็น ๆ ยังเอ่ยถามในเรื่องที่ตนสงสัย

ลู่เจี้ยนหงจดจำน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ของศัตรูหัวใจได้อย่างแม่นยำ จึงตะโกนกล่าวหาเสียงดังเผื่อมีใครผ่านทางมาช่วยเหลือตน

“อาสะใภ้! ท่านจับตัวข้าเพื่อการใด หรือท่านเป็นพวกซยงหนู หากจวิ้นอ๋องรู้คงไม่พ้นถูกประหารชีวิต”

“กลับขาวเป็นดำเก่งยิ่งนัก โทษประหารเช่นนั้นหรือน่าสนใจไม่น้อย แต่คงไม่ใช่ข้าที่ถูกประหาร”

“ปล่อยข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะฟ้องท่านอา!”

ร่างบางดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจหลุดพ้นจากแรงบีบรัดได้เลย ยามนี้ต้นคอของนางถูกกดทับจนรู้สึกเจ็บปวด

“ฟ้องเรื่องอะไร เรื่องที่เจ้าบงการลักพาตัวและเตรียมสังหารฮูหยินของข้าหรือ” น้ำเสียงเข้ม ๆ เอ่ยขึ้นในความมืดมิด

หลังจากส่งมอบร่างหมดสติทั้งสิบคน ให้คนของเขาควบคุมตัวไว้รอการไต่สวน ลู่ชุนหยางจึงตามมาสมทบกับฮูหยิน เมื่อได้ยินประโยคอวดดีของหลานสาวผู้ไม่น่ารักจึงโต้กลับทันที

“ท่านอา เหตุใดจึงร่วมมือกับคนอื่นทำร้ายหลานสาวตัวเอง!”

ลู่เจี้ยนหงตะโกนต่อว่าผู้มาใหม่ คอของนางหันไปมองไม่ได้แต่ยังส่งเสียงได้ เพราะคนลงมืออยากได้ยินวาจาอวดดี ยิ่งยั่วให้โมโหความชั่วยิ่งปรากฏออกมาโดยง่าย

“บิดาของเจ้าไม่ได้เล่าให้ฟังหรืออย่างไร เรื่องที่เขาบงการสังหารพี่ชายกับพี่สะใภ้ของข้า เท่ากับว่าเจ้าคือบุตรสาวของศัตรู”

“ท่านอาคือผู้รอดชีวิต!”

น้ำเสียงหมดหวังเอ่ยขึ้นแผ่วเบา

ลู่เจี้ยนหงแอบอ่านจดหมายของบิดา ซึ่งส่งตรงจากเมืองท่าเลยรู้ข้อมูลเหล่านี้ แต่ไม่รู้ชื่อแซ่ของคนที่บิดาบงการสังหาร

“กว่าจะฉลาดก็ไม่ทันการณ์แล้วสาวน้อย เมืองท่าแห่งนี้หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะมาเล่นสนุก หากอยู่เงียบ ๆ ข้าคงไม่เอาความกับสตรี แต่เจ้ากล้าคิดไม่ดีกับคนที่ไม่ควรแตะต้อง”

“ท่านพี่พาหลานสาวของท่าน ไปฝึกปรือฝีมือกับศัตรูของนางสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าเห็นด้วย”

“พวกเจ้าจะทำการใด”

น้ำเสียงหวาดระแวงของคนพ่ายแพ้ เมื่อเห็นศัตรูหัวใจยิ้มอย่างมีเลศนัย

“พาเจ้าไปตบตีกับเจียงซูหลิงอย่างไรเล่า เจ้าสองคนทำทีทะเลาะกัน แต่ลับหลังกลับร่วมมือกันเป็นอย่างดี น่าเสียดายที่คนของพวกเจ้าพ่ายแพ้หมดแล้ว”

ก่อนมาที่นี่ทั้งสองได้แวะไปจัดการเจียงซูหลิงกับพวกอีกห้าคน ยามนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ในตำหนักจวิ้นอ๋อง มีคนของจวิ้นอ๋องช่วยเฝ้าไว้ไม่ห่าง นับว่าบิดาของอาเฟยเริ่มทำตัวมีประโยชน์บ้างแล้ว

ไป๋ซือเย่วแบกร่างคนอวดดีขึ้นหลังในท่วงท่าห้อยหัวลงต่ำ แล้วพาพุ่งทะยานไปตามหลังคาเรือนต่างระดับ ผ่านไปไม่นานก็มาหยุดยืนอยู่หน้าตำหนักจวิ้นอ๋อง

อ้วก!

เสียงขย้อนอาหารออกมาจนหมดเกลี้ยง เกิดมาเพ่งเคยถูกแบกขึ้นหลังแล้วห้อยหัวกระโดดขึ้นลง

“อ่อนแอเพียงนี้ คงพ่ายแพ้เจียงซูหลิงอย่างแน่นอน”

“ข้าไม่มีทางแพ้ อีกอย่างจวิ้นอ๋องย่อมช่วยเหลือข้า”

“แน่ใจหรือ ลองมองดูให้ดีว่าผู้ใดกำลังยืนพูดคุยอยู่กับสามีข้า” 

น้ำเสียงรู้ทันเอ่ยย้ำ พร้อมกับผายมือให้ลู่เจี้ยนหงเห็นถึงความเป็นจริง

“พวกเจ้าไปพูดเท็จใส่ร้ายข้ากับท่านอ๋องหรือ!” เสียงแหลมตะคอกเสียงใส่ศัตรูหัวใจ

“หากไม่มีพยานหลักฐาน จวิ้นอ๋องย่อมไม่กล้าขัดราชโองการ”

“เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

“หากบุรุษของเจ้าไม่บอกล่าวข้าจะรู้ได้อย่างไร ลู่เจี้ยนหงเวรกรรมที่เจ้าเคยก่อไว้กับสตรีหลายคน ถึงคราย้อนกลับเข้าหาตนเองแล้ว”

ข้อมือแข็งแกร่งตรงเข้าบีบรัดต้นคอเช่นเคย แล้วผลักร่างบอบบางให้เดินตรงไปข้างหน้าตามทิศทางที่กำหนด ซึ่งจุดนั้นมีสตรีอีกคนรอคอยอยู่

“ท่านอ๋องเพคะ ช่วยหม่อมฉันด้วย ท่านอ๋อง!” เสียงตะโกนดังลั่นตำหนักแต่ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือเลยสักคน

ผ่านไปไม่นานผู้คนในตำหนักจวิ้นอ๋อง ต่างได้ยินเสียงกรีดร้องของพระชายาเอกลู่เจี้ยนหง กับพระชายารองเจียงซูหลิง เพราะทั้งสองคนกำลังต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ในที่คุมขังชั่วคราวกลางลานหน้าตำหนัก

ใบหน้าที่เคยมั่นใจว่างดงาม ยามนี้บวมปูดแทบดูไม่ได้ ความลับหลายอย่างพรั่งพรูออกมาขณะโต้เถียงกัน

หนึ่งในความลับเหล่านั้น ทำให้บุรุษสูงศักดิ์เจ้าของตำหนักทรุดนั่งลงกับพื้นดินทันที

น้ำตาที่คิดว่าจะไม่มอบให้ผู้ใดอีก ยามนี้กำลังเอ่อคลอเต็มดวงตา เพราะเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกเสียใจอย่างแสนสาหัส

“เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์ เคยทำผิดจนกลายเป็นตราบาปไปครั้งหนึ่ง หวังว่าครั้งนี้พระองค์จะเลือกเส้นทางที่ถูกต้องโดยไม่สนใจถ้วยตรวจสอบบ้าบอพวกนั้น”

ไป๋ซือเย่วเดินเข้าไปเตือนสติอดีตสวามี ในฐานะมารดาของเด็กชายที่เคยถูกทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด

“เหตุใดเรื่องเช่นนี้ต้องเกิดขึ้นกับข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า” เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นต่อหน้าคนในอดีต

“เหตุพระองค์ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ทว่ายามนี้แก้ไขไม่ได้แล้ว เหลือผลที่ยังสามารถปลูกฝังให้เติบโตมาอย่างมีความสุข หากทำใจยอมรับไม่ได้ รับเป็นบุตรบุญธรรมคงไม่เสียหายนักหรอกเพคะ”

กล่าวจบฮูหยินแห่งจวนคหบดีผู้ร่ำรวย ก็เดินจากไปพร้อมกับสามีรูปงาม

เหลือเพียงบุรุษหัวใจกลัดหนอง ที่ต้องอดทนลุกขึ้นสะสางเรื่องราวให้ถูกต้องตามกฎของแคว้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status