Share

จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด
จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด
Penulis: หนูเหมยจ้า

บทนำ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-01 10:53:44

เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาแคว้นถิงโจวได้จัดพิธีอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ ระหว่างจวิ้นอ๋องหนานจิงชวนโอรสลำดับที่สามของหนานกงหมิงฮ่องเต้ กับองค์หญิงห้าแห่งแคว้นหวงหลิง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างแว่นแคว้นใกล้เคียง

องค์หญิงห้าไป๋ซือเย่วมีรูปโฉมงดงามตราตรึงเป็นหนึ่ง ทว่ามีอุปนิสัยขลาดเขลาไม่กล้าสู้สายตาใคร โฉมสะคราญมักจะก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอ จึงดูไร้เสน่ห์และจืดชืดในสายตาจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน เมื่อเทียบกับพระชายารองเจียงซูหลิง บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายของแคว้นถิงโจว

“ท่านอ๋องเพคะ วันก่อนหม่อมฉันเห็นพี่หญิงแอบออกไปนอกตำหนักจึงตามไปด้วยความเป็นห่วง เกรงว่านางจะไม่รู้กฎของแคว้นถิงโจว แต่ว่า…”

น้ำเสียงออดอ้อนกึ่งใส่ความเอ่ยขึ้น ขณะพลอดรักกันอยู่บนเตียงนอนในตำหนักเล็ก

“แต่ว่าอะไร”

คนฟังเอ่ยถามเสียงห้วน ถึงแม้จะไม่ค่อยพึงใจพระชายาเอกเท่าที่ควร แต่ใช่ว่านางจะทำอะไรลับหลังเขาก็ได้

ยิ่งนึกถึงท่าทีหวาดกลัวคล้ายรังเกียจกัน ในคืนแรกของการเข้าหอเขายิ่งนึกโมโหหนัก

“หม่อมฉันเห็นพี่หญิงโอบกอดอยู่กับบุรุษผู้หนึ่งที่โรงน้ำชาหยุนหยวน หากไม่เชื่อพระองค์ลองส่งคนไปตรวจสอบดูได้ หม่อมฉันเห็นบุรุษผู้นั้นมอบหยกพกสีดำให้พี่หญิงด้วยเพคะ”

“โอบกอดกับบุรุษ และมอบหยกพกสีดำ!”

“เพคะ บุรุษมอบหยกให้สตรีหม่อมฉันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย”

“ข้าต้องตรวจสอบให้ดี นางเป็นถึงองค์หญิงหากทำการสิ่งใดย่อมกระทบความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น”

“หม่อมฉันเห็นด้วยเพคะ แต่พระองค์ต้องแอบตามดูนะเพคะ คงไม่มีผู้ใดกล้ายอมรับในเรื่องบัดสีเช่นนี้” พระชายารองเจียงซูหลิงกระซิบบอกกล่าวด้วยความหวังดี

“อืม”

หลังจากวันนั้นไป๋ซือเย่วจึงถูกองครักษ์ของจวิ้นอ๋องสะกดรอยตามไปทุกที่ จนกระทั่งวันหนึ่งองครักษ์หลวงได้พบเห็นความผิดปกติของพระชายาเอกดังคำปรามาส

สตรีต่างแคว้นย้อนกลับไปโรงน้ำชาหยุนหยวนอีกครั้ง เพื่อพบปะกับบุรุษลึกลับตามที่นัดหมายกันไว้ ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ในห้องจิบน้ำชาส่วนตัว

ข้างกายชายหญิงไร้ซึ่งผู้ติดตามอย่างที่ควรจะเป็น เพราะทุกเรื่องในหัวข้อสนทนาต้องเก็บเป็นความลับระดับสูงสุด!

ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาองครักษ์หลวง ถึงแม้จะไม่มีการโอบกอดอย่างที่ถูกกล่าวหา ทว่าท่าทีสนิทสนมเกินพอดีและรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้างดงาม ก็มากพอต่อการเข้าใจผิดของสวามีผู้คอยจับผิดพระชายาเอกเป็นทุนเดิม

ค่ำคืนที่สองของการเข้าหอจึงเกิดขึ้นตามแรงอารมณ์โมโหของสวามี ทุกท่วงท่าโถมกระหน่ำไร้ซึ่งความอ่อนโยน หลังเสร็จกิจเขายังกลับไปโอบกอดพระชายารองเฉกเช่นทุกค่ำคืนที่ผ่านมา

“หม่อมฉันต้องทำอย่างไร ถึงจะได้หัวใจพระองค์มาครอบครอง”

ไป๋ซือเย่วเอ่ยตามหลังสวามีด้วยความน้อยใจ ถึงแม้จะแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่นางหลงรักสวามีตั้งแต่แรกพบ ทว่าไม่กล้าบอกกล่าวให้เขารับรู้ความในใจ ยิ่งรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วทั้งยังแต่งตั้งสตรีผู้นั้น ให้เข้ารับตำแหน่งพระชายารองในวันเดียวกัน องค์หญิงผู้เงียบขรึมยิ่งไม่กล้าบอกกล่าวสิ่งใดให้ระคายหูสวามี มีเพียงร่างกายแสนบริสุทธิ์ ที่มอบให้ด้วยความเต็มใจแทนการบอกรัก

หลังจากวันนั้นจวิ้นอ๋องหนางจิงชวนก็ไม่กลับมาค้างที่ตำหนักพระชายาเอกอีกเลย วัน ๆ เขาอยู่แต่กับพระชายารองที่ตำหนักเล็ก

“ท่านอ๋องไม่ไปหาพี่หญิงบ้างหรือเพคะ” พระชายารองเจียงซูหลิงเอ่ยถามอย่างมีนัยยะ

“ไม่ไป เจ้าถามทำไม”

ทุกครั้งที่เจอหน้าสตรีต่างแดน เขามักจะรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจจึงหลีกเลี่ยงการพบเจอกัน รอให้ความรู้สึกไม่ไว้ใจเบาบางลงสักหน่อย ค่อยกลับไปเยือนก็ยังไม่สาย

“หม่อมฉันแค่นึกเป็นห่วงพี่หญิงเพคะ เกรงว่านางจะน้อยใจที่พระองค์ไม่สนใจใยดีเช่นนี้”

“นางก็อยู่ส่วนของนาง เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใด ข้าพึงใจเจ้ามากกว่าจึงมาเยือนตำหนักเล็กทุกคืน เป็นเช่นนี้ไม่ดีหรอกหรือ”

“ดีเพคะ” เจียงซูหลิงจำต้องสงบปากสงบคำไม่ซักถามสิ่งใดอีก

สามเดือนต่อมาไป๋ซือเย่วก็ล้มป่วยลง นางอาเจียนหนักทุกเช้าจนรับประทานอาหารไม่ได้ หน้าตาอิดโรยซีดเซียวรูปร่างผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

จวิ้นอ๋องรู้ข่าวจึงรีบพาหมอหลวงมาตรวจรักษา เลยได้รู้ว่าพระชายาเอกกำลังตั้งครรภ์ ว่าที่บิดาของบุตรดีใจมากเพราะพระชายารองไม่มีวี่แววว่าจะตั้งครรภ์เลย ทั้ง ๆ ที่ร่วมหอกันอยู่บ่อยครั้ง

บุรุษไร้ใจจึงยอมกลับมาพักค้างที่ตำหนักใหญ่ แต่ไม่ได้ร่วมหลับนอนกับสตรีในตำหนัก ด้วยหวั่นเกรงจะกระทบต่อเด็กในครรภ์นาง

เพียงแค่สวามียอมกลับมาเยือนที่ตำหนักอีกครั้ง ก็นำพาความสุขมากล้นมาสู่พระชายาเอกผู้น่าสงสาร

แต่ความสุขมักสั้นกว่าความทุกข์ เมื่อต้องอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสตรีที่หวังฐานะสูงสุดในตำหนักแห่งนี้ ในช่วงเดือนที่เก้าของการตั้งครรภ์ ไป๋ซือเย่วต้องเผชิญกับความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส

เนื่องจากไม่สามารถบอกกล่าวความจริงหลายอย่างให้สวามีรับรู้ ความสัมพันธ์ลึกลับกับชายแปลกหน้าในโรงน้ำชาหยุนหยวน กลายเป็นชนวนบาดหมางครั้งยิ่งใหญ่ และนำภัยมาสู่ตนจนยากเกินกว่าจะแก้ไข

“หยกสีดำชิ้นนี้ผู้ใดมอบให้เจ้าไป๋ซือเย่ว!”

หนานจิงชวนตะโกนถามเสียงดัง เมื่อเห็นหยกสีดำไม่คุ้นตาวางอยู่ที่หัวเตียงนอนของพระชายาเอก

ความหวาดระแวงก่อนหน้านี้ เขาอุตส่าห์ยอมปล่อยผ่านไปนานหลายเดือน แต่เมื่อเห็นหยกของบุรุษวางไว้ต่อหน้าต่อตา ความกรุ่นโกรธแต่เก่าก่อนจึงปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

“ของสหายหม่อมฉันเพคะ เป็นเพียงหยกพกเครื่องรางธรรมดา ๆ เท่านั้น”

เมื่อรับปากและให้สัญญากับเจ้าของหยกสีดำ ไป๋ซือเย่วจึงไม่สามารถพูดความจริง เพราะผลที่ตามมาหนักหนาเกินกว่าที่นางจะรับผิดชอบได้ ในใจยังนึกสงสัยว่าหยกที่เก็บไว้ในหีบอย่างมิดชิด เหตุใดจึงมาวางอยู่ตรงนี้ได้

“สหายเช่นนั้นหรือ คิดว่าข้าโง่เขลานักหรืออย่างไร สหายชายหญิงโอบกอดกันด้วยหรือ”

“ไม่ใช่นะเพคะ ท่านอ๋องได้โปรดเชื่อใจหม่อมฉัน”

น้ำเสียงตกใจรีบโต้แย้ง เพราะไม่คาดคิดว่าสวามีจะเห็นนางโอบกอดกับคนผู้นั้น

“รอให้เจ้าคลอดเด็กคนนี้และตรวจสอบด้วยวิธีของราชวงศ์ หลังจากนั้นพวกเราค่อยกลับมาพูดคุยกัน”

“ท่านอ๋องหมายความว่าอย่างไรเพคะ!”

“ข้าไม่มั่นใจว่าเด็กคนนี้เป็นบุตรของข้า แต่ใช่ว่าจะปรักปรำเจ้าไปเสียทั้งหมด ข้ามีวิธีพิสูจน์ความจริงอีกไม่นานคงได้รู้กัน”

กล่าวจบบุรุษหัวใจสับสนก็รีบเดินจากไปทันที พอเป็นเรื่องของไป๋ซือเย่วมักจะทำให้เขาเกิดอารมณ์โมโหมากกว่าปกติ

ความน้อยใจสายหนึ่งแผ่ซ่านในหัวใจเฉยชา แต่จำต้องสลัดทิ้งไม่เอาใจลงไปแลกกับสตรีที่ไม่เห็นค่าของตน

“ภาพที่เห็นอาจนำพาความไม่ไว้ใจมาสู่ความคิดของพระองค์ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าหม่อมฉันเป็นสตรีของพระองค์เพียงผู้เดียว”

น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยไล่หลังพระสวามี ดวงตาสองข้างเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา หากบอกกล่าวความจริงออกไป ย่อมกระทบต่อความสัมพันธ์ของแว่นแคว้น ถ้าความทุกข์ใจในครั้งนี้สามารถประคับประคองเรื่องราวไม่ให้เลวร้ายนางก็ยินดี

‘องค์หญิงปลายแถวเช่นข้า ไม่มีสิทธิ์เลือกชะตากรรมของตนเองเลยหรืออย่างไร’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ผู้มาเยือน

    จวิ้นอ๋องหนานจิงชวนกับผู้ติดตาม เดินทางรอนแรมผ่านป่าเขาและพื้นที่รกร้าง ไปตามเส้นทางของรถม้านานถึงสองเดือน จึงเดินทางมาถึงเขตแดนของเมืองท่า เพราะระหว่างทางมีเหตุให้จอดพักรถม้าอยู่บ่อยครั้งบุรุษผู้นำขบวนรู้สึกเบื่อหน่ายพระชายาเอกคนใหม่จนแทบไม่อยากมองหน้า ถูกเข้าหาหวังแนบชิดในรถม้าอยู่บ่อยครั้ง เขาก

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   อยากมีสถานะ

    ขบวนเดินทางของผู้สูงศักดิ์ เคลื่อนที่มุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง ไร้ซึ่งโจรผู้ร้ายมากล้ำกลายองครักษ์รอบกายโอรสสวรรค์ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีวรยุทธ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ผิดกฎของแคว้นแต่อย่างใด เพราะองครักษ์หลวงมีสิทธิ์ฝึกยุทธ์เพื่อคุ้มกันคนในราชวงศ์จวิ้นอ๋องเอนกายพักผ่อนอยู่ในรถม้าคันแรกตามลำ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   หมอนเจ้าปัญหา

    ลู่ชุนหยางจ้องมองคนที่พูดโดยไม่ลืมตา เพียงเท่านี้ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าถูกหมางเมินเข้าแล้วมุมปากหยักอมยิ้มอย่างพึงพอใจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาถูกสตรีเมินเฉย ท่าทีเช่นนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัย และสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าเอาหมอนมาให้ เจ้าจะได้นอนพักสบาย ๆ นั่งเอนหลังแบบนั้นไม่เมื่อยหรือ”หมอนหนุน

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   มอดไหม้

    “ฮึก ฮึก คิดถึงท่างแม่ทุกวันเยย”มือน้อย ๆ เอื้อมมาจับมือมารดาเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นแผ่วเบา เพราะเจ้าตัวดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่“แม่รู้อาเฟยคนดี แต่คืนนี้ต้องรีบออกเดินทางก่อน อาเฟยจะได้มีจวนอุ่น ๆ นอนดีหรือไม่เล่า หลังจากนี้พวกเราสามคนจะได้อยู่ด้วยกันทุกวันเลย” มือมารดาคนใหม่ยกขึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status